- หน้าแรก
- ระบบสุดเพี้ยน เซียนจอมเวทหลุดโลก
- บทที่ 18 - น้ำฝนนี่ดูคุ้นๆ นะ!
บทที่ 18 - น้ำฝนนี่ดูคุ้นๆ นะ!
บทที่ 18 - น้ำฝนนี่ดูคุ้นๆ นะ!
บทที่ 18 - น้ำฝนนี่ดูคุ้นๆ นะ!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"เรื่องเมล็ดพันธุ์วิญญาณไม่ใช่ว่าจะหาที่เหมาะกับเธอได้ง่ายๆ เดี๋ยวครูจะช่วยดูให้แล้วกันนะ" ถังเยว่บอกให้ซ่งเจี๋ยใจเย็นๆ
ซ่งเจี๋ยพยักหน้า แล้วฉวยโอกาสคว้ามือขาวเนียนนุ่มของถังเยว่มากุมไว้ "อาจารย์ถังเยว่ใจดีที่สุดเลยครับ!"
จ่านกงเห็นภาพนั้นแล้วควันออกหู คนเหมือนกันแท้ๆ ทำไมวาสนามันต่างกันนัก!!
"เอาล่ะ ปล่อยมือได้แล้ว" ถังเยว่เริ่มรู้สึกว่าซ่งเจี๋ยชักจะมือซน จึงดึงมือกลับ
ซ่งเจี๋ยทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันไปมองทางโม่ฟานกับมู่จั๋ววิน
ทางฝั่งนั้นเรื่องราวสิ้นสุดลงแล้ว หลังจากมู่จั๋ววินยอมก้มหัวขอโทษพ่อของโม่ฟาน ก็ไม่มีอะไรน่าดูอีก
"พี่ฟาน โคตรเจ๋ง!"
จางเสี่ยวโหวเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก
โม่ฟานพยักหน้า สายตาพลันเหลือบไปเห็นซ่งเจี๋ย
เขานึกว่าซ่งเจี๋ยจะเอาเรื่องความลับของเขาไปป่าวประกาศแล้ว แต่ผิดคาด อีกฝ่ายกลับไม่ได้พูดอะไรเลย
มู่จั๋ววินสีหน้าย่ำแย่ หันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากงานไปทันที
เดิมทีงานนี้จัดขึ้นเพื่อฉลองให้มู่หยูอัง แต่พอลูกบุญธรรมแพ้โม่ฟาน พระเอกของงานเลยกลายเป็นโม่ฟานไปซะงั้น!
พอมู่จั๋ววินกลับ แขกเหรื่อคนอื่นก็หมดสนุก ทยอยกันกลับบ้าน
ถังเยว่ถาม "ซ่งเจี๋ย บ้านเธออยู่ไหน ให้พวกเราไปส่งไหม"
"ได้ครับ!"
ซ่งเจี๋ยตอบรับทันที
มู่หนิงเสวี่ยตามไปปลอบใจมู่จั๋ววิน คงไม่มีเวลามาส่งเขาแน่
ซ่งเจี๋ยเดินตามถังเยว่ขึ้นรถจี๊ปทหารของจ่านกง แล้วขับออกจากคฤหาสน์ตระกูลมู่
"ไม่นึกเลยว่าเจ้าหนูโม่ฟานจะซ่อนเขี้ยวเล็บได้แนบเนียนขนาดนี้ ที่แท้ก็มีพรสวรรค์สองธาตุแต่กำเนิด!" จ่านกงส่ายหน้าด้วยความทึ่ง
ในเมื่อเขาดึงตัวซ่งเจี๋ยไม่ได้ ก็อาจจะลองไปจีบโม่ฟานดูบ้าง!
"จริงสิ เมื่อปีก่อนแกฆ่าอสูรหมาป่าระยะก้าวหน้าได้ ถ้าตอนนี้ให้ไปสู้กับระดับนักรบ แกไหวไหม" จ่านกงถามขึ้นมาดื้อๆ
ได้ยินคำถาม ถังเยว่ก็หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แววตาฉายแววคาดหวัง
แม้โม่ฟานจะมีสองธาตุ แต่ถ้าเทียบกับซ่งเจี๋ยแล้ว พรสวรรค์ของซ่งเจี๋ยดูจะเหนือกว่า
เพราะการที่เด็ก ม.5 ฆ่าสัตว์อสูรระยะก้าวหน้าได้ คงไม่มีใครในรุ่นเดียวกันทำได้แน่
"รอให้ผมทะลวงไประดับกลางก่อน น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับระดับนักรบทั่วไปได้ครับ" ซ่งเจี๋ยตอบ
"แค่ขึ้นระดับกลางก็ฆ่าระดับนักรบได้เลยเหรอ" จ่านกงทำหน้าประหลาดใจ
เพราะการจะล้มสัตว์อสูรระดับนักรบไม่ใช่เรื่องง่าย
ถ้าเป็นจอมเวทที่เพิ่งขึ้นระดับกลางใหม่ๆ อาจต้องใช้คนรุมถึงสี่ห้าคนกว่าจะจัดการได้สักตัว
แต่ทว่า! ซ่งเจี๋ยกลับบอกว่าแค่ขึ้นระดับกลางก็จัดการได้เดี่ยวๆ เล่นเอาพวกเขาอึ้งไปเลย
"ทำได้ครับ"
ซ่งเจี๋ยยืนยันเสียงหนักแน่น
ถังเยว่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่เสียไปคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ส่วนจ่านกงทำหน้าเหมือนคนโดนกรีดเลือด
พอส่งซ่งเจี๋ยถึงหน้าบ้าน ถังเยว่ก็กำชับว่า "ซ่งเจี๋ย อีกไม่กี่วันเธอไปที่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใต้พิภพพร้อมกับโม่ฟานได้เลยนะ"
"ขอบคุณครับอาจารย์ถังเยว่" ซ่งเจี๋ยยกมือไหว้ขอบคุณ
"แกลืมไปหรือเปล่าว่าใครเป็นคนช่วยพูดขอโควตาให้อีกแรง" จ่านกงทวงบุญคุณ
"ขอบคุณครับหัวหน้าครูฝึกสุดหล่อ" ซ่งเจี๋ยหันไปขอบคุณจ่านกง
"เออ แบบนี้ค่อยรื่นหูหน่อย!"
จ่านกงพูดจบก็ขับรถออกไป
ซ่งเจี๋ยมองท้ายรถจี๊ปที่เลี้ยวหายไปตรงหัวมุมถนนด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในใจ
เขาไม่รู้ว่าป่านนี้จ่านกงกับถังเยว่จะรู้ตัวหรือยัง ว่ามีแผนชั่วของลัทธิกบิลพัสดุ์ซ่อนอยู่
ด้วยสถานะของเขา พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะไม่มีหลักฐาน
แล้วเขาจะอธิบายยังไงว่ารู้แผนการของพวกมัน? นี่แหละปัญหาใหญ่
"ยังไงก็ต้องรีบเก่งขึ้น!" ซ่งเจี๋ยบอกตัวเอง
โชคดีที่ได้ความช่วยเหลือจากถังเยว่และจ่านกง ทำให้เขาได้โควตาเข้าไปใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์
แบบนี้เขาจะทะลวงระดับกลางได้เร็วขึ้น!
พอกลายเป็นจอมเวทระดับกลาง เขาก็จะปลุกพลังธาตุที่สองได้ ซึ่งมันจะเป็นกำลังสำคัญให้เขาแน่นอน!
แถมยังไม่ต้องเปลืองแต้มอัปเกรดจากระบบอีกด้วย!
...
บนรถจี๊ป จ่านกงขับรถไปพลางบ่นไปพลาง "เจ้าเด็กนั่นพรสวรรค์ดีใช้ได้ เธอส้มหล่นได้ของดีไปเต็มๆ เลยนะเนี่ย"
ถังเยว่ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เปลี่ยนเรื่องคุย "ทางเขตปลอดภัยมีอะไรผิดปกติไหม"
"ช่วงนี้เขตปลอดภัยเงียบสงบดี" จ่านกงตอบ
"คนของลัทธิกบิลพัสดุ์ช่วงนี้เคลื่อนไหวถี่ผิดปกติ ฉันสังหรณ์ใจว่าพวกมันกำลังวางแผนทำอะไรบางอย่าง!" ถังเยว่สีหน้าเคร่งเครียด
หน่วยตุลาการจับตาดูพวกมันมาตลอด แต่เจ้าพวกนี้มันเจ้าเล่ห์เพทุบายเหลือเกิน
"วางใจเถอะ ทางเขตปลอดภัยฉันจะคอยจับตาดูให้" จ่านกงรับปากจริงจัง
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเมืองเล็กๆ อย่างเมืองป๋อจะมีพวกลัทธิกบิลพัสดุ์แฝงตัวอยู่ เรื่องนี้ทำเอาเขาเริ่มร้อนใจขึ้นมา
ถังเยว่เตือน "อีกไม่กี่วันฝนจะตก ทางเขตปลอดภัยต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะ"
"เดี๋ยวฉันจะสั่งให้ลูกน้องออกลาดตระเวนเพิ่ม" จ่านกงรับคำ
...
หลายวันต่อมา
ถังเยว่ยืมรถจ่านกงเพื่อจะไปส่งซ่งเจี๋ย แต่จ่านกงดึงดันจะตามมาด้วย สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าทั้งคู่มารับซ่งเจี๋ยพร้อมกัน
"ฝนตกหนักขนาดนี้ รีบขึ้นรถเร็ว" ถังเยว่กวักมือเรียก
ซ่งเจี๋ยรีบเปิดประตูขึ้นรถทันที
จังหวะนั้นเอง เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ บางทีเขาอาจจะเตือนสติจ่านกงได้
"ฝนวันนี้มันดูแปลกๆ นะครับ สีเหมือนฉี่เลย" ซ่งเจี๋ยเปรยขึ้น
จ่านกงหันขวับ หรี่ตามองซ่งเจี๋ย
เมื่อกี้ตอนเดินออกมาเขาไม่ได้กางร่ม ทั้งผมทั้งเสื้อเปียกปอนไปหมด
ไอ้เด็กนี่กำลังจะบอกว่าเขาโดนฉี่ราดใส่หัวงั้นเรอะ?!
"พูดจาไม่เข้าหูคนก็หุบปากไปเลยไป" จ่านกงดุ
ซ่งเจี๋ยหัวเราะแห้งๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง "สภาพแวดล้อมเมืองป๋อก็ดีจะตาย ทำไมถึงมีฝนสีเหลืองตกลงมาได้นะ"
จ่านกงกับถังเยว่เงียบกริบ พวกเขาไม่ใช่กรมควบคุมมลพิษสักหน่อย จะไปรู้ได้ไง
"หัวหน้าครูฝึกครับ ตอนที่ไปฝึกภาคสนามรอบนั้น ฝนตกแบบนี้หรือเปล่าครับ" ซ่งเจี๋ยถามต่อ
"ไม่มั้ง"
"ไม่มีเหรอครับ? แล้วทำไมน้ำฝนนี่ถึงดูเหมือนน้ำพุในถ้ำนั่นจัง" ซ่งเจี๋ยทิ้งระเบิดลูกใหญ่
จ่านกงไม่ได้ตอบ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนพวกนี้ดูคล้ายกับน้ำพุพวกนั้นจริงๆ...
"เดี๋ยว!!" จ่านกงเบรกรถตัวโก่ง เล่นเอาซ่งเจี๋ยกับถังเยว่หัวทิ่มหัวตำ
"เป็นอะไรไป?" ถังเยว่ถามด้วยความตกใจ
"น้ำฝนพวกนี้มีปัญหา!" จ่านกงโพล่งออกมา แล้วเหยียบคันเร่งออกรถต่อทันที
"เกิดอะไรขึ้น?" ถังเยว่ถามย้ำอย่างไม่เข้าใจ
"ส่งซ่งเจี๋ยที่อาคารการค้าสีเงินก่อน แล้วเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟัง!"
จ่านกงเหยียบคันเร่งมิดไมล์ รถพุ่งทะยานไปข้างหน้า ไม่กี่นาทีต่อมาก็มาถึงหน้าอาคารการค้าสีเงิน
ซ่งเจี๋ยเห็นจ่านกงรู้ตัวแล้ว ก็ถอนหายใจโล่งอก
แบบนี้เมืองป๋ออาจจะไม่ต้องเจอโศกนาฏกรรมเลวร้ายเหมือนในนิยายต้นฉบับ อาจจะมีคนรอดชีวิตได้มากขึ้น
พอมองส่งรถจี๊ปแล่นออกไป ซ่งเจี๋ยก็เดินเข้าไปในอาคารการค้าสีเงิน ซึ่งโม่ฟานก็เพิ่งมาถึงพอดี
"ซ่งเจี๋ย?" โม่ฟานมองหน้าซ่งเจี๋ย งงว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาโผล่ที่นี่
ซ่งเจี๋ยพยักหน้าทักทาย
โม่ฟานถาม "นายมาทำอะไรที่นี่"
"มาเข้าใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์" ซ่งเจี๋ยตอบตรงไปตรงมา
"นายก็ได้โควตาด้วยเหรอ" โม่ฟานถามต่อ
"ใช่ อาจารย์ถังเยว่กับครูฝึกจ่านกงช่วยขอกับทางเมืองให้น่ะ" ซ่งเจี๋ยอธิบาย
มู่จั๋ววินเดินเข้ามาหา "มากันครบแล้วสินะ งั้นก็เข้าไปพร้อมกันเลย"
...
[จบแล้ว]