เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 290 - เล่ห์เพทุบาย

บทที่ 290 - เล่ห์เพทุบาย

บทที่ 290 - เล่ห์เพทุบาย


บทที่ 290 - เล่ห์เพทุบาย

เมื่อเวลาล่วงเลยไป ยามที่กลิ่นอายภายในร่างของลู่หมิงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

"วู่ว!"

อากาศรอบด้าน พลันสั่นสะเทือนอย่างควบคุมไม่ได้ในชั่วพริบตา

จากนั้น ตบะของเขาก็ทะลวงผ่าน

จุนเซิ่งขั้นสอง ตบะระดับนี้ ไม่ว่าจะไปอยู่ในขุมกำลังใด ก็ล้วนจัดว่าเป็นยอดฝีมือระดับสูง ยามที่เขาลืมตาขึ้น ห้องลับทั้งห้องก็สว่างไสวราวกับกลางวันในชั่วพริบตา

จากนั้น ก็ลุกขึ้นยืน เดินมุ่งหน้าออกไปด้านนอก

"ครืน!" ทันทีที่ประตูใหญ่เปิดออก แสงแดดอันเจิดจ้า ก็สาดส่องลงบนร่างของเขา

ลู่หมิงรู้สึกสบายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จากนั้น จึงเดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักตงหวง

ทันทีที่มาถึงหน้าประตู ก็เห็นหญิงสาวทั้งสามกำลังดูแลดอกไม้ใบหญ้าในสวน

กลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้า ลอยมาแตะจมูก

ให้ความรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก เมื่อหญิงสาวทั้งสามได้ยินเสียงฝีเท้า ก็หันกลับมาเห็นลู่หมิง ใบหน้าต่างเผยให้เห็นความปิติยินดี

โดยเฉพาะหลี่ซีโหรว รีบเดินเร็วๆ เข้ามาหา "ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็ออกจากด่านแล้ว"

ครั้งนี้ ลู่หมิงปิดด่านไปนานถึงครึ่งปีเต็ม

หญิงสาวทั้งสามย่อมต้องคิดถึงเขาเป็นธรรมดา

เขาพยักหน้า แล้วยิ้มพลางกล่าว "ออกจากด่านแล้ว ฝูกวงเล่า?"

ตอนที่ลู่หมิงปิดด่าน ฝูกวงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน

สำหรับความเคลื่อนไหวในแดนไกล ลู่หมิงให้ความสนใจเป็นพิเศษ จึงอดถามขึ้นไม่ได้

"เมื่อช่วงสายเรียกเขามากินข้าว อีกเดี๋ยวคงจะมาพร้อมกับเฟยเฟย"

หลี่ซีโหรวรีบกล่าว

ลู่หมิงพยักหน้า จากนั้นก็เดินเข้าตำหนักไปภายใต้การห้อมล้อมของหญิงสาวทั้งสาม

เป็นดังคาด ผ่านไปเพียงครู่เดียว ฝูกวงก็พาภรรยามา เมื่อเห็นลู่หมิง ก็รีบกล่าวทันที "ถวายบังคมเสด็จพ่อ!"

น้ำเสียงเจือแววเคารพนอบน้อม

ฝูกวงในยามนี้ มีบารมีน่าเกรงขามติดตัว ยามยืนนิ่งอยู่กับที่

กลิ่นอายสูงศักดิ์ก็แผ่ออกมาปะทะใบหน้า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าลู่หมิง กลับยังคงเหมือนตอนเด็กๆ

มีความยำเกรงแฝงด้วยความสนิทสนม

เพราะในความทรงจำของเขา บิดาคือตัวตนที่ไร้พ่ายมาโดยตลอด คอยให้ความคุ้มครองแก่เขา ทำให้เขาสามารถเพลิดเพลินกับทรัพยากรที่ดีที่สุดท่ามกลางโลกที่วุ่นวายนี้ได้

เฟยเฟยเองก็ว่านอนสอนง่ายยิ่งนัก

นับตั้งแต่แต่งเข้าวัง นางก็มักจะเก็บตัวอยู่ในวังหลัง ยามว่างก็คอยอยู่เป็นเพื่อนหลี่ซีโหรวและคนอื่นๆ

ชีวิตผ่านไปอย่างมีความสุข เมื่อมีลูกแล้ว ก็ทุ่มเทความสนใจไปที่ลูก วางตัวเป็นภรรยาที่ดีและแม่ศรีเรือน ทำให้ลู่หมิงพึงพอใจมาก

"นั่งลงกินข้าวกันเถอะ มาที่นี่แล้วไม่ต้องมากพิธี"

ลู่หมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อทุกคนนั่งลงแล้ว เขาจิบสุราไปหนึ่งจอก มองดูฝูกวงที่อยู่ข้างกายแล้วถามว่า "ตอนนี้ เส้นทางไปยังภูเขาบรรพชนมนุษย์เปิดออกแล้วหรือยัง?"

เมื่อเห็นลู่หมิงถาม ฝูกวงก็รีบวางตะเกียบลงแล้วกล่าว "เสด็จพ่อ เส้นทางเปิดออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตลอดเส้นทางยังมีการสร้างเมืองขึ้นนับร้อยแห่ง ราษฎรตลอดแนวเส้นทาง ล้วนถูกรวบรวมเข้ามาอยู่ในเมือง

บุกเบิกพื้นที่รกร้างได้จำนวนมหาศาล ปลูกสมุนไพรเซียนนานาชนิด

ตอนนี้ กองทัพของพวกเรา กำลังเผชิญหน้ากับศิษย์ของบรรพชนใจทมิฬ

แต่ยังไม่ได้ลงมือ ขอเพียงเสด็จพ่อมีราชโองการ กองทัพก็พร้อมจะเปิดฉากโจมตีทันที"

ฝูกวงกล่าว เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาก็ฉายแววตื่นเต้น

บัดนี้ ราษฎรภายในต้าอวี๋ ต่างรู้ว่าจะมีการกอบกู้ภูเขาบรรพชนมนุษย์ ต่างพากันดีใจ

แม้แต่เมืองสยวนหยวนก็ส่งคนมาถามอยู่หลายครั้ง ว่าจะเคลื่อนทัพเมื่อไหร่ หัวหน้าเผ่าสยวนหยวนมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไปดัวยตนเอง

เพราะถึงอย่างไร ที่นั่นก็คือสถานที่ที่เขาเคยทำศึกมาก่อน หลายปีมานี้เพราะการวางแผนของฝ่ายต่างๆ จึงยังไม่ได้กอบกู้คืนมา ครั้งนี้เมื่อโอกาสมาถึง ย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ

ตอนนี้ ผู้ที่ตื่นเต้นที่สุดเกรงว่าคงเป็นเขา

ลู่หมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว "พรุ่งนี้ ข้าจะเดินทางไปสมทบกับกองทัพที่ภูเขาบรรพชนมนุษย์ด้วยตัวเอง เจ้าแจ้งหัวหน้าเผ่าสยวนหยวนได้เลย"

"พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ!" เมื่อได้ยินว่าลู่หมิงจะไปเอง

ฝูกวงก็รู้ทันที ว่านี่คือบิดาจะลงมือแล้ว

ดูท่า สงครามกับภูเขาบรรพชนมนุษย์ คงจะปะทุขึ้นในเร็ววัน

จากนั้น ลู่หมิงถามต่อ "กองทัพองครักษ์แต่ละกรมไปถึงหรือยัง?"

"ไปสมทบกับกองทัพรักษาการณ์เมืองแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

ข้อนี้ ทำให้ลู่หมิงพึงพอใจมาก

ขุนพลใต้บังคับบัญชาของเขา ผ่านการเติบโตในช่วงปีเหล่านี้ จนมีความสามารถที่จะรับผิดชอบงานใหญ่ได้แล้ว

อีกทั้ง ยังรู้จักคิดวิเคราะห์ในการทำงาน

ต่อให้เขาปิดด่านอยู่ พวกเขาก็สามารถช่วยฝูกวง ทำในสิ่งที่ต้าอวี๋ควรทำได้

ทว่า ในเวลานี้หลี่ซีโหรวกลับกล่าวด้วยความกังวลว่า "พรุ่งนี้จะต้องออกศึกเลยหรือ?"

ภูเขาบรรพชนมนุษย์ คือดินแดนไกล ศึกครั้งนี้ลู่หมิงไปเอง จะต้องสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างแน่นอน

อีกทั้ง อีกฝ่ายเพิ่งจะออกจากด่าน พวกนางก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์

"เรื่องของแดนไกล จัดการได้เร็วยิ่งดี หากช้าไป ไม่รู้ว่าพวกปราชญ์จะงัดไม้ตายอะไรออกมาอีก"

ลู่หมิงกล่าวอย่างช้าๆ

หลายปีผ่านไป นอกจากพวกปีศาจและศิษย์ของปราชญ์ที่แทรกซึมเข้ามาในต้าอวี๋แบบไม่รู้จำนวนแล้ว พวกเขาก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นอีก

ลู่หมิงไม่เชื่อว่า ยอดฝีมือเหล่านี้จะปล่อยปละละเลย

ตอนนี้ จะต้องกำลังซุ่มรอจังหวะไม้ตายอยู่แน่ รอให้เขาเปิดสนามรบในแดนไกล แล้วค่อยมาปั่นป่วนที่แนวหลัง

นับแต่โบราณกาล ขอเพียงเกิดสงคราม หากแนวหลังไม่มั่นคง ล้วนจะนำมาซึ่งความวุ่นวายในราชสำนัก หากไม่ระวังอาจถึงขั้นถูกล้มล้างได้

เหล่ายอดฝีมือยุคบรรพกาล จะต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้แน่

ทว่า ลู่หมิงไม่อาจหยุดฝีเท้าเพียงเพราะแผนการของพวกเขา จะมัวแต่ขี้ขลาดตาขาว ทำให้ความเร็วในการพัฒนาของต้าอวี๋ช้าลงไม่ได้ มิเช่นนั้นวันหน้าก็ต้องถูกคนเชือดเนื้อเถือหนังอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงยังคงยึดมั่นในแนวคิดเดิม

ตัวเขาตีของเขา

พวกยอดฝีมือยุคบรรพกาลจะปั่นป่วน ก็ทำได้เพียงข้าศึกมาใช้ขุนพลต้าน น้ำมาใช้ดินกั้น

"เสด็จพ่อ ท่านดูข้า..."

"เจ้าคอยดูแลราชกิจอยู่ในราชสำนักเถอะ เฟยเฟยใกล้คลอดแล้วมิใช่หรือ เจ้าอยู่ดูแลนางให้ดีก็พอ" ไม่รอให้ฝูกวงพูดจบ ก็ถูกลู่หมิงโบกมือขัดจังหวะ

อีกฝ่ายทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจนใจ

แม้ฝูกวงในตอนนี้จะมีตบะไม่ธรรมดา บรรลุถึงต้าหลัวจินเซียนขั้นสูงสุดแล้ว ต่อให้อยู่ในต้าอวี๋ ก็จัดว่าเป็นยอดฝีมือ

แต่การทำศึกในแดนไกลไม่เหมือนที่อื่น

ที่นั่นมียอดฝีมือเดินกันขวักไขว่ หากฝูกวงไป ก็ยังมีความเสี่ยง

อีกทั้ง ต้าอวี๋ก็จำเป็นต้องมีคนเฝ้าดูแลจริงๆ

ยอดฝีมือแดนไกลเหล่านั้น ไม่ใช่แค่ราคาคุย พวกเขาอาศัยจังหวะที่ลู่หมิงไปทำศึก ลอบโจมตีแนวหลังเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นแน่

ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง

ณ สำนักไท่ชิง ปราชญ์ไท่ชิงมองฟู่เหยาที่ยืนอยู่เบื้องล่างแล้วถามว่า "เตรียมการพร้อมหรือยัง?"

"กราบทูลท่านอาจารย์ กาดำสายเลือดผสมสิบตัวในตอนนั้น บัดนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสามสิบตัวแล้ว หากปล่อยออกไปทั้งหมด เก้าแคว้นเกรงว่าจะต้องกลายเป็นทะเลเพลิง ทำเช่นนี้จะเป็นการขัดต่อวิถีสวรรค์หรือไม่เจ้าคะ สิบตัวในตอนนั้น ก็ทำให้เก้าแคว้นวุ่นวายไปหมดแล้ว"

ผลกรรมนี้ใหญ่หลวงนัก

ในใจฟู่เหยาก็รู้สึกทำใจไม่ได้อยู่บ้าง

ปราชญ์ไท่ชิงกลับกล่าวเสียงเรียบ "ผลกรรมจะไม่ตกมาถึงสำนักไท่ชิงของเรา พวกเราเก็บเลี้ยงพวกเขาไว้ ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ ถึงเวลาที่ต้องตอบแทนแล้ว ผลกรรมทั้งหมดอยู่ที่ตัวพวกเขาเอง

เจ้าไปจัดการเถอะ รอให้จักรพรรดิอวี๋เปิดศึกกับบรรพชนใจทมิฬแล้ว ก็ปล่อยพวกจินอูออกไป

ดูซิว่าจักรพรรดิอวี๋จะรับมืออย่างไร"

ขณะที่พูด บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาสายหนึ่ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 290 - เล่ห์เพทุบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว