- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดกลางทะเล: คนอื่นได้แพไม้กันหมด ทำไมฉันถึงต้องติดอยู่บนเกาะร้าง?
- บทที่ 27 ฆ่าคนคุ้นเคย (บททดสอบ 3)
บทที่ 27 ฆ่าคนคุ้นเคย (บททดสอบ 3)
บทที่ 27 ฆ่าคนคุ้นเคย (บททดสอบ 3)
บทที่ 27 ฆ่าคนคุ้นเคย (บททดสอบ 3)
เจียงเทียนชะงักไปเล็กน้อย เป็นมนุษย์อีกแล้ว
แถมยังเป็นผู้หญิงด้วย
เด็กสาวผมสั้นเห็นเจียงเทียนร่วงลงมาก็เริ่มตึงเครียด ยกง้าวยาวในมือขึ้น เล็งไปที่เจียงเทียน
หลังจากระบบอธิบายกติกาเสร็จ เด็กสาวผมสั้นก็ไม่ได้เลือกแสดงค่าสถานะเช่นกัน
เธอจำคำเตือนของเพื่อนสนิทได้ขึ้นใจ: อย่าเปิดเผยความแข็งแกร่งของตัวเองก่อนการต่อสู้เด็ดขาด
【3.2.1】
【เริ่มการต่อสู้】
เด็กสาวเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ก้มตัวพุ่งเข้ามาโดยตรง ถึงจะเทียบกับไอ้ร่างยักษ์เมื่อครู่ไม่ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ใช้สกิล
แต่เป็นค่าสามมิติของร่างกายล้วนๆ
มนุษย์พวกนี้โผล่มาจากไหนกันหมดวะ
ผลวิญญาณกับยา พวกนี้มันหาง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ
เจียงเทียนถอยหลังเปิดระยะ แล้วสะบัดมือปาลูกพลังงานใส่ไปทันที
เด็กสาวหลบได้อย่างง่ายดาย มองดูลูกพลังงานเฉียดผ่านตัวไป สีหน้าที่ตึงเครียดอยู่ก่อนหน้าก็ผ่อนคลายลง
ในใจลอบดีใจ: เป็นนักเวท ถ้าเข้าใกล้ได้ ฉันก็ชนะแล้ว
แต่ขณะที่เธอกำลังคิดเช่นนั้น จู่ๆ ก็พบอย่างตื่นตระหนกว่า นักเวทฝั่งตรงข้ามกลับพุ่งเข้าหาเธอ
แถมยังเร็วมาก เร็วจนแทบจะมาถึงตรงหน้าในพริบตาเดียว และในมือของอีกฝ่ายเริ่มควบแน่นลูกพลังงานแล้ว
เธอกัดฟันแน่น กำง้าวปะการังในมือ แล้วเหวี่ยงใส่เจียงเทียนอย่างแรง
ง้าวยาวสองเมตรถูกเหวี่ยงราวกับแส้ เสียงลมหวีดดังสนั่น
เจียงเทียนรับรู้ถึงภัยคุกคามจากง้าวยาวนั้น และตระหนักได้ทันทีว่า ค่าพลังร่างกายของเด็กสาวคนนี้อาจจะทะลุ 30 ไปแล้ว
เขาจึงเปลี่ยนเป้าการโจมตีในทันที ยกเลิกการเล็งใส่ตัวเธอ แล้วอัดลูกพลังงานใส่ง้าวยาวโดยตรง
ตูม!
เด็กสาวตั้งตัวไม่ทัน อาวุธในมือถูกระเบิดกระเด็นออกไป ง้าวยาวหมุนคว้างเป็นวงในอากาศ ก่อนจะตกลงไปไกล
เธออึ้งไป
ไม่ใช่สิ ความเร็วในการรวมเวทของคนคนนี้มันเร็วเกินไปแล้วนะ!
ในกลุ่มของเธอก็มีนักเวทอยู่คนหนึ่ง เธอจึงรู้ดีเกี่ยวกับลักษณะของนักเวทพอสมควร
พลังโจมตีสูงก็จริง แต่ไม่ต้องร่ายคาถาก่อนหรือไง? นี่แกเสกทันทีหลายครั้งเลยเหรอ?
แค่เผลอชะงักไปชั่วขณะ มือที่สวมแหวนข้างหนึ่งก็จับคอเธอเอาไว้แล้ว
“ลาก่อน พวกเดียวกัน แล้วก็ อย่าเสียสมาธิระหว่างการต่อสู้”
เด็กสาวรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่ไม่ชอบมาพากลส่งผ่านมาจากฝ่ามือที่บีบคอเธออยู่
“เดี๋ยว…”
ตูม!!!!
【ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ครั้งนี้】
【คะแนนเพิ่มขึ้น 10】
ชนะติดต่อกัน 4 ครั้ง
เจียงเทียนยกมือของตัวเองขึ้นมาดู บนฝ่ามือเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กๆ แน่นไปหมด
ดูเหมือนเขาจะค้นพบอะไรที่ไม่ธรรมดาเข้าแล้ว
ลูกพลังงานในช่วงที่ยังควบแน่นไม่สมบูรณ์นั้นไม่เสถียรเอามากๆ นี่คือสิ่งที่เขารู้สึกได้ตั้งแต่ตอนปล่อยสกิลบนชายหาด
แต่ถ้ามันไปกระทบกับวัตถุทางกายภาพ ลูกพลังงานจะระเบิดทันที และพลังทำลายก็รุนแรงมาก
นี่คือสิ่งที่เขาค้นพบตอนจัดการเด็กสาวผมสั้น
เพียงแต่วิธีนี้ก็ถือว่าเป็นการแลกหมัดกัน เจ็บทั้งสองฝ่าย
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะรับความเสียหายเป็นหลัก แต่แรงสะท้อนก็ยังทำให้มือของเขาบาดเจ็บ
ค้นพบการใช้งานแอบแฝงโดยบังเอิญแบบนี้ ดูท่าท่านี้จะเอาไว้เป็นไม้ตายได้เลย
เจียงเทียนขมวดคิ้ว
ทั้งชายร่างกำยำก่อนหน้า และเด็กสาวคนนี้ ต่างก็แข็งแกร่งไม่น้อย
ถ้าไม่ใช่เพราะค่าสามมิติของเขาเต็มทั้งหมด แถมยังสวมอุปกรณ์ไม่น้อย ทุกการต่อสู้คงเป็นศึกหนัก
ชายร่างกำยำเจ้าเล่ห์ เด็กสาวก็มีสมรรถภาพร่างกายไล่เลี่ยกับเขา เป็นไปได้สูงว่าทั้งคู่จะถึงขีดจำกัดแล้ว
ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าผลวิญญาณ ยา หรือของเสริมพลังต่างๆ อาจไม่ได้หายากอย่างที่เขาคิด
ตัวเขาเองก็ไม่ได้ปล่อยผลวิญญาณออกไปมาก
ถึงจะปล่อยออกไปเยอะ ก็ขายให้กลุ่มใหญ่ทั้งนั้น จะเอาไปยัดให้คนคนเดียวกินหมดก็คงไม่ใช่
เดี๋ยวนะ…
คนเดียว?
ฮ่าๆๆ จะไม่ใช่ต้าหลง กับ หลี่จื่อเกอ พวกนั้นหรอกมั้ง
อืม น่าจะไม่บังเอิญขนาดนั้น
……
จู่ๆ จางชิงชิงก็ปรากฏตัวขึ้นบนแนวโขดหินกลางทะเล ทำเอาหลี่จื่อเกอที่กำลังแลกเปลี่ยนทรัพยากรอยู่สะดุ้งโหยง
“ชิงชิง ทำไมเธอถึงมาเร็วขนาดนี้…”
หลี่จื่อเกอเงียบปากไปกะทันหัน เพราะเธอสังเกตเห็นว่าท่าทางของจางชิงชิงดูไม่ค่อยปกติ
จางชิงชิงก้มตัวเล็กน้อย มือกุมลำคอ สีหน้าลอยๆ หายใจหอบแรง ยืนค้างอยู่ท่านั้นไม่ขยับ
สภาพแบบนี้ทำเอาหลี่จื่อเกอมองแล้วถึงกับอึ้ง เธอเป็นห่วงจางชิงชิงมาก
หรือว่าจะมีผลข้างเคียงอะไรหลงเหลืออยู่กันนะ…
จางชิงชิงหอบหายใจหนักๆ ในหัววนเวียนนึกถึงการต่อสู้ที่ตัวเองถูกฆ่าภายในเสี้ยววินาทีนั้นไม่หยุด
แข็งแกร่งเกินไป
คนในบททดสอบนี่แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ
ความมั่นใจที่สร้างมาจากการล่าอสูรทะเลถูกทุบจนแหลกไม่มีชิ้นดี
เมื่อคืน เธอคนเดียวสามารถสกัดอสูรทะเลได้ถึงสองตัว และฆ่ามันลงได้ทั้งหมด
พูดตามตรง มันทำให้เธอมั่นใจในตัวเองจนล้น
แต่ความจริงกลับตบหน้าเธอเข้าอย่างจัง
หลี่จื่อเกอเดินเข้าไปใกล้ กอดจางชิงชิงเบาๆ
“เป็นอะไรไหม”
จางชิงชิงค่อยๆ ตั้งสติได้ เธอดึงมุมปากเป็นรอยยิ้มขมขื่น
“เกอเอ๋อร์ ฉันไม่เป็นไร แค่ตายไปครั้งหนึ่งเอง”
จากนั้นเธอก็เล่าให้หลี่จื่อเกอฟังถึงนักเวทคนนั้นที่ตัวเองเจอ
“เขาน่ากลัวมาก เคลื่อนไหวเร็วสุดๆ”
“แค่พริบตาเดียวก็มาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว การรับรู้ของฉันต่ำมาก จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามาได้ยังไง”
“แล้วอาวุธที่เขาใช้ น่าจะเป็นเวทมนตร์ที่ติดมากับอาวุธเวท”
“แต่ฉันไม่เห็นคทาเลย”
“ตอนสุดท้ายที่เขาบีบคอฉัน แรงเยอะมาก ยกฉันขึ้นได้ตรงๆ เลย”
“……”
หลี่จื่อเกอฟังจบ แล้วใช้เวลาประมวลข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง
ค่าสถานะสูง เป็นมนุษย์ผู้ชาย และใช้อาวุธเวทประเภทที่ไม่ปกติ
เธอฉุกคิดถึงบางอย่างขึ้นมา
ตอนซื้อกองไฟ พ่อค้าคนนั้นเคยโอ้อวดว่า 666666 มาซื้อแหวนประเภทคทาจากเธอไป
ถึงจะรู้ว่ามันไม่น่าบังเอิญขนาดนั้น แต่ก็อดสงสัยไม่ได้
“เธอมีอะไรคล้ายๆ สถิติการต่อสู้แบบในเกมไหม”
จางชิงชิงอ๋อขึ้นมา แสดงว่ามี แล้วก็เปิดให้ดูทันที
【ผู้เล่น พ่ายแพ้ต่อ อสูรมายา】
หลี่จื่อเกอชะงักไปทั้งตัว…
เป็นเขาจริงๆ
“เธอยังจำ 666666 ที่เคยไปด่าหลี่อี้หาวได้ไหม”
พอพูดถึงเจียงเทียน สีหน้าของจางชิงชิงก็มีแววขุ่นเคืองเล็กน้อย
“จำได้สิ หลอกเอาของพวกเราไปตั้งเยอะ แถมยังติดหนี้หน้าไม้เราอยู่อีก แล้วทำไมเหรอ”
“เอ่อ…ก็คือเขานั่นแหละ…อืม”
จางชิงชิงอึ้งไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตะโกนลั่น
“อ๊ากกก! คนเลว!!”
……
ภายในสนามบททดสอบ เจียงเทียนที่กำลังรอคิวอยู่จามขึ้นมา
เขาลูบจมูกอย่างงุนงง
“ใครกำลังนึกถึงผมกันนะ”
มองไปที่แผงหน้าจอ ตรงสถานะยังคงเป็นกำลังรอคิวอยู่
เจียงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่แทบจะเข้าคิวทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสถิติชนะรวดสี่ครั้งของเขา หรือเป็นการต่อสู้รอบสุดท้ายของตัวเอง
หรืออาจจะเป็นเพราะไม่มีใครเหลือการ์ดบททดสอบแล้ว…
ไม่ว่าจะอย่างไร รอบนี้ใช้เวลารอนานเป็นพิเศษ
ในใจเจียงเทียนเกิดลางไม่ค่อยดีขึ้นมา
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน สกิลร่ายเวทฉับพลันของเขาฟื้นตัวครบแล้ว
นั่นหมายความว่า แค่รอคิวอย่างเดียวก็รอไปครึ่งชั่วโมงเต็ม
【จัดสรรการต่อสู้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว】
【ต้องการเข้าสู่สนามประลองหรือไม่】
ร่างของเจียงเทียนหายไป และในพริบตาถัดมาก็ปรากฏตัวขึ้นในสนามที่ดูเหมือนเดิมทุกอย่าง
แต่เขารู้ดี นี่แค่หน้าตาเหมือนกันเท่านั้น เขาออกจากสนามประลองเดิมแล้ว
ลงสู่พื้นอย่างมั่นคง
และฝั่งตรงข้าม คือผู้หญิงมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มนุษย์อีกแล้วงั้นเหรอ
“ไม่ชอบมาพากล…”
ภายใต้สายตาของเจียงเทียน
จู่ๆ ร่างของอีกฝ่ายก็ลอยขึ้นจากพื้น ด้านหลังแผ่ปีกออกมา
เมื่อปีกกระพือ เธอก็ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
คล้ายกับมนุษย์นกตัวนั้น
แต่รูปร่างและกลิ่นอายกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ถ้าไม่ใช่เพราะขนด้านหลังเป็นสีเขียว เขาคงคิดว่าเป็นนางฟ้าไปแล้ว
และในตอนนั้นเอง อีกฝ่ายก็เปิดปากพูด
“มนุษย์เหรอ เฮ้อ…โชคร้ายจริงๆ”