- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดกลางทะเล: คนอื่นได้แพไม้กันหมด ทำไมฉันถึงต้องติดอยู่บนเกาะร้าง?
- บทที่ 66 บอสระดับจ้าวสุดรับมือยาก
บทที่ 66 บอสระดับจ้าวสุดรับมือยาก
บทที่ 66 บอสระดับจ้าวสุดรับมือยาก
บทที่ 66 บอสระดับจ้าวสุดรับมือยาก
*****************
จ้าว หรือ ระดับจ้าว มาจาก จ้าวดินแดน, จ้าวพื้นที่ หรืออาจจะเรียกว่า ราชา ก็ได้
*****************
หลี่เสี่ยวจวินสวมอุปกรณ์ที่มีสกิลอยู่สองอย่าง
สกิลหนึ่งชื่อว่า โจมตีหนัก
แสงสีขาววาบขึ้นมา ดาบยาวในมือฟันฉับลงใส่หัวเข่าของก็อบลินยักษ์อย่างแรง
ชิวเทียนอี้หลังจากผ่านการสู้กับพวกไอ้ยุ่นมาแล้ว ก็ทำใจได้ เปลี่ยนมาใช้สนับมือแบบเดียวกับสือหลง
เขาหันไปทุบเท้าของสัตว์ประหลาดอย่างแรง ตูมๆ ไม่ยั้ง
ขาทั้งสองข้างถูกตัวเล็กๆ สามคนรุมโจมตี ก็อบลินยักษ์เจ็บขาอย่างหนัก จนต้องก้มตัวลง
ก็อบลินยักษ์สูงได้ถึงสิบเมตร แต่การเคลื่อนไหวไม่ได้เชื่องช้าเลยแม้แต่นิด
มันเหวี่ยงฝ่ามือขนาดเท่าคนทั้งตัว หวังจะตบชิวเทียนอี้ให้ตายคาที่
มองฝ่ามือที่ฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว หัวใจของชิวเทียนอี้กระตุกวูบ
เชี่ย เร็วชิบหาย!
ในจังหวะนั้นเอง เจียงเทียนที่คอยปล่อยวังวนเพลิงอยู่ตลอดก็ฉวยโอกาสนี้ทันที
เมื่อก็อบลินยักษ์ตบลงไปที่พื้น ตัวมันย่อมต้องก้มต่ำลง
และเจียงเทียนก็เตรียมพร้อมไว้นานแล้ว
【ร่ายเวทฉับพลัน】
หอกเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาในพริบตา ปักหัวก็อบลินยักษ์จนพรุนราวกับเม่น
“อ๊ากกกก!!!”
เสียงคำรามเจ็บปวดของอสูรปีศาจดังสนั่นหู
แต่เจียงเทียนยังคงปล่อยหอกเพลิงต่อเนื่อง จนแม้แต่ในปากที่อ้ากว้างของมันก็เสียบแน่นไปหมด
ผ่านไปห้าวินาที ก็อบลินก็ล้มครืนลงกับพื้น
ถึงแม้มันจะได้รับบาดเจ็บถึงตายแล้ว แต่เจียงเทียนก็ยังไม่กล้าประมาท
เขารออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นว่าบนร่างก็อบลินยักษ์มีหีบสมบัติโผล่ออกมา
“ไป ช่วยอีกฝั่งหนึ่ง!”
อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ของก็อบลินยักษ์ไม่ได้ดีนัก
จางชิงชิงยังพอหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่สือหลงต้องอาศัยคนอื่นคอยคุ้มกัน
และสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็ดูเหมือนจะมองออกว่าสือหลงช้า
มันเหวี่ยงกระบองใหญ่ฟาดใส่เขาตรงๆ
ถ้าโดนเต็มๆ ครั้งนี้ สือหลงคงเละเป็นกอง
“อ๊าก!”
เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านไป กระแทกเข้าที่ข้อมือของก็อบลินโดยตรง
แรงกระแทกครั้งนี้ทำให้ทิศทางการโจมตีเบี่ยงออก กระบองฟาดลงพื้นอย่างหนัก ลมแรงที่ปะทุขึ้นมาซัดสือหลงปลิวกระเด็นไป
สือหลงลุกขึ้นจากพื้น ใจยังเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อครู่เขาแทบจะเห็นภาพชีวิตทั้งชีวิตผ่านตาไปแล้ว
ทันใดนั้น หลี่จื่อเกอตะโกนเสียงดัง
“อย่าเผลอ! เจ้าลิงตัวเล็กนั่นไม่ปกติ!”
ลิงตัวเล็กที่หลี่จื่อเกอพูดถึง ก็คือบอส
ตอนนี้บอสกำลังหัวเราะคิกคัก สีหน้าดูน่าขนลุกอย่างยิ่ง
จู่ๆ มันก็ยื่นมือออกไปทางทุกคน
พลังงานสายหนึ่งพุ่งออกมา ฉีกผืนดินออกเป็นร่อง ราวกับคัตเตอร์กรีดกระดาษ
“ตูม!”
ทันทีนั้น เศษหินกระเด็นกระจาย คลื่นกระแทกจากแรงระเบิดพัดเสื้อผ้าของทุกคนกระพือ เสียงและภาพน่ากลัวอย่างยิ่ง
เจียงเทียนรู้สึกได้ว่า บอสกำลังเหลือบมองมาที่เขาเป็นระยะ
เขาเพิ่มความระวัง เตรียมรับมือการโจมตีระลอกถัดไป
และก็เป็นไปตามที่เจียงเทียนคิด การโจมตีครั้งต่อมาก็พุ่งตรงมาที่เขา
ตูม!
เขาหลบลำแสงพลังงานซ้ายขวา ไม่ช้าก็ถูกบังคับให้ถอยออกไปด้านนอก
ทันใดนั้น เจียงเทียนก็รู้สึกถึงลางร้ายโดยไม่มีสาเหตุ
นักรบที่กำลังควบคุมหน้าไม้ยักษ์ เดิมทีกำลังยิงใส่ก็อบลิน แต่เพราะการโจมตีของบอสดูน่ากลัวเกินไป เขาเผลอหันไปมองทางเจียงเทียน
พอมองแค่แวบเดียว ก็ชะงักค้าง
จากนั้นรีบตะโกนลั่น
“ระวัง! สัตว์ประหลาดตัวนั้นฟื้นแล้ว!”
ในวินาทีนั้นเอง ด้านหลังเจียงเทียนดัง “ตุ้บ” ขึ้นมา ก็อบลินยักษ์ที่ตายไปแล้ว ยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วยท่าทางไร้วิญญาณ
หอกเพลิงบนหัวสลายไป เหลือเพียงรอยแผลพรุนไปทั่ว
มันชูกระบองยักษ์ขึ้นสูง แล้วฟาดลงมาอย่างแรง
เจียงเทียนหน้าซีด บอสนั่นเป็นเนโครแมนเซอร์งั้นเหรอ?
เดี๋ยวก่อน… เจียงเทียนนึกถึงก็อบลินตัวเล็กๆ ที่พวกเขาฆ่ามาตลอดทาง
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
ซวยแล้ว…
เวลาไหลผ่านไปทีละนิด…
สัตว์ประหลาดบริเวณรอบนอกมีเพียงประปรายที่พุ่งเข้ามาเป็นกลุ่มเล็กๆ พอทุกคนเริ่มวางใจ และหันกลับไปสนับสนุนทั้งหกคนที่กำลังรับมือกับบอส
จู่ๆ ก็เห็นสือหลง ชิวเทียนอี้ และหลี่เสี่ยวจวินวิ่งกลับมา
สีหน้าของหลี่เสี่ยวจวินตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อครู่เขาได้ยินเจียงเทียนพูดว่า บอสตัวนี้เป็นจอมเวทเนโครแมนเซอร์
เมื่อนึกถึงเส้นทางที่พวกเขาฆ่าฟันกันมาตลอด หลี่เสี่ยวจวินก็อดเหงื่อเย็นไม่ได้
ทั้งสามคนเผชิญหน้ากับบอสโดยตรงแทบจะไร้หนทาง ถึงแม้พลังกายจะผ่านเกณฑ์ แต่ความเร็วกลับช้าเกินไป
ต้องยอมรับว่าพวกเขาอยู่ตรงนี้ก็มีแต่จะถ่วงทีม
โดยไม่ต้องให้เจียงเทียนสั่ง ทั้งสามคนก็อาสาไปคุ้มกันเหล่านักรบด้านหลังเอง
หลี่จื่อเกอก็คิดจะไปด้วย แต่ถูกเจียงเทียนห้ามไว้
เธอคือฮีลเลอร์ หากจางชิงชิงโดนเศษหินจากแรงปะทะบาดเจ็บจนเคลื่อนไหวติดขัด เธอก็คือชีวิตที่สองของจางชิงชิง
อีกด้านหนึ่ง โม่หลินกำลังตรึงก็อบลินยักษ์ที่ฟื้นคืนชีพเอาไว้
ถึงจะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงมาก โม่หลินมีร่างกายว่องไว บางครั้งยังสามารถทำให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นสะดุดล้มได้
และโม่หลินยังสามารถใช้ผลึกตัดขาทั้งสองของอสูรอมตะได้ ถึงจะใช้เวลานาน แต่เรื่องนี้เย่สวินก็ทำไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง
จางชิงชิงต้องหลบการโจมตีของก็อบลินยักษ์ไปด้วย พร้อมกับระวังการจู่โจมฉับพลันจากบอสไปด้วย
ศึกบุกปะทะยังดำเนินต่อไป
เจียงเทียนขว้างหอกเพลิงใส่บอสไม่หยุด แต่บอสดูเหมือนจะมีสิ่งที่คล้ายโล่พลังงาน คอยป้องกันไว้ทั้งหมด
เขาจึงต้องถอยลงมา เลือกโจมตีก็อบลินยักษ์แทน
ไม่ไหว หอกเพลิงสร้างความเสียหายต่ำเกินไป
เจียงเทียนกัดฟันแน่น ถอดอัญมณีแปลงแก่นพลังธาตุไฟออกมาทันที
ลูกพลังงานเดิมแม้จะทำดาเมจต่ำ แต่มีเอฟเฟกต์ระเบิด ส่วนหอกเพลิงแม้ทะลุทะลวงรุนแรง แต่ต่อให้ฆ่าได้ เดี๋ยวมันก็ถูกชุบคืนชีพโดยพลังอันเดด
อุปกรณ์ชุดนี้ไม่เหมาะกับการสู้ครั้งนี้
ดังนั้นเจียงเทียนจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ถอดอัญมณีออกทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
ลูกพลังงานลอยไปหาก็อบลินยักษ์เป็นระยะๆ ไม่ได้ใช้ของแบบนี้มานาน พอกลับมาใช้ก็รู้สึกว่ามันช้าเหลือเกิน
ตูม ตูม ตูม
ลูกพลังงานสามลูกระเบิดใส่ร่างก็อบลินยักษ์
แรงระเบิดทำให้มันเซถอยไปหลายก้าว
หลี่จื่อเกอจ้องบอสอย่างไม่กะพริบตา แค่พลาดไปเสี้ยววินาที ก็อาจทำให้จางชิงชิงต้องตายได้
แต่สิ่งที่ทำให้หลี่จื่อเกอประหลาดใจที่สุดคือ เจียงเทียนยังไม่ดื่มยาน้ำเงินแม้แต่ขวดเดียว และไม่ว่าจะเป็นหอกเพลิงหรือลูกพลังงาน ช่วงเวลาการร่ายก็สั้นผิดปกติ
ช่วงจังหวะโจมตีของบอสยาวมาก การโจมตีของเจียงเทียนแม้จะอ่อนกว่า แต่เร็วกว่า จนสามารถกดดันเอาไว้ได้
ส่วนก็อบลินยักษ์นั้น แทบจะจับจางชิงชิงที่เร่งความเร็วสุดขีดไม่ทันเลย
สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ความมั่นคง
แต่ยังไม่ทันที่หลี่จื่อเกอจะถอนหายใจโล่งอก
จู่ๆ เธอก็สังเกตเห็น รอยย่นบนร่างของบอสเริ่มนูนขึ้น
เป็นการพองตัวเล็กน้อย แทบสังเกตไม่เห็น
เธอรีบแชร์ข้อมูลนี้ออกไปทันที
“ไม่ดีแล้ว บอสมีความผิดปกติ”
“ร่างกายมันกำลังพองขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จะทำอะไร ระวังให้มาก!”
ในจังหวะนั้นเอง บนร่างของก็อบลินยักษ์ก็ปรากฏแสงสีเขียวอ่อน บาดแผลของมันเริ่มฟื้นฟูอย่างช้าๆ
หลี่จื่อเกอรู้ดีมากว่าแสงนี้หมายถึงอะไร
“บอสกำลังฟื้นฟูพลังชีวิต!”
พูดจบ เธอยกมือยิงหอกน้ำแข็งใส่ทันที บอสรีบหลบ แต่การร่ายถูกขัดจังหวะ ทำให้มันโกรธจัด
มันยกมือขึ้นแล้วปล่อยการโจมตีด้วยพลังงานสวนกลับมา
ก่อนหน้านี้ หลี่จื่อเกอขอไปอยู่แนวหลัง ก็เพราะความเร็วของเธอต่ำเกินไป
ถ้ารอเห็นแสงแล้วค่อยหลบ คงไม่ทันแน่ ดังนั้นหลังจากปล่อยหอกน้ำแข็ง เธอก็รีบวิ่งทันที
ตูม!
คลื่นพลังงานลูกหนึ่งระเบิดลงด้านหลังของเธอ
ตอนนี้พลังกายของเธอมีเพียง 14 แต้ม และเพิ่งกินผลวิญญาณแดงไปแค่สองลูก
แรงกระแทกมหาศาลทำให้เธอถูกระเบิดจนสลบไป
ตูม!
ในเวลาเดียวกัน กระบองไม้ในมือก็อบลินยักษ์ฟาดลงมา เศษหินที่กระเด็นขึ้นมาพุ่งใส่ขาของจางชิงชิง
เศษหินนั้นเร็วและคมมาก ขาส่วนล่างของเธอถูกเฉือนเป็นรอยแผลหลายเส้น
แต่เธอกลับไม่ได้รับการรักษาจากหลี่จื่อเกอ
ในตอนนั้นเอง เธอได้ยินเสียงเจียงเทียนตะโกนใส่เธอ
“จางชิงชิง ไปเปิดหีบสมบัตินั่น เอาของทั้งหมดเทรดให้ผม!”