เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271 - ยกพลขึ้นบก

บทที่ 271 - ยกพลขึ้นบก

บทที่ 271 - ยกพลขึ้นบก


ในทีมของเกาหยาง นอกจากหลี่จินฟางที่จะไปกับขบวนเรือของหน่วยฝึกแล้ว คนอื่น ๆ จะเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังโบซาโซ โดยใช้เส้นทางเลียบชายฝั่ง เพื่อคงการติดต่อกับขบวนเรือตลอดเวลา

การลำเลียงกำลังพลด้วยเรือนั้นไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยนัก โดยเฉพาะเมื่อทั้งคน อุปกรณ์ และกระสุนต่างเบียดเสียดกันอยู่บนเรือ หากถูกโจมตีขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ตามมาคงเป็นหายนะอย่างแน่นอน แต่โบซาโซอยู่ห่างจากหมู่บ้านชาวประมงกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร การให้ทหารเดินเท้าไปก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่จะเสียเวลามากเกินไป แถมทหารส่วนใหญ่ที่ฝึกมาได้เพียงหนึ่งเดือนก็จะสูญเสียความสามารถในการรบไปแทบจะทั้งหมดเมื่อไปถึง

เพื่อความปลอดภัย รถยนต์สองคันถูกส่งออกไปข้างหน้าเพื่อสำรวจเส้นทาง หากพบความผิดปกติใด ๆ จะแจ้งกลับมาทันทีเพื่อให้ขบวนเรือเทียบฝั่งและให้กองทัพขึ้นบกได้ทันที การเดินทางโดยรวมยังคงราบรื่นดี มีเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่รถยนต์ต้องขับอ้อมเพื่อไปสมทบกับขบวนเรืออีกครั้ง

นอกจากรถยนต์สองคันที่นำหน้าไปกว่ายี่สิบกิโลเมตรแล้ว รถยนต์ที่เหลือทุกคันต่างก็ลากแท่นยิงจรวดหลายลำกล้องแบบ Type 63 เอาไว้ และรถกระบะสองคันก็ลากแท่นยิงจรวดหลายลำกล้องถึงสองแท่น ซึ่งทำให้เห็นถึงข้อดีของจรวด Type 63 ที่มีน้ำหนักเบาและสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย หากเป็นอาวุธชนิดอื่นแล้ว ด้วยกำลังในการขนส่งที่จำกัดของแก๊งหัวกะโหลก คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถเคลื่อนย้ายอาวุธหนักเหล่านี้ไปพร้อมกับกองกำลังหลักได้เลย

เกาหยางและเกรกลอรอฟนั่งรถออฟโรดไปอยู่ท้ายขบวน เพื่อคอยตรวจสอบว่ารถที่ลากเครื่องยิงจรวดมีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ตลอดการเดินทางก็ไม่พบปัญหาใด ๆ ขบวนรถและขบวนเรือเดินทางไปได้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากคลื่นในทะเลบริเวณชายฝั่งค่อนข้างรุนแรง และเรือประมงก็บรรทุกของมาเต็มลำ แถมยังต้องลากเรือเร็วไปด้วย ทำให้ขบวนเรือเคลื่อนที่ได้ช้ามาก ระยะทางกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรใช้เวลาไปกว่าห้าชั่วโมงแล้วก็ยังไม่ถึงที่หมาย เกาหยางและพวกออกเดินทางตั้งแต่เก้าโมงเช้า พอเวลาบ่ายสองโมงกว่า ๆ รถยนต์สองคันที่นำหน้าไปก็ส่งข่าวกลับมา

“รายงานจากรถคันที่หนึ่ง เราถึงพื้นที่ห่างจากโบซาโซห้ากิโลเมตรแล้ว ไม่พบร่องรอยของศัตรู สามารถยกพลขึ้นบกได้ ขอซ้ำอีกครั้ง ไม่พบร่องรอยใด ๆ ของศัตรู สามารถยกพลขึ้นบกได้ ว.2*”

เกาหยางรีบดู GPS พวกเขาอยู่ห่างจากโบซาโซอีกยี่สิบกิโลเมตร และห่างจากจุดที่ได้รับรายงานสิบห้ากิโลเมตร ส่วนระยะทางที่เหลืออีกประมาณสิบกิโลเมตรไปยังจุดยกพลขึ้นบกที่วางแผนไว้ น่าจะใช้เวลาเดินทางไม่เกินหนึ่งชั่วโมง

ขบวนเรือของแก๊งหัวกะโหลกเป็นเพียงเรือลำเลียงกำลังพล ไม่ใช่เรือยกพลขึ้นบกแบบทหาร การต้องยกพลขึ้นบกในระยะสิบกิโลเมตรจากโบซาโซ จึงถือเป็นการผจญภัยที่เสี่ยงอันตรายมากแล้ว

เกาหยางพูดผ่านวิทยุสื่อสารด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“รถคันที่หนึ่งให้แยกย้ายกันไป ตรวจสอบความผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากมีอะไรให้รายงานทันที ระวังตัวด้วย ว.2”

“รถคันที่หนึ่งรับทราบ ว.2”

หลังจากติดต่อกับรถยนต์สองคันที่ทำหน้าที่สอดแนมเรียบร้อยแล้ว เกาหยางก็พูดต่อ

“รถคันที่สองเรียกขบวนที่สาม ระยะทางจากจุดจอดรถสิบกิโลเมตร เตรียมลงจากรถได้ ว.2”

คำว่า ‘ขบวนที่สาม’ ไม่ได้หมายถึงรถยนต์ แต่หมายถึงขบวนเรือ แม้ว่าวิทยุสื่อสารที่เกาหยางใช้จะมีการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง แต่การใช้รหัสลับในการสื่อสารก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

เสียงของหลี่จินฟางดังขึ้นในทันที

“ขบวนที่สามรับทราบ เตรียมลงจากรถแล้ว ว.2”

หลังจากแจ้งหลี่จินฟางเรียบร้อยแล้ว เกาหยางก็ตรวจสอบอุปกรณ์ของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย และยังคงตรวจสอบปืน HK417 ที่วางอยู่เบาะหลังอีกครั้ง แม้จะตรวจสอบมาหลายรอบแล้ว แต่ก่อนจะเข้าสู่สมรภูมิ การตรวจสอบอุปกรณ์ซ้ำอีกครั้งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

เกรกลอรอฟก็กำลังตรวจสอบปืนกลของเขาเช่นกัน แม้ว่าเขาจะทำหน้าที่บัญชาการหน่วยปืนใหญ่ และไม่ได้ลงสนามรบด้วยตัวเอง แต่ในฐานะทหารผ่านศึก การดูแลรักษาอาวุธให้อยู่ในสภาพพร้อมรบเสมอได้กลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว

การที่เกาหยางต้องแยกจากเพื่อน ๆ และปฏิบัติภารกิจเป็นครั้งแรก ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก หากเลือกได้ เขาอยากให้เกรกลอรอฟและคนอื่น ๆ อยู่เคียงข้างเขามากกว่าการมีกองกำลังขนาดใหญ่ของหน่วยฝึกหรือกองทัพประจำการที่ยังไม่สามารถสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้เขาได้

ขบวนรถของเกาหยางเร่งความเร็วขึ้นและไปถึงจุดยกพลขึ้นบกก่อนขบวนเรือเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าขบวนรถมาถึงจุดที่ GPS ระบุแล้ว เกาหยางก็สั่งการทันที

“รถคันที่สองเข้าสู่จุดจอดรถแล้ว ทุกคนลงจากรถ!”

เมื่อรถหยุด เกาหยางก็รีบกระโดดลงจากรถทันทีแล้วตะโกนเสียงดังว่า

“กระต่าย! พาทีมของนายไปจัดตั้งแนวป้องกัน! หมาใหญ่! พาทีมของนายเตรียมแท่นยิงจรวดให้พร้อม!”

คนที่มากับขบวนรถส่วนใหญ่เป็นพลซุ่มยิงและพลแม่นปืน และมีเพียงแค่พลปืนใหญ่หนึ่งคนที่ดูแลปืนใหญ่จรวด ภายใต้คำสั่งของเกาหยาง ฉุ่ยป๋อพากลุ่มพลซุ่มยิงไปจัดตั้งแนวป้องกันอย่างรวดเร็ว ส่วนเกรกลอรอฟก็บัญชาการให้พลปืนใหญ่ถอดปืนใหญ่จรวดลงจากรถ

เพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ปืนใหญ่จรวดยังคงบรรจุจรวดอยู่ แต่ยังไม่ได้ติดตั้งชนวน เมื่อลงจากรถแล้วต้องนำชนวนที่เก็บแยกไว้มาติดตั้งเข้ากับจรวด เมื่อเกรกลอรอฟกำลังบัญชาการให้พลปืนใหญ่ติดตั้งชนวนอยู่นั้น เกาหยางก็เดินเข้าไปหาฉุ่ยป๋อ

เกาหยางถือแผนที่ของโบซาโซไว้ในมือ ซึ่งเป็นภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth ที่เขาให้อุลยานอฟพิมพ์ออกมาให้ แม้จะไม่ใช่แผนที่ทางการทหาร แต่มันก็ให้ข้อมูลที่ละเอียดเกี่ยวกับภูมิประเทศของโบซาโซได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่โซมาเลียตกอยู่ในสภาวะสงครามมานานจนไม่มีใครทำ Google Street View ของโบซาโซไว้ให้ ไม่อย่างนั้นมันคงจะสมบูรณ์แบบมาก

เนื่องจากเป็นการสอดแนมด้วยกำลัง พวกเขาจึงไม่มีเป้าหมายที่ต้องยึดครองตายตัว แต่จะพุ่งเข้าไปในจุดที่การป้องกันอ่อนแอที่สุด อย่างไรก็ตาม เกาหยางได้ทำเครื่องหมายเส้นทางหลักและจุดทางเข้าสำคัญ ๆ เอาไว้ด้วยปากกาแดงพร้อมระบุหมายเลขกำกับ

เกาหยางมองแผนที่และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กระต่าย พวกเราจะบุกเข้าไปทางมุมตะวันตกเฉียงเหนือ ที่นี่มีถังขนาดใหญ่จำนวนหนึ่ง ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร อาจจะเป็นโรงกลั่นน้ำมันก็ได้ มีกำแพงและพุ่มไม้ นายพาทีมไปดูพื้นที่นี้อย่างละเอียด และคุ้มกันให้กับทหารที่จะบุกเข้าถนนหมายเลขหนึ่ง ส่วนฉันจะพาทีมพลแม่นปืนไปดูแลพื้นที่ทางใต้ของถนนหมายเลขหนึ่ง”

ฉุ่ยป๋อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“รับทราบ แรม ทุกคนต้องระวังตัวให้มากนะ การแยกจากกันทำให้ฉันไม่ค่อยสบายใจเลย”

เกาหยางตบบ่าฉุ่ยป๋อและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“การรักษาซีวิตตัวเองต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นใจก็ให้ถอยออกมา อย่าทิ้งคนของเราไว้ที่นี่ เมื่อจบภารกิจนี้แล้วพวกเราจะไปจากที่นี่แล้ว ระวังตัวให้มาก”

หลังจากพูดกับฉุ่ยป๋อแล้ว เกาหยางก็เดินไปหาฟลายและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“นายกับทีมเครื่องยิงจรวดเป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด จำไว้ว่าอย่าทำตัวเป็นฮีโร่ อย่าทำตัวเด่น นายต้องเชื่อฟังและระวังตัวให้มากได้ยินไหม”

ฟลายหัวเราะ

“ผมไม่คิดจะทำตัวเด่นอยู่แล้วครับ คนที่ชอบโชว์มักจะตายเร็วที่สุด ผมเข้าใจครับหัวหน้า ไม่ต้องห่วง ผมจะปลอดภัยแน่นอน”

เกาหยางมองไปที่บรูซ ยังไม่ทันได้พูดอะไร บรูซก็หัวเราะขึ้นมาเสียก่อน

“หัวหน้า ผมมีหน้าที่ดูแลเรื่องเสบียง ผมจะอยู่ข้างหลัง ไม่มีอะไรต้องห่วง หัวหน้าต่างหากที่ต้องระวังตัวให้มาก ผมไม่อยากต้องมาผ่าตัดให้คุณ เพราะงั้นจะเป็นการดีที่สุดถ้าคุณไม่ต้องนึกถึงผมเลย”

เกาหยางยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ว่าจะยังไง ทุกคนต้องระวังตัว”

เมื่อตบบ่าบรูซเสร็จแล้ว เกาหยางก็เปิดฝาครอบกล้องเล็ง และหมอบลงข้าง ๆ ฉุ่ยป๋อ จากนั้นก็ใช้กล้องส่องทางไกลมองหาเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป และรอให้ขบวนเรือนำกำลังพลมาส่ง

หลังจากรอไปประมาณครึ่งชั่วโมง บรูซก็พูดขึ้นมาว่า

“พวกเขามาถึงแล้ว”

ในตอนนั้นเอง เสียงของหลี่จินฟางก็ดังขึ้นในหูฟัง

“ขบวนที่สาม มาถึงแล้ว! มาถึงจุดจอดรถอย่างปลอดภัย ตอนนี้กำลังลงจากเรือ ว.2”

เรือเร็วที่ปลดสายเคเบิลจากเรือประมงก็พุ่งเข้าหาชายฝั่งทีละลำ ทหารที่ขึ้นฝั่งก็รวมตัวกันตามหมวดกองร้อยของตัวเองอย่างรวดเร็ว

จากนั้น ผู้บัญชาการกองร้อยแต่ละคนก็วิ่งเข้ามารายงานเกาหยางว่ากองร้อยของพวกเขามีความพร้อมเต็มที่แล้ว เมื่อเกาหยางออกคำสั่ง ทุกคนก็เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่เขากำหนดเพื่อรอคำสั่ง

ปืนครกและเครื่องยิงจรวดของหน่วยปืนใหญ่ก็ถูกขนมาถึงฝั่งแล้ว แต่ปืนครกยังคงแยกชิ้นส่วนอยู่ และจะไม่ถูกประกอบจนกว่าจะถึงสนามรบ แต่เครื่องยิงจรวดนั้นสามารถประกอบได้ทันทีและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้โดยที่ทหารลากมัน นอกจากนี้ยังสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการยิงได้ตลอดเวลาอีกด้วย

หลังจากรอไปประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ก็ถูกขนขึ้นฝั่งทั้งหมดแล้ว ส่วนกระสุนปืนครกและจรวดก็ถูกบรรจุลงในรถยนต์ที่ว่างแล้ว นอกจากนี้ยังมีเรือเร็วอีกสิบลำที่ทำหน้าที่ขนส่งกระสุน หากกระสุนไม่พอใช้ พวกเขาก็จะนำกระสุนไปส่งยังชายฝั่งที่ใกล้กับพื้นที่ปฏิบัติการมากที่สุด

เมื่อทุกอย่างพร้อม เกาหยางก็ตะโกนเสียงดังว่า

“หน่วยฝึกเป็นกองหน้า ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าในรูปแบบการรบ ไปยังจุดรวมพลที่กำหนดไว้แล้วจัดตั้งแนวป้องกัน ออกเดินทาง!”

หลี่จินฟางนำหน่วยฝึกเดินนำหน้าไป พวกเขาแบ่งเป็นหมู่ ๆ และเคลื่อนที่ในรูปแบบแถวหน้ากระดานไปยังโบซาโซ เมื่อหน่วยฝึกออกเดินทางไปได้ประมาณสิบนาที เกาหยางก็โบกมือและตะโกนเสียงดังว่า

“ทั้งหมด... ออกเดินทาง!”

เมื่อมีหน่วยฝึกนำหน้าไปแล้ว กองกำลังที่เหลือก็สามารถมุ่งหน้าไปข้างหน้าได้เลย กองกำลังทั้งหมดเคลื่อนที่ไปในรูปแบบขบวนทัพอย่างเงียบ ๆ กองทัพกว่าพันคนมุ่งหน้าไปยังโบซาโซพร้อมกับบรรยากาศที่น่าเกรงขาม

เกาหยางไม่ได้เดินไปพร้อมกับกองกำลังหลัก เขาขับรถออฟโรดไปอยู่ข้าง ๆ ขบวน และบรูซก็นั่งอยู่บนรถกับเขาด้วย หากเกรกลอรอฟและคนอื่น ๆ ไม่ต้องไปบัญชาการกองกำลังของตัวเองแล้ว พวกเขาก็จะนั่งรถไปพร้อมกับเกาหยางเช่นกัน เพราะรถคันนี้จัดเตรียมไว้เพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ

หลี่จินฟางที่เดินอยู่แถวหน้าส่งเสียงเรียกมาว่า

“ที่นี่หน่วยฝึก เราเห็นเครื่องกีดขวางที่ศัตรูตั้งไว้ ตอนนี้ยังไม่มีการปะทะ คาดว่ามีตำแหน่งปืนกลหนักของศัตรูอยู่สองตำแหน่ง จำนวนคนยังไม่ทราบ ขอคำสั่งด้วย”

------

(จบบทที่ 271)

* ว.2 เป็นรหัสที่ใช้ในการสื่อสารผ่านวิทยุ (วอ) เพื่อบอกว่า "ได้ยินหรือไม่/ได้ยินแล้วตอบด้วย" ซึ่งหมายความว่าผู้รับข้อความจะต้องตอบกลับเพื่อยืนยันว่าได้ยินหรือไม่

จบบทที่ บทที่ 271 - ยกพลขึ้นบก

คัดลอกลิงก์แล้ว