เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 870 (ตอนพิเศษ) – ปฐมบทแห่งความตาย: ความจริงเบื้องหลังตำนาน ‘ไอรอน เวอร์จิน’

บทที่ 870 (ตอนพิเศษ) – ปฐมบทแห่งความตาย: ความจริงเบื้องหลังตำนาน ‘ไอรอน เวอร์จิน’

บทที่ 870 (ตอนพิเศษ) – ปฐมบทแห่งความตาย: ความจริงเบื้องหลังตำนาน ‘ไอรอน เวอร์จิน’


ในโลกสีเทาของทหารรับจ้าง ชื่อเสียงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยคำโฆษณาที่สวยหรู แต่มันถูกสลักลงบนแผ่นดินด้วยเลือด ซากศพ และความสิ้นหวังของผู้ที่กล้าเผชิญหน้า สำหรับหน่วยทหารรับจ้าง ‘ไอรอน เวอร์จิน’ (Iron Virgin) หรือที่คนในวงการขนานนามอย่างเกรงขามว่า ‘มารดาเหล็กกล้า’ พวกเขาไม่ใช่แค่กลุ่มทหารที่รบเพื่อเงิน แต่พวกเขาคือ “ระบบจักรกลสังหาร” ที่ขับเคลื่อนด้วยวินัยที่โหดเหี้ยมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเกินกว่าคำว่าทหารรับจ้างทั่วไปจะจินตนาการถึง

เกาหยางเคยได้ยินชื่อนี้มานาน แต่ในวินาทีที่เขาต้องเผชิญหน้ากับพวกมันในป่าอเมซอน ความทรงจำเกี่ยวกับตำนานที่สร้างชื่อให้พวกมันก็ผุดขึ้นมาในหัว—ตำนานที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน ณ เขตอุตสาหกรรมนรกในดอเนตสก์ (Donetsk)

กับดักที่เขตอุตสาหกรรมหมายเลข 4

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งในยูเครนตะวันออก ณ เมืองที่เต็มไปด้วยควันไฟและซากปรักหักพัง ไอรอน เวอร์จิน ได้รับภารกิจในการคุ้มกันบุคคลสำคัญระดับสูงและข้อมูลลับทางยุทธศาสตร์ภายในอาคารร้างกลางเขตอุตสาหกรรมหมายเลข 4 ทว่าข่าวกลับรั่วไหล กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นร่วมกับทหารอาสาสมัครรวมกว่าสองพันคน พร้อมด้วยรถหุ้มเกราะ BTR และปืนใหญ่ยิงสนับสนุน ได้เข้าโอบล้อมอาคารนั้นไว้ทุกทิศทาง

ในสายตาของคนทั่วไป ทหารรับจ้างเพียงสามสิบคนต่อสู้กับคนสองพันในพื้นที่ปิดตาย คือสูตรสำเร็จของการฆ่าตัวตาย แต่สำหรับไอรอน เวอร์จิน นั่นคือเวทีสำหรับ ‘การสาธิตประสิทธิภาพ’

“เป้าหมายอยู่ในระยะ 1,200 เมตร ทิศทาง 2 นาฬิกา ลมสงบ... ยืนยันตัวตนผู้นำกลุ่มอาสาสมัคร กองกำลังศัตรูเริ่มเคลื่อนพล” เสียงรายงานในวิทยุสื่อสารของพวกมันเย็นเฉียบไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังอ่านรายงานพยากรณ์อากาศ

ที่ดาดฟ้าของอาคารคอนกรีตที่ผุกร่อน สไนเปอร์ของไอรอน เวอร์จิน นอนนิ่งราวกับก้อนหิน ปืนไรเฟิล Accuracy International AXMC ขนาด .338 Lapua Magnum ถูกติดตั้งไว้อย่างมั่นคง กล้องเล็งกลางคืนระบบความร้อนรุ่นล่าสุดจับภาพความร้อนของมนุษย์ที่อยู่ไกลออกไปเป็นสีขาวโพลนท่ามกลางความมืดมิด

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียวในความเงียบสงัดของค่ำคืน กระสุนน้ำหนัก 300 เกรนพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียงผ่านซากตึกและกลุ่มควัน ก่อนจะเจาะทะลุหมวกเหล็กและกะโหลกของผู้นำกองกำลังฝั่งตรงข้ามจนระเบิดกระจายท่ามกลางเหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนล้อมรอบ

นั่นไม่ใช่แค่การลอบสังหาร แต่มันคือการเปิดฉากงานเลี้ยงเลือด

ระบำของเครื่องจักร

ทันทีที่ผู้นำตาย ความโกลาหลก็เกิดขึ้น กองกำลังสองพันคนเริ่มสาดกระสุนและระเบิดเข้าใส่อาคารหมายเลข 4 อย่างบ้าคลั่ง รถหุ้มเกราะ BTR-80 เริ่มระดมยิงปืนกลหนักขนาด 14.5 มม. จนผนังคอนกรีตแตกเป็นเสี่ยงๆ

แต่ไอรอน เวอร์จิน ไม่ได้ตื่นตระหนก พวกเขาไม่ได้หลบอยู่หลังกำแพงเพื่อรอความตาย แต่ละคนถูกวางตำแหน่งไว้อย่างเป็นระบบที่เรียกว่า ‘โครงข่ายการยิงประสาน’ (Interlocking Fields of Fire)* ซึ่งถูกคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ยุทธวิธีล่วงหน้า

(*Interlocking Fields of Fire คือเทคนิคการตั้งรับทางทหารที่ใช้ปืนกลหรืออาวุธหลายกระบอกจัดวางให้แนวการยิงซ้อนทับกันเป็นรูปตัว X เพื่อปิดจุดบอดของกันและกัน เพิ่มอำนาจการยิงสูงสุดในพื้นที่สังหาร และป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้าถึงฐานที่มั่นได้ง่าย โดยมักใช้ในการรบแบบสนามเพลาะ)

“ชุดจู่โจมที่ 1 ประจำตำแหน่งหน้าต่างฝั่งตะวันออก... ชุดสนับสนุนเตรียมอาวุธต่อสู้รถถัง... เริ่มแผนงาน ‘สุสานเหล็ก’”

เมื่อกองกำลังศัตรูรุกคืบเข้าใกล้ในระยะ 300 เมตร พวกเขาก็ต้องพบกับสิ่งที่เรียกว่านรกของทหารราบ ไอรอน เวอร์จิน ไม่ได้ใช้แค่ปืนไรเฟิล แต่พวกเขาใช้เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติและทุ่นระเบิดที่ควบคุมด้วยรีโมต ทุกย่างก้าวที่ศัตรูเหยียบลงไปคือจุดที่ถูกเล็งไว้แล้ว

เสียงปืน HK416 ที่ติดตั้งตัวเก็บเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะ ฟึ่ด-ฟึ่ด-ฟึ่ด ทุกการเหนี่ยวไกคือการปลิดชีพหนึ่งชีวิตอย่างแม่นยำ พวกเขาไม่ได้ยิงกราด แต่ยิงเข้าที่ส่วนกลางลำตัวหรือศีรษะด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ จนดูเหมือนหุ่นยนต์ที่กำลังทำงานในโรงงาน

ทหารอาสาสมัครเหล่านั้นพยายามบุกเข้าไปในอาคาร แต่กลับพบว่าทุกลูกบันได ทุกหัวมุมตึก ถูกวางกับดักและสไนเปอร์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ไอรอน เวอร์จิน เคลื่อนที่สลับกันเหมือนฟันเฟือง เมื่อคนหนึ่งเปลี่ยนซองกระสุน อีกคนจะยิงกลบช่องว่างทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปากสั่ง

นรกในตึกร้าง

ความน่ากลัวที่แท้จริงเริ่มต้นเมื่อศัตรูสามารถบุกเข้ามาในชั้นล่างของอาคารได้สำเร็จ พวกเขาคิดว่าด้วยจำนวนที่มากกว่าจะสามารถบดขยี้ทหารรับจ้างกลุ่มเล็กๆ นี้ได้ แต่ในความมืดมิดภายในตึก ไอรอน เวอร์จิน คือมัจจุราชที่มองเห็นทุกอย่าง

ด้วยแว่นตรวจจับความร้อนรุ่น GPNVG-18* (กล้องตาเดียวสี่เลนส์) พวกเขามองเห็นความร้อนของศัตรูผ่านกลุ่มควันและกำแพงบางๆ ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ศัตรูตาบอดสนิท ไอรอน เวอร์จิน ใช้ระเบิดแสง (Flashbang) และระเบิดควันร่วมกับปืนลูกซองยุทธวิธีและปืนพกติดกล้องจุดแดง (Red Dot)

(*GPNVG-18 (Ground Panoramic Night Vision Goggle) เป็นอุปกรณ์มองภาพกลางคืนแบบพาโนรามา 4 ท่อ มีจุดเด่นคือให้มุมมองภาพ (FoV) กว้างถึง 97 องศา ซึ่งออกแบบมาสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ)

มีการบันทึกภายหลังว่า ในทางเดินยาวของชั้นที่สาม สมาชิกไอรอน เวอร์จิน เพียงสองคนสามารถสกัดกั้นทหารราบกว่าหกสิบคนได้นานถึงยี่สิบนาที โดยสังหารไปกว่าสี่สิบศพในระยะเผาขน รอยกระสุนบนผนังแสดงให้เห็นว่าทุกนัดถูกยิงในระดับสายตาอย่างแม่นยำ ไม่มีการยิงสะเปะสะปะแม้แต่นัดเดียว

“พวกมันไม่ใช่คน...” ทหารอาสาสมัครคนหนึ่งที่รอดชีวิตเล่าด้วยอาการสั่นเทา “เพื่อนของผมถูกยิงที่หัวใจ และในวินาทีที่ผมจะหันไปช่วย ผมก็เห็นแสงสีแดงจากเลเซอร์พาดผ่านหน้าผมไป มันนิ่งมาก นิ่งจนเหมือนไม่มีลมหายใจ”

ชัยชนะที่ไร้รอยตำหนิ

เมื่อถึงรุ่งเช้า เขตอุตสาหกรรมหมายเลข 4 ก็เงียบสงบลง กองกำลังสองพันคนแตกพ่ายถอยร่นทิ้งศพไว้กว่าสี่ร้อยศพเกลื่อนกลาด รถหุ้มเกราะสามคันถูกทำลายด้วยขีปนาวุธ Javelin และทุ่นระเบิดทำลายรถถัง

ผลสรุปการรบคือสิ่งที่ทำให้โลกต้องตะลึง ฝ่ายศัตรูเสียชีวิต 420 ราย บาดเจ็บสาหัสนับร้อย ในขณะที่หน่วยไอรอน เวอร์จิน เสียชีวิต 0 ราย บาดเจ็บเพียง 3 ราย ซึ่งเป็นการบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่แขนและขาเท่านั้น

ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากโชค แต่มันมาจากเงินทุนมหาศาลที่ลงไปกับอุปกรณ์และการฝึกฝนที่เข้มงวดจนทำลายความเป็นมนุษย์ทิ้งไป พวกเขากลายเป็นที่รู้จักในนาม ‘ไอรอน เวอร์จิน’ เพราะการรบของพวกเขา ‘บริสุทธิ์’ และ ‘แข็งแกร่ง’ ราวกับเครื่องจักรที่ไม่เคยทำพลาด

กลับสู่ปัจจุบัน: เผชิญหน้ากับจักรกลในป่า

ตัดกลับมาที่ป่าอเมซอน เกาหยางกระชับปืน คมดาบซาตาน ในมือแน่น เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมตามแผ่นหลังที่ยังร้อนผ่าวจากเปลวไฟของเครื่องพ่นไฟเมื่อครู่ เขารู้ดีว่าภาพที่เขาเห็นในกล้องความร้อน—การเคลื่อนที่ที่นิ่งสงบ การตอบโต้ที่รวดเร็วและแม่นยำ—มันคือพิมพ์เขียวเดียวกับที่ดอเนตสก์

“หัวหน้า พวกมันถอยไปแล้ว แต่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ” เสียงของหลี่จินฟางดังขึ้นในวิทยุ กระตุกเกาหยางออกจากภวังค์ “พวกมันถอยเป็นเส้นตรงมุ่งหน้าไปยังคุ้งน้ำนั่น เหมือนกำลังเปิดช่องว่างให้เราตามไป”

เกาหยางเม้มริมฝีปาก ความเจ็บที่ดั้งจมูกจากเศษแว่นกันกระสุนยังคงเตือนสติเขาอยู่

“นั่นคือกับดัก... พวกไอรอน เวอร์จิน ไม่เคยถอยเพราะกลัว พวกมันถอยเพื่อ ‘จัดรูปขบวนใหม่’ ในพื้นที่ที่พวกมันได้เปรียบกว่า”

ในป่าดิบชื้นที่พืชพรรณหนาทึบจนมองไม่เห็นมือตัวเอง ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของไอรอน เวอร์จิน ยิ่งน่ากลัวขึ้นเป็นทวีคูณ พวกมันมีอุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่วางไว้ตามพื้นดิน มีโดรนขนาดจิ๋วที่เงียบจนไม่ได้ยินเสียง และที่สำคัญที่สุดคือพวกมันมีความนิ่งที่หน่วย ‘ซาตาน’ ยังต้องหวั่นใจ

“ทุกคนฟัง!” เกาหยางสั่งเสียงต่ำและเฉียบขาด “ลืมวิธีรบกับพวกทหารอาสาสมัครกิ๊กก๊อกที่โคลอมเบียไปให้หมด คนที่อยู่ข้างหน้าเราไม่ใช่คน... แต่มันคือฟันเฟืองเหล็กกล้าที่พร้อมจะบดขยี้เราทันทีที่เราทำพลาดเพียงก้าวเดียว”

เขาหันไปมองเกรกลอรอฟที่เพิ่งดับไฟบนหลังเสร็จ แววตาของจอมปืนกลเฒ่าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและร่องรอยของการผ่านศึกมาโชกโชน

“หมาใหญ่... เตรียมกระสุนให้พร้อมที่สุด เราจะไม่อ้อมไปตามทางที่พวกมันขีดไว้ แต่เราจะฉีกเส้นทางใหม่ผ่านดงเถาวัลย์นี่ไปเลย”

เกาหยางรู้ดีว่า ‘ซาตาน’ มีดีที่ความยืดหยุ่นและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ในขณะที่ ‘ไอรอน เวอร์จิน’ คือความแม่นยำของระบบจักรกล การปะทะกันครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ระหว่าง ‘จิตวิญญาณแห่งการเอาตัวรอด’ กับ ‘ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี’ อะไรจะเหนือกว่ากัน

“ศัตรูอาจจะมองเห็นเราผ่านกล้องความร้อน... แต่พวกมันลืมไปอย่างหนึ่ง” เกาหยางกล่าวพึมพำกับตัวเองขณะปรับโฟกัสกล้องเล็ง “ป่านี้มันร้อนพอๆ กับนรก และในนรก... ซาตานคือเจ้าถิ่น”

เขาโบกมือให้สัญญาณลูซิก้าและหลี่จินฟางเคลื่อนที่แบบ ‘กบกระโดด’ (Bounding Overwatch)* โดยรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด ท่ามกลางเสียงแมลงที่เงียบหายไปและกลิ่นไหม้ของน้ำมันจากเครื่องพ่นไฟ เกาหยางรู้ว่าบทที่ยากที่สุดของการรบเพิ่งเริ่มต้น

(*การเคลื่อนพลแบบ "Bounding overwatch" เป็นเทคนิคการเคลื่อนที่ทางยุทธวิธีที่หน่วยหนึ่งเคลื่อนที่ไปพร้อมกับอีกหน่วยหนึ่งที่ให้การรักษาความปลอดภัยหรือยิงคุ้มกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปะทะกับศัตรู เทคนิคนี้ใช้เมื่อคาดว่าจะมีการปะทะกัน ทำให้ทีมสามารถ "กระโดด" ไปข้างหน้าได้ในเวลา 3-5 วินาที เพื่อให้การสนับสนุนที่ต่อเนื่อง แม่นยำ และทันท่วงที ลดความสูญเสีย)

#

ไอรอน เวอร์จิน อาจจะสร้างชื่อจากชัยชนะที่ไร้รอยตำหนิมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ในวันนี้ เกาหยางสาบานกับตัวเองว่า เขาจะเป็นคนแรกที่ฝากรอยแผล และสลักความตายลงบนใบหน้าที่เย็นชาของจักรกลเหล่านั้น

"ไป... ให้พวกมันรู้ว่า ป่านี้ไม่ได้เป็นของพวกมัน แต่เป็นของคนที่เหี้ยมกว่า!"

เกาหยางพุ่งตัวเข้าสู่เงาดำของป่าลึก ทิ้งเบื้องหลังไว้เพียงกลิ่นควันและความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ศึกระหว่างทหารรับจ้างที่เก่งที่สุดในโลกสองหน่วยได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และในสมรภูมินี้... จะมีเพียงหน่วยเดียวเท่านั้นที่เหลือรอดไปเล่าตำนานบทต่อไปได้

------

(จบบทที่ 870)

จบบทที่ บทที่ 870 (ตอนพิเศษ) – ปฐมบทแห่งความตาย: ความจริงเบื้องหลังตำนาน ‘ไอรอน เวอร์จิน’

คัดลอกลิงก์แล้ว