- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 1798 ขอดูหน่อยสิ (ฟรี)
บทที่ 1798 ขอดูหน่อยสิ (ฟรี)
บทที่ 1798 ขอดูหน่อยสิ (ฟรี)
บทที่ 1798 ขอดูหน่อยสิ
ในขณะเดียวกัน ด้านหลังของฝ่ามือทองคำที่แตกร้าว ร่างของบรรพชนเนี่ยเซินกลับเริ่มพร่ามัวลง
เมื่อรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังของมิติที่แผ่วเบารอบตัว มุมปากของเนี่ยเซินก็ยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ เขามองไปยังกู่ฉางฮวนที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้ ดวงตาเผยแววเยาะเย้ย
ถึงแม้เจ้าหนุ่มคนนี้จะเตรียมการไว้ก่อนแล้ว แล้วอย่างไรเล่า?
มรดกสะสมหมื่นปีของเผ่ากระดูก ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะพังพินาศง่ายๆ
เขาคิดในใจพลางสะบัดแขนเสื้อ รวบอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เคยเรียกออกมาก่อนหน้านี้กลับคืน
แต่ใครจะคิดว่าในขณะนั้น กลับเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน!
เพียงเห็นหมอกโลหิตรอบตัวที่เคยแทรกซึมได้ทุกที่ บัดนี้กลับกลายเป็นกำแพงเหล็กแข็งทึบ และคลื่นพลังมิติที่เคยรับรู้ได้ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่
ราวกับทุกสิ่งที่ผ่านมา เป็นเพียงภาพลวงตา!
สีหน้าของบรรพชนเนี่ยเซินพลันเปลี่ยนไปทันที
ยังไม่ทันได้คิดให้ถี่ถ้วนว่าเกิดอะไรขึ้น หมัดของกู่ฉางฮวนก็พุ่งตามมาติดๆ
คราวนี้เนี่ยเซินถึงกับเอาหินทุ่มใส่เท้าตัวเองเข้าแล้วจริงๆ
เมื่อไม่มีอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ไว้ป้องกัน ต่อให้ใช้เกราะพลังวิญญาณห่อหุ้มร่าง ก็ไม่อาจต้านพลังหมัดอันดุดันของกู่ฉางฮวนได้
เพียงหมัดเดียว เนี่ยเซินรู้สึกราวกับถูกค้อนหนักหมื่นชั่งฟาดเข้าใส่ตรงหน้า ไม่เพียงแต่รู้สึกเวียนหัวคล้ายจะล้ม เพียงแค่แว้บเดียว ก็เจ็บร้าวไปทั้งห้าอวัยวะภายใน!
ยังไม่ทันจะมองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัด สายโลหิตคาวก็พลันพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ ยังไม่ทันได้พ่นออกมา อันตรายลูกใหม่ก็ไหลมาราวพายุ!
ในเสี้ยววินาทีระหว่างความเป็นความตาย บรรพชนเนี่ยเซินประกบมือขึ้นทันใด เกราะพลังวิญญาณที่เหลืออยู่รอบกายพลันดับวูบลง
พร้อมกันนั้น เกราะกระดูกที่ห่อหุ้มร่างก็พลันสลายไปเช่นกัน
และในชั่วพริบตาเดียว บริเวณหว่างคิ้วของเนี่ยเซินกลับปรากฏแสงทองวาบขึ้น ลำแสงสว่างไสวพวยพุ่งออกมา!
จากนั้น สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!
เพียงเห็นร่างของเนี่ยเซินพลันสลายกลายเป็นเส้นแสงสีทองนับไม่ถ้วน กระจายตัวออกไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว หลบหลีกหมัดโจมตีอย่างฉิวเฉียด
ในดวงตาของกู่ฉางฮวนปรากฏความแปลกใจขึ้นมาฉับพลัน
เคล็ดวิชาลับแบบนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
เขามองดูที่ซึ่งเนี่ยเซินเคยยืนอยู่ จิตสัมผัสกวาดผ่านไป ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดวิชาลับเพื่อรักษาชีวิต
ผู้บำเพ็ญระดับสูงบางคน จะเลือกฝึกเคล็ดลับเช่นนี้ไว้ในยามคับขัน แม้จะพบเห็นได้น้อยมาก เพราะข้อจำกัดของการฝึกฝนนั้นรุนแรง อีกทั้งยังไม่เหมาะสำหรับใช้ทั่วไปเท่ากับยันต์เคลื่อนย้ายพันลี้หรืออุปกรณ์หลบหนีอื่นๆ จึงไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บำเพ็ญทั่วๆ ไป
ไม่คิดเลยว่าเนี่ยเซินจะมีเคล็ดลับเช่นนี้ในมือ
นี่แหละคือ “รากฐาน” ที่แท้จริงของผู้ที่มีสายเลือดสืบทอดมายาวนาน!
กู่ฉางฮวนคิดในใจขณะปล่อยจิตสัมผัสกวาดไปทั่วนรกโลหิต
ทางด้านบรรพชนหนานกู่กับซ่งหานซวงที่เดิมสีหน้าหม่นหมอง เห็นเนี่ยเซินหลุดพ้นจากอันตรายก็เผยแววดีใจออกมา
แม้พวกเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าเนี่ยเซินจะมีไม้ตายเช่นนี้ติดตัว แต่ก็นับว่าโชคดี หากเนี่ยเซินเสียร่างสูญหยวนอิงในครั้งนี้ ความเสียหายต่อพวกเขาคงใหญ่หลวงนัก
แต่ในขณะที่กู่ฉางฮวนและฝ่ายพันธมิตรเริ่มกดดันหนักขึ้น หนานกู่ก็เริ่มรู้สึกว่าชีวิตตนเองกำลังอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง ยิ่งเร่งคิดหาทางหนีออกจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด
ไม่กี่ลมหายใจให้หลัง เส้นแสงสีทองที่เนี่ยเซินแปลงกายกลายมา ได้ไหลมารวมตัวกันอีกครั้ง ณ จุดหนึ่งภายในนรกโลหิต
ต้องยอมรับว่า เนี่ยเซินเลือกตำแหน่งได้ดีเยี่ยม ห่างไกลจากกู่ฉางฮวน และไกลจากสมรภูมิรบหลัก เรียกได้ว่าปลอดภัยสุดๆ
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ในนรกโลหิตนี้ ไม่มีจุดใดที่หลุดรอดจากจิตสัมผัสของกู่ฉางฮวนได้
ถึงแม้เขาจะหนีมาไกลเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจกู่ฉางฮวนก็ตามมาแล้ว
และเช่นเคย คนยังไม่ทันมา หมัดมาก่อน
แต่คราวนี้ เนี่ยเซินมีการเตรียมรับมือไว้บ้าง แม้พลังของหมัดยังคงรุนแรง แต่เขาก็สามารถป้องกันและโต้กลับได้เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ระยะห่างระหว่างเนี่ยเซิน หนานกู่ และซ่งหานซวงก็ค่อยๆ ลดลง
และในขณะนั้นเอง ไม่มีใครทันสังเกตว่า ดูเหมือนบรรพชนหนานกู่ที่กำลังต่อสู้อยู่กับฮวาอู๋และเฉินเย่ จะถือแผ่นคำสั่งไว้ในมือโดยไม่รู้ตัว
ด้านกู่ฉางฮวน เมื่อเห็นอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นของเนี่ยเซินถูกหมัดของเขาทุบจนแหลก ก็อดรู้สึกเจ็บใจอยู่เล็กน้อย
พร้อมกันนั้นก็รู้สึกยอมรับอย่างเต็มอกว่า ทั้งหุบเขาเงากระดูกและเมืองยมโลกนั้น มรดกตกทอดช่างมั่นคงจริงๆ
ดูสิ! ตั้งแต่เริ่มศึกมาจนตอนนี้ อุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่ถูกทำลายมีอย่างน้อยสามชิ้นเข้าไปแล้ว!
หากเขาไม่ใช่ผู้ควบคุมซากโบราณสถานพญามาร ไม่ได้รับวัตถุดิบจากอสูรร้ายจำนวนมากมาหลอมเป็นอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ละก็ คงจะรู้สึกเสียดายแทนพวกเขาไปนานแล้ว
นั่นน่ะ สามชิ้นเชียวนะ!
หากนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรอย่างอื่น ก็คงเพียงพอสำหรับฝึกฝนผู้บำเพ็ญให้ทะลวงถึงระดับเหอถี่ได้ถึงสองคนเป็นอย่างน้อย
แม้ในใจจะคิดเช่นนี้ แต่กู่ฉางฮวนกลับไม่อ่อนมือแม้แต่น้อย
และในเวลานี้ เนี่ยเซินที่ดูเหมือนยังคงต้านไหว ก็แท้จริงแล้วกำลังฝืนอย่างถึงที่สุด
แม้ก่อนหน้านี้ เขาใช้เคล็ดลับประหลาดช่วยชีวิตมาได้ทัน แต่ไม่ได้หมายความว่าหมัดของกู่ฉางฮวนก่อนหน้านั้นไม่มีผลเลย
เส้นชีพจรและอวัยวะภายในของเขาล้วนได้รับความเสียหายไม่มากก็น้อย แม้กระทั่งตันเถียนและทะเลปราณก็ถูกทำลายบางส่วน
แม้เขาจะรีบใช้โอสถสมานบาดแผลแล้ว แต่หากไม่ปลีกตัวเข้าสู่การปิดด่านรักษาโดยทันที เวลาในการฟื้นฟูย่อมยืดยาวออกไปอีกมาก
หากยังยื้อศึกต่อไป อาจถึงขั้นต้องสิ้นเปลืองไม้ตายสุดท้ายที่เหลืออยู่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เนี่ยเซินก็เริ่มวิตกกังวล กระวนกระวายมองไปทางหนานกู่อย่างเร่งเร้า
สายตานั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ไม่ต้องกล่าวเป็นคำพูด
อีกด้านหนึ่ง บรรพชนหนานกู่ที่รับรู้ได้ถึงความกังวลของเนี่ยเซิน ก็จับแผ่นคำสั่งในแขนเสื้อแน่นขึ้น
ไม่ใช่แค่เนี่ยเซินเท่านั้น ซ่งหานซวงเองก็ส่งเสียงผ่านจิตสัมผัสมาอย่างอ่อนแรง:
“ศิษย์พี่ เร็วเข้า! รีบใช้ไม้ตายได้แล้ว!
หากช้าไปอีก แม้พวกเราจะหลุดออกจากที่นี่ได้ ก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!”
เขากล่าวพลางขมวดคิ้วแน่น
และในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างอบอุ่น:
“หืม?
ไม้ตายอะไรหรือ?
รีบใช้ออกมาสิ ข้าอยากดูหน่อย...”
น้ำเสียงนั้น ฟังดู...ช่างสนอกสนใจนัก!