- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 576 – กระแสคลั่งเขียว
บทที่ 576 – กระแสคลั่งเขียว
บทที่ 576 – กระแสคลั่งเขียว
เกาหยางโยนชื่อ “องค์กรปลอม” ออกไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นแผนที่ฉลาดใช้ได้
แต่ตอนนี้ มีคนต้องการให้เขาอ้างสิทธิ์ใน “องค์กรปลอม” นั้นอย่างเป็นทางการ…
เกาหยางมีความรู้สึกเดียว
‘ล้อกันเล่นหรือไงวะ’
บนโลกนี้
มีเรื่องที่ “พอทำได้” และเรื่องที่ “ทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด”
เป็นทหารรับจ้าง ยิงกัน ฆ่าคน เผาเรือน โอเค ไม่เป็นไร
ตราบใดที่ไม่ไปยั่วประเทศมหาอำนาจหรือองค์กรใหญ่ระดับโลก
ไม่มีใครสนใจหรอกว่ากลุ่มทหารรับจ้างเล็ก ๆ จะไปฆ่าใครที่ไหน
แต่ถ้าจะไปเป็น หัวหน้าองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ
ฮ่า…แค่ไม่กี่นาที ก็จะถูกสอนบทเรียนจนจำไม่ลืมว่าควรใช้ชีวิตแบบไหน
ไม่ต้องถึงมือรัฐบาลของประเทศใหญ่ ๆ แค่บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่คุณไปขวางผลประโยชน์เขา แค่เขา “ตั้งใจ” จะลงมือทำอะไรสักอย่าง เกาหยางกับพวกก็ต้านไม่ไหวแล้ว
จะให้เขาสละชีวิตเพื่อรักษ์โลก? ด้วยความสามารถ และด้วยนิสัยของเขา ‘ไม่มีวัน’
“คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย! ผมกับอะไรที่คุณเรียกว่า ‘กรีน เทอร์เรอร์’ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่นิดเดียว ก่อนคุณพูดชื่อมันเมื่อกี้ ผมยังไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำ เพราะงั้นคุณอยากทำอะไรก็เรื่องของคุณ แต่ไม่เกี่ยวกับผมเด็ดขาด”
เกาหยางตัดบททันที โดยไม่ลังเลแม้ครึ่งวินาที
เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของเกาหยาง พวกพ้องแห่งธรรมชาติเหลือบมองไปหาจัสตินอีกครั้ง
จัสตินยักไหล่ ทำหน้าปลง ๆ
“พูดจุดประสงค์ของนายต่อไปเถอะ อย่าไปสนใจคุณแรมมาก เขาไม่ยอมรับแบบนี้แหละ แต่คุณพูดสิ่งที่คุณตั้งใจมาจะพูดให้หมดก็แล้วกัน”
เกาหยางถอนหายใจ…รู้สึกหมดแรงกับคนพวกนี้เต็มที
พวกพ้องแห่งธรรมชาติยักไหล่ก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจังแบบมั่นใจสุดขีด
“คุณแรมครับ ผมคิดแบบนี้ ถ้าผมกับทีมของผมเข้าร่วมองค์กรของคุณ ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ว่าอะไรทั้งนั้น!
ผมพร้อมลงเงินเริ่มต้นสิบล้านดอลลาร์ก่อน ถ้าไม่พอ ผมเพิ่มอีกได้เรื่อย ๆ
ผมต้องการแค่ให้คุณกับผมร่วมมือกันทำ ‘งานใหญ่’ สักสองสามเรื่อง งานใหญ่ระดับเขย่าโลก! แน่นอน…เป็นงานที่เป็นประโยชน์ต่อโลกด้วยนะครับ”
เกาหยางรู้สึกเหมือนโดนไฟลวกหน้า สิ่งที่เขากังวลที่สุด กำลังเกิดขึ้นจริง ๆ
โลกใบนี้ไม่เคยขาดคน “ว่างจัด”
ส่วนใหญ่พวกว่าง ๆ มักไม่มีพลังอะไร
เพราะไม่รวย ไม่มีอำนาจ
แต่ถ้าเป็นคนที่ “รวยมาก ๆ และว่างมาก ๆ” พร้อมกัน…
ความหายนะขั้นสุดก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก
สำหรับคนที่ว่างจนเกินกว่าจะอธิบายได้อย่างพวกพ้องแห่งธรรมชาติ
เกาหยางมีกฎเหล็กอยู่ข้อเดียว
‘ปล่อยให้เขาวิ่งไปเล่นคนเดียว ยิ่งไกลยิ่งดี อย่าเอาตัวไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด’
ยังไม่ทันที่เกาหยางจะได้เปิดปากปฏิเสธ
พวกพ้องแห่งธรรมชาติก็เริ่มรัวโมโนล็อค*ต่อด้วยความตื่นเต้น
(*โมโนล็อค (monologue) หมายถึง บทพูดของตัวละครเพียงคนเดียวในงานบันเทิง เช่น ละคร, ภาพยนตร์ หรือการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน (stand-up comedy) ซึ่งใช้เพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และมุมมองของตัวละครนั้นๆ ให้ผู้ชมได้เข้าใจ)
“รู้ไหมครับ การจมเรือวาฬกลางทะเลแอนตาร์กติกาเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งยุคเลยนะ! คุณเปิดศักราชใหม่ให้โลกได้เห็นว่า แท้จริงแล้ว การปกป้องสิ่งแวดล้อม สามารถใช้วิธีที่ตรงไปตรงมา และทรงพลังได้
แต่ที่ผมประทับใจมากกว่าคือ ปฏิบัติการของคุณต่อบริษัทมอนซานโต้! ผมต่อต้านพวกการดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)* แบบสุดลิ่มทิ่มประตู ถึงจะไม่ดังเท่าที่ทะเลแอนตาร์กติกา แต่สำหรับผม มันโดนใจมาก!”
(*GMO ย่อมาจาก สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Organism) ซึ่งหมายถึงสิ่งมีชีวิต (เช่น พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์) ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนสารพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยีทางพันธุวิศวกรรม เพื่อให้มีคุณลักษณะตามที่ต้องการ โดยสามารถนำยีนจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งมาใส่ในอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งเพื่อให้มีคุณสมบัติใหม่ เช่น ทนทานต่อแมลง โรค หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม)
เกาหยางเบิกตาโต
“คุณพูดเรื่องอะไร? ผมนี่ฟังไม่รู้เรื่องเลยนะ?”
ครั้งนี้เขาไม่ได้แกล้งโง่
เขาโง่จริง ๆ เพราะเขาไม่รู้เรื่อง
พวกพ้องแห่งธรรมชาติยักไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่
“องค์กรลูกของคุณ ‘RAGE’ บุกโจมตีสำนักงานใหญ่ของมอนซานโต้ แม้ว่าจะมีผู้บาดเจ็บสาหัสสี่ราย แต่ก็สามารถทำลายข้อมูลสำคัญไปได้เยอะมาก
การกระทำนั้นมีคุณค่ามหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือมันแสดงให้โลกรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องยอมให้พวกนั้นทำลายบ้านของเราไปเรื่อย ๆ”
เกาหยางกลืนน้ำลาย
“…เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่? ทำไมผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย?”
พวกพ้องแห่งธรรมชาติถอนหายใจ
“เพิ่งเกิดเมื่อสองวันก่อนเอง คุณแรม คุณเลิกเสแสร้งได้ไหม? การทำแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่”
เกาหยางนิ่งไป เขาพบแล้วว่า คนบ้าในโลกนี้มีเยอะเกินไป
“ผู้ยอมสละชีพเพื่อโลก” ประเภทบ้าบิ่นก็มีเต็มไปหมด
เขาไม่เข้าใจวิธีคิดของคนพวกนี้เลย
และสัญชาตญาณบอกเขาว่า – ต้องยืนห่างจากคนแบบนี้ให้มากที่สุด
หลังเกาหยางเงียบไป พวกพ้องแห่งธรรมชาติกระแอมเบา ๆ แล้วพูดต่อด้วยรอยยิ้มสดใสทิ่มตา
“พักนี้ การเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมแบบมี ‘แรงปะทะ’ เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ถึงภารกิจครั้งก่อนจะล้มเหลวไป แต่ก็สร้างกระแสได้ไม่น้อย
วันนี้ในข่าว มีคอลัมนิสต์เขียนศัพท์ใหม่ขึ้นมา ผมชอบมันมาก เลยตัดสินใจเอามาใช้เป็นชื่อแผนงานใหม่ของเรา ผมจะทำมันให้ใหญ่ขึ้น ขยายระดับ…จนกลายเป็น ‘กระแสคลั่งเขียว’ อย่างแท้จริง!”
เกาหยางเลิกคิ้ว
“กระแสคลั่งเขียวคืออะไร?”
พวกพ้องแห่งธรรมชาติยิ้ม
“คำที่นักวิจารณ์คนหนึ่งบัญญัติขึ้นมา เพื่อใช้เรียกกระแสของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหัวรุนแรงยุคใหม่ช่วงนี้น่ะครับ”
จัสตินหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดแทรก
“จริง ๆ นายเคยติดต่อพวกเขามาก่อนนะ แรม จำได้ไหม?”
เกาหยางจำได้สิ ค่าจ้างสองแสนดอลลาร์ที่ถูกส่งมาว่าจ้างพวกเขาเมื่อก่อน ก็คือ ‘พวกพ้องแห่งธรรมชาติ’ นี่เอง
แต่สิ่งที่ทำให้เขางงคือ พวกพ้องแห่งธรรมชาติ ‘ตอนนั้น’ กับ ‘ตอนนี้’ มันใช่คนเดียวกันไหม? หรือเป็นแค่การสืบทอดชื่อ
พวกพ้องแห่งธรรมชาติยักไหล่
“อย่ามองผมแบบนั้น ตอนนั้นผมไม่ได้คุมงานเอง ดังนั้นปฏิบัติการถึงล้มเหลวไงล่ะ งานนั้นพวกเขาต้องการทำลายเครื่องจักร ไม่ตั้งใจจะทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ในป่าฝนเขตร้อนในอเมริกาใต้ พวกคนตัดไม้โหดกว่าที่คิดมาก
พวกเขาระเบิดรถตัดไม้กับรถบรรทุกไปสองคัน แต่กลับโดนพวกคนงานไล่ยิงสวนมาจนต้องหนีเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ
เพราะแบบนั้น ผมเลยตัดสินใจคุมเองทั้งหมด”
เกาหยางเริ่มมองเห็นภาพ
ถ้าไอ้พวกนี้ยึดถือแนวคิด ‘ชีวิตสัตว์สำคัญกว่าชีวิตคน’
งั้นพวกนี้ไม่ใช่แค่หัวรุนแรง แต่เป็น ‘พวกคลั่งศาสนาสีเขียว’ ชัด ๆ
ถ้าเป็นคนบ้าพวกนั้น…
เกาหยางก็ไม่รังเกียจที่จะปล่อยให้พวกเขาตาย
เกาหยางพ่นลมหายใจ
“คุณพวกพ้องแห่งธรรมชาติ…ไม่ว่าคุณอยากทำอะไร มันไม่เกี่ยวกับผมทั้งนั้น คุณอยากใช้ชื่อ ‘กรีนเทอร์เรอร์’ ก็เอาไปใช้ได้เลย ผมไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น”
ตอนนี้เกาหยางคิดว่า ปล่อยให้คนพวกนี้ใช้ชื่อ ‘กรีนเทอร์เรอร์’ ออกไปก่อเรื่องเยอะ ๆ ยิ่งกระจาย ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งดี
มันจะทำให้ความสนใจจากทั้งโลกพุ่งไปกระแทกพวกนี้เต็ม ๆ
ส่วนเขา…ก็จะหลุดพ้นจากการเป็นเป้าใหญ่แบบสมบูรณ์
พวกพ้องแห่งธรรมชาติตาเป็นประกายทันที
“คุณกำลังจะรับพวกเราเข้ากลุ่มจริง ๆ ใช่ไหม!?”
เกาหยางรีบโบกมือ
“คุณเข้าใจผิดนะ ผมบอกแล้วไง ผมไม่เกี่ยวอะไรกับองค์กรกรีนเทอร์เรอร์เลย ผมแค่บอกว่าคุณ ‘ใช้ชื่อได้’ ก็เท่านั้นเอง”
พวกพ้องแห่งธรรมชาติทำหน้าเหมือนลูกหมาถูกดับฝัน
“งั้นมันก็หมดความหมายสิ…โอเค ผมเข้าใจแล้ว แต่ผมจะไม่ใช้ชื่อกรีนเทอร์เรอร์ตรง ๆ อืม…ผมจะสร้าง ‘แนวร่วมคลั่งเขียว’ (Green Terror Front) เพื่อแสดงว่าเราอยู่ใต้ร่มธงของกรีนเทอร์เรอร์ แต่ดำเนินการแยกเป็นอิสระตามลำพัง แบบนี้น่าจะดีนะ?”
เกาหยางยิ้มกว้าง ยิ้มแบบที่ในใจคิดว่า ‘ไปไกล ๆ เลยยิ่งดี’
“ความคิดนี้ไม่เลว ดีมากเลย คุณทำแบบนั้นแหละ เหมาะที่สุดแล้ว”
------
(จบบทที่ 576)