- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 2005 โอกาสระดับต้าเฉิง (ฟรี)
บทที่ 2005 โอกาสระดับต้าเฉิง (ฟรี)
บทที่ 2005 โอกาสระดับต้าเฉิง (ฟรี)
บทที่ 2005 โอกาสระดับต้าเฉิง
คำถามนี้ทำเอากู่ฉางฮวนถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ เพราะเขาเองก็ดูแต่คัมภีร์ระดับเก้า ที่เกี่ยวกับ “พลังแห่งดวงดาว” นั้นพอมีบ้างในบรรดามรดกระดับเก้าเหล่านั้น แต่ที่เกี่ยวข้องกับ “ศาสตร์พยากรณ์” กลับไม่มีเลยแม้แต่น้อย
เขาหันไปมองกู่ชิงชิ่ง นางก็ส่ายหัวเช่นกันเป็นเชิงว่าไม่ทราบ แต่ก็เสนอแนวทางแก้ไขขึ้นมา
“ในหอคัมภีร์ของสถาบันบำเพ็ญเซียน มีนักศึกษาผู้ชำนาญด้านการค้นหาคัมภีร์โดยเฉพาะ
ทางฝั่งตระกูลเราก็จะลองสอบถามดู หากมีสิ่งใดที่เข้าข่าย จะให้คนเอาต้นฉบับมาให้สหายเสวียนเลือกโดยตรง”
เสวียนเช่อพยักหน้า
“ท่านอัครมหาเสนาบดีคิดรอบคอบ ขอบคุณมาก”
กู่ชิงชิ่งยิ้มบางๆ พลางตอบกลับ
“สหายเสวียนอย่าถ่อมตนเกินไปเลย”
หลังจากนั้น กู่ฉางฮวนก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก ส่วนเสวียนเช่อกลับพูดคุยกับกู่ชิงชิ่งได้อย่างออกรสออกชาติ แถมยังมีกู่เฟิงจื่อคอยแทรกประโยคฮาๆ เป็นระยะ บรรยากาศก็เลยออกมาดีเป็นพิเศษ
หลังเสวียนเช่อกลับไปแล้ว กู่ฉางฮวนก็มองเด็กน้อยกู่ฉีที่ซุกซนราวอสูรน้อยแล้วถอนใจอย่างปวดหัวเล็กๆ
แม้เขาจะจำเรื่องสมัยยังเด็กของตัวเองไม่ได้ชัดนัก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า...ตอนเขายังเด็กนี่ก่อเรื่องได้มากขนาดนี้ไหมนะ?
เด็กนี่ช่างดูแลยากจริงๆ
เขาคิดพลางหยิบหยกบันทึกที่เพิ่งดูไปเมื่อครู่ขึ้นมาอ่านต่อ
ส่วนกู่ฉีนั้นก็มีหุ่นเชิดคอยดูแลอยู่ จึงไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดเรื่องอะไร
หยกบันทึกเล่มนี้บรรจุเคล็ดวิชาหลอมกายของเผ่าคนแคระดึกดำบรรพ์ ที่สามารถฝึกได้ถึงระดับต้าเฉิงขั้นต้น
เนื่องจากเผ่าดึกดำบรรพ์โดยธรรมชาติมีร่างกายแข็งแกร่ง เคล็ดวิชาหลอมกายในเผ่าของพวกเขาจึงไม่มากนัก สิ่งที่มีอยู่ก็เป็นเพียงของเสริม ไม่เหมาะกับมนุษย์นำมาฝึก
แต่ในช่วงที่กู่ฉางฮวนปิดด่านปรุงโอสถก่อนหน้านี้ เขาก็อ่านคัมภีร์หลอมกายระดับสูงของทั้งเผ่าคนแคระและเผ่ากระดูกไปไม่น้อย
เหตุผลก็คือ เคล็ดวิชาหลอมกาย เคล็ดบำเพ็ญกายฟ้าดิน ที่เขาฝึกอยู่นั้น หลังจากเข้าสู่ระดับต้าเฉิงก็ไม่มีเนื้อหาต่อจากนั้นแล้ว ทำให้เวลาเขาต้องปะทะประชิดกับผู้บำเพ็ญระดับต้าเฉิงคนอื่น กลับไม่สามารถโจมตีให้จบได้ในการลงมือเพียงครั้งเดียว
เขาจึงมีความคิดอยากจะนำเคล็ดวิชาของเผ่าอื่นมาประยุกต์ เสริมเนื้อหาให้ เคล็ดบำเพ็ญกายฟ้าดิน ในระดับต้าเฉิงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลย แต่โชคดีที่กู่ฉางฮวนมีแหล่งคัมภีร์อยู่ในมือมากมาย
นี่แหละคือข้อได้เปรียบของผู้บำเพ็ญในตระกูลและนิกาย เมื่อถึงระดับสูง หากไม่มีเคล็ดวิชาที่เหมาะสม ก็สามารถใช้ความรู้จากคัมภีร์อื่นๆ มาต่อยอด สร้างเคล็ดวิชาของตัวเองขึ้นมาใหม่ได้
อย่างเช่นฮวาอู๋กับเฉินเย่ หลังจากเข้าสู่ระดับต้าเฉิงก็ยังไม่มีเคล็ดวิชาต่อจากเดิมเช่นกัน ทั้งคู่ก็อาศัยความรู้ของตน ค่อยๆ พัฒนาสร้างเคล็ดวิชาระดับต้าเฉิงขึ้นมาเอง
กู่ฉางฮวนนั่งอ่านอยู่นานกว่าครึ่งชั่วยาม ก็รู้สึกถึงน้ำหนักนุ่มๆ เหมือนขนนกที่วางอยู่ข้างขา
เขาก้มลงมอง ก็พบว่ากู่ฉีหลับไปแล้ว หุ่นเชิดอุ้มมาวางข้างๆ เขา แถมยังห่มผ้าให้เรียบร้อย
กู่ฉางฮวนเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เด็กเวลาหลับนี่น่ารักกว่าตอนตื่นจริงๆ
...
วันที่ห้าเดือนเก้า กู่ฉางฮวนเป็นผู้จัดงานแลกเปลี่ยนขึ้น
ซาเซิน จักรพรรดินีฉี และผู้อื่นต่างก็มาถึงเมืองต้นกำเนิดกู่ก่อนหน้าแล้ว ย่อมไม่มีใครมาสาย
ในฐานะเจ้าภาพ กู่ฉางฮวนมาถึงก่อนที่สุด ตามมาด้วยเฟยหานและจื่อซาน ส่วนผู้อื่นรวมถึงซาเซินก็ค่อยๆ ทยอยกันมาถึงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
สำหรับซาเซิน ผู้บำเพ็ญระดับต้าเฉิงหน้าใหม่แห่งนิกายหมื่นพุทธไร้รูป เฟยหานดูจะสนใจเป็นพิเศษ คอยชวนสนทนาอยู่ตลอด
ซาเซินเองก็มีท่าทีอ่อนโยน ตอบรับด้วยรอยยิ้ม
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนหัวไว พูดไปพูดมาก็หันไปพูดถึงกู่ฉางฮวนอย่างแนบเนียน
“กล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าเพิ่งได้ยินข่าวว่า จักรพรรดิกู่คิดจะนำโอกาสระดับต้าเฉิงออกประมูลให้เหล่าผู้บำเพ็ญจากตระกูลอื่นหรือแม้แต่ผู้บำเพ็ญพเนจรเข้าร่วมประมูล…”