41-42
41-42
ตอนที่ 41: หนึ่งตบสิบสี่?
ภาพหม่าเทียนหยุนถูกสอยร่วงในหมัดเดียว ทำเอาสมาชิกชมรมเทควันโดที่เหลือถึงกับสูดปากด้วยความเสียวสันหลังวาบ มองเย่ชวนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ถ้าตอนแรกพวกเขามองว่าหวงฮ่าวเทียนเล่นใหญ่เกินเบอร์เหมือนตลกคาเฟ่ แต่ตอนนี้ชักเริ่มคิดแล้วว่า... หรือท่านประธานของเราจะเก่งที่สุดในกลุ่มแล้ววะ?
เพราะอย่างน้อยพี่แกก็ยังยืนแลกหมัดได้ตั้งนานกว่าจะร่วง!
เย่ชวนมองหม่าเทียนหยุนที่ถูกหามออกไปอย่างทุลักทุเล เขาหมุนข้อมือแก้เมื่อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"เอาล่ะ... คนต่อไป"
น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับกำลังเรียกคิวตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับเย่ชวนตอนนี้ การจัดการพวกที่เหลือก็เหมือนทำเควสต์รายวันให้จบๆ ไป เขาขี้เกียจแม้แต่จะพ่นคำด่าให้เปลืองน้ำลาย
คนไหนไม่ได้ทำตัวกวนตีนมาก เขาก็จะสงเคราะห์ให้หลับสบายๆ แบบไม่เจ็บตัวมากนัก
แต่ยังไงก็ต้องโดนตบอยู่ดี
...
"นายออกไปดิ"
"บ้าเหรอ... เมื่อเช้ากินส้มตำมา ท้องไส้ปั่นป่วนว่ะ นายออกไปก่อนเลย"
สมาชิกชมรมที่เมื่อกี้ยังฮึกเหิมแย่งกันจะออกไปสั่งสอนเย่ชวน ตอนนี้กลับเกี่ยงกันเป็นพัลวัน ใครจะไปกล้าออกไปล่ะ? ขนาดรองประธานที่ว่าแน่ยังโดนหมัดเดียวจอด ขืนออกไปก็มีแต่ไปขายขี้หน้าเปล่าๆ
ไฟแค้นที่สุมอกเมื่อครู่มอดลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจแทน
เรื่องศักดิ์ศรีช่างหัวมันเถอะ ตอนนี้ห่วงสวัสดิภาพฟันหน้าตัวเองดีกว่า
"ถ้าพวกเอ็งไม่กล้าออกมาสักที... กรรมการ ว่าไง?" เย่ชวนหันไปถามกรรมการที่ยืนเหงื่อตกอยู่ข้างเวที
กรรมการกระตุกมุมปาก "เอ่อ... ถ้าชมรมเทควันโดไม่ส่งตัวแทนออกมา จะถือว่าสละสิทธิ์และเย่ชวนเป็นฝ่ายชนะนะครับ"
สมาชิกชมรมยังคงเงียบกริบ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่คนดูข้างล่างเริ่มโห่ฮาป่า
"เห้ย! ปอดแหกเหรอวะ? คนตั้งเยอะกลัวคนเดียวเนี่ยนะ?"
"กระจอกฉิบหาย! คืนเงินค่าตั๋วมาเลยนะโว้ย!"
"พวกมึงรับงานล้มมวยมารึไง? สิบกว่าคนกลัวหดหัวหมดเลยเหรอ?"
เสียงด่าทอจากรอบทิศทางปลุกสติของเหล่าสมาชิกชมรมให้ตื่นขึ้น ความจริงอันโหดร้ายกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง
เออว่ะ... พวกกูก็ลงเงินพนันไว้เหมือนกันนี่หว่า!
ถ้าแพ้ยกแก๊งแบบนี้ เงินค่าขนมเดือนนี้ปลิวหายไปกับสายลมแน่!
"เอาวะพวกเรา! นี่มันเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี... และเงินในกระเป๋าตังค์!" สมาชิกคนหนึ่งตะโกนปลุกใจ "เรามีกันตั้งสิบกว่าคน ผลัดกันขึ้นไปตัดกำลัง เดี๋ยวไอ้หมอนั่นก็หมดแรงตายไปเอง!"
"ท่านประธานกับรองประธานสละชีพไปแล้ว... ข้าขออาสาเป็นทัพหน้าเอง! พวกเอ็งตามมา!"
ชายหนุ่มผู้กล้าหาญกระชับสายคาดเอวสีดำแน่น ตะโกนกึกก้องเรียกขวัญกำลังใจ
"ข้า... จะไม่ยอมแพ้!"
เขาเดินอาดๆ ขึ้นเวทีด้วยท่าทางองอาจ แผ่นหลังกว้างใหญ่นั้นดูราวกับวีรบุรุษผู้เสียสละ
...
สามสิบวินาทีต่อมา
วีรบุรุษผู้กล้าคนนั้นก็นอนยิ้มร่าอยู่บนพื้นเวทีหลังจากโดนหมัดเดียวจอด มือข้างหนึ่งยื่นออกไปข้างหน้าอย่างมีความหมาย ราวกับจะส่งไม้ต่อให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์
"อย่า... หยุด... นะ..."
เพื่อนๆ: "..."
เย่ชวนมองคนที่นอนแอ้งแม้งอยู่แทบเท้าแล้วส่ายหน้า "ดราม่าฉิบหาย... รีบๆ เข้ามาให้จบๆ ได้ไหม กูจะรีบกลับบ้าน"
ป่านนี้นางฟ้าเซียนกระบี่ที่ห้องคงหิวโซแล้วมั้ง ไม่รู้ว่าแทะโต๊ะกินแทนข้าวไปรึยัง
"ฉันเอง!" เห็นเพื่อนรักลงไปนอนคุยกับพื้น สมาชิกอีกคนก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาด้วยความแค้น
"ฉันด้วย!"
หนึ่งคน สองคน... ดูเหมือนภาพการเสียสละของเพื่อนจะปลุกไฟนักสู้ในตัวพวกเขาให้ลุกโชน
"นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" แขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ถึงกับตาโต
พวกชมรมเทควันโด... ทำไมถึงขยันขึ้นไปแจกแต้มกันจังวะ?
คนเก่าเพิ่งร่วง คนใหม่ก็โดดขึ้นไปรับหมัดต่อทันที!
คนดูด้านล่างเริ่มมองด้วยสายตาว่างเปล่า
ชักเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าเย่ชวนเก่งเทพ หรือพวกชมรมเทควันโดมันกระจอกเกินเยียวยา
หรือว่าพวกมันนัดกันมาเล่นละครตบตา?
ดูไม่ออกโว้ย! งงไปหมดแล้ว!
พริบตาเดียว สมาชิกชมรมเหลือรอดอยู่แค่สองหน่อสุดท้าย คนหนึ่งกำลังจะลุกขึ้นสู้ แต่เพื่อนข้างๆ กลับคว้าแขนไว้
"เดี๋ยว! ข้างหน้านั่นมันนรกชัดๆ!"
เพื่อนคนที่ถูกรั้งหันมายิ้มเศร้าๆ "คู่หู... นายเชื่อในแสงสว่างไหม?"
เขาตบไหล่เพื่อนคนสุดท้ายเบาๆ "หลังจากฉันล้มลง เย่ชวนที่ต้องออกแรงชกฉันจะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด... ฝากด้วยนะ"
"นายคือแสงสว่างสุดท้ายของชมรมเรา"
สั่งเสียจบ เขาก็สะบัดหน้าเดินขึ้นเวทีไปอย่างเท่... แล้วก็โดนตบคว่ำในวินาทีต่อมา
...
"เอาล่ะ... คนต่อไป"
เย่ชวนนวดข้อมือ มองไปที่ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ยืนขาสั่นพั่บๆ อยู่ข้างเวที
"ฮี่ๆๆ มามะ... พี่รอไม่ไหวแล้วจ้ะ"
คนสุดท้ายสูดหายใจลึก กำหมัดที่สั่นระริกไว้แน่น
"สู้เขานะโว้ยยย!"
"อย่ายอมแพ้!"
"เย่ชวนมันหมดแรงแล้ว! จัดการมันเลย!"
เสียงเชียร์จากบรรดาคนเสียพนันดังกระหึ่ม หวังจะให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในนาทีสุดท้าย
"ฉันสัมผัสได้... พลังของทุกคน!" ชายคนสุดท้ายหลับตาพริ้ม ซึมซับเสียงเชียร์ ก่อนจะลืมตาโพลงจ้องเย่ชวนเขม็ง
"แกแข็งแกร่งมาก... แต่จบกันแค่นี้แหละ!"
เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย กระโดดตัวลอยปล่อยลูกถีบมหาประลัยเข้ากลางลำตัวเย่ชวน! ส่งร่างศัตรูกระเด็นไปกระแทกกำแพงจนลุกไม่ขึ้น!
"ชมรมเทควันโด... ชนะ!"
...นั่นคือสิ่งที่เขาจินตนาการไว้ในหัวสมอง
เพราะในความเป็นจริง...
ผัวะ!
หมัดของเย่ชวนกระแทกเข้าเต็มหน้าจนดั้งยุบ ภาพในหัวแตกสลายกลายเป็นดาวระยิบระยับ ร่างของเขาร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนตุ๊กตาผ้าที่ถูกตัดเชือก
ไอ้ฉากชนะเท่ๆ เมื่อกี้... มันก็แค่ฝันกลางวันก่อนโดนตบสลบเท่านั้นเอง
ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครอยากเชื่อสายตา
เรื่องจริงดิ?
หนึ่งคน ตบเรียบสิบสี่คน?
นี่มันสถิติระดับปีศาจชัดๆ! แม้แต่ประธานชมรมอื่นๆ ยังอ้าปากค้าง เริ่มระแวงว่ามีการจ้างล้มมวยจริงจัง
เย่ชวนชูหมัดขึ้นฟ้า ประกาศศักดาแห่งผู้ชนะ
"กรี๊ดดด! พี่เย่สุดยอดดด!" ลั่วซีกระโดดโลดเต้นดีใจอยู่คนเดียว ผมหางม้าสะบัดไปมา พอรู้ตัวว่าคนอื่นเงียบกริบ เธอก็รีบหดคอลงด้วยความเขิน
ทันใดนั้น เสียงคัดค้านก็ดังขึ้น
"ฉันไม่เชื่อ! พวกแกเล่นปาหี่กันชัดๆ!"
ประธานชมรมซานต่าลุกขึ้นชี้หน้าด่า "ขอฉันลองหน่อยเถอะ!"
เขาเองก็แทงฝั่งตรงข้ามเย่ชวนไปเยอะ ขืนยอมรับผลนี้มีหวังหมดตัว
ไม่ได้! ต้องทวงเงินคืน!
...
สามนาทีต่อมา
ประธานชมรมซานต่าลงไปนอนนับดาวอยู่ข้างๆ แก๊งเทควันโด
เย่ชวนมองข้ามร่างที่นอนแอ้งแม้ง แล้วกวาดสายตาไปรอบสนาม
"ยังมีใครอีกไหม?"
ตอนที่ 42: แต่งบ้านต้อนรับสาว
ยามสนธยา
แสงสีส้มฉาบทาทั่วเมืองคอนกรีต
หลังจบศึกดวลหมัด เย่ชวนเดินกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์ ขนาบข้างด้วยสองสาวต่างสไตล์ คนหนึ่งผมหางม้ายาวถึงเอวดูร่าเริง อีกคนผมสั้นประบ่าหน้าตายไร้อารมณ์
"ห้าพัน... บวกหมื่นสี่... คูณเจ็ดเท่า... อูย..."
อันซือหยูดีดลูกคิดในหัวอย่างรวดเร็ว "นี่ฉันต้องจ่ายนายตั้งหนึ่งแสนสามหมื่นสามพันเลยเหรอ?!"
รวมกับของลั่วซีอีกสามพัน... ก็แสนสามหมื่นหก!
"พี่เย่ขาาา~" อันซือหยูวิ่งเหยาะๆ มาเกาะแขนเย่ชวน ทำเสียงเล็กเสียงน้อย "ปัดเศษทิ้งได้ไหมคะ?"
1111
ถึงจะทำเสียงอ้อน แต่น้ำเสียงโมโนโทนหน้าตายของนางทำเอาคนฟังขนลุกซู่เหมือนโดนผีหลอก
"ใครใช้ให้เธอตั้งอัตราต่อรองคงที่แบบนั้นล่ะ"
เย่ชวนเหลมองยัยเศรษฐีขี้งก แล้วตอบสั้นๆ "ได้"
"เย้! งั้นฉันโอนให้สามพันพอนะ" อันซือหยูตาเป็นประกาย
"กูหมายถึงปัดเศษข้างหลังโว้ย!" เย่ชวนเขกหัวนางไปหนึ่งที
โป๊ก!
เสียงแน่นดีแท้
ไอ้เด็กนี่มันกะจะโกงซึ่งๆ หน้าเลยเรอะ!
"ชิ... กำไรหดหมดเลย" อันซือหยูเบะปาก
ที่จริงนางก็ได้กำไรจากพวกหมูสนามที่แทงฝั่งตรงข้ามมาเยอะอยู่หรอก แต่พอต้องมาเสียก้อนใหญ่ให้พวกเดียวกัน มันก็อดเสียดายไม่ได้นี่นา
แต่ก็นะ สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิท จะเบี้ยวก็คงน่าเกลียดเกินไป
"เออๆ รู้แล้วน่า" อันซือหยูกดโอนเงินให้เย่ชวนด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์
ลั่วซียิ้มหวาน "เสี่ยวหยู เธอคืนทุนให้ฉันแค่สามพันก็พอ ฉันเล่นขำๆ น่ะ"
อันซือหยูรีบกระโดดกอดลั่วซีแน่น สูดดมกลิ่นหอมของเพื่อนสาวฟอดใหญ่ แล้วหันมาทำตาปรือใส่เย่ชวน "เห็นไหมๆ ดูไว้นะไอ้หน้าเลือด นี่แหละคือนางฟ้าตัวจริง!"
"อีกสามพัน... เอามา" เย่ชวนแบมือทวงยิกๆ
"เออ!"
สุดท้ายอันซือหยูก็ยอมโอนยอดทั้งหมดให้ ทั้งของเย่ชวนและลั่วซี พอกดดูยอดเงินคงเหลือในบัญชีที่เหลืออยู่แค่ล้านกว่าๆ นางก็ถอนหายใจยาวเหยียด
"จนกรอบแล้วเนี่ย..."
สงสัยต้องไปอ้อนคุณปู่ขอค่าขนมเพิ่มซะแล้ว
เคลียร์บัญชีเสร็จ อันซือหยูก็เดินไปที่ข้างทาง สแกนปลดล็อครถไฟฟ้าคันจิ๋วทรง 'หัวปลาพริก' แล้วขับปุเลงๆ จากไป
พอเหลือกันแค่สองคน เย่ชวนหันไปถามสาวผมหางม้า "น้องลั่ว วันนี้โดดชมรมเหรอเรา?"
"ก็วันนี้พี่มีแข่งนี่นา ฉันก็ต้องมาเชียร์สิ" ลั่วซีตอบเสียงใส เอามือไขว้หลังแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "ว่าแต่... พี่เย่ไปแอบฝึกวิชาที่ไหนมา? ทำไมเก่งจัง?"
"ไม่ได้แอบฝึกหรอก... พอดีได้ระบบเทพทรูมาน่ะ มันแจกเงินแจกพลังให้ทุกวันเลย"
"บ้า... ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก" ลั่วซีทุบแขนเขาเบาๆ
ใครจะไปเชื่อเรื่องเพ้อเจ้อพรรค์นั้น แต่เอาเถอะ แค่เย่ชวนแข็งแรงขึ้น ไม่เจ็บออดๆ แอดๆ เหมือนเมื่อก่อน เธอก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว
"สุขภาพแข็งแรงสำคัญที่สุดนะ" ลั่วซีสะบัดผมหางม้า เอามือทัดผมแก้เขิน พลางยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
แต่แวบหนึ่ง แววตาของเธอก็หมองลงเมื่อนึกถึงอาการป่วยของแม่
เย่ชวนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนั้น จึงพูดขึ้นลอยๆ
"อ้อ... เรื่องยาที่บอกว่ากินแล้วหายป่วยน่ะ ฉันไม่ได้โม้นะ มันเป็นยาผีบอกสูตรลับตระกูลฉันเอง ได้ผลชะงัดนักแล บางที... อาจจะช่วยแม่ของเธอได้นะ"
ลั่วซีหยุดเดิน หันมามองเขาด้วยสายตาจริงจัง "พี่เย่... พูดจริงเหรอ?"
"คนอย่างป๋าเย่เคยโกหกน้องลั่วเหรอครับ?"
"งั้น... มียาอีกไหม?" ลั่วซีคว้าแขนเขาแน่น
"มี... แต่ต้องรอหน่อยนะ" เย่ชวนพยักหน้า
ยาเลือดกวางต้องรอให้ไป๋เฉียนซวงดรอปมาให้ หรือไม่ก็ต้องไปสุ่มหาในโหมดผจญภัย โอกาสได้ก็มีอยู่
"อื้อ! ฉันจะรอนะ!" ลั่วซียิ้มกว้างด้วยความหวัง
เย่ชวนมองรอยยิ้มนั้นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆ
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดิน ไหล่กระทบกันเบาๆ เป็นระยะ
"พี่เย่... ได้เงินมาตั้งเยอะ จะเอาไปทำอะไรเหรอ?" ลั่วซีชวนคุยแก้เขิน
"อืม... ก็คงเอาไปซ่อมบ้านก่อนแหละ ที่เหลือก็..."
เย่ชวนคิดถึงระบบเติมเงินในแอป ยิ่งเติมยิ่งเทพ ยิ่งเทพก็ยิ่งหาของดีๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะยาที่จะมารักษาตัวเองและคนรอบข้าง
"งั้น... พี่คงไม่ไปเกาะผู้หญิงกินข้าวแล้วใช่ไหม?" ลั่วซีถามเสียงอ่อย แอบลุ้นคำตอบ
"อืม"
"เย้..."
"ผู้หญิงจะไปสู้เงินได้ไง เงินหอมกว่าเยอะ"
"..." ลั่วซีชะงักกึก อยากจะเตะไอ้คนปากเสียสักป้าบ แต่ก็หลุดขำออกมา "ไอ้บ้า!"
"ไปกันเถอะ วันนี้ป๋าเย่เลี้ยงเอง! เอาซีฟู้ดร้านเดิมไหม?"
"เปลืองตังค์แย่... กินก๋วยเตี๋ยวหลอดหน้าปากซอยก็พอแล้วมั้ง?"
"ตามใจน้องลั่วเลยจ้ะ"
...
หลังส่งลั่วซีและกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปทุ่มกว่า
เย่ชวนเช็คสถานะในแอป เห็นว่าไป๋เฉียนซวงยังคงนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ แต่กองขนมที่วางไว้ให้เกลี้ยงถาดแล้ว
"อย่าเพิ่งไปกวนนางดีกว่า" เย่ชวนวางถุงขนมชุดใหม่ไว้หน้าประตูห้องนางอย่างรู้งาน
เขากลับมานั่งที่เตียงตัวเอง ดูยอดเงินในบัญชีที่พุ่งขึ้นมาเป็นหลักแสน
โอ้มายก๊อด...
สำหรับเด็กกำพร้าจนๆ อย่างเขา เงินก้อนนี้มันมหาศาลมาก แต่นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
แค่นางฟ้าคนเดียวก็ทำเงินได้วันละสี่พัน เดือนหนึ่งก็แสนกว่าแล้ว!
"ชีวิตดี๊ดี..." เย่ชวนผิวปากอย่างอารมณ์ดี กวาดตามองสภาพห้องเช่ารูหนูที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นอายุมากกว่าเขาซะอีก
ได้เวลาอัปเกรดฐานบัญชาการแล้วสินะ!
รื้อทำใหม่แม่งให้หมดเลย!
"เริ่มจากตรงไหนดีวะ?"
ทันใดนั้น มือถือในมือก็สั่นครืดคราด
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบยอดเงินคงเหลือถึงเกณฑ์ที่กำหนด!]
[ปลดล็อคฟีเจอร์ใหม่: โหมดสร้างและตกแต่งหอพัก!]
เย่ชวน: "..."
ไอ้ระบบหน้าเลือด... พอเห็นกูมีเงินเข้าหน่อย รีบเสนอหน้ามาสูบเลือดสูบเนื้อทันทีเลยนะ!