เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 76 นายต้องสู้!

ตอนที่ 76 นายต้องสู้!

ตอนที่ 76 นายต้องสู้!


โหลด

หลังจากสลักฉากที่น่ากลัวนี้เข้าไว้ในใจของเขาแล้ว เซจิก็เลือกที่จะโหลดในทันที

โลกรอบๆตัวเขาเปลี่ยนเป็นสีดำก่อนที่จะส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง

ในช่วงเวลานี้เขากำลังคุยกับชิอากิอยู่และก็มีทั้งสามตัวเลือกการสนทนาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง

เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะต้องโหลดเซฟเร็วขนาดนี้

เซจิบังคับตัวเองเพื่อซ่อนความโกรธที่เขารู้สึกจากชิอากิและตอบแบบเดียวกับครั้งล่าสุด

จากนั้นเขาก็กลับไปเรียนเหมือนครั้งล่าสุด

เซจิรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาและโทรหาโฮชิ อะมามิ

ตอนนี้ สายได้เชื่อมต่อแล้ว

"รุ่นพี่..."

"อะมามิ... ไม่สิ โฮชิ ฉันได้ยินมาว่านายรู้สึกไม่สบาย—ตอนนี้เป็นไงบ้าง"

เกิดช่วงเวลาแห่งความเงียบเป็นเวลานาน

"ผะ... ผมสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะครับ รุ่นพี่" เขาตอบด้วนเสียงแผ่วๆ

'เป็นห่วงเขางั้นเหรอ... ?' เซจิรู้สึกอึดอัดใจ

"เสียงเหมือนนายไม่ได้สบายดีเลยนะ"

"รุ่นพี่..."

"เกิดอะไรขึ้นหลังจากเกิดเรื่องนั้นขึ้นกับพี่สาวของนาย?"

ความเงียบก็ได้เข้าปกคลุมอีกหลายครั้ง

"มะ... ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ"

'ไม่มีอะไรเกิดขึ้น? แล้วทำไมนายถึงต้องฆ่าตัวตายด้วยล่ะ?'เซจิขมวดคิ้วอย่างจริงจัง

"รุ่นพี่... นี้ก็ใกล้เวลาที่จะเริ่มเรียนแล้วนะครับ" โฮชิพูดเหมือนเขาต้องการที่จะวางสาย

"โดดเรียนซะ"

"อะไรน่ะครับ?"

"ฉันไม่สนใจ ต่อให้นายมีก็โดดเรียนไปซะ!" เซจิเริ่มเดินออกจากชั้นเรียนของเขาในขณะที่เขาพูดแบบนี้ออกมา

"ดะ... โดดเรียน?" โฮชิตกใจอย่างเห็นได้ชัด

"ถูกต้อง แล้วหลังจากนั้นไปที่ดาดฟ้าของอาคารเรียนกลางและรอฉันอยู่ที่นั่นซะ"

อาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายและมัธยมต้นเซนต์ฮานะมีหลังคาที่ถูกปลดล็อกอยู่ตลอดเวลา แต่พวกมันก็มีรั้วลวดตาข่ายเหล็กสูง 10 เมตรกั้นไว้อยู่ จะมีก็เฉพาะช่องขนาดเล็กๆที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร ดังนั้นถ้าโฮชิต้องการกระโดดลงจากตัวอาคารเพื่อฆ่าตัวตาย อาคารนั้นก็เป็นสถานที่ที่ยากที่สุดที่จะทำ!

"ให้รอคุณ? รุ่นพี่มีอะไรงั้นเหรอครับ... "

"ฉันกำลังไปที่นั่นแล้วตอนนี้!" เซจิพูดอย่างสุดแรง "อย่าวางสายล่ะ ถือสายนี้ไว้จนกว่าฉันจะเห็นนาย"

ร่างกายของโฮชิ อะมามิเริ่มสั่น ขณะที่เขาได้ยินเสียงทรงพลังที่ดังออกมาจากโทรศัพท์ของเขา

รุ่นพี่... กำลังจะมาเจอเขา!?

'ทั้งหมดที่รุ่นพี่ทำก็แค่ถามฉันสองสามคำถามผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น และฉันเองก็บอกว่าสบายดี แต่เขาก็...'

โฮชิรู้สึกอบอุ่นในหัวใจจากความห่วงใยที่ชัดเจนของรุ่นพี่ของเขา

ช่วยไม่ได้ที่เขารู้สึกถูกทำให้หวั่นไหวขึ้นมา

เขาลุกออกจากที่นั่งและเดินออกจากห้องเรียนไปโดยไม่สนใจทุกอย่าง

เขาเดินขึ้นไปบนด่านฟ้าตามที่รุ่นพี่สั่งให้เขารอ

...

ท้องฟ้านี่ใหญ่ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?

หลังจากที่มาถึงหลังคาแล้ว โฮชิมองผ่านรั้วสูงไปที่ท้องฟ้าและเดินอย่างช้าๆไปที่รั้ว

วันนี้เป็นวันที่ยอดเยี่ยมที่ไม่มีเมฆในสายตา ท้องฟ้าสีครามเองก็ดูสวยงามเป็นอย่างมาก

โฮชิทำราวตัวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เห็นภาพที่งดงามในขณะที่เขามองมันอย่างประหลาดใจ ในขณะที่เขามองขึ้นไปข้างบน ความรู้สึกที่มืดมิดในหัวใจของเขาก็เริ่มเลือนหายไป

ก่อนหน้านี้เขาโกหกรุ่นพี่ฮาราโนะ

เขารู้สึกไม่ดี และมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

สิ่งที่เขาได้เจอคือ... ฝันร้าย

เขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีและความรู้สึกที่มืดมิดในหัวใจของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นจนเขารู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะถูกกลืนหายไป

เขาอยู่ที่จุดที่เขาต้องการจะตายและจบมันลง

เมื่อเทียบกับการมีชีวิตแล้ว ความตายดูเหมือนสบายมากกว่า...

"โฮชิ!"

มีเสียงดังออกมาจากด้านหลังเขา

โฮชิตัวสั่นเมื่อได้ยินเสียงและค่อยๆหันกลับไป

เขาเห็นเซจิวางสายโทรศัพท์ขณะที่เดินไปที่โฮชิ

มีบางอย่างเปล่งประกายในดวงตาของชายหนุ่มที่สูงและหล่อเหลาที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาขณะที่เขามองตรงมาที่โฮชิ

ดวงตาเหล่านั้นดูราวกับว่าพวกมันสามารถมองทะลุผ่านความมืดมิดนี้ไปได้

'อาา รุ่นพี่, รุ่นพี่... เซนโจ ฮาราโนะ'

ช่วงเวลาที่โฮชิ อะมามิได้เห็นรุ่นพี่ของเขา ในที่สุดเขาก็ได้ตระหนักว่าจริงๆแล้วเป็นเขาต่างหากที่อยากจะเห็นเขา

แต่... แม้ว่าเขาจะได้พบกับรุ่นพี่อีกครั้ง รุ่นพี่จะทำอะไรได้ล่ะ?

เซจิมองไปที่โฮชิ

เขาขมวดคิ้วขณะที่นึกถึงฉากที่เขาเพิ่งได้เห็น

"นี้มันก็ตั้งสัปดาห์กว่าแล้วสินะที่เราได้เจอกันครั้งสุดท้ายนะ รุ่นน้อง"

"ครับ... รุ่นพี่"

ทั้งสองคนยังคงเงียบอยู่สักพักหนึ่ง

"นี้เป็นครั้งแรกของฉันที่เคยขึ้นมาที่ด่านฟ้าโรงเรียนนะเนี่ย" เซจิก็ทำลายความเงียบงันนั้นลงไป

"เอ๊ะ?"

"จริงๆแล้วฉันตั้งตารอที่จะได้รับจดหมายรักจากเด็กผู้หญิงที่เชิญขึ้นฉันมาที่ด่านฟ้าโรงเรียนแล้วจากนั้นเธอก็จะสารภาพรักกับฉัน... แบบฉากคลาสสิกนะ" เซกิพูดอย่างช้าๆขณะที่เดินไปทางโฮชิ "แต่ตอนนี้คนแรกที่รอฉันอยู่บนด่านฟ้าโรงเรียนกลับเป็นเด็กผู้ชายแทนซะได้นี้ซิ"

"ความหวังของฉันถูกทำลายลงแล้ว! นายจะทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!?"

รุ่นพี่ดูเหมือนจะบ่นขณะที่เขาจ้องมองที่โฮชิ

โฮชิตะลึงมากเกินจนพูดอะไรไม่ออก

ความเงียบปกคลุมพวกเขาในช่วงเวลาสั้นๆ

"นาย... ไม่รู้วิธีตอบกลับ(ตบมุก)งั้นเหรอ?" เซจิถอนหายใจ "นายยังต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นนะ รุ่นน้อง!"

"โอ้... ครับ" โฮชิอตกยู่ในอาการมึนงง

เซจิมองมาที่เขา

"จริงแล้วนายไม่ได้เป็นหวัดใช่หรือเปล่า? งั้นทำไมนายถึงไม่มาทำงานล่ะ?"

"เออ... " โฮชิเบนสายตาของเขาออกไป

"เกิดอะไรขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา?"

โฮชิยังคงเงียบและก้มศีรษะของเขาลง เงามืดดูเหมือนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

เซจิค่อยๆยกศีรษะขึ้นเป็นมุม 45 องศาขึ้นไปเพื่อมองไปที่ท้องฟ้าหลังจากที่มองไปที่เด็กหนุ่มที่แสนสวยตรงหน้าเขา ที่ดูเหมือนจะยืนอยู่ในความมืดแทนที่จะเป็นแสงแดด

"สัปดาห์ที่ผ่านมา นายดูเท่มาก แม้ว่านายจะดูเหมือนกับผู้หญิงสักเล็กน้อย แต่ก็ไม่เหมือนเด็กผู้ชายมากด้วยเช่นกัน อย่างน้อยนายก็รู้ว่านายต้องการที่จะเปลี่ยนตัวเอง ในเวลานั้น... นายเป็นลูกชายอย่างแน่นอน"

"รุ่นพี่... " โฮชิค่อยๆยกหัวขึ้น

"แต่สิ่งที่นายเป็นตอนนี้คืออะไร?" เซจิไม่ได้มองมาที่เขากลับกันเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแทน "นายดูหดหู่และท้อแท้ ตัวนายกลายเป็นดูมืดมน ไม่เพียงแต่นายไม่ได้เป็นลูกผู้ชายแล้ว นายก็ไม่ได้ดูเหมือยสาวน้อยน่ารักด้วย นายไม่ใช่ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิง... นายมันเป็นแค่หมาขี้แพ้"

ด้วยความรู้สึกอาย โฮชิจึงก้มศีรษะลงอีกครั้ง

"นี้ โฮชิ อะมามิ ฉันเองเชื่อว่าเราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการในชีวิต สิ่งที่เราไม่ชอบ สิ่งที่ไม่มีเหตุผล หรือยอมรับไม่ได้... สิ่งที่เราต้องการหลีกเลี่ยงแต่ก็ยังคงพบกับมัน สิ่งที่เลวร้ายที่ยากจะทนคือสิ่งที่เราจะต้องสู้ และเมื่อฉันพูดว่าสู้ ฉันก็ไม่ได้หมายถึงแค่การใช้ความรุนแรงเพียงอย่างเดียว"

"ตัวอย่างเช่น เด็กที่ไม่ถูกสนใจจะทำตัวเกเรเพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจ ถ้าเป็นนักโทษผู้หญิงที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดก็จะกรีดร้องและร้องไห้ออกมาแบบเด็กๆและบอกว่าเธอต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ มันมีหลายวิธีในการต่อสู้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมจิตใจให้ไม่ยอมแพ้ตราบใดที่นายยังคงมีความตั้งใจที่จะต่อต้าน มันก็ไม่สำคัญว่าความพยายามในการต่อสู้ของนายจะดูน่าเกลียดมากแค่ไหนนั้นก็เพราะว่า... นั้นคือแหล่ะคือต่อสู้!"

เซจิหันหน้าไปมองไปที่โฮชิ

"โฮชิ บางทีนายอาจได้ต่อสู้แล้ว แต่นายได้ต่อสู้อย่างอย่างสุดกำลังของนายแล้วงั้นเหรอ? ทำไมนายถึงเลิกต่อต้านมันซะล่ะ? จงพยายามสู้ต่อไปซะ! ใครจะสนใจถ้านายตกอยู่ในบึงที่เต็มไปด้วยโคลน หรือถ้านายดูน่าเกลียดหรือน่ากลัว นายยังสามารถยกหัวขึ้นมาและตะโกนออกมาได้ไม่ใช่ยังงั้นเหรือไง!?"

"รุ่นพี่... " หยดน้ำตาได้ไหลหยดลงไปบนที่หน้าของโฮชิ

"ถ้านายไม่ได้มีพลังที่จะต่อสู้อีกต่อไป แล้วทำไมนายถึงไม่ใช้พลังเศษเสี้ยวสุดท้ายคิดถึงวิธีการดิ้นรนอื่นๆที่นายยังเหลืออยู่ล่ะ ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องดีกว่างั้นเหรอ?" เซจิจ้องไปที่โฮชิ"ฉันกำลังพูดถึงการขอความช่วยเหลืออยู่!"

"แม้ว่านายจะไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้วก็ตาม นายไม่สามารถแม้แต่ที่จะพาตัวนายเองให้ไปขอร้องความช่วยเหลือได้อย่างงั้นเหรอ? จิตใจของนายมันอ่อนแอมากจนขนาดที่ว่านายไม่คิดที่จะต่อต้านมันอีกต่อไปแล้วงั้นหรือไง!?"

"ตอบฉันมาสิ โฮชิ อะมามิ!"

"รุ่นพี่... รุ่นพี่... ผม... "

โฮชิไม่สามารถหยุดน้ำตาไหลออกมาได้ เขาเริ่มสะอื้นและจมูกน้ำมูกของเขาก็ไหลลงมา นี้มั่นใจได้เลยว่าใบหน้าของเขาคงเต็มไปด้วยน้ำมูกแล้ว ใบหน้าที่สวยงามก่อนหน้านี้ของเขาแทบจะไม่มีเหลือให้เห็นได้ที่ไหนเลย

เซจิมองไปที่โฮชิ

"ฉันยืนอยู่ที่นี้แล้ว รุ่นน้องของฉัน ในฐานะรุ่นพี่ของนาย ฉันมีหน้าที่ช่วยเหลือนาย แต่คงไม่มีใครสามารถที่จะช่วยคนที่ยอมแพ้กับตัวเขาเองได้หรอก แม้แต่ฉันเอง"

"ดังนั้นแล้ว… ขอความช่วยเหลือจากฉันสิ ไอ้เจ้าโง่? แม้นายว่านายจะคิดว่าจะไม่มีความต่อต้านเหลืออยู่ภายในตัว แต่นายก็รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ในส่วนที่ลึกที่สุดในจิตใจของนาย!! มันไม่สำคัญว่านายจะดูน่าเกลียดมากแค่ไหนหรือว่าเป็นความลับมากแค่ไหน... อย่ายอมรับความพ่ายแพ้และสู้ต่อไปซะ!"

"งะ... แงงงงงงงงงงงง!"

โฮชิ อะมามิเริ่มร้องไห้ออกมาดังๆ ในขณะที่ร่างของเขาล้มลงไปราวกับไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลืออยู่เลย

เขาล้มลงบนพื้นด่านฟ้าพร้อมกับร่างของเขาขดเป็นลูกบอลขณะที่เขาร้องไห้ เขาดูเหมือนเด็กตัวเล็กที่อ่อนแอมาก

ถึงอย่างนั้นก็ตามมีบางอย่างภายในตัวเขาที่ถูกฝังไว้ในส่วนลึก ก็เริ่มที่จะถูกปลดปล่อยออกจากความมืดมิดภายในตัวเขา

"ช่วยผมด้วย... ได้โปรดช่วยผมด้วย... ช่วยผมด้วย... ช่วยผมด้วยครับ... รุ่นพี่!"

เสียงที่ชัดเจนนี้ฟังดูเหมือนกับว่าดังมาจากจิตวิญญาณของโฮชิผ่านน้ำตา

ในที่สุด เซจิก็ยิ้มอย่างผ่อนคลายเป็นครั้งแรกในขณะที่เฝ้าดูโฮชิ

"ฉันได้ยินแล้ว โฮชิ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงแต่กลับดูอ่อนโยน "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง!"

จบบทที่ ตอนที่ 76 นายต้องสู้!

คัดลอกลิงก์แล้ว