- หน้าแรก
- แผนที่สู่เซียน
- บทที่ 1529 การคาดเดาของกู่ฉางฮวน (ฟรี)
บทที่ 1529 การคาดเดาของกู่ฉางฮวน (ฟรี)
บทที่ 1529 การคาดเดาของกู่ฉางฮวน (ฟรี)
บทที่ 1529 การคาดเดาของกู่ฉางฮวน
จากรายงานของสายลับในหุบเขาเงากระดูกพบว่า ทางหุบเขาเงากระดูกไม่ได้มีการรวบรวมวัตถุวิญญาณส่งกลับไปยังสุสานเหนือแดนลึกเลย แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ถ้าไม่ใช่ว่าผู้บำเพ็ญระดับเหอถี่ของสุสานเหนือแดนลึกจู่ๆ อยากจะย้ายข้างไปพึ่งหุบเขาเงากระดูก เช่นนั้นก็คงเป็นเพราะมีการแลกเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจเปิดเผยได้เกิดขึ้นระหว่างกัน
และนั่นเองที่ทำให้มันน่าสนใจ สิ่งใดกัน ที่มีค่ามากพอให้สุสานเหนือแดนลึกยอมจ่ายทั้งวัตถุวิญญาณระดับสูงจำนวนนับไม่ถ้วน และซากศพผู้บำเพ็ญถึงสี่แสนร่าง?
ไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
หรืออาจกล่าวได้ว่า…ของสิ่งนั้นมีเพียงหุบเขาเงากระดูกเท่านั้นที่อาจมีได้
เนื่องจากหุบเขาเงากระดูกเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังระดับต้าเฉิง กู่ฉางฮวนจึงเริ่มตั้งข้อสงสัยอย่างมีเหตุผลว่า การแลกเปลี่ยนอันไม่สมเหตุผลนี้ อาจเกี่ยวข้องกับ “การทะลวงสู่ต้าเฉิง”
“สุสานเหนือแดนลึกนั่น มีผู้บำเพ็ญเหอถี่ขั้นปลายอยู่หนึ่งคนใช่หรือไม่?”
กู่ฉางฮวนเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
กู่ชิงอวี่ยืนอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบ
“มีจริงขอรับ ได้ยินว่าชื่อว่าเชอจิ่วคู เมื่อคราวศึกต่างเผ่าก่อนหน้านั้นก็เป็นผู้บำเพ็ญระดับเหอถี่ขั้นแปดแล้ว เวลาผ่านมาหลายปี คงจะพัฒนาไปอีกขั้นก็ไม่แปลก…”
แต่ยังพูดไม่ทันจบ สีหน้าของกู่ชิงอวี่ก็เปลี่ยนไปในทันที
กู่ฮ่าวไต้ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าของเขาทั้งสอง รวมกับบทสนทนาในตอนนี้ ก็เริ่มเดาออกเช่นกัน นางขมวดคิ้วแน่นพลางพึมพำว่า
“ไม่นะ…เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม…”
หากว่าเชอจิ่วคูกำลังเตรียมตัวเพื่อจะทะลวงสู่ต้าเฉิง หรือแย่ที่สุดคือเขาสำเร็จได้จริง เช่นนั้นแผนทั้งหมดของตระกูลกู่ก็คงล่มสลาย
ไม่สิ ไม่ใช่แค่แผนของตระกูลกู่จะล้มเหลว แต่ทั้งเผ่ามนุษย์ในเขตดับวิญญาณนี้ อาจตกอยู่ในหายนะก็ได้
เมื่อเทียบกันแล้ว กู่ฉางฮวนกลับดูสงบมากกว่า
“ดูท่า ข้าคงต้องไปสอบถามเฟยหานให้ชัดในงานฉลองทะลวงระดับของอู๋ฉีเสียแล้ว”
เพราะเรื่องแบบนี้ มีเพียงผู้บำเพ็ญระดับแกนของขุมกำลังต้าเฉิงเท่านั้นที่อาจรู้ความจริง
คิดถึงตรงนี้ กู่ฉางฮวนก็อดรู้สึกทึ่งกับกลไกการจัดสรรของเขตดับวิญญาณไม่ได้
เขตพื้นที่ขนาดใหญ่ของแดนนี้รวมแล้วกินพื้นที่ถึงหนึ่งในหกของเผ่ามนุษย์โดยรวม แต่กลับไม่มีขุมกำลังต้าเฉิงใดถูกกักขังไว้ทั้งกลุ่ม คล้ายกับว่าผู้ที่วางแผนผนึกแดนนี้ในอดีตเจตนาให้เช่นนั้น
เช่นเดียวกับพันธมิตรการค้าที่แผ่ขยายไปทั่วเผ่ามนุษย์ ก็ไม่อาจถูกแยกออกไปได้ และหุบเขาเงากระดูกเอง แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังต้าเฉิง แต่ถูกกักขังไว้เพียงบางส่วน ทำให้โอกาสที่จะถือกำเนิดผู้บำเพ็ญต้าเฉิงในเขตนี้นับว่าน้อยนิด
แต่เมื่อคิดอีกที ก็พอเข้าใจได้ หากวันนั้นที่กักขัง เขากลับเลือกกักขังขุมกำลังต้าเฉิงไว้ทั้งกลุ่มแทน เขตแดนทั้งเขตนี้ก็คงกลายเป็นแค่ “พื้นที่ส่วนตัว” ของขุมกำลังนั้น หากวันหนึ่งเขตนี้ถูกคลายผนึกและกลับคืนสู่เผ่ามนุษย์ ขุมกำลังต้าเฉิงที่รวมแผ่นดินเขตนี้ไว้ทั้งสิ้น ก็จะกลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อบัลลังก์ของขุมกำลังต้าเฉิงอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ยอดปราชญ์จะวางแผนอย่างรัดกุมเพียงใด ก็ยังอาจพลาดในบางเรื่องได้ เช่นเดียวกับที่คนโง่เพียงหนึ่งคนก็อาจทำบางสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
หากว่าเชอจิ่วคูแห่งสุสานเหนือแดนลึกกำลังเตรียมตัวเพื่อทะลวงสู่ต้าเฉิงอยู่จริง เช่นนั้นเขตดับวิญญาณนี้ก็จะมี “ผู้ท้าชิงต้าเฉิง” เพิ่มขึ้นเป็นสองคน
หากนับรวมกู่ฉางฮวนในอนาคต และหากฮวาอู๋ทะลวงได้สำเร็จอีก ย่อมต้องช่วยเหลือเฉินเย่ให้ทะลวงตามไปด้วย เท่ากับว่าที่นี่จะมีผู้บำเพ็ญระดับต้าเฉิงถึง “สี่คน” อย่างต่ำ
จะควบคุมได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ในเขตดับวิญญาณนี้ยังมีซากโบราณสถานพญามารอยู่ด้วย
บางครั้งกู่ฉางฮวนเองก็คิดไม่ตก ว่าคนยุคก่อนผู้ที่ลงมือวางค่ายกลเหล่านี้ คิดอะไรอยู่ถึงได้ตัดขาดซากโบราณสถานขนาดใหญ่เช่นนี้ไว้ในเขตผนึก
หรือพวกเขาอาจคิดว่า ในการเข้าไปยังซากโบราณสถานนั้นจำเป็นต้องมี “ดวงตาพญามาร” ซึ่งผู้คนในเขตดับวิญญาณไม่มีทางครอบครองดวงตานี้ได้อยู่แล้ว และค่ายกลก็ไม่สามารถขัดขวางผู้บำเพ็ญต้าเฉิงได้ จึงเห็นว่าไม่เป็นไร?
เขาคิดไม่ตกจริงๆ
ได้เวลาไปถามเฟยหานให้กระจ่างเสียที
งานฉลองเหอถี่ของอู๋ฉีจะจัดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า แม้ว่าเชอจิ่วคูกำลังเตรียมจะทะลวงระดับจริง อย่างไรเสียการเตรียมการย่อมต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่าสามถึงห้าสิบปี ดังนั้นกู่ฉางฮวนจึงไม่รีบร้อนมากนัก
กลับกัน เขายังได้เวลาเพิ่มขึ้นสำหรับเร่งฝึกฝน
ขณะเดียวกันเขาก็เตรียมแผนการที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว หากเชอจิ่วคูกำลังจะทะลวงเป็นต้าเฉิงจริง เขาก็จะไม่ยอมอยู่เฉยแน่
ต่างเผ่าไม่เหมือนกันกับเผ่าเดียวกัน เผ่าวิญญาณนั้นมีความเป็นศัตรูโดยธรรมชาติกับเผ่าอื่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเผ่ากระดูกกับเผ่ามนุษย์ ที่มีเลือดแค้นสะสมกันมายาวนาน หากเผ่ากระดูกมีผู้บำเพ็ญต้าเฉิงปรากฏขึ้น เผ่ามนุษย์ในเขตดับวิญญาณนี้คงไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้
โดยเฉพาะ “ตระกูลกู่” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สุสานเหนือแดนลึกของเผ่ากระดูก หากเชอจิ่วคูทะลวงต้าเฉิงสำเร็จ และมีใจจะรวมอำนาจ เชื่อแน่ว่าตระกูลกู่จะต้องกลายเป็นเป้าหมายแรก!
แทนที่จะรอให้เขาบรรลุต้าเฉิงแล้วเคลื่อนพลโจมตีมนุษย์ในภายหลัง สู้ให้ตระกูลกู่เสี่ยงล่วงหน้า โจมตีเผ่ากระดูกเสียก่อน ปราบสุสานเหนือแดนลึก ฆ่าเชอจิ่วคูเสียตอนที่ยังไม่บรรลุต้าเฉิง นั่นจะปลอดภัยกว่ามาก!
เนื่องจากเรื่องนี้สำคัญยิ่งยวด แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด หากแพร่ออกไปก่อนเวลาอันควร อาจทำให้ผู้คนตื่นตระหนกได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่รู้เรื่องนี้ในตระกูลกู่จึงมีเพียงสามคนเท่านั้น กู่ฉางฮวน, กู่ชิงอวี่ และกู่ฮ่าวไต้
ขณะเดียวกัน สายลับที่แฝงตัวอยู่ในสุสานเหนือแดนลึกและหุบเขาเงากระดูก ต่างก็ได้รับคำสั่งจากทางตระกูลให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเชอจิ่วคูอย่างใกล้ชิด
ไม่ว่าเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับเชอจิ่วคู ต้องรายงานกลับมาทั้งสิ้น โดยไม่มีข้อยกเว้น
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนถึงพิธีฉลองทะลวงระดับเหอถี่ของอู๋ฉีแล้ว
ในงานครั้งนี้ กู่ฉางฮวนตั้งใจจะพากู่ชิงอวี่กับคนอื่นๆ ไปร่วมงานด้วย
สำหรับผู้อาวุโสท่านอื่นในตระกูลกู่ ก็แล้วแต่พวกเขาว่าจะว่างไปร่วมงานหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ทางตระกูลกู่ได้แจ้งผ่านรายงานประจำเดือนให้ทุกคนรู้แล้วว่าอู๋ฉีได้ทะลวงถึงระดับเหอถี่ และจะมีพิธีฉลองจัดขึ้น หากใครสนใจก็สามารถแจ้งกู่ชิงอวี่เพื่อเดินทางไปพร้อมกันได้
แต่ถ้าหากใครจะไปเอง ไม่ร่วมกับขบวนหลักของตระกูล ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งอะไรเช่นกัน