- หน้าแรก
- ระบบสุดเพี้ยน เซียนจอมเวทหลุดโลก
- บทที่ 130 - รสนิยมของคุณหนูมู่ จุ๊บแก้มใสวัยละอ่อน
บทที่ 130 - รสนิยมของคุณหนูมู่ จุ๊บแก้มใสวัยละอ่อน
บทที่ 130 - รสนิยมของคุณหนูมู่ จุ๊บแก้มใสวัยละอ่อน
บทที่ 130 - รสนิยมของคุณหนูมู่ จุ๊บแก้มใสวัยละอ่อน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"งั้นก็แปลว่าหาเส้นชีพจรทางช้างเผือกสองอันมาให้ไม่ได้สินะ" ซ่งเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมองเธอ
มู่ถิงอิ่งพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังกลับ หันบั้นท้ายมาทางซ่งเจี๋ย
"ตอนนี้ฉันหาเส้นชีพจรทางช้างเผือกสองอันมาให้ไม่ได้ นายอยากจะตีก้นฉันก็ตีเลย!" มู่ถิงอิ่งเหลียวหลังมามองซ่งเจี๋ยแล้วพูด
"ฉันไปบอกตอนไหนว่าจะตีก้นเธอ" ซ่งเจี๋ยประหลาดใจในใจ
แต่ทว่า ในเมื่ออีกฝ่ายเรียกร้องมาแบบนี้ เขาจะปฏิเสธได้ยังไง ก็ต้องสนองให้หน่อย
"ขยับมานี่หน่อย"
มู่ถิงอิ่งถอยหลังมาสองก้าว มาหยุดอยู่ตรงหน้าซ่งเจี๋ย
เสียง "เพี้ยะ" ดังขึ้น เธออดไม่ได้ที่จะส่งเสียง "อื๊อ" ออกมาเบาๆ ความรู้สึกเก่าๆ หวนกลับมาทันที
ซ่งเจี๋ยพูดว่า "ตีครั้งนี้ถือว่าชดเชยที่เธอเอาเส้นชีพจรทางช้างเผือกมาให้ไม่ได้ แต่ถ้าครั้งหน้ายังไม่มีมาให้อีก จะไม่ใช่แค่ทีเดียวแบบนี้แล้วนะ!"
"งั้นนายตีเพิ่มอีกหลายๆ ทีเลยก็ได้ ตอนนี้ฉันไม่มีปัญญาหามาให้จริงๆ!" มู่ถิงอิ่งกล่าว
"หามาไม่ได้ใช่ไหม"
สิ้นเสียง ซ่งเจี๋ยก็ดึงมือเล็กของมู่ถิงอิ่ง กระชากให้เธอถลาลงไปฟุบกับโซฟา
เขาเงื้อมือขึ้นฟาดลงไปที่บั้นท้าย...
"เพี้ยะๆๆ..."
"อื๊อ... อื๊อ... อื๊อ..."
ซ่งเจี๋ยหรี่ตาลง รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"เธอเป็นอะไร? ทำไมส่งเสียงแบบนั้น...?"
หน้าของมู่ถิงอิ่งแดงไปถึงใบหู เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงส่งเสียงแบบนั้นออกมา...!
"ฉัน... ฉัน..." เธอพูดไม่ออก ปกติคนอื่นเกรงใจสถานะของเธอ จึงปฏิบัติกับเธอด้วยความนอบน้อม
แต่ซ่งเจี๋ยไม่เหมือนคนอื่น หมอนี่กล้าตีเธอ มันทำให้เธอรู้สึกแปลกใหม่
หลังจากนั้น...
เธอกลับรู้สึกอยากให้ซ่งเจี๋ยตีเธออีก...
"นี่เธอคงไม่ได้มีรสนิยมแปลกประหลาดอะไรหรอกนะ" ซ่งเจี๋ยยิ้มตาหยี
"ฉันเปล่านะ!" มู่ถิงอิ่งปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหูแดงก่ำไปหมดแล้ว
ซ่งเจี๋ยกล่าว "ในเมื่อเธอไม่มีเส้นชีพจรทางช้างเผือก งั้นก็กลับไปก่อนเถอะ ฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้น"
"นาย...!!" มู่ถิงอิ่งทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไว้ สุดท้ายก็ลุกขึ้นจากโซฟา
"ทำไม? หรือยังอยากให้ฉันตีก้นอีก" ซ่งเจี๋ยถามยิ้มๆ
"นาย...!!" ตอนนี้มู่ถิงอิ่งหน้าแดงซ่านจนพูดไม่เป็นคำ
"ถ้าเธออยากให้ฉันทำอะไรๆ กับเธอ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้นะ แค่เอาเส้นชีพจรทางช้างเผือกมาเพิ่มอีกอันก็พอ" ซ่งเจี๋ยหัวเราะ
"นาย...!!"
มู่ถิงอิ่งชี้หน้าซ่งเจี๋ยด้วยความโมโห เธอโดนหมอนี่เอาเปรียบไปตั้งขนาดนี้แล้ว เขายังจะมาทวงเส้นชีพจรทางช้างเผือกจากเธออีก!
ซ่งเจี๋ยขู่ "ถ้าเธอยังไม่ออกไป ฉันจะตีก้นเธออีกนะ!"
มู่อิงถิงได้ยินดังนั้น ฝีเท้าก็ชะงักไป จู่ๆ เธอก็ไม่อยากออกไปซะอย่างนั้น!
แต่ว่า!
พอเธอเห็นรอยยิ้มบนหน้าของซ่งเจี๋ย เธอก็ขมวดคิ้วทันที
หมอนี่ต้องกำลังปั่นหัวเธออยู่แน่ๆ!!
มู่ถิงอิ่งแค่นเสียงเย็นชา แล้วเดินกระแทกประตูปังออกไป
ซ่งเจี๋ยเห็นอีกฝ่ายจากไปแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมีรสนิยมแบบนี้
เมื่อกี้ที่เขาตีมู่ถิงอิ่ง มันเหมือนเป็นการให้รางวัลเธอชัดๆ!!
เดิมทีซ่งเจี๋ยหวังว่าจะได้เส้นชีพจรทางช้างเผือกเพื่อเอามาทะลวงระดับสูง!
แต่เขาก็ยังโลกสวยเกินไป
ด้วยสถานะของมู่ถิงอิ่ง การจะเอาเส้นชีพจรทางช้างเผือกมาให้ได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น
"เส้นชีพจรทางช้างเผือกคงต้องพึ่งตัวเองแล้วสินะ!" ซ่งเจี๋ยบ่นในใจอย่างจนปัญญา
...
หลังจากกลับมาถึงนครเวทมนตร์ ซ่งเจี๋ยก็ตรงดิ่งไปหาหลิงหลิง เขาอยากจะหาเงินให้ได้เร็วๆ ก็มีแต่ต้องเริ่มจากภารกิจล่าค่าหัวเท่านั้น
พอมาถึงสำนักงานนักล่าชิงเทียน หลิงหลิงกำลังนั่งเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ด้านใน
เธอเห็นซ่งเจี๋ยเดินเข้ามา ก็แค่ปรายตามองแวบหนึ่ง แล้วหันหน้าหนีทันที
ซ่งเจี๋ยโบกมือทักทายหลิงหลิง "หลิงหลิง ไม่เจอกันนานเลยนะ!"
หลิงหลิงทำเป็นมองไม่เห็น หันจอคอมพิวเตอร์หนีไปอีกทาง
ตาแก่เปานั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ซ่งเจี๋ยรู้ดี หลิงหลิงกำลังโกรธที่เขาหายหัวไปนาน ไม่ยอมมาหาเธอบ้างเลย!
เขาเดินไปหาตาแก่เปา เอ่ยถามว่า "ช่วงนี้มีภารกิจค่าหัวแพงๆ บ้างไหมครับ"
ได้ยินแบบนั้น หลิงหลิงที่นั่งหันหลังให้ซ่งเจี๋ย ก็แอบเหลือบสายตามองมานิดหนึ่ง
"ทำไม? ช่วงนี้ร้อนเงินเรอะ" ตาแก่เปาถาม
"ช็อตสุดๆ เลยครับ"
"มีก็มีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าเธอจะทำสำเร็จไหม"
"ถ้ายากเกินไปก็คงไม่ไหวครับ เพราะผมตัวคนเดียว" ซ่งเจี๋ยถอนหายใจ แล้วแอบชำเลืองมองไปทางหลิงหลิง
หลิงหลิงเห็นซ่งเจี๋ยมองมา ก็รีบสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมมองเขา
ตาแก่เปาพูดว่า "ฉันมีงานค่าจ้างสองล้านอยู่งานหนึ่ง แต่ลำพังเธอคนเดียว อาจจะทำไม่สำเร็จ"
"งั้นก็น่าเสียดายแย่"
ซ่งเจี๋ยส่ายหน้าด้วยความเสียดาย จากนั้นก็หันไปทางหลิงหลิง
"หลิงหลิง งานนี้ตั้งสองล้านเชียวนะ พวกเราสองคนแบ่งกันคนละล้านเลยนะ!"
สิ้นเสียงเขา หลิงหลิงก็ยังคงนิ่งเฉย
ซ่งเจี๋ยเดินเข้าไปหา นั่งลงตรงหน้าหลิงหลิง จ้องมองเธอแล้วพูดว่า "หลิงหลิง นี่เงินตั้งสองล้านเลยนะ เธอไม่สนเลยเหรอ"
หลิงหลิงมองหน้าเขา "นายเห็นฉันที่เป็นนักล่าเจ็ดดาวเป็นพวกบ้านนอกไม่เคยเห็นเงินหรือไง"
"โธ่ ก็ตอนนั้นฉันไปฝึกงานภาคสนามนี่นา พอกลับมาก็ยุ่งเรื่องอื่นต่อ เลยไม่ได้มาหาเธอไง" ซ่งเจี๋ยอธิบาย
หลิงหลิงกอดอกเชิดหน้า ไม่สนใจเขาเหมือนเดิม
ซ่งเจี๋ยขยับเข้าไปนั่งข้างๆ หลิงหลิง "มามะ มาให้พี่จุ๊บทีนึง หายโกรธน้า..."
หลิงหลิงขยับหนี ยื่นมือเล็กๆ มาดันหน้าซ่งเจี๋ยออกไป
"ไม่โกรธแล้วนะ?" ซ่งเจี๋ยเอียงคอถาม เห็นสายตารังเกียจของหลิงหลิงชัดเจน
เพื่อไม่ให้โดนจุ๊บ หลิงหลิงจำต้องพยักหน้าอย่างจำยอม
"งั้นไปกันเถอะ ไปสอยภารกิจนี้กัน!" ซ่งเจี๋ยกล่าว
หลิงหลิงพยักหน้า พร้อมกับรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ "ต๊อกแต๊กๆ" ไม่นานข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจล่าค่าหัวนี้ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
"หลิงหลิงเก่งที่สุดเลย!" สิ้นเสียง ซ่งเจี๋ยก็อาศัยจังหวะทีเผลอ ประทับรอยจูบเปียกชื้นลงบนแก้มใสวัยละอ่อนของหลิงหลิงอย่างรวดเร็ว
หลิงหลิงทำหน้าขยะแขยง หยิบทิชชูบนโต๊ะมาเช็ดแก้มแรงๆ
"งั้นเราออกเดินทางกันเถอะ!" ทรัพย์สินของซ่งเจี๋ยตอนนี้ยังซื้อเส้นชีพจรทางช้างเผือกไม่ไหว เลยต้องค่อยๆ เก็บหอมรอมริบไปทีละก้าว
ในช่วงหนึ่งเดือนกว่าๆ ต่อจากนั้น ซ่งเจี๋ยออกปฏิบัติภารกิจล่าค่าหัวร่วมกับหลิงหลิงตลอด
ด้วยมันสมองของหลิงหลิง บวกกับความแข็งแกร่งของซ่งเจี๋ย ความเร็วในการปิดภารกิจของพวกเขาจึงเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า!
แค่เดือนเดียว พวกเขาทำเงินเข้ากระเป๋าไปคนละห้าล้านกว่าๆ
ตอนที่พวกเขากลับมาที่สำนักงานนักล่าชิงเทียน ก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่
ตาแก่เปาถือถ้วยชาร้อนเดินออกมาจากห้องด้านในพอดี "พวกเธอสองคนกลับมาพอดี มาลองฟังรายละเอียดงานนี้หน่อยสิ"
ซ่งเจี๋ยกับหลิงหลิงพยักหน้า เดินไปนั่งขนาบข้างชายวัยกลางคนคนนั้น
ตาแก่เปาผายมือ "คุณผู้ชาย เชิญเล่าได้เลยครับ"
ชายวัยกลางคนมีแววตาตื่นตระหนก เขามองซ่งเจี๋ยกับหลิงหลิงแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า "เช้าวันนั้น ผมตื่นขึ้นมาเจอเศษเนื้ออยู่ในกระเป๋าเสื้อของภรรยา ผมรู้สึกว่านั่นน่าจะเป็นเศษเนื้อคนครับ!!"
ทั้งสามคนได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
"เล่าต่อสิ" ตาแก่เปามองเขา
"รายละเอียดแน่ชัดผมก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงกันแน่ แต่ผมมั่นใจได้เลยว่านั่นไม่ใช่เนื้อสัตว์ เพราะลายผิวหนังของเศษเนื้อชิ้นนั้น มันเหมือนกับผิวหนังของคนมาก..."
...
[จบแล้ว]