- หน้าแรก
- ปลุกพลังกายานภาอลวนได้แล้ว ก็ให้ข้าแต่งงานเลยรึ?
- บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็แต่งงานเลยเรอะ?
บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็แต่งงานเลยเรอะ?
บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็แต่งงานเลยเรอะ?
บทที่ 1: เปิดเรื่องมาก็แต่งงานเลยเรอะ?
ราชวงศ์ต้าโจว นครหลวงหลินจิง
ตำหนักอ๋องฝ่ายเหนือ
ภายในตำหนักประดับประดาไปด้วยโคมไฟและคึกคักไปด้วยผู้คน อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง
ณ ห้องชั้นบนในสวนหลังตำหนัก
การตกแต่งโดยรอบเป็นแบบคลาสสิกและงดงาม ทุกหนทุกแห่งสามารถเห็นอักษร ‘มงคลสมรส’ แปะเอาไว้
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกำลังยืนอยู่หน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ โดยมีสาวใช้สองคนคอยช่วยแต่งองค์ทรงเครื่อง สวมชุดแต่งงานสีแดงสดและจัดชายเสื้อคลุมให้เข้าที่
ใบหน้าของชายหนุ่มหล่อเหลาราวกับรูปสลัก เครื่องหน้าคมคายสามมิติ ดูสง่างามสะอาดสะอ้านและเปี่ยมด้วยอารมณ์สูงศักดิ์ เรียกได้ว่าเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามในโลกที่วุ่นวายนี้อย่างแท้จริง
สาวใช้สองคนที่ช่วยเขาแต่งตัวก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองเขาจนหน้าแดง
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า ‘ฉินเป่ยลั่ว’ และเขาก็คือองค์ชายแห่งดินแดนฝ่ายเหนือ
ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นผู้ทะลุมิติด้วย
เป็นเวลาสามวันแล้วที่เขาเดินทางมายังโลกแฟนตาซีแห่งนี้
หลังจากค่อย ๆ ยอมรับความจริงเรื่องการทะลุมิติได้แล้ว ฉินเป่ยลั่วก็พบว่าเขาไม่ได้แค่ทะลุมิติมาเฉย ๆ แต่ยังมี ‘ระบบ’ ที่ชื่อว่า ‘ระบบโชคดีขั้นสุดยอด’ ติดตัวมาด้วย
เมื่อทะลุมิติมา ระบบก็ได้มอบภารกิจแรกให้ทันที โดยบังคับให้เขาแต่งงานกับ ‘ธิดาแห่งโชคชะตา’ และจะได้รับรางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ
“ระบบห่วย ๆ อะไรวะเนี่ย ทะลุมิติมาปุ๊บก็มาเร่งให้แต่งงานปั๊บเลยเรอะ?” ฉินเป่ยลั่วบ่นอุบอยู่ในใจ
ทว่า จังหวะการมอบภารกิจของระบบกลับหลักแหลมเอามาก ๆ
เพราะหลังจากทะลุมิติมา เขาก็ได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับ ‘แม่ทัพหญิง’ ชิวฉานอี ซึ่งเป็นพระราชโองการจากองค์จักรพรรดินีแห่งต้าโจวด้วยพระองค์เอง
ชิวฉานอี
ชื่อนี้โด่งดังไปทั่วทั้งราชวงศ์ต้าโจว
เธอคืออัจฉริยะแห่งยุคในหมู่คนรุ่นเยาว์ของต้าโจว บรรลุถึงขอบเขตผันแปรวิญญาณตั้งแต่อายุยังน้อย พรสวรรค์เรียกได้ว่าสูงเสียดฟ้า
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเชี่ยวชาญการนำทัพออกศึก ถูกองค์จักรพรรดินีส่งไปประจำการที่เมืองเสวียนอู่ทางตอนเหนือเพื่อต่อสู้กับเผ่าปีศาจ
เธอสร้างผลงานอันโดดเด่นเอาไว้มากมาย จนได้รับความชื่นชมและเคารพนับถือจากเหล่าทหารนับไม่ถ้วนในแดนเหนือ
แม้แต่ท่านพ่อบุญธรรมของฉินเป่ยลั่ว หรือก็คืออ๋องแห่งดินแดนฝ่ายเหนือ ยังประเมินชิวฉานอีไว้สูงลิ่วและเชื่อว่าภายในสิบปี ต้าโจวจะต้องมีเทพธิดาแห่งสงครามเพิ่มขึ้นอีกคนเป็นแน่
[โฮสต์ ชิวฉานอีคือธิดาแห่งโชคชะตา หลังจากแต่งงานกับเธอ ท่านจะได้รับรางวัลจากระบบ] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น เป็นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ของสตรีตามมาตรฐานเป๊ะ
“เออ รู้แล้วน่า รู้แล้ว” ฉินเป่ยลั่วตอบแบบขอไปที
วันนี้คือวันมงคลสมรสของเขากับชิวฉานอี
พิธีสามสารหกมงคล ของหมั้นสี่อย่างทองห้าชั่ง เกี้ยวแปดคนหาม ขบวนแห่สิบลี้ พิธีไหว้ฟ้าดิน...ขั้นตอนที่ซับซ้อนและน่าเบื่อพวกนี้เสร็จสิ้นไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่รอให้เขาไปเข้าหอเท่านั้น
ภายในตำหนักมีการเฉลิมฉลอง ด้านนอกก็คึกคักอย่างยิ่ง แขกเหรื่อเดินกันขวักไขว่ โต๊ะจัดเลี้ยงมีนับร้อยโต๊ะ
เมื่อได้ยินเสียงจอแจจากด้านนอก ฉินเป่ยลั่วก็คิดในใจ “จะแต่งงานอลังการตั้งแต่เริ่มเรื่องก็ดีอยู่หรอกนะ แต่หวังว่าจะไม่มีพล็อตทะลุมิติเกลื่อนตลาดแบบที่ต้องมาถูกบังคับถอนหมั้น หรือโดนนางเอกมองด้วยสายตาดูแคลนอะไรทำนองนั้นนะเว้ย…”
ขณะที่บ่นในใจ ฉินเป่ยลั่วก็จัดเสื้อผ้าหน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ไปด้วย
เมื่อมองดูใบหน้าที่หล่อเหลาของตัวเองในกระจก ร่างที่เขาทะลุมิติมานี้เหมือนกับชาติที่แล้วของเขาทุกกระเบียดนิ้ว ไม่เว้นแม้แต่รายละเอียดที่เล็กที่สุด ช่างเป็นความบังเอิญที่น่าทึ่งเสียจริง (นี่ไม่ใช่การทะลุมิติแค่ดวงวิญญาณ แต่เป็นร่างดั้งเดิมของตัวเอกเอง... อันนี้อธิบายไว้เฉย ๆ)
[โฮสต์ โปรดพยายามเข้า ท่านเหลืออีกเพียงก้าวเดียว นั่นคือการเข้าหอ ก็จะทำภารกิจสำเร็จแล้ว]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบอีกครั้ง ฉินเป่ยลั่วก็ตกอยู่ในภวังค์
จากความเข้าใจที่รวบรวมมาตลอดหลายวันที่ทะลุมิติมา เขารู้แล้วว่าโลกที่เขามาอยู่นี้เป็นแบบไหน
นี่คือโลกแฟนตาซี ที่ซึ่งมีเผ่าปีศาจอันแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัว มีผู้ฝึกตนที่เหาะเหินเดินอากาศและหายตัวลงดินได้ ทั้งยังมีสำนักและราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่มากมาย
ราชวงศ์ต้าโจวคือหนึ่งในราชวงศ์ที่ทรงอำนาจที่สุด ที่นี่แทบทุกคนล้วนฝึกตน และให้ความเคารพแก่ผู้ที่
ราชวงศ์ต้าโจวคือหนึ่งในราชวงศ์ที่ทรงอำนาจที่สุด ที่นี่แทบทุกคนล้วนฝึกตน และให้ความเคารพแก่ผู้ที่แข็งแกร่งเป็นที่สุด
สร้างกาย, หลอมปราณ, สร้างรากฐาน, ปราณแก่นทอง, จิตแรกกำเนิด, ผันแปรวิญญาณ, หลอมรวมสู่ความว่างเปล่า, หลอมรวมสรรพสิ่ง, ข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์, มหายาน
นี่คือสิบขอบเขตการบ่มเพาะที่ผู้ฝึกตนทั่วไปรู้จักกัน
ฉินเป่ยลั่วคือองค์ชายแห่งดินแดนชายแดนฝ่ายเหนือของราชวงศ์ต้าโจว มีฐานันดรศักดิ์สูงส่งและสถานะที่ไม่ธรรมดา
แต่โชคไม่ดีที่พรสวรรค์ของเขามันห่วยแตกสิ้นดี และระดับการบ่มเพาะของเขาก็อยู่แค่ขั้นเริ่มต้นของการหลอมปราณเท่านั้น!
ให้ตายสิ! ในฐานะองค์ชายแห่งดินแดนฝ่ายเหนือ เขามีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดวิเศษ สมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติ หรือเคล็ดวิชาชั้นยอดต่าง ๆ นานาที่คอยช่วยเหลือในการฝึกฝน
แต่ไม่ว่าจะโซ้ยยาเม็ดหรือสมบัติหายากเข้าไปมากแค่ไหน มันก็ไม่ช่วยให้การบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย พัฒนาการของเขาช่างเชื่องช้าราวกับหอยทากคลาน
ตัวเขาเป็นเหมือนหลุมดำที่ไม่มีก้นบึ้ง ยาเม็ดวิเศษ สมบัติล้ำค่า หรือวัตถุดิบหายากเหล่านั้นไม่เคยเติมเต็มมันได้เลย
อ๋องฝ่ายเหนือเคยเชิญยอดฝีมือมากมายมาวินิจฉัยอาการของฉินเป่ยลั่ว แม้กระทั่งตัวอ๋องฝ่ายเหนือเองซึ่งเป็นยอดฝีมืออันดับต้น ๆ ก็ยังจนปัญญาต่อปัญหาของฉินเป่ยลั่ว
ผู้ฝึกตนรุ่นราวคราวเดียวกับฉินเป่ยลั่วอย่างน้อย ๆ ก็ไปถึงขั้นปราณแก่นทองกันหมดแล้ว ส่วนพวกอัจฉริยะบางคนก็ทะยานไปถึงขั้นจิตแรกกำเนิดโน่นแล้ว
“พรสวรรค์การบ่มเพาะของฉันมันห่วยแตกขนาดนี้ คงต้องหวังพึ่งระบบเท่านั้นแล้วสินะ ยังไงก็ต้องหาทางทำภารกิจให้สำเร็จแล้วเอารางวัลจากระบบมาให้ได้ก่อน...” ฉินเป่ยลั่วคิดในใจ
ทำภารกิจของระบบให้สำเร็จก่อน แต่งงานกับชิวฉานอีให้ได้!
เป้าหมายของฉินเป่ยลั่วชัดเจนมาก
“ได้ฤกษ์มงคลแล้วเพคะ องค์ชาย เจ้าสาวรอท่านอยู่” ในตอนนั้นเอง เสียงเตือนอันนุ่มนวลก็ดังมาจากสาวใช้ที่อยู่นอกประตู
ฉินเป่ยลั่วรวบรวมความคิดและพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
พูดจบ เขาก็หันหลังและเดินจากไปพร้อมกับสาวใช้ของเขา
…
ภายในห้องนอนที่เงียบสงบและงดงาม
แสงเทียนที่ริบหรี่ส่องสว่างไปทั่วห้องนอนที่ถูกตกแต่งด้วยสีแดงสด ทำให้บรรยากาศดูเป็นมงคลเป็นพิเศษ
ที่หน้าเตียงนอน
สตรีในชุดแต่งงานสีเพลิงได้เปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามจนน่าทึ่ง เธอมีรัศมีที่เย็นชา คิ้วเรียวงามดุจภาพวาด ดวงตาสดใส ฟันขาวราวไข่มุก ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องดั่งหิมะ พร้อมด้วยรูปร่างที่อรชรอ้อนแอ้นและส่วนโค้งส่วนเว้าที่เย้ายวนใจอย่างยิ่ง
ชิวฉานอี!
ดวงตาของเธอสุกสว่างราวกับดวงดาว มองไปยังประตูด้วยความคาดหวังที่ซ่อนเร้นอยู่
“ทำไมเขายังไม่มาอีกนะ...” ชิวฉานอีขยับริมฝีปากสีแดงสดของเธอและเอ่ยขึ้นเบา ๆ
เธอรออยู่ในเรือนหอมานานแล้วและเริ่มจะรู้สึกเบื่อขึ้นมาหน่อย ๆ
ชิวฉานอีละสายตาแล้วเริ่มมองดูของตกแต่งในห้อง ในไม่ช้าเธอก็สังเกตเห็นกล่องขนมสวยงามหลายกล่องวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า เมื่อเธอเห็นกล่องขนมดอกกุ้ยฮวา ดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
ชิวฉานอีโบกมืออันบอบบางของเธอเบา ๆ ขนมดอกกุ้ยฮวาชิ้นหนึ่งก็ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ และร่อนลงบนฝ่ามือของเธอ
เธออ้าปากเล็กน้อยและรีบกินขนมดอกกุ้ยฮวาอย่างใจจดใจจ่อ แม้ท่าทีจะดูสง่างาม แต่กลับกินอย่างรวดเร็ว แก้มของเธอป่องขึ้นเล็กน้อยขณะเคี้ยว และในพริบตาเดียวก็กินหมดทั้งชิ้น
ชิวฉานอีเม้มริมฝีปากสีแดงสด แววตาที่สดใสของเธอฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย เมื่อเธอกำลังจะหยิบขนมดอกกุ้ยฮวาอีกชิ้น เธอก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบามาจากนอกประตู
หัวใจของเธอเต้นรัว และเธอก็รีบลุกขึ้นนั่งตัวตรงข้างเตียงทันที ดวงตาสุกใสของเธอจับจ้องไปยังประตูอย่างเงียบ ๆ
ประตูถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงแผ่วเบา
ฉินเป่ยลั่วเดินเข้ามา โดยมีสาวใช้ตามมาข้างหลัง
สายตาของฉินเป่ยลั่วจับจ้องไปที่ชิวฉานอี และเขาก็อดที่จะทึ่งไม่ได้
นี่มันหญิงงามล่มเมืองชัด ๆ
สาวใช้โค้งคำนับอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า “องค์ชาย องค์หญิง บ่าวจะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของทั้งสองท่าน บ่าวจะรออยู่ด้านนอกห้องโถงนะเพคะ”
พูดจบ สาวใช้ก็ปิดประตูให้อย่างรู้งานแล้วจากไป
ภายในห้อง
เหลือเพียงฉินเป่ยลั่วและชิวฉานอี ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะสบตากัน
ชิวฉานอีกะพริบตา ปักหลักจ้องมองฉินเป่ยลั่วไม่วางตา
ฉินเป่ยลั่วเองก็มองชิวฉานอีเช่นกัน ก่อนจะสังเกตเห็นว่าบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธอมีเศษขนมเล็ก ๆ ติดอยู่
ให้ตายสิ อยู่กันสองต่อสองกับเธอนี่มันโคตรจะอึดอัดเลยว่ะ
ฉินเป่ยลั่วกับชิวฉานอีไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย พวกเขาเคยเจอกันแค่ห่าง ๆ ไม่กี่ครั้งเท่านั้น แต่ตอนนี้...ความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับกลายเป็นสามีภรรยากันซะงั้น...
ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอีกครั้ง
[ตรวจพบธิดาแห่งโชคชะตา【ชิวฉานอี】 ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติของธิดาแห่งโชคชะตาได้ ต้องการตรวจสอบหรือไม่?]
“ตรวจสอบ”
ฉินเป่ยลั่วพึมพำในใจ จากนั้นแผงคุณสมบัติของชิวฉานอีก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ชื่อของธิดาแห่งโชคชะตา: ชิวฉานอี
ค่าโชค: 7129【ค่าสูงสุด 10,000】
ระดับบ่มเพาะ: ขั้นต้นของขอบเขตผันแปรวิญญาณ
กายาพิเศษ: กายากระบี่ต้าหลัวโดยกำเนิด
งานอดิเรก: ชอบกินของหวานเป็นพิเศษ
ค่าความชอบต่อโฮสต์: 90【ค่าเต็ม 100】
ฉินเป่ยลั่วถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อมูลจากระบบ
ข้อมูลอื่น ๆ น่ะ ฉินเป่ยลั่วพอจะเข้าใจได้อยู่หรอก แต่ไอ้ค่าความชอบนี่สิ...
ทำไมค่าความชอบของชิวฉานอีที่มีต่อผมมันถึงได้ตั้ง 90 คะแนนฟะ?!
ฉินเป่ยลั่วรู้กฎเกณฑ์การวัดค่าความชอบของระบบดี
โดยทั่วไปแล้ว ค่าความชอบเกิน 60 คะแนนก็ถือว่าดีมากแล้ว บ่งบอกว่าอีกฝ่ายมีความรู้สึกดี ๆ กับคุณอยู่ลึก ๆ
พอถึง 70 คะแนน ก็จะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปเป็นคนรักได้ไม่ยาก
ส่วน 80 คะแนน แทบจะหมายความว่าอีกฝ่ายรักเดียวใจเดียวและยอมตายแทนคุณได้เลย
แต่ค่าความชอบของชิวฉานอีที่มีต่อเขาเนี่ยนะ... มันปาเข้าไปตั้ง 90 คะแนนเลยเรอะ?!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?