- หน้าแรก
- ระบบพรสวรรค์ในโลกของวันพีซ
- บทที่ 65 โชว์ของจริง
บทที่ 65 โชว์ของจริง
บทที่ 65 โชว์ของจริง
“อา… ฟังดูเป็นข่าวร้ายจริง ๆ นะ”
ลาฟิตยิ้มประหลาด
“แต่การเดินทางของฉันเพิ่งเริ่มเอง และฉันก็ไม่คิดจะให้มันจบลงตรงนี้หรอก… นายล่ะ คิดว่ายังไง?”
เขาไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่พูดจบประโยคแรกร่างของลาฟิตก็หายวับไปอย่างไร้เสียง
พอปรากฏตัวอีกครั้งเขาก็มาอยู่ด้านหลังชายที่เพิ่งพูดจาดูแคลนเขา ในมือมีปืนฟลินต์ล็อกกระบอกหนึ่ง
“?!!”
ทุกคนอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกด้วยความตกใจ ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่เห็นว่าเขาไปโผล่ตรงนั้นได้ยังไง
ราวกับวาร์ป… เหมือนกลมายากล
ปลายกระบอกปืนจ่อศีรษะ เหงื่อเย็นไหลลงข้างขมับของนักล่าโจรสลัด เขาไม่เคยคิดเลยว่า “ไอ้หมอนี่ที่ดูไร้ค่า” จะโผล่มาข้างหลังได้แบบนี้
“แล้วนายล่ะ…”
ลาฟิตเอียงศีรษะ ยิ้มหลอน
“คิดว่าการเดินทางของนาย… จะจบตรงนี้ไหม?”
ปัง!!
แทบจะพร้อมกับที่เหงื่อหยดลงถึงแก้มและในจังหวะที่ทุกคนตั้งสติ เล็งอาวุธใส่ลาฟิต
เสียงปืนดังสนั่น เลือดสาดกระจาย นักล่าโจรสลัดตัวสั่น สีหน้าตรึงด้วยความหวาดกลัวก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
“บ้าชะมัด!!”
“ฆ่ามัน!!”
เสียงตะโกนเดือดดาลดังขึ้น นักล่าโจรสลัดนับสิบกราดยิงใส่ลาฟิตแบบไม่ยั้ง
เสียงปืนถี่ยิบราวพายุเหล็ก
แต่…ทุกคนยิงได้แค่สองสามนัดก็ต้องหยุดชะงัก
เพราะร่างของลาฟิต…หายไปอีกแล้ว เหมือนผี เหมือนเงา ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปตั้งแต่เมื่อไร
“ขอโทษด้วยนะครับ กัปตัน”
เสียงลาฟิตดังขึ้นข้างโรดส์ ปืนถูกเก็บหายไปแล้ว
“ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ยอมฆ่ากันเองซะแล้ว”
โรดส์ตอบเสียงเรียบ
“ไม่เป็นไร”
ตอนนั้นเองนักล่าโจรสลัดทั้งหมดก็สังเกตเห็น ว่าลาฟิตกลับมาอยู่ข้างโกสต์ชาโดว์แล้ว
อาวุธทุกชิ้นหันมาจ่อใส่ โรดส์ โรบิน และลาฟิต
คราวนี้ไอลีนกับวอลดิงไม่ได้ทะเลาะกันอีก ทั้งคู่จ้องสามคนบนโกสต์ชาโดว์ ด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
วิธีการของลาฟิต…ทำให้พวกเขาขนลุกจริง ๆยิ่งไปกว่านั้น ลาฟิตไม่มีค่าหัวเลย
เป็นตัวแปรที่อยู่นอกการคาดการณ์โดยสิ้นเชิงและเมื่อเห็นว่าลาฟิตให้ความเคารพโรดส์อย่างชัดเจน
โจรสลัดค่าหัวเก้าสอบสองล้านเบรีก็แผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็น ถาโถมใส่พวกเขาอย่างหนักหน่วง
“ดูท่า… จะไม่ใช่เหยื่อที่จัดการง่าย ๆ แฮะ”
รอยยิ้มของคอร์เบโรหายไป สีหน้าจริงจังสุดขีด
“พักเรื่องบาดหมางส่วนตัวไว้ก่อน”
“คราวนี้ต้องร่วมมือกันจริง ๆ”
“ไม่งั้น… เราอาจสูญเสียหนัก และเสียการควบคุมเมืองพูลตัน!”
นักล่าโจรสลัดในเมืองมีมากแต่ที่คุมอำนาจจริง ๆ มีแค่สามกลุ่ม คนอื่น ๆ ถูกพวกเขาไล่ออกไปหมดแล้ว
“ฮึ!”
ไอลีนแค่นเสียงแต่ไม่ค้าน วอลดิงเองก็เงียบ สีหน้าบอกชัดว่าเห็นด้วย
เมื่อไม่มีใครมั่นใจว่าจะจัดการได้ลำพัง การร่วมมือจึงเป็นทางเลือกเดียว
ค่อยฆ่า… แล้วค่อยแบ่งเงินทีหลัง
“กลุ่มโจรสลัดค่าหัวรวมร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านเบรี”
วอลดิงพูดเสียงต่ำ
“ยอมรับว่าพวกมันมีฝีมือ…”
“แต่ที่นี่คือแกรนด์ไลน์โว้ย!!”
เขาเป็นคนแรกที่ลั่นไก ปืนกลหนักบนบ่าแผดเสียงคำรามกระสุนถล่มใส่โรดส์และพวกอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลาเดียวกันนักล่าโจรสลัดคนอื่น ๆ ก็เปิดฉากยิง บางคนถึงกับยกปืนใหญ่พกพายิงลูกระเบิดควันและเสียงระเบิดปกคลุมท่าเรือ
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
โรบินกับลาฟิตถอยออกด้านข้างทันที ลาฟิตชักปืนเตรียมสวน โรบินไขว้แขน เตรียมใช้พลัง
แต่ในจังหวะนั้น…
เสียงของโรดส์ดังฝ่าห่ากระสุนมาอย่างสงบนิ่ง
“พวกเธอสองคนถอยไป”
“ฉันจัดการเอง…”
เขาไม่คิดจะยืนดูละครตลก อยากจบเรื่องน่ารำคาญนี่ให้เร็วที่สุด
กระสุนจำนวนมหาศาลพุ่งชนร่างโรดส์แล้วหยุดนิ่งกลางอากาศ
ทุกนัดบิดเบี้ยว ผิดรูป ราวกับถูกแรงที่มองไม่เห็นบิดขยี้
แกร๊ง! แคร้ง! ตุบ!
โรดส์กวาดมือครั้งเดียว กระสุนทั้งหมดถูกบีบอัดรวมกันกลายเป็นก้อนเหล็กกลม ๆ ลอยอยู่ตรงหน้า
“นี่มัน….”
“ผู้ใช้ผลปีศาจ!!”
วอลดิงกับพวกอ้าปากค้างถึงผู้ใช้ ผลปีศาจ จะพบได้ทั่วไปในแกรนด์ไลน์
แต่พลังแบบนี้… ยังไงก็ข่มขวัญสุด ๆ
โรดส์โยนก้อนเหล็กทิ้งอย่างไม่ใส่ใจแล้วร่างก็วูบไหว กระโดดจากราวเรือลงสู่ท่าเรือ
“บุกพร้อมกัน!!”
แม้ไม่รู้ว่าเป็นพลังอะไรแต่วอลดิงกับพวกก็ยังพอมีสติ
เสียงคำรามดังขึ้น นักล่าโจรสลัดนับไม่ถ้วนชักดาบ พุ่งเข้าใส่คมดาบสะท้อนแสง ฟาดลงมาอย่างโหดเหี้ยม
แต่ภาพประหลาดก็เกิดขึ้น ดาบทุกเล่มที่สัมผัสร่างโรดส์อ่อนยวบเหมือนดินโคลน
บิดงอเป็นรูปตัวแอล
ดาบที่แทงเข้าไปบิดตัวเป็นปล้อง ๆ เหมือนงูที่กำลังดิ้น
โรดส์เดินไปข้างหน้าอย่างสงบ เขาเพียงยกนิ้วปาดผ่านอากาศเบา ๆ
คนที่นิ้วเขาผ่านร่างกายบิดผิดรูปท่อนบนกับท่อนล่างแยกจากกันทันที
“บ้าชะมัด!!”
“พลังบ้าอะไรกันวะเนี่ย?!”
ในที่สุดความกลัวก็กลืนกินทุกคนทั้งวอลดิงและคอร์เบโรหน้าซีดเผือด
“ในฐานะนักล่าโจรสลัด”
โรดส์พูดเสียงเรียบ
“พวกนายควรรู้ขอบเขตของเหยื่อ”
“ถ้าแยกไม่ออก… ก็จะจบแบบนี้”
“ไม่มีโอกาสให้แยกอีกแล้ว”
เขาก้าวต่อไปไม่หยุด ที่ใดมีนิ้วเขาที่นั่นมีร่างแยกขาด
แต่ก่อนเขาทำได้แค่บิดกระดูกกับกล้ามเนื้อ ตอนนี้พลังบิดเบี้ยวลึกลงถึงระดับเซลล์
ไม่มีเสียงกระดูกแตก ไม่มีเลือดสาด ร่างกายแยกออกอย่างเงียบงันน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม
“บ้าชะมัด!!”
ไอลีนคำรามด้วยความคลั่ง ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เธอกำมีดปังตอขนาดยักษ์
ฟาดลงใส่โรดส์สุดแรง แรงฟันหนักหน่วงพร้อมคลื่นอากาศอัดตามมา
แต่….
โรดส์ขมวดคิ้ว สีหน้าเหมือนเห็นของสกปรก เขาชักนิ้วกลับแล้วดีดใส่คมมีดเบา ๆไร้เสียง
มีดปังตอเล่มยักษ์อ่อนยวบเหมือนโคลน ถูกนิ้วของโรดส์ปาดผ่านแล้วแยกเป็นสองซีก
“น่าเกลียดชะมัด…”
แววรังเกียจปรากฏในดวงตาเขา โรดส์กระทืบเท้าทรายใต้พื้นพุ่งขึ้น พันร่างไอลีนแน่นแล้วบิด…บด…อัด….
ตุบ!!
ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ลบภาพที่ทำร้ายสายตาเขาได้ รู้งี้… หลับตาใช้ฮาคิสังเกตไปซะก็ดี
“……”
นักล่าโจรสลัดที่เหลือเจ็ดแปดคนรวมถึงวอลดิง ยืนตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว
ให้ตายสิ…นี่มันมือใหม่ที่เพิ่งเข้าแกรนด์ไลน์งั้นเหรอ?!
ความหนาวเย็นแล่นขึ้นสันหลัง หัวใจถูกความกลัวกลืนกิน พวกมันถอยหลัง
หนึ่งก้าว สองก้าวก่อนจะหันหลังหนีสุดชีวิต
“พวกนายทำร้ายสายตาฉัน”
โรดส์พูดเสียงนิ่ง เย็นเฉียบ
“ไม่มีใครได้ออกไปทั้งนั้น”
เขายกมือขึ้นกำอากาศจากระยะไกล ทรายใต้เท้าเดือดพล่านไหลทะลักกลืนร่างพวกที่หนีทั้งหมด
เมื่อโรดส์กำหมัด….
แฉะ! แฉะ! แฉะ!
เสียงเหมือนมะเขือเทศถูกเหยียบดังขึ้นต่อเนื่องก่อนทุกอย่างจะเงียบสนิท
เดือนมกราคมปีที่สิบสองแห่งยุคโจรสลัดยิ่งใหญ่
กลุ่มโจรสลัดมือผีเหยียบย่างสู่แกรนด์ไลน์
และที่เมืองพูลตันหนึ่งในเกาะเริ่มต้น พวกเขาได้สังหารล้างบางกลุ่มนักล่าโจรสลัดประจำถิ่น
เปิดฉากการปรากฏตัวอย่างโหดเหี้ยมและน่าสะพรึงกลัวที่สุด