- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 90 - ถอนตัว
บทที่ 90 - ถอนตัว
บทที่ 90 - ถอนตัว
เสื้อเกราะกันกระสุนที่เกาหยางสวมอยู่สามารถป้องกันกระสุนขนาด 9 มม. พาราเบลลัมที่ยิงจากระยะใกล้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อปืนพกที่ใช้ยิงติดท่อเก็บเสียง ซึ่งทำให้พลังงานและความเร็วของกระสุนลดลงมาก เกาหยางกับฉุ่ยป๋อจึงไม่ถึงกับบาดเจ็บสาหัส แค่ปวดแทบขาดใจก็เท่านั้น ถ้ากระสุนโดนกระดูกซี่โครงหักหรือฟกช้ำดำเขียวก็ถือว่าไม่เกินความคาดหมาย
พอได้ยินฉุ่ยป๋อบ่นว่าตัวเองโดนไปสามนัดแต่ไม่มีเลือดออก เกาหยางก็โล่งอก แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของฉุ่ยป๋อที่โอดครวญปนตะโกนแทบร้องไห้ เขาก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่
ทว่าหัวเราะได้ไม่กี่วินาที เกาหยางก็รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘เจ็บจนหน้าอกติดแผ่นหลัง’ เสียงหัวเราะจึงกลายเป็นเสียงร้องโอดโอยแทน
ฉุ่ยป๋อได้รับการพยุงจากเกรกลอรอฟให้ลุกขึ้นยืน พอยืนได้ปุ๊บก็รีบร้องว่า “เร็วๆ เอาน้ำให้หน่อย ฉันต้องล้างตัวก่อน!”
พอเกรกลอรอฟเห็นเขายืนขึ้นก็เบือนหน้าหนีทันที พร้อมเอามือปิดจมูกไว้แน่น
หลี่จินฟางพยุงเกาหยางอยู่ แต่พอเกาหยางเห็นปืนบนหลังของศัตรูที่เขายิงตายไป เขาก็ลืมเจ็บทันทีแล้วชี้ตะโกนว่า “เร็ว! หยิบปืนนั่นมาให้ฉันที! ปืนลูกซอง! ในที่สุดก็ได้เจอซักที!”
หลี่จินฟางส่ายหน้าเบาๆ แล้วปล่อยมือจากเกาหยาง ก่อนจะชี้ไปที่กางเกงของเขา “ไม่มีอะไรด่วนกว่านี้แล้วก็ช่วยใส่กางเกงก่อนเถอะ”
เกาหยางตกใจสุดขีด รีบดึงกางเกงที่หล่นไปกองที่ข้อเท้าขึ้นทันที ส่วนหลี่จินฟางก็เดินไปหยิบปืนจากศพ
ศัตรูที่เขายิงตายล้มตะแคงอยู่บนพื้น มือทิ้งปืน M92 ไว้บนพื้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือปืนลูกซอง Benelli M4 Super 90 ที่สะพายอยู่บนหลังของมัน ซึ่งทำให้เกาหยางตาเป็นประกาย พอเห็นว่าศัตรูใช้แค่ปืนพกติดท่อเก็บเสียง แทนที่จะใช้ปืนลูกซองที่ทรงพลังกว่ามาก เขาก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
หลี่จินฟางไล่ตรวจศพทั้งสามคนในลานบ้าน เจอปืนพก M92 ติดท่อเก็บเสียง 3 กระบอก ปืนไรเฟิล FAMAS 1 กระบอก ปืนกลมือ MP5 อีก 1 กระบอก และสุดท้ายคือปืนลูกซองที่เกาหยางรอคอย
ฉุ่ยป๋อที่เพิ่งหยุดสบถ ก็รีบร้องเสียงดัง “เฮ้! เอา MP5 ให้ฉันนะ! ฉันจะเอาไว้เป็นปืนสำรอง!”
หลี่จินฟางเดินมาพร้อมอาวุธในมือ เหลือบมองฉุ่ยป๋อแล้วขมวดคิ้ว “เหม็นจะตาย ใส่กางเกงก่อนค่อยว่ากันได้ไหม?”
“ใส่แล้วมันก็เลอะน่ะสิวะ!” ฉุ่ยป๋อทำหน้าโอดครวญ “เอา MP5 มาให้ฉันก่อน แล้วก็ช่วยเอาน้ำมาให้หน่อย น้ำในกระติกฉันยังมีเยอะเลย เร็วๆ เข้า”
หลี่จินฟางยื่น MP5 ให้ ฉุ่ยป๋อยื่นมือรับ แต่พอขยับก็สะดุดแผลจนร้องโอดโอย ทว่าก็ยังยิ้มกริ่มถือปืนไว้ด้วยความดีใจ ส่วนเกรกลอรอฟที่ยืนใกล้ถึงกับปล่อยมือ ไม่ยอมพยุงเขาต่อแล้วรีบถอยไปหายใจลึกๆ อยู่ห่างๆ
หลี่จินฟางยื่นปืนลูกซองพร้อมสายบรรจุกระสุนให้เกาหยาง ก่อนจะปลดซองปืนพกจากต้นขาตัวเองแล้วโยนทิ้งทันที “อยากเปลี่ยนปืนพกใหม่พอดี ปืนติดท่อเก็บเสียงหาโคตรยาก กระสุนไรเฟิลฉันก็เริ่มเหลือน้อย งั้นเอา FAMAS ไปใช้แทนก่อนก็แล้วกัน... อ้อ ยังมีลูกระเบิดโจมตีอีกหลายลูกแต่ไม่มีที่ใส่แล้ว”
แต่เกาหยางไม่สนอะไรนอกจากปืนลูกซองที่เพิ่งได้มาหมาดๆ
ปืนลูกซองนี้คือ Benelli M4 Super 90 เมดอินอิตาลี ใช้ในกองทัพสหรัฐในชื่อ M1014 เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ด้ามจับปืนแบบพก รางพิคาทินนี พร้อมพานท้ายปรับได้ บรรจุกระสุนได้ 7+1 นัด ใช้ได้ทั้งกระสุน 12 เกจขนาด 2.75 และ 3 นิ้ว เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมทั้งด้านการใช้งานทางยุทธวิธีและพลเรือน
ไม่เพียงแค่นั้น สายบรรจุกระสุนยังเต็มเปี่ยมถึง 25 นัด มีทั้งกระสุน buckshot และกระสุน slug เจาะประตู ซึ่งเหมาะสำหรับบุกอาคารเป็นที่สุด
ในขณะที่เกาหยางเชยชมปืนใหม่ หลี่จินฟางก็กำลังมัดซองปืนพกไว้กับต้นขาทั้งสองข้าง เพื่อพก M92 สองกระบอก ส่วนเกรกลอรอฟไปดูแลปืนกลประจำตัว ทิ้งให้ฉุ่ยป๋อยืนเปลือยกายถือ MP5 พร้อมกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาเป็นระยะ
ขณะนั้นเอง กรีนแมมบ้าก็พาคนมาถึงที่ลาน เขาตะโกนเสียงหลง “เกิดอะไรขึ้น! ฟัค! ไอ้กระต่าย แกทำบ้าอะไรอยู่!”
“อ๊ะ! อะไร ให้ตายเถอะ! ไอ้คางคก ช่วยเอาน้ำมาให้ที”
ฉุ่ยป๋อหน้าแดงก่ำ พยายามจะใส่กางเกงแต่ก็ลังเล จึงค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงไปอีกรอบ หลี่จินฟางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมช่วย ก็รีบวิ่งไปหาน้ำให้
คนของกรีนแมมบ้ากว่าสิบชีวิตหัวเราะกันครืนกับภาพตรงหน้า เกาหยางยืนมองแล้วก็รู้สึกโชคดีอย่างประหลาดที่เขา “ปลดทุกข์” ไม่สำเร็จเมื่อกี้ ไม่งั้นคงต้องอับอายเท่าฉุ่ยป๋อแน่นอน
ฉุ่ยป๋อทั้งโกรธทั้งอาย ตะโกนด้วยภาษาอังกฤษแบบติดๆ ขัดๆ ว่า “พวกเราเป็นผู้ชายกันทั้งนั้น มองอะไรนักหนา! ไม่เคยเห็นรึไง! ไม่ไปดูสภาพคนของพวกนายบ้างเหรอ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น กรีนแมมบ้าจึงเปลี่ยนสีหน้าและรีบพาคนวิ่งกลับไปเช็กสถานการณ์ ส่วนหลี่จินฟางก็เอาน้ำมาให้ และทั้งสามคนที่เหลือก็หันหลังให้ฉุ่ยป๋อ ปล่อยให้เขาทำความสะอาดตัวท่ามกลางเสียงบ่นด่าตลอดเวลา
เกาหยางกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว ไหล่กระตุกอยู่ตลอดจนเจ็บไปหมดทั้งอกทั้งหลัง
ในที่สุด ฉุ่ยป๋อก็ใส่กางเกงเสร็จ ถอนหายใจยาวแล้วพูดอย่างเจ็บใจ “โอเค หันกลับมาได้แล้ว แม่ง อับอายสุดๆ โดนยิงสามนัด แต่ก็ได้ MP5 มาก็ถือว่าคุ้มละวะ”
เกาหยางลองขยับไหล่ดู พบว่าหากเดินเฉยๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้ายกแขนเมื่อไหร่ก็เจ็บจี๊ดทันที เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “ถ้างั้นก็รีบเก็บของ เราต้องรีบย้ายตำแหน่งแล้ว อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
ทุกคนกลับเข้าไปในบ้าน เก็บของอย่างรวดเร็วทันที แต่ก่อนจะออกเดินทาง กรีนแมมบ้าก็กลับมาอีกครั้ง
เขาหน้าซีดพูดเสียงเคร่งเครียดว่า “พวกเราถูกฝรั่งเศสบุกโจมตี พวกมันโหดมาก ฆ่าคนของฉันไปหกคนแบบเงียบกริบ ตอนหนีออกไปยังขนศพพวกมันไปด้วยสองศพ”
เกาหยางสีหน้าซีดเผือด “ฝีมือมันโหดจริง ถ้าฉันกับกระต่ายไม่ได้ใส่เกราะ ก็คงตายไปแล้ว ถ้ามันใช้ระเบิดแบบป้องกัน ไม่ใช่แบบโจมตี พวกเราก็คงไม่รอดแน่ มันน่าจะเป็นพวกหน่วยพิเศษ... แต่ทำไมมันถึงบุกกลางวันแบบนี้ พวกเขาอยากได้พื้นที่ตรงนี้ไปทำไม ไม่มีเหตุผลเลยที่ฝรั่งเศสต้องมาเสี่ยงแบบนี้”
กรีนแมมบ้ากัดฟันพูด “ฉันเพิ่งได้รับแจ้ง รัฐบาลทหารถอนกำลังจากมิสราตาหมดแล้ว ช่องทีวีก็ถ่ายทอดสดการถอนทัพ แต่เรายังรอคำสั่งอยู่ตรงนี้ ไม่มีคำสั่งใหม่ ไม่มีภารกิจใหม่! ที่แท้เราอยู่แนวหน้าที่ยื่นออกมา พวกฝรั่งเศสถึงได้โจมตีเรา ไม่มีใครแจ้งเราเลยว่าต้องถอนตัว เรา... ถูกทิ้ง หรือไม่ก็ถูกหักหลัง!”
เกาหยางตกใจสุดขีด “งั้นตอนนี้เราก็อันตรายมาก ต้องรีบถอยออกจากที่นี่แล้ว!”
“แน่นอน” กรีนแมมบ้าพยักหน้า “ตอนนี้กำลังรวมพลอยู่ รอคนครบเมื่อไหร่จะถอนตัวทันที แต่เราต้องระวัง พวกฝรั่งเศสคงกลับมาเก็บศพแน่นอน และอาจกลับมาล้างแค้นด้วย”
สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ถึงแม้เกาหยางกับพวกจะสามารถหนีไปก่อน แต่พวกเขาก็เลือกที่จะรอรวมกลุ่มกับกองกำลังของโคลแมน เพราะรู้ว่าคนมากย่อมปลอดภัยกว่ามีแค่สี่คน
ระหว่างรอ กรีนแมมบ้าเห็นปืน M92 ที่หลี่จินฟางถืออยู่ ซึ่งมีทั้งสองข้างขา เขาจึงชี้ไปที่ปืนอีกกระบอก “ของดีเลย ปืนติดที่เก็บเสียงหายากมาก ขอนายสักกระบอกได้ไหม?”
หลี่จินฟางได้มาสามกระบอก เก็บไว้สอง ที่เหลือยังไม่มีใครต้องการ เกาหยางรัก M1911 ส่วนฉุ่ยป๋อก็ไม่เปลี่ยน P226 ของตัวเอง ถึง M92 จะขายได้เป็นพันดอลลาร์ แต่พอสนิทกับกรีนแมมบ้าแล้ว เขาก็ไม่คิดมาก โยนปืนให้ทันที
กรีนแมมบ้าเก็บปืนเข้ากระเป๋า แล้วหยิบมีดพร้อมฝักออกมาโยนให้หลี่จินฟาง “ฉันได้มาจากการยึดอาวุธ เป็นมีด Green Beret ของ Chris Reeve เป็นมีดที่ดีมาก เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้ใช้เอง แต่เห็นว่านายไม่มีมีด ดังนั้นตอนนี้มันเป็นของนายแล้ว”
------
(จบบทที่ 90)