37-38
37-38
ตอนที่ 37: พวกแกต่างหาก ที่เป็นผู้ท้าชิง
"หา!? ไอ้เย่ชวนมันแทงตัวเองห้าพันเลยเหรอ?"
หลังจากอันซือหยูได้ยินข่าวนี้ นางก็ถึงกับเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"นี่หมายความว่า... หมอนั่นมั่นหน้าว่าจะชนะเหรอ?"
ผู้ชายคนนี้ไปเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนี้มาจากไหนกัน? นี่มันการดวลกับคนนับสิบ แถมคู่ต่อสู้ยังเป็นพวกมีวิชาติดตัว ถึงเทควันโดในมหาลัยจะเน้นโชว์ลีลามากกว่าใช้งานจริง แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาโข
ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกการ์ตูนโชเน็น แล้วตะโกนว่า 'เทวีสุริยา!' เพื่อปล่อยพลังล่ะก็... งานนี้คงต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยเลือดและน้ำตาแน่
เจ้าฮาจิมิเย่ชวน แทนที่จะห่วงว่าจะโดนหักขากี่ท่อน ดันมามั่นใจเกินเบอร์ซะงั้น
ลั่วซีรู้ดีว่าเพื่อนสาวกำลังสงสัยอะไร แต่เธอกลับหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่ลังเล "เสี่ยวหยู ฉันก็จะลงเดิมพันข้างพี่เย่เหมือนกัน จัดไปสามพัน!"
อันซือหยูตาโตเมื่อเห็นลั่วซีจะลงขันด้วย "เดี๋ยวๆ ไหนเธอบอกว่าเย่ชวนไม่น่ารอดไง? เงินสามพันนี่เธอต้องเก็บตั้งนานไม่ใช่เหรอ?"
ชัดเจนว่าคนที่ดูไม่มีความมั่นใจในตัวเย่ชวนที่สุดก็คือลั่วซี แล้วทำไมจู่ๆ ถึงพร้อมใจกันเอาเงินมาทิ้งเล่นแบบนี้ล่ะ?
แต่ก็นะ ถ้าอยากจะแจกเงินให้ใช้ฟรีๆ อันซือหยูก็ไม่ขัดศรัทธาหรอก
ลั่วซีรู้ทันความคิดเพื่อน แต่เธอเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ จนผมหางม้าแกว่งไกวไปมา
"ก็ในเมื่อพี่เย่เขาเชื่อมั่นในตัวเองขนาดนั้น ฉันในฐานะ... คนใกล้ชิด ก็ต้องสนับสนุนและเชื่อใจเขาด้วยสิ"
พูดจบ ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอก็หยีลงจนเป็นรูปสระอิด้วยรอยยิ้ม
โอ้โห... ผัวหาบเมียคอนกันดีเหลือเกินนะแม่คุณ
แน่นอนว่าอันซือหยูไม่ได้พูดประโยคนั้นออกไป เมื่อสัมผัสได้ถึงอานุภาพแห่ง 'รักแท้' ที่แผ่ออกมา นางก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "โอเค... เดี๋ยวฉันออกบิลให้"
ถ้างั้น... ไว้ตอนเย่ชวนโดนกระทืบจนน่วม นางค่อยแอบคืนเงินส่วนของลั่วซีให้ทีหลังก็แล้วกัน
ส่วนเงินห้าพันของเย่ชวนน่ะเหรอ...
ยึด!
โทษฐานที่ทำตัวเป็นตัวอย่างไม่ดี ชอบพาเด็กเสียคน
"อิอิ" ลั่วซียิ้มร่าอย่างมีความสุข
...
ตัดภาพมาที่เวทีประลอง
การปรากฏตัวของเย่ชวนดึงดูดสายตาของฝูงชนได้ชะงัดนัก หลายคนแปลกใจที่เขา 'กล้า' โผล่หัวมาจริงๆ
ถ้าในเว็บบอร์ดเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เย่ชวนดูเหมือนเกรียนคีย์บอร์ดที่เอาแต่ปากดี การที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ได้จริงๆ ก็ทำให้หลายคนเริ่มนนับถือในความกล้าบ้าบิ่นของเขาขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยก็ใจถึงกว่าพวกเก่งแต่หน้าจอ พอเจอของจริงแล้วหดหัวหายเงียบกริบ
"นึกไม่ถึงว่าแกจะกล้าโผล่หัวมาจริงๆ คิดไว้หรือยังว่าวันนี้จะยอมเสียขากี่ข้าง?" หวงฮ่าวเทียนแสยะยิ้มเย็นชาเมื่อเห็นเป้าหมาย เดินอาดๆ เข้ามาประจันหน้า
เย่ชวนมองหวงฮ่าวเทียนด้วยสายตาประหลาดใจ จ้องจนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกขนลุก ผ่านไปไม่กี่วินาที เขาก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วโพล่งออกมาว่า
"มึงนี่ก็แปลกคน คราวก่อนโดนกูตบคว่ำไปแล้วไม่ใช่เหรอ? จะมาแอ๊บเก่งทำซากอะไร?"
เย่ชวนทำมือเป็นรูปปูหนีบๆ ยั่วโมโห "กากก็ไปฝึกมาใหม่... ถ้าแพ้แล้วพาล ก็อย่ามาเล่น!"
"โดนกูตบลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้วยังจะมาเห่าอีกนะ... ไอ้หนูหวง"
"ฮือฮา—!!"
ประโยคเด็ดของเย่ชวนทำเอาทั้งสนามแตกตื่น เสียงวิจารณ์ดังอื้ออึง หลายคนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า 'เออว่ะ เมื่อวันก่อนคนที่โดนตบคว่ำมันคือหวงฮ่าวเทียนนี่หว่า' แล้วทำไมวันนี้มันถึงกล้ามาเก๊กหล่อใส่เขาได้ล่ะ?
ต่อให้เย่ชวนสู้คนทั้งชมรมเทควันโดไม่ไหว แต่เขาก็ไม่ได้แพ้หวงฮ่าวเทียนสักหน่อย เผลอๆ ประธานชมรมต่างหากที่สู้เย่ชวนไม่ได้
หวงฮ่าวเทียนชะงักกึก หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความอับอาย "ไอ้เชี่ย! มึง..."
"มึงคอยดูเถอะ! กูจะกระทืบมึงให้ร้องเรียกป๋าแทบไม่ทัน!" หวงฮ่าวเทียนทนความอัปยศนี้ไม่ไหว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากเพราะโดนเย่ชวนปั่นประสาทจนสติหลุด
สมาชิกชมรมคนอื่นๆ เห็นท่าไม่ดี รีบกรูเข้ามาล็อคตัวลูกพี่ไว้ "พี่ฮ่าวเทียน! ใจเย็นๆ พี่! การประลองจะเริ่มแล้ว ขืนลงมือตอนนี้เดี๋ยวชาวบ้านจะครหาเอาได้!"
เมื่อโดนลูกน้องรุมดึงสติ หวงฮ่าวเทียนก็พยายามสงบสติอารมณ์ เขาถลึงตาใส่เย่ชวนอย่างอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!"
"ฝากอะไร? ฝากให้กูกระทืบเหรอ?" เย่ชวนยิ้มกวนตีน "ไม่ยักรู้ว่านายเป็นพวกชอบความเจ็บปวดนะเนี่ย"
"มึง!"
"พี่ฮ่าวเทียน! เย็นไว้พี่ เย็นไว้!"
หลังจากหวงฮ่าวเทียนที่กำลังคลั่งถูกลากตัวออกไป เย่ชวนก็ส่ายหัวอย่างระอา เขายืนรอสักพัก ก็เห็นกลุ่มคนเดินเข้ามานั่งประจำที่ในตำแหน่งผู้ตัดสิน
พิธีกรหนุ่มหน้าตาดีเดินถือไมค์ขึ้นมากลางเวทีด้วยรอยยิ้มการค้า
"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าวันนี้คนจะเยอะขนาดนี้! สวัสดีเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่แมตช์กระชับมิตร... หรือเปล่านะ? ของชมรมเทควันโด!"
"ผู้เข้าแข่งขันวันนี้ นำทีมโดยประธานชมรม หวงฮ่าวเทียน และสมาชิกยอดฝีมืออีกกว่าสิบชีวิต!"
"และ..."
"ผู้ท้าชิง... เย่ชวน!"
"เดี๋ยว" ยังไม่ทันที่พิธีกรจะพูดจบ เย่ชวนก็ยกมือขัดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ
"นักศึกษาเย่ชวน มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?" พิธีกรมองมาด้วยความงุนงงที่โดนเบรกกลางอากาศ
"มึงพูดผิดแล้ว" เย่ชวนชี้ไปทางฝั่งชมรมเทควันโด "ไอ้พวกนั้นน่ะ มันคือขี้แพ้ที่เคยโดนกูตบมาแล้วทั้งนั้น"
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยม
"พวกแกต่างหาก... ที่เป็นผู้ท้าชิง!"
สมาชิกชมรมเทควันโดถึงกับเอ๋อรับประทาน ฝั่งคนดูก็เงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาดังสนั่นยิ่งกว่าเดิม
"เชี่ยยย! ไอ้หมอนี่มันโคตรเอาว่ะ! นึกว่าเก่งแต่ในเน็ต ที่ไหนได้ตัวจริงแม่งห้าวกว่าอีก!"
"โคตรตึง! เย่ชวน ถ้าเอ็งล้มพวกมันได้เกินสามคน กูยกให้เป็นลูกพี่ใหญ่แห่งวิทยาลัยหยินซานเลย!"
"เอ๊ะ... พอมองดีๆ เย่ชวนก็หล่อใช้ได้เลยนะเนี่ย?"
"จริงแก ผิวขาวเนียนอย่างกับลูกคุณหนู ทำเอาฉันที่เป็นชายแท้มา 20 ปีใจเกือบเป๋เลยว่ะ"
เสียงวิจารณ์ดังเซ็งแซ่ ในขณะที่ฝั่งเทควันโดแทบอยากจะกระโดดขึ้นไปฉีกอกเย่ชวนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ละคนตะโกนด่าทอสาปแช่งมาจากด้านล่างเวที
มันจะหยามกันเกินไปแล้ว! มันเอาความมั่นหน้ามาจากไหนนักหนาวะ!
พิธีกรเห็นท่าทีดุเดือดของฝั่งเทควันโดก็รีบปาดเหงื่อ ไอ้เด็กนี่มันไม่กลัวตายเลยจริงๆ กล้ายั่วโมโหหมาหมู่ขนาดนี้
"อะ... โอเคครับ งั้นแก้เป็น... ผู้ท้าชิงคือ ชมรมเทควันโด!"
"ต่อไปขอแนะนำแขกรับเชิญพิเศษ..." แขกเหล่านั้นคือประธานจากชมรมต่อสู้อื่นๆ เช่น ยูโด, ซานต่า ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน
"เอาล่ะ การประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีปัญหาอะไรอีกไหมครับ?" พิธีกรถามตามธรรมเนียม
"ไม่มี!" หวงฮ่าวเทียนกัดฟันตอบ แทบจะรอขย้ำเหยื่อไม่ไหวแล้ว
"กูมี" เย่ชวนยกมือขึ้นอีกครั้ง
มึงจะมีปัญหาอะไรนักหนาวะ!
พิธีกรเริ่มชักสีหน้าด้วยความรำคาญ ถามส่งๆ ไปว่า "ครับ คุณเย่ชวน?"
คนดูเริ่มซุบซิบกัน หรือว่าไอ้หมอนี่จะปอดแหกนาทีสุดท้าย?
"ค่าสมัครไง คนละพัน... พวกเอ็งคงไม่ได้ลืมใช่ไหม?" เย่ชวนทวงยิกๆ พลางมองไปทางหวงฮ่าวเทียน
ค่าสมัคร?
หวงฮ่าวเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า... เออว่ะ เหมือนจะมีเรื่องนี้อยู่
ตอนที่เย่ชวนปากดีในเว็บบอร์ด มันเคยบอกไว้ว่า ใครจะท้าสู้ต้องจ่ายคนละพันหยวน
ตอนที่ 38: ส่งมือถือมึงมานี่
หนึ่งพันหยวนค่าสมัคร...
หวงฮ่าวเทียนได้สติกลับมา แต่ปัญหาก็คือ เงินสองหมื่นในกระเป๋าเขาเทหมดหน้าตักไปกับการพนันแล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้เย่ชวน? อีกอย่าง เขาไม่เคยคิดจะจ่ายเงินบ้าๆ นี่แต่แรกอยู่แล้ว กะว่าพอขึ้นเวทีได้ก็ซัดให้มันร่วง เรื่องเงินก็คงลืมๆ กันไป
เขากระตุกมุมปาก ยิ้มเยาะ "เดี๋ยวค่อยจ่ายทีหลัง"
แน่นอนว่าคำว่า 'ทีหลัง' ของหวงฮ่าวเทียนคือ 'ไม่มีวันจ่าย' รอให้เย่ชวนโดนกระทืบเละเป็นโจ๊กก่อนเถอะ ใครจะไปสนใจทวงเงิน
เย่ชวนทำท่าตกใจตาโต แล้วตะเบ็งเสียงดังลั่น "โอ้โห! นี่พวกเอ็งเป็นคนประเภทไหนเนี่ย? ขนพวกมาเป็นสิบจะมาขอโดนตบฟรีๆ? หรือว่าชมรมเทควันโดถังแตกจนเงินแค่นี้ก็ไม่มีปัญญาจ่าย?"
คำพูดของเย่ชวนเรียกสายตาประชาชีให้หันมามองเป็นตาเดียว เล่นเอาหวงฮ่าวเทียนยืนตัวแข็งทื่อ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ฟังดูแล้ว... มันก็ทุเรศจริงๆ นั่นแหละ
รับปากเขาแล้วว่าจะจ่าย พอจะเริ่มแข่งดันเบี้ยวหน้าด้านๆ ซะงั้น จะโกงกันดื้อๆ เลยรึไง
หน้าของหวงฮ่าวเทียนเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด เย่ชวนเล่นงานเขาจนดูเหมือนพวก 18 มงกุฎข้ามชาติเข้าไปทุกที
"เอามือถือมึงมานี่" เย่ชวนเห็นอีกฝ่ายยืนเอ๋อ ก็แบมือกระดิกนิ้วยิกๆ
"จะทำอะไร?" หวงฮ่าวเทียนถามเสียงขุ่น
"เฮ้อ... เห็นน้องขัดสน ป๋าเลยจะช่วยทำเรื่องกู้ให้" เย่ชวนฉีกยิ้มกว้าง ดูใจดีประหนึ่งเทวดามาโปรดสัตว์
"เชี่ยไรวะ?" หวงฮ่าวเทียนที่พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรแทบจะสำลักน้ำลาย แต่คำพูดของเย่ชวนก็เตือนสติเขาได้... เออ กู้ก็ได้นี่หว่า
เขาถลึงตาใส่เย่ชวน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเช็ควงเงินในอาลีเพย์ เห็นว่ายังมีเครดิตเหลืออยู่ห้าหมื่น ก็กัดฟันกดถอนเงินสดออกมาทั้งหมด
"สแกนมา!"
เย่ชวนควักมือถือตัวเองออกมาอย่างไว หน้าจอสว่างวาบพร้อมคิวอาร์โค้ดรับเงินเตรียมไว้เสร็จสรรพ
หวงฮ่าวเทียนถึงกับหน้ามืด... ไอ้เวรนี่มันเตรียมการมาปล้นชัดๆ
ติ๊ง! เงินเข้าหนึ่งหมื่นสี่พันหยวน เย่ชวนมองตัวเลขในบัญชีแล้วยิ้มแก้มปริ
ยุคนี้สมัยนี้ ยังมีคนยอมจ่ายเงินจ้างคนอื่นมากระทืบตัวเองอีกแฮะ โลกมันอยู่ยากจริงๆ
ส่วนหวงฮ่าวเทียนมองยอดเงินคงเหลือสามหมื่นกว่าหยวนด้วยความปวดใจ แต่พอนึกแผนเด็ดได้ เขาก็หันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม "ไป! เอาเงินที่เหลืออีกสามหมื่นหกไปแทงฝั่งเราให้หมด!"
เดี๋ยวพอชนะพนัน เงินที่เสียไปมันก็จะได้คืนมาทบต้นทบดอก
ถือซะว่าหมื่นกว่าหยวนนี่เป็นค่าทำขวัญล่วงหน้าให้เย่ชวนก็แล้วกัน
"รับทราบครับพี่!"
ฝ่ายเย่ชวนเห็นหวงฮ่าวเทียนเทหมดหน้าตักแบบนั้น เขาก็ไม่รอช้า โอนเงินหนึ่งหมื่นสี่พันหยวนที่เพิ่งรีดไถได้ส่งไปให้อันซือหยูทันที เพื่อแทงข้างตัวเองเพิ่ม
"โฮ่?" อันซือหยูที่นั่งอยู่ข้างล่างมองยอดเงินเข้าอีกเกือบห้าหมื่นแล้วก็ถูมือยิกๆ อย่างชอบใจ
"ไม่เลวเลยนะเย่ชวน เดี๋ยวตอนนายไปนอนหยอดน้ำข้าวที่โรงพยาบาล ฉันจะซื้อกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมก็แล้วกัน"
ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่เอาเงินมาโปรยเล่นนะจ๊ะ
...
หลังจากเคลียร์เรื่องเงินเสร็จ หวงฮ่าวเทียนก็สูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้คงที่ "ได้เงินแล้ว พอใจรึยัง?"
"พอใจสิ ใครจะขึ้นมาโดนตบเป็นคนแรก?" เย่ชวนปัดมือไปมาเหมือนเพิ่งจับของสกปรก ถามหน้าตาย
หวงฮ่าวเทียนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หันไปมองทางพิธีกรแล้วพยักหน้า ส่งสัญญาณว่า 'กูจะลุยเอง'
เขาคันไม้คันมืออยากจะกระทืบเย่ชวนให้จมธรณีจะแย่อยู่แล้ว
การประลองครั้งนี้มีการเซ็นสัญญาไว้แล้ว ไม่ว่าจะบาดเจ็บแค่ไหนก็ห้ามเอาความ หวงฮ่าวเทียนยังแอบยัดเงินใต้โต๊ะกรรมการไว้ด้วย งานนี้กะเอาให้ปางตาย ขอแค่ไม่ถึงกับตายคาเวทีก็พอ
"หึๆ" แค่นึกภาพเย่ชวนนอนจมกองเลือด มุมปากของเขาก็กระตุกยิ้มไม่หุบ
"ขอเชิญทั้งสองฝ่ายเตรียมตัว!"
กรรมการส่งสัญญาณ เย่ชวนและหวงฮ่าวเทียนเดินมาประจำที่กลางเวที
ด้านล่างเวที พิธีกรหันไปสัมภาษณ์แขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ "ท่านประธานชมรมทั้งหลาย คิดว่าใครจะชนะครับ?"
"ผมเคยซ้อมมือกับหวงฮ่าวเทียนครับ แม้เทควันโดของเขาจะสู้ยูโดไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีของพอตัว" ประธานชมรมยูโดส่ายหน้า "ผมไม่คิดว่าคนธรรมดาอย่างเย่ชวนจะเอาชนะเขาได้หรอกครับ"
ประธานชมรมคาราเต้ก็พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ครับ ไอ้หนุ่มเย่ชวนนั่นดูไม่มีกล้ามเนื้อของนักสู้เลย ถึงคราวที่แล้วจะฟลุ๊คชนะมาได้เพราะลอบกัด แต่ปาฏิหาริย์มันไม่มีบ่อยๆ หรอก"
ประธานชมรมซานต่าหัวเราะร่า "งานนี้ศพไม่สวยแน่ไอ้น้อง!"
บนเวที หวงฮ่าวเทียนได้ยินเสียงวิจารณ์เข้าข้างตัวเองเต็มประตู ก็แสยะยิ้มเหยียดหยาม "รู้หรือยังว่าทำไมไม่มีใครเชียร์แก?"
"ฉันเป็นถึงแชมป์เทควันโดระดับเมือง และกำลังจะไปแข่งระดับมณฑล ไอ้ลูกไม้ปาหี่ของแกมันใช้บนเวทีจริงไม่ได้หรอกเว้ย!"
เย่ชวนเลิกคิ้วสูง ทำหน้าสงสัยสุดขีด "ระดับเมืองมันกระจอกขนาดนั้นเลยเหรอ? ขนาดคนป่วยอย่างกูยังสู้ไม่ได้... แบบนี้เอาหมามาแข่งแทนก็ได้มั้ง"
"แม่มึงสิ?!" หวงฮ่าวเทียนโดนด่าเจ็บจี๊ด นัยน์ตาลุกเป็นไฟ
ปากไอ้หมอนี่มันเคลือบยาพิษรึไงวะ! กัดเจ็บฉิบหาย!
"จะเริ่มได้รึยังวะ!" หวงฮ่าวเทียนตะโกนใส่กรรมการ หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ
"เริ่มได้!"
กรรมการนับถอยหลัง "สาม... สอง... เริ่ม!"
ทันทีที่สัญญาณเริ่มดังขึ้น หวงฮ่าวเทียนกลับไม่ได้พุ่งเข้าไปด้วยความบ้าคลั่ง เขายังจำบทเรียนตอนโดนคว่ำครั้งก่อนได้ดี จึงระวังตัวแจไม่ให้โดนลูกไม้ตุกติกของเย่ชวนเล่นงานอีก
ขืนโดนตบหลับกลางอากาศอีกรอบ มีหวังต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินแน่
เขากระชับสายคาดเอวสีดำแน่น บ่งบอกถึงศักดิ์ศรีของประธานชมรม
เย่ชวนมองดูท่าทีระมัดระวังตัวแจของอีกฝ่ายด้วยความขบขัน เขายืนนิ่งๆ ท่าทางสบายๆ ไม่แม้แต่จะตั้งการ์ดป้องกันตัวด้วยซ้ำ
"ย้าก!"
หวงฮ่าวเทียนเห็นเย่ชวนยืนบื้อเป็นเป้านิ่ง ก็สบโอกาสพุ่งเข้าใส่ ระยะนี้แหละสวย! เขาหมุนตัวส่งลูกเตะตัดลำตัวเข้าใส่เต็มแรง!
นี่คือท่าหากินของเทควันโด รวดเร็ว รุนแรง และระยะไกล หวงฮ่าวเทียนมั่นใจว่าดอกนี้โดนเข้าไป เย่ชวนต้องกระดูกซี่โครงร้าวแน่นอน!
ลูกเตะที่ทรงพลังและรวดเร็วในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับเย่ชวน... มันช้าเป็นภาพสโลว์โมชั่น
เขายืนนิ่งไม่ไหวติง ในใจแค่นหัวเราะ
'โทษทีว่ะไอ้น้อง พี่มันสายเซียน'
เย่ชวนโคจรพลังปราณไปที่ฝ่ามือ แล้วยื่นมือออกไปคว้าข้อเท้าของหวงฮ่าวเทียนดื้อๆ
หวงฮ่าวเทียนเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะในใจ
'ไอ้โง่! คิดจะใช้มือเปล่ารับลูกเตะเนี่ยนะ?'
แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้ไม่ถึงวินาที ก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ข้อเท้า และความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากมือคู่นั้น
มือของเย่ชวนเหมือนคีมเหล็กกล้า ล็อคขาเขาไว้แน่นจนขยับไม่ได้!
"อะไรวะเนี่ย?!!!"
ไม่ใช่แค่หวงฮ่าวเทียน คนดูด้านล่างก็ตาค้างกันเป็นแถบ
'เฮ้ย! รับได้จริงดิ? ลูกเตะแรงขนาดนั้น รับด้วยมือเดียวเนี่ยนะ?'
หวงฮ่าวเทียนพยายามกระชากขาคืน แต่ก็เปล่าประโยชน์ ขาเขาเหมือนถูกหล่อติดกับปูนซีเมนต์
เย่ชวนฉีกยิ้มมุมปาก ออกแรงกระตุกแขนเพียงนิดเดียว ร่างของหวงฮ่าวเทียนก็เสียหลักถลาเข้ามาหา... จังหวะนี้แหละ!
เย่ชวนหมุนตัว เอาไหล่กระแทกเข้าที่อกอีกฝ่ายเต็มรัก!
ปึก!!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น หวงฮ่าวเทียนปลิวละลิ่วเหมือนว่าวสายป่านขาด กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นเวทีหลายตลบ
เย่ชวนไม่จบแค่นั้น เขาขยับไหล่ซ้ายขวาทำท่า 'ท่าไม้ตายไหล่กระแทก' ใส่ลมโชว์อีกสองที แล้วผายมือออกไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าสุดกวน
"วิถีแห่งไก่... โปรดชี้แนะ"
หวงฮ่าวเทียนตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความช็อก
แรงช้างสารขนาดนี้... มันเป็นคนแน่เหรอวะ?!!!!!