เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

33-34

33-34

33-34


บทที่ 33: ระบบบอทฝึกตนอัตโนมัติ

เย่ชวนลองกดใช้ผลึกวิญญาณในแอปพลิเคชันดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทันใดนั้นไอคอนก็สว่างวาบขึ้นมา

ใช้ได้จริงด้วยแฮะ!

เปิดใช้งานผลึกวิญญาณสำเร็จ: ระบบเริ่มเดินลมปราณอัตโนมัติ คาดว่าจะดูดซับพลังงานทั้งหมดและทะลวงสู่ 'ระดับกลั่นลมปราณ ขั้นกลาง' ภายใน 24 ชั่วโมง

สิ้นเสียงแจ้งเตือน เย่ชวนรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนโทรศัพท์โหมดสั่น คัมภีร์วิชาเริ่มหมุนติ้วด้วยความเร็วสูง ดูดซับพลังงานจากผลึกวิญญาณแล้วกลั่นเป็นพลังปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง

อารมณ์เหมือนตัวเองกลายเป็นเคสคอมพิวเตอร์ที่มีพัดลมระบายความร้อนหมุนติ้วๆ อยู่ข้างในยังไงยังงั้น

เขารีบเช็กสเตตัสตัวเองทันที

[ชื่อ: เย่ชวน]

สถานะ: กำลังปล่อยบอทฝึกฝน เร่งความเร็วด้วยผลึกวิญญาณ... ระยะเวลาที่เหลือจนกว่าจะเลื่อนระดับ: 1 วัน ขึ้นอยู่กับทักษะ รากปราณ และกายา

จากเจ็ดวันเหลือแค่วันเดียว!

ของโคตรดี! รู้งี้หน้าด้านค้นต่ออีกสักหน่อยเผื่อได้มาอีกสักก้อน

คิดแล้วเย่ชวนก็เหลือบมองยอดเงินในบัญชี ตอนนี้ยังมีเงินเหลือพอให้ละลายเล่นอีกหลายรอบ แถมพรุ่งนี้ก็จะมีเงินโอนเข้ามาอีกสี่พัน

"สุ่มกายาก็ใช้เงิน สุ่มรากปราณก็ใช้เงิน จะออกไปผจญภัยก็ต้องใช้เงิน" เย่ชวนบ่นพึมพำพลางหรี่ตามองหน้าจอ

เดี๋ยวนะ... มันชักจะแปลกๆ

เหมือนระบบแม่งจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อทุกทางเลยนี่หว่า ยิ่งรวยยิ่งจน หาได้เยอะก็จริง แต่รายจ่ายแม่งเยอะกว่า!

แต่พอนึกถึงของรางวัลยั่วตาล่อใจ เขาก็ตัดสินใจยอมเป็นทาสระบบอีกสักรอบ

เอาวะ! พันเดียว! จัดไป!

เย่ชวนกดจ่ายเงินค่าผ่านทางเข้าสู่โหมดผจญภัยตัวอักษรทันที

[จุดลงจอด: ทวีปเทียนเสวียน]

[คุณโผล่มาที่หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในทวีปตงหัวเสินโจว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูกโชยออกมาจากในหมู่บ้าน คุณจะเลือก...]

เดจาวูชอบกลแฮะ

เย่ชวนขมวดคิ้ว คงไม่ใช่ไอ้หมาป่าตัวเดิมมาดักตบเกรียนหรอกนะ?

ช่างเถอะ หนีก่อนดีกว่า

[คุณเลือกที่จะไม่เข้าไปในหมู่บ้าน แต่หันหลังกลับไปพบว่าเป็นหน้าผาสูงชันเสียดฟ้า คุณจะเลือก...]

[1. ตะโกนว่า 'ข้าคือลูกผู้ชาย!' แล้วโดดลงไปเผื่อเจอคัมภีร์ลับใต้หน้าผา]

[2. ลองใช้พลังระดับกลั่นลมปราณเหาะข้ามไป]

[3. กลับเข้าหมู่บ้าน]

เย่ชวนถึงกับกำหมัด

ข้างหลังเหว ข้างหน้าดงโจร

"เยี่ยม! ไม่ต้องให้ทางรอดกันเลยใช่ไหม?" เย่ชวนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก อยากจะปรบมือให้ความกวนตีนของคนเขียนบทเกมนี้จริงๆ

เอาวะ เข้าก็เข้า

แม้จะเสียดายเงินพันนึง แต่เทียบกับโดดหน้าผาตายอนาถ เข้าไปวัดดวงในหมู่บ้านน่าจะมีโอกาสรอดมากกว่า

เผื่อจะไม่ใช่ไอ้หมาเวรนั่น

[คุณตัดสินใจหันหลังกลับเดินเข้าหมู่บ้าน ภาพที่เห็นคือซากศพชาวบ้านนอนเกลื่อนกลาด ชายชุดดำนับสิบคนกำลังปล้นฆ่าอย่างโหดเหี้ยม คุณจะเลือก...]

[1. ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ]

[2. ค้นศพหาของมีค่า]

[3. หาจังหวะชิ่งหนี]

ค้นศพ?

ตัวเลือกนี้มันล่อตาล่อใจชาวงกอย่างเย่ชวนเหลือเกิน แต่พอลองคิดดู ชาวบ้านตาดำๆ จะมีสมบัติอะไรให้ปล้นวะ?

สู้ตบเกรียนพวกโจรน่าจะได้ของดีกว่า

[คุณเลือกที่จะสวมบทฮีโร่! แม้พวกชุดดำจะมีฝีมือ แต่ก็เป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา คุณชักกระบี่เดินลมปราณไล่ฟันพวกมันล้มกลิ้งเป็นลูกขนุน เหล่าโจรที่เหลือรอดเห็นคุณใช้ 'วิชาเซียน' ก็รีบขู่ฟ่อ: "พวกข้าคือคนของค่ายโจรลมทมิฬ! ที่มีสำนักเฉียนหยวนหนุนหลังอยู่!" คุณจะเลือก...]

1. ประกาศศักดา: โปรดระบุชื่อ

[2. ฆ่าล้างโคตรไม่ให้เหลือ]

[3. ก้มกราบขอขมา]

หือ?

กล้าขู่คนที่เก่งกว่าเนี่ยนะ? สมองมีปัญหารึเปล่าพวกนี้

เย่ชวนยิ้มมุมปาก นิ้วรัวแป้นพิมพ์ด้วยความหมั่นไส้ เลือกข้อแรกแล้วกรอกชื่อลงไป

[คุณประกาศก้อง: "ข้าคือ หวงฮ่าวเทียน แห่งสำนักชิงอวิ๋น!" พวกโจรได้ยินชื่อสำนักชิงอวิ๋นก็หน้าซีดเผือด ร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัวก่อนจะแตกฮือหนีไป คนละทิศละทาง คุณจัดการพวกที่เหลือได้บางส่วน แต่ก็มีบางส่วนหนีรอดไปได้ คุณจะเลือก...]

[1. ไล่ล่าพวกปลาซิวปลาสร้อย]

[2. อยู่คุยกับชาวบ้านที่รอดชีวิต]

เย่ชวนเลือกข้อสองแบบไม่ลังเล

[คุณเลือกที่จะพูดคุยกับชาวบ้านที่เหลือรอด แต่พวกเขากลับมองคุณด้วยความหวาดกลัว คุณพบชายชราที่ดูเหมือนหัวหน้าหมู่บ้านหลบอยู่ในมุมมืด จึงได้รู้ความจริงว่า 'สำนักชิงอวิ๋น' คือสำนักมารชื่อดังที่ใครๆ ก็ขยาด นั่นเป็นเหตุผลที่ชาวบ้านกลัวคุณ คุณจะเลือก...]

[คุณเลือกที่จะอธิบายความจริง แม้หัวหน้าหมู่บ้านจะยังระแวง แต่สุดท้ายก็ยอมเชื่อใจ เขาบอกว่าพวกโจรมาที่นี่เพื่อตามหา 'สมบัติล้ำค่า' ของหมู่บ้าน เพื่อความปลอดภัย เขาจึงตัดสินใจมอบสมบัตินั้นให้คุณดูแล คุณจะเลือก...]

[1. รับไว้ด้วยความยินดี]

[2. ปฏิเสธอย่างสุภาพบุรุษ]

รับดิครับ!

ของฟรีใครจะไม่เอา!

[คุณรับสมบัติชิ้นนั้นมา มันคือจี้หยกโบราณที่สลัก 'ค่ายกลรวบรวมวิญญาณขนาดเล็ก' เอาไว้ สามารถช่วยเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้]

[ทว่า... ในจังหวะที่คุณกำลังชื่นชมของฟรี หัวหน้าหมู่บ้านก็ฉวยโอกาสที่คุณเผลอ เงื้อขวานจามเข้าที่คอหอยของคุณเต็มแรง!]

[“เจ้าน่ะ... มันก็เลวระยำไม่ต่างกัน!” เสียงอาฆาตดังขึ้นก่อนสติคุณจะดับวูบ แท้จริงแล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็เป็นผู้ฝึกตนระดับ 'ปรับพื้นฐาน' เช่นกัน ที่เขาซ่อนตัวเมื่อกี้เพราะกลัวว่าในกลุ่มโจรจะมีเซียนปนอยู่]

[คุณตายแล้ว]

[การผจญภัยจบลง... จำนวนไอเทมที่นำกลับมาได้: 1 ชิ้น]

ฮะ!?

เย่ชวนนั่งอึ้งกิมกี่ ปรับอารมณ์ไม่ทันกับบทหักมุมระดับออสการ์

ไอ้แก่หัวหน้าหมู่บ้านนั่น... อยู่ดีๆ ก็ลุกมาฟันคอซะงั้น?

โลกนี้มันเถื่อนชิบหาย! หาคนดีๆ ไม่เจอเลยสักคน!

เย่ชวนนวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของโลกเซียน แต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ได้ของติดมือมา

ไอเทม: หยกโบราณ ระดับสีฟ้า

คุณสมบัติ: สลักค่ายกลรวบรวมวิญญาณขนาดเล็ก ช่วยลดเวลาในการบ่มเพาะพลังลง 2 วัน ต่อการเลื่อนระดับหนึ่งขั้นแบบถาวร

[สถานะ: สามารถสวมใส่ได้ / สามารถตรวจสอบเชิงลึกได้]

ไม่เลว! ช่วยให้บอททำงานไวขึ้น เหมาะกับคนขี้เกียจสันหลังยาวอย่างเขาที่สุด

ของดีสมราคาพันหยวน!

เย่ชวนกดสวมใส่ทันที แม้ในโลกจริงจะไม่มีหยกห้อยคอ แต่ในหน้าต่างสถานะช่องอุปกรณ์สวมใส่มีรูปหยกปรากฏขึ้นแล้ว

ทันทีที่สวมใส่ มือถือก็สั่นครืดคราด

[ยินดีด้วย! คุณเลื่อนระดับสู่ 'ระดับกลั่นลมปราณ ขั้นกลาง' แล้ว]

[สถานะ: กำลังปล่อยบอทฝึกฝน... ระยะเวลาที่เหลือจนกว่าจะเลื่อนระดับสู่ 'ขั้นสูง': 6 วัน]

เย่ชวนเลิกคิ้วแปลกใจ หยกนี่ช่วยร่นเวลาดูดซับผลึกวิญญาณให้เสร็จทันทีเลยเหรอ?

เขาลองโคจรพลังดู รู้สึกได้เลยว่าพลังปราณหนาแน่นและเสถียรกว่าเดิมมาก

"ทีนี้ถ้าเจอพวกรุ่นกากๆ ในโหมดผจญภัย คงเรียกพวกมันว่า 'ไอ้มดปลวก' ได้เต็มปากแล้วสินะ?" เย่ชวนหัวเราะร่า

เสียดายอย่างเดียวที่ไม่ได้ของฝากไปเอาใจน้องไป๋

แต่ไม่เป็นไร ค่อยๆ เก็บเงินวันละสี่พัน เดี๋ยวก็รวย!

บทที่ 34: ไปทำหน้ามาเหรอ?

เช้าวันจันทร์ อากาศแจ่มใส

เย่ชวนลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงด้วยความสดชื่นเต็มพิกัด ไร้ซึ่งความงัวเงีย

ไม่ใช่เพราะพลังเซียนอะไรหรอก แต่เป็นเพราะแจ้งเตือนเงินเข้าสี่พันหยวนต่างหากที่ปลุกให้ตื่นเต็มตา!

อูยยย... กลิ่นเงินมันหอมชื่นใจจริงๆ

อยากจะนอนโง่ๆ สักอาทิตย์ ตื่นมาอีกทีเงินเข้าบัญชีเกือบสามหมื่น คงฟินพิลึก

เย่ชวนนั่งวางแผนการเงินในหัว ตอนนี้ค่าความชอบของไป๋เฉียนซวงยังนิ่งๆ เขาเลยกะว่าจะเอาเงินไปลงกับกาชาปอง 'สุ่มกายา' หรือ 'สุ่มรากปราณ' ให้ตัวเองสักหน่อย

เพราะถ้าไม่มีพลัง เข้าโหมดผจญภัยไปก็แจกแต้มฟรีๆ ส่วนเรื่องฝึกวิชาปล่อยให้บอทมันทำงานไป

ระบบแม่งสบายจังวะ มีหน้าที่แค่แจกของ ส่วนกูนี่สิต้องบริหารจัดการทุกอย่าง หัวจะปวด

"การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่รวย"

คิดได้ดังนั้น เย่ชวนก็จิ้มไปที่เมนูสุ่ม 'กายา' ทันที ใจจริงเขาอยากได้กายาเทพๆ มากกว่ารากปราณ

เพราะรากปราณมันเน้นเรื่องความไวในการฝึก แต่กายามันช่วยให้ 'รอดตาย' ได้มากกว่า แถมบางอันยังมีออปชันเสริมโหดๆ ด้วย

คนรอดเท่านั้นที่มีสิทธิ์ยืนโม้ คนตายพูดไม่ได้ครับน้องๆ

ติ๊ง!

-1,000 หยวน

[กำลังสุ่มกายา...]

ยินดีด้วย! คุณได้รับ: กายาปฐพีระดับกลาง เก็บเข้ากระเป๋าเรียบร้อย

นั่นไง...

"คงไม่ซวยต้องรอการันตี 99 ครั้งหรอกมั้ง?" เย่ชวนเบ้ปากมองบน แทบไม่อยากกดดูรายละเอียดด้วยซ้ำ ของเดิมที่มีอยู่คือ 'กายาอัคคีระดับสูง' แถมยังเข้ากับรากปราณไฟอีกต่างหาก ไอ้กายาดินเกรดกลางๆ นี่เก็บไว้เป็นวัตถุดิบตีบวกทีหลังละกัน

แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นสกิลที่ดองเค็มไว้ในกระเป๋า

[สกิล: เนตรเห็นผี]

[คำอธิบาย: เรียนรู้เพื่อเปิดเนตรมองเห็นวิญญาณและสิ่งลี้ลับ]

ตอนแรกกะว่าจะไม่เรียนเพราะกลัวผี แต่ตอนนี้พี่เป็นถึงเซียนระดับกลั่นลมปราณแล้ว จะมากลัวผีสางนางไม้กะโหลกกะลาได้ไง?

เอาวะ เรียนแม่มเลย!

เย่ชวนกดเรียนรู้ทันที ดวงตาส่องประกายสีทองวูบหนึ่ง เขากวาดตามองไปรอบห้อง... ว่างเปล่า

โล่งอก... นึกว่าจะมีผีเจ้าที่หรือวิญญาณบรรพบุรุษมายืนจ้องตอนเขากำลังสไลด์หนอน คงหลอนพิลึก

(ต้นฉบับใช้สแลงจีนว่า "ปั่นไฟเอง" (ช่วยตัวเอง) แต่ผมเลือกคำแปลเป็น "สไลด์หนอน" ชักว่าวนี้แหละ555)

...

เย่ชวนเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น แอบส่องดูสถานะของไป๋เฉียนซวงในแอปฯ เห็นตัวละครจิ๋วฉบับย่อส่วนกำลังนั่งสมาธิหลับตาพริ้ม นิ่งสนิทไม่ไหวติง

เห็นนางตั้งใจฝึก เขาเลยไม่อยากกวน ตัดสินใจออกจากบ้านเงียบๆ

อากาศข้างนอกร้อนระอุตามเคย กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นแดดลอยแตะจมูก รองเท้าผ้าใบย่ำลงบนพื้นทรายดังกรอบแกรบ

"พี่เย่!"

เสียงใสๆ ดังมาพร้อมกับแรงกระแทกที่หัวไหล่

เย่ชวนหันขวับ กลิ่นแชมพูหอมฟุ้งลอยมาเตะจมูก สบตาเข้ากับดวงตากลมโตเป็นประกายของลั่วซี

"ฮิฮิ ตื่นเต็มตายังเนี่ย?" ลั่วซีเอ่ยทักพลางชะโงกหน้าเข้ามาจ้องจับผิด แต่แล้วนางก็ต้องชะงัก

ผิวหน้าของเย่ชวนดูเนียนละเอียด ขาวผ่องเป็นยองใย แถมยังมีเลือดฝาดดูสุขภาพดีผิดหูผิดตา เครื่องหน้าคมเข้มขึ้นจนนางเผลอจ้องตาค้าง

ทำไม... หล่อขึ้นผิดปกติ?

ทั้งที่หน้าตาก็เหมือนเดิมแท้ๆ แต่เหมือนใส่ฟิลเตอร์ไอจีตลอดเวลา

"มองไรนักหนา?" เย่ชวนเห็นยัยตัวเล็กจ้องจนตาแทบถลน เลยเอานิ้วจิ้มหน้าผากนางเบาๆ

"แปลกอะ... ตาหนูฝาดไปเองรึเปล่า? ทำไมวันนี้พี่ดูดีขึ้นจมเลย?" ลั่วซีถามอย่างข้องใจ

"คนมันหล่ออยู่แล้ว แค่เมื่อก่อนน้องตาถั่วเองต่างหาก" เย่ชวนถอนหายใจส่ายหัว

"แหวะ! หลงตัวเอง!"

ทั้งคู่เดินคุยกันกระหนุงกระหนิงไปตามทาง ระหว่างนั้นลั่วซีก็เปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "พี่เย่ อาการแม่หนูแย่ลงอีกแล้วอะ ไม่รู้จะทำยังไงดี"

"หมอว่าไงบ้าง?"

"ก็เหมือนเดิมแหละ ให้ยามากิน แรกๆ ก็ดีขึ้น แต่พอสักพักก็ดื้อยา" ลั่วซีถอนหายใจ แววตาหม่นหมอง "ถ้าในโลกนี้มียาวิเศษเหมือนในหนังก็คงดีสินะ จะได้รักษาแม่ให้หายขาดสักที"

เย่ชวนนิ่งคิด

ยาจากระบบก็น่าจะมีไม่ใช่เหรอ?

ในกระเป๋ามียาพยัคฆ์อยู่เม็ดนึง แต่นั่นมันยาโด๊ปเพิ่มพลังกาย ไม่น่าจะรักษาโรคได้ ส่วน 'ยาเลือดกวาง' ที่เคยได้มา น่าจะพอมีหวัง แต่ก็ต้องรอลุ้นว่าน้องไป๋จะดรอปให้เมื่อไหร่

"ที่บ้านพี่มีสูตรยาผีบอกอยู่ สนใจลองไหม?" เย่ชวนแกล้งหยอก

"บ้าเหรอ ใครจะกล้าให้แม่กินมั่วซั่ว" ลั่วซีส่ายหน้าดิก

เย่ชวนยักไหล่ ไม่เชื่อก็แล้วไป

...

วิชาแรกของวันนี้เป็นวิชารวมในห้องบรรยายขนาดใหญ่ ทันทีที่เย่ชวนกับลั่วซีก้าวเท้าเข้าไป สายตานับร้อยคู่ก็พุ่งเป้ามาที่เขาเป็นจุดเดียว

"เฮ้ยๆ นั่นไง ไอ้เย่ชวนที่จะท้าตีกบหวงฮ่าวเทียน"

"เอาจริงดิ? จะไปสดกับประธานชมรมเทควันโดเนี่ยนะ?"

"สภาพนี้อะนะ? หมาคาบไปแดกชัวร์"

"รอดูตอนมันโดนกระทืบคาตีนได้เลย ฮ่าๆๆ"

"เก่งแต่ปากหรือเปล่า ถึงเวลาจริงคงหนีหางจุกตูด"

เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วห้อง ส่วนใหญ่เป็นไปในทางดูแคลน ยิ่งเห็นหุ่นบางร่างน้อยหน้าขาวใสของเย่ชวน ยิ่งไม่มีใครเชื่อน้ำหน้าว่าจะไปสู้อะไรใครได้

มีบางคนรู้กิตติศัพท์เรื่องที่เขาเคยวางมวยในโรงอาหาร แต่พอต้องมาเจอกับระดับประธานชมรม ส่วนใหญ่ก็ยังเทคะแนนไปฝั่งหวงฮ่าวเทียนอยู่ดี

เย่ชวนทำหูทวนลม เดินหาที่นั่งอย่างไม่แยแส สายตาเหลือบไปเห็นคนโบกมือหยอยๆ อยู่ไกลๆ

"โอ้โฮ! ทางนี้เว้ย!" อันซือหยูมาชิงจองที่นั่งทำเลทองโซนหลังห้องไว้รอแล้ว

"มาเช้าจังวะ?" เย่ชวนทักทาย

"ระดับนี้แล้ว เด็กเรียนดีเด่นนะบอกเลย" อันซือหยูเท้าคางยักคิ้วกวนๆ "อย่ามองฉันในแง่ร้ายสิ"

พอนั่งลง ลั่วซีก็กระซิบกระซาบด้วยความกังวล "พี่เย่ คนมองพี่เต็มเลย เขาคุยเรื่องเมื่อวานกันแน่ๆ"

"ปล่อยแม่งเห่าไป" เย่ชวนยักไหล่

ระดับเซียนเดินดินอย่างเขา จะไปสนใจเสียงนกเสียงกาทำไม?

ยิ่งหวงฮ่าวเทียนปั่นกระแสในเว็บบอร์ดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองมากเท่านั้น กะจะใช้โซเชียลกดดันให้เขาอับอายสินะ

หารู้ไม่ว่ากำลังเล่นกับไฟ

เย่ชวนแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่าง เขาหันขวับไปมองที่หน้าประตู—

จบบทที่ 33-34

คัดลอกลิงก์แล้ว