เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - อย่ามาเกาะบนหัวพ่อ!

บทที่ 33 - อย่ามาเกาะบนหัวพ่อ!

บทที่ 33 - อย่ามาเกาะบนหัวพ่อ!


บทที่ 33 - อย่ามาเกาะบนหัวพ่อ!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เพื่อความมั่นใจ ซ่งเจี๋ยจึงโทรศัพท์ไปสอบถามอาจารย์เจี่ยงอวิ๋นหมิง หัวหน้าภาควิชาธาตุอัญเชิญ

หลังจากได้พูดคุยกันสักพัก ความตึงเครียดในใจเขาก็คลายลงและรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก

อาจารย์เจี่ยงอวิ๋นหมิงบอกเขาว่า หากมีอุปกรณ์เสริมช่วยในการอัญเชิญก็จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก

ซ่งเจี๋ยลองคิดดูแล้วจึงไปตรวจสอบราคาของอุปกรณ์เสริมธาตุอัญเชิญ

ไม่ดูไม่เท่าไหร่ พอเห็นราคาแล้วแทบหงายหลัง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักแสน และแพงสุดเหยียบหลักล้าน!

ตลอดสามปีมานี้ถึงเขาจะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่จะให้ซื้ออุปกรณ์เสริมราคาขนาดนั้นคงเป็นไปไม่ได้

"ช่างเถอะ ลองดูด้วยตัวเองก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยไปซื้อตัวช่วย!" ซ่งเจี๋ยคิดในใจ

ไม่นานนัก!

ซ่งเจี๋ยหลับตาลงและเริ่มเชื่อมต่อวิถีดาวธาตุอัญเชิญ

ดวงดาวเจ็ดดวงเชื่อมต่อกันในห้วงจิตวิญญาณ รอบตัวเขาปรากฏวิถีดาวสีจันทร์กระจ่างขึ้นมาทันที!

เพียงครู่เดียว มิติด้านหน้าก็ฉีกออก ในขณะเดียวกันเขาก็ลืมตาขึ้น

ร่างกายของเขายังคงอยู่ที่เดิม แต่จิตสำนึกได้หลุดเข้าไปอยู่ในมิติอัญเชิญเรียบร้อยแล้ว

"นี่น่ะเหรอคนละมิติกัน" ซ่งเจี๋ยกวาดตามองไปรอบๆ พร้อมกับมองหาเป้าหมายของตัวเองไปด้วย

มิตินี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก กว้างจนเขามองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ได้แต่ล่องลอยค้นหาเป้าหมายไปอย่างไร้จุดหมาย

ในระหว่างนั้น ซ่งเจี๋ยก็คิดไปด้วยว่าเขาต้องการสัตว์อัญเชิญแบบไหน

หลังจากจิตสำนึกร่องลอยอยู่นาน เขาก็เห็นนกอินทรีตัวหนึ่งบินสวนมา!

"หาสัตว์อัญเชิญที่บินได้ก็ไม่เลวเหมือนกัน!" ซ่งเจี๋ยตัดสินใจแน่วแน่และเริ่มส่งกระแสจิตสื่อสารกับนกอินทรีตัวนั้น

ทว่าเจ้านกตัวนี้หยิ่งยโสมาก มันไม่สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

"ไม่เชื่อหรอกว่าจะจีบไม่ติด!" ซ่งเจี๋ยไม่ยอมแพ้ ส่งกระแสจิตไปตื๊อมันอีกรอบ

"มาอยู่กับพี่ เดี๋ยวพี่เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี!"

"มากับพี่ เดี๋ยวพี่หาอินทรีสาวๆ ให้สักสิบตัว รับรองฟินได้ทุกวัน!"

"พี่อินทรีครับ ไว้หน้ากันหน่อยได้ไหม"

...

ภายใต้การหว่านล้อมสารพัดของซ่งเจี๋ย เจ้านกอินทรีตัวนั้นก็ยังไม่หลงกล

ถึงแม้เขาจะประทับตราวิญญาณใส่มัน แต่มันก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ

"วันหลังอย่าให้เจออีกนะ!" ซ่งเจี๋ยทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแค้นก่อนจะถอนจิตออกจากมิติ

การประทับตราวิญญาณนั้นกินพลังเวทมหาศาล ละอองดาวธาตุอัญเชิญของเขาเพิ่งจะอยู่แค่ขั้นหนึ่ง จึงทำให้เขาประทับตราวิญญาณได้แค่สามครั้งเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อเขาใช้โควตาครบสามครั้งแล้ว จึงจำต้องถูกดีดตัวออกจากมิติอัญเชิญ

"ครั้งแรกล้มเหลวสินะ" ซ่งเจี๋ยไม่ได้ผิดหวังอะไรมาก อย่างมากก็แค่เริ่มใหม่

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

ขณะที่ซ่งเจี๋ยกำลังเตรียมตัวจะค้นหาสัตว์อัญเชิญต่อ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัว

[ติ๊ง!]

[ยินดีด้วย สกิล "การอัญเชิญมิติ" ของโฮสต์ได้กลายพันธุ์อย่างสุดเพี้ยน ยกระดับเป็น "การอัญเชิญมิติ +2"!]

"นี่มัน..." ซ่งเจี๋ยเงียบไปครู่หนึ่ง แค่เห็นชื่อเขาก็พอจะเดาออกแล้วว่า +2 หมายถึงอะไร

อธิบายง่ายๆ ก็คือ เขาสามารถครอบครองสัตว์อัญเชิญจากมิติได้ถึงสองตัว!

"ระบบบ้านี่มันเพี้ยนหลุดโลกจริงๆ"

ซ่งเจี๋ยบ่นในใจพลางคิดเล่นๆ ว่า ถ้ามันกลายพันธุ์ไปถึงครั้งที่หก เขาจะมีสัตว์อัญเชิญได้ถึงเจ็ดตัวเลยรึเปล่า

แม้ว่าการมีสัตว์อัญเชิญเยอะๆ จะเป็นเรื่องดี แต่เขาไม่มีปัญญาหาเงินมาเลี้ยงดูตัวผลาญสมบัติพวกนี้แน่ๆ

"ช่างมันเถอะ เลี้ยงแบบบุฟเฟต์หากินเองก็แล้วกัน" ซ่งเจี๋ยพูดอย่างปลงตก

หลังจากพักผ่อนมาหนึ่งคืน พลังเวทธาตุอัญเชิญของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาเกือบเต็มเปี่ยม

ดังนั้นภารกิจต่อไปคือการหาสัตว์อัญเชิญ แถมยังต้องหาถึงสองตัว!!

ปวดใจชะมัด!

ซ่งเจี๋ยเชื่อมต่อวิถีดาวธาตุอัญเชิญ มิติว่างเปล่าปรากฏขึ้น จิตของเขาดำดิ่งเข้าไปและเริ่มเฟ้นหาสัตว์อัญเชิญที่ถูกใจ

นี่เป็นพื้นที่ที่เขาไม่เคยผ่านมา ทว่าผ่านไปครึ่งค่อนวันเขากลับไม่เจอสัตว์อัญเชิญแม้แต่ตัวเดียว

"นั่นตัวอะไรน่ะ" ซ่งเจี๋ยเหมือนจะเจออะไรบางอย่าง จึงรีบเหาะลงไปดู

ไม่นานนัก!

สัตว์อัญเชิญที่มีลักษณะคล้ายภูตตัวน้อยก็ปรากฏแก่สายตา

เจ้าตัวเล็กนี่มีขนาดเท่าสองกำปั้น บนหัวมีใบไม้สีเขียวสองใบ มีปีกคู่หนึ่ง ร่างกายสีเขียวอ๋อยดูน่ารักน่าชัง

"ภูตธาตุพืชงั้นเหรอ" ซ่งเจี๋ยมองเจ้าตัวเล็กที่มีดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ แผ่กลิ่นอายไร้เดียงสาออกมา

เอาตัวนี้เลยดีไหมนะ

ซ่งเจี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจได้ในที่สุด

"แกนี่แหละ!" ขณะที่ซ่งเจี๋ยกำลังจะเริ่มเทศนาหว่านล้อมเจ้าภูตน้อย!

ทว่าทันทีที่ตราวิญญาณของเขาประทับลงไปบนตัวมัน มันกลับสำเร็จในทันที!!

ซ่งเจี๋ยสูดหายใจเข้าลึกๆ เด็กใสซื่อนี่มัน "หลอก" ง่ายจริงๆ ด้วย!!

"บาปกรรมๆ" เขาท่องในใจสองรอบ แล้วถอนจิตออกจากมิติ

"ออกมา!"

ซ่งเจี๋ยร่ายเวทอัญเชิญมิติเสร็จสิ้นในพริบตา เจ้าภูตน้อยตัวนั้นก็บินออกมาจากรอยแยกมิติทันที

มันมองสภาพแวดล้อมที่แปลกตาด้วยความหวาดระแวง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววหวาดกลัว

"ไม่ต้องกลัว" ซ่งเจี๋ยยื่นมือออกไปโอบอุ้มเจ้าตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน

เขาได้สร้างพันธะสัญญากับภูตน้อยแล้ว มันจึงพอจะเข้าใจสิ่งที่ซ่งเจี๋ยพูดแบบงูๆ ปลาๆ

ซ่งเจี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ที่นี่คือโลกของฉัน และต่อจากนี้เราจะเป็นคู่หูที่เติบโตและต่อสู้ไปด้วยกัน"

ภูตน้อยเหมือนจะฟังรู้เรื่อง มันส่งเสียงร้อง "กริ๊งๆๆ" ใสแจ๋วเป็นการตอบรับ

ซ่งเจี๋ยยิ้มบางๆ แล้วลูบใบไม้สีเขียวบนหัวของมันเบาๆ

พอได้สื่อสารกัน ภูตน้อยก็ดูเหมือนจะหายกลัวแล้ว มันเริ่มบินสำรวจสิ่งของรอบตัว

ซ่งเจี๋ยมองมันบินว่อนไปทั่วห้องอย่างสนุกสนาน

เขากวักมือเรียกมัน ไม่นานมันก็บินมาเกาะบนหัวของเขา

"อะแฮ่ม ลงมาเร็ว เข้าใจไหม พ่อไม่อยากหัวเขียว" ซ่งเจี๋ยเอ่ยขึ้น

ถึงภูตน้อยจะไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็ยอมบินลงมาเกาะที่ไหล่ของซ่งเจี๋ยแต่โดยดี

ซ่งเจี๋ยพูดต่อ "ต่อไปนี้เรียกแกกว่า เสี่ยวลวี่ ก็แล้วกัน ชื่อนี้เหมาะกับแกดี"

มันดูจะชอบชื่อนี้มาก จึงบินวนไปรอบห้องอย่างดีใจอีกครั้ง

"เสี่ยวลวี่ บอกพ่อหน่อยสิ หนูมีเพื่อนคนอื่นๆ อีกไหม" ซ่งเจี๋ยถามพร้อมรอยยิ้ม

ได้ยินดังนั้น เสี่ยวลวี่ก็ส่ายหน้าทันที

ซ่งเจี๋ยทำหน้าเสียดาย "น่าเสียดายจัง ฉันกลัวว่าแกจะเหงา ก็เลยอยากหาเพื่อนมาเล่นเป็นเพื่อนแกสักหน่อย"

เสี่ยวลวี่คิดในใจ: พ่อดีกับหนูจังเลย!

คนอ่าน: ไอ้คนเจ้าเล่ห์!!

ซ่งเจี๋ยมองดูเสี่ยวลวี่แล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ต่อจากนี้ต้องขยันหาเงินเลี้ยงลูกแล้วสิ!

แถมยังต้องเลี้ยงถึงเจ็ดตัว!

พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกปวดใจแปล๊บขึ้นมา

ซ่งเจี๋ยไม่ได้หาสัตว์อัญเชิญตัวต่อไปในทันที เขาเลือกที่จะรอให้พลังเวทฟื้นฟูเต็มที่ก่อนค่อยลองใหม่

เพราะเมื่อกี้เขาเสียพลังเวทไปกับการประทับตราวิญญาณใส่เสี่ยวลวี่

ยิ่งประทับตราวิญญาณได้หลายครั้ง ก็ยิ่งมีโอกาสได้สัตว์อัญเชิญมาครอบครองมากขึ้น!

ในขณะเดียวกัน เขาก็วางแผนสำหรับอนาคต เพราะตอนนี้เขาร้อนเงินมาก

ลำพังแค่ทรัพยากรของสถาบันหมิงจู ไม่มีทางเลี้ยงดูสัตว์อัญเชิญฝูงใหญ่ขนาดนี้ได้แน่

ซ่งเจี๋ยไตร่ตรองอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางของการเป็นฮันเตอร์!

ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบันของเขาที่เทียบเท่าจอมเวทระดับสูงขั้นที่สาม

ขอแค่เขาใช้สถานะจอมเวทระดับสูง ทีมล่าอสูรต่างๆ จะต้องแย่งตัวเขาแน่ ไม่มีทางอดตายจากการไม่มีภารกิจทำ

"ดูเหมือนจะมีแต่ทางนี้สินะ" ซ่งเจี๋ยจำต้องเลือกเส้นทางเสี่ยงอันตรายเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงลิ่ว จะได้หาเงินมาเลี้ยงดูสัตว์อัญเชิญของเขา

"พรุ่งนี้ค่อยไปดูที่สมาพันธ์นักล่าในเซี่ยงไฮ้" ซ่งเจี๋ยคิดในใจ แล้วหันไปมองเสี่ยวลวี่

เขายังไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวเล็กนี่มีสกิลอะไรบ้าง!

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 33 - อย่ามาเกาะบนหัวพ่อ!

คัดลอกลิงก์แล้ว