เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52 ตรวจจับ

ตอนที่ 52 ตรวจจับ

ตอนที่ 52 ตรวจจับ


 

"ถ้าสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป... "

นัทสึยะมองตรงไปที่เซจิ

"ทางที่ดีที่สุดคือการที่เราสามารถขัดขวางการโจมตีของศัตรูได้สำเร็จ และทำให้พวกนั้นพ่ายแพ้หรือบังคับให้พวกนั้นล่าถอยไป ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ... เราทั้งสามคนอาจจะตายกันหมด"

ตาย

แม้ว่านัทสึยะจะพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ แต่เซจิยังคงสามารถตรวจพบได้ถึงเศษเสี้ยวของความกลัวที่ลึกเข้าไปภายในตัวเธอได้

"การดวลกันระหว่างหยินหยางมาสเตอร์... ต้องจบลงด้วยความตายเท่านั้นเหรอครับ?"

"ไม่ แต่ ‘การดวล’  ทั้งสองฝ่ายจะต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้นการบาดเจ็บหรือตายก็ถือเป็นเรื่องปกติ "

นัทสึยะค่อยๆจิบชาของเธอ

"สำหรับโรงเรียน  มันอาจจะไม่ได้รับผลกระทบ การดวลกันระหว่างหยินหยางมาสเตอร์มักจะไม่เกี่ยวข้องกับคนปกติ"

เซจิวิเคราะห์คำพูดของนัทสึยะอย่างรวดเร็ว

"เวลาคุณพูดว่า 'อาจจะ' และ 'มักจะ' นี้ คุณดูเหมือนจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรเลยนะครับ"

"...ชั้นไม่สามารถพูดได้ด้วยความมั่นใจเลยว่าผู้บริสุทธิ์จะไม่ได้รับอันตราย" นัทสึยะถอนหายใจก่อนพูดต่อ "หยินหยางมาสเตอร์อาศัยอยู่ภายใต้กฎที่ต้องไม่ดึงดูดความสนใจของคนทั่วไป... แต่กลับกันคือตราบใดที่มันไม่ได้อยู่ในระดับที่ดึงดูดความสนใจจำนวนมาก ก็จะมีผู้เสียชีวิตเพียงไม่กี่คน"

"ดังนั้นถือเป็นปกติที่สิงโตสองตัวสู้กันแล้วมีแมลงสักตัวสองตัวตายไปสินะครับ?" เซจิขมวดคิ้วขึ้น

เขารู้สึกอึดอัดใจตอนมองไปที่ภาพถ่ายของกลุ่มจูมอนจิ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ค้ายานั้นตายไปแล้ว

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีใครสนใจ แต่พวกเขาจะยินดีที่จะถูกนำมาใช้ประโยชน์งั้นเหรอ และการตายของพวกเขาก็ถูกใช้โดยความโลภของพวกมัน ความจริงที่ว่าชีวิตของมนุษย์ถูกนำมาอย่างไร้ความปรานีมันยังคงมีผลกระทบต่อเขาอยู่มาก

และตอนนี้เมื่อได้ยินว่ามีความเป็นไปได้ที่นักเรียนของเธอ อาจมีความเสี่ยงจากความทุกข์ทรมานจากชะตากรรมเดียวกันในการถูกแช่แข็งจนตาย ความรู้สึกที่อึดอัดอยู่ภายในใจของเขาก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น

รอยยิ้มของเซจิยกขึ้น ขณะที่คิดถึงมิกะและชิอากิมันก็ทำให้ใบหน้าของเขามีความสุข

"ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจเหตุผลที่คุณหญิงผู้สูงส่งไม่ต้องการที่จะเป็นเพื่อนกับนักเรียนธรรมดาๆแล้วละครับ"

นัทซึยะยิ้มแห้งๆกับคำตอบ

ฮิตากิจ้องมองไปที่เซจิก่อนที่จะพูดว่า "นายจะไปรู้อะไร? นายหญิงนะ... "

"ฮิตากิ!" นัทซึยะพูดขัดจังหวะ

สาวผมสีแดงคนนั้นทำได้แค่กัดริมฝีปากของเธอเท่านั้น

'มีบางอย่างที่พวกเธอยังซ่อนเอาไว้อยู่อีกสินะ... ' เซจิสามารถบอกเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

แต่ถ้าพวกเธอตัดสินใจที่จะไม่บอกให้เขารู้ เขาก็จะแกล้งทำเป็นโง่ต่อไป

"ชั้นต้องอโทษด้วยนะ คำพูดของชั้นอาจจะทำให้นายเป็นอันตรายได้"

"ไม่ คุณพูดถูก"

เซจิและนัทสึยะสบตากัน

"เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือการหยุดผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวารของศัตรู" เซจิถูคางขณะใช้ความคิด

จริงๆแล้วเขาเองก็มีความคิดของเขาอยู่แล้ว

การแก้ปัญหาค่อนข้างจะง่าย ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือหาว่าอะไรคืออะไรและเหตุการณ์ไหนที่เกี่ยวกับผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวาร พอเป็นแบบนี้ เขาก็แค่โหลดกลับมาและบอกนัทสึยะและฮิตากิเกี่ยวกับเรื่องนี้

ปัญหาเดียวที่เขาพบคือเขาจะบอกพวกเธอยังไงดี!

'ฉันควรจะบอกพวกเขาเกี่ยวกับความสามารถในการเซฟและโหลดของฉันดีไหม?' เซจิปฏิเสธความคิดนี้อย่างหนักแน่นในใจ เขารู้ว่าระบบของเขาและเซฟ/โหลดและการ์ดเป็นพลังของเขา เขาต้องรักษาความลับส่วนตัวนี้เอาไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

ดังนั้นเขาควรจะหลอกพวกเธอโดยแสร้งทำเป็นว่าเขามีพลังบางอย่าง อย่างการทำนายอนาคต หรือบอกว่าเขามีสัมผัสพิเศษหรือสัญชาตญาณอะไรพวกนี้ดี?

เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้... สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเซจิ ที่จะไปหลอกคนที่มีพลังลึกลับอย่างพวกเธอคงต้องขอให้เขาทำให้แน่ใจว่าเรื่องของมันไม่ได้เป็นเพียงธาตุอากาศ

แล้วเขาควรทำยังไงดีล่ะ?

เซจิยังคงคิดต่อ

"คุณบอกว่าคุณได้ใช้เวทมนตร์ในการค้นหาผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวารของศัตรู คุณทำได้ยังไง?" เขาถามขึ้น

"ชั้นได้สร้างอาคมเวทย์ตรวจจับขึ้นมา ตราบใดที่ผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวารใช้พลังลึกลับภายในพื้นที่อาคมตรวจจับ อาคมจะตรวจพบและแจ้งให้ชั้นรู้โดยอัตโนมัติ"

"แล้วคุณจะบอกให้คุณฮิตากิรู้และสั่งให้เธอให้ไปจับคนร้าย แต่คุณก็ยังสายเกินไปทุกครั้ง... ไม่มีใครคนไหนที่สามารถช่วยคุณได้งั้นเหรอ?"

นัทสึยะถอนหายใจ

"แน่นอน ว่าชั้นสามารถขอความช่วยเหลือจากครอบครัวของชั้นได้ แต่ถ้าชั้นไม่จำเป็น ชั้นก็ไม่ต้องการทำอย่างนั้น"

"ดูเหมือนจะมีเหตุผลลึกๆอยู่เบื้องหลังสินะ... "

"ใช่ ชั้นไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นได้โปรดอย่าถามเพิ่มเลย" นัทสึยะดูอึดอัดกับคำพูดขณะที่เธอเบนสายตาของเธอไปทางอื่น

"ผมเองก็ไม่ใช่คนประเภทที่ไม่มีสามัญสำนึกมากซักหน่อย" เซจิเกาไปที่ใบหน้า "แล้วถ้ามองอีกมุมล่ะ-  ทำไมคุณถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากคนธรรมดาล่ะ?"

"ชั้นเพิ่งบอกไปว่าคนธรรมดาไม่ควรมีส่วนร่วมใช่มั้ย?" นัทสึยะดูสับสนขณะที่เธอขมวดคิ้วของเธอ "ฮารุตะคุง ท่าทางของนายก่อนหน้านี้เป็นแค่ของปลอมงั้นเหรอ?"

"แน่นอน ว่าผมไม่ได้บอกว่าให้คนปกติไปสู้กับผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวารหรืออะไรแบบนั้น" เซจิโบกมือให้เธอ

"ผมแค่อยากจะบอกแบบนี้ เป็นไปได้หรือไหมที่พวกเขาจะช่วยเหลือในการตรวจจับของคุณได้โดยที่ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวารของศัตรู ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพลังในการตรวจจับของคุณได้ทั้งหมด... มันเป็นไปได้หรือเปล่า"

"ช่วยเหลือ... " นัทสึยะแสดงความประหลาดใจกับความคิดของเซจิ แม้กระทั่งก่อนที่เธอจะคุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เซจิต้องการดื่มน้ำชาเพิ่ม แต่เขาก็พบว่าถ้วยของเขาว่างเปล่าแล้ว เขาชี้ไปที่ฮิตากิและบอกว่าถ้วยของเขาว่างเปล่า และเขาต้องการให้เธอเติมให้เขาอีก แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเขาแบบสุดๆเลย

'อ่า นี้เธอไม่ชอบฉันมากแค่ไหมกัน... ' เซจิทำได้เพียงยิ้มเพียงเล็กน้อยในใจ ขณะที่เขาต้องลุกขึ้นเพื่อจับกาน้ำชา จากนั้นเขาก็เทชาเพิ่มให้ทั้งสามคน

ใช้เวลาเพียงไม่นานนักสำหรับนัทสึยะเพื่อที่จะพิจารณาถึงความคิดของเซจิเสร็จ

"สิ่งที่นายเพิ่งพูดไว้... มันเป็นไปได้" เธอกล่าวออกมาอย่างช้าๆ "ชั้นสามารถสร้างยันต์ที่จะช่วยให้คนธรรมดาสามารถเพิ่มพลังในการตรวจจับได้ ตราบใดที่มันติดอยู่บนร่างกายของพวกเขา และพวกเขาเพียงแค่เคลื่อนที่ไปรอบๆภายในระยะอาคมเวทย์ตรวจจับ ถึงอย่างนั้น ประสิทธิภาพของมันก็ค่อนข้างจะต่ำและต้องใช้คนจำนวนมาก มันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะใช้เสริมอาคมเวทย์ตรวจจับอย่างมาก ชั้นไม่ได้มีคนมากมายพอที่ชั้นสามารถสั่งได้... และแม้ว่าชั้นจะจัดการกับเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าให้พวกเขาเดินไปทั่วทุกที่ภายในระยะอาคมเวทย์ตรวจจับมันจะเด่นมาก และอาจจะทำให้ผู้ใช้ตราแห่งจิตวิญญาณบริวารของศัตรูสังเกตเห็นพวกเขาได้ "

เซจิยิ้มเล็กน้อยขณะที่เขาตั้งใจฟัง

"คนจำนวนมากที่จะไม่ถูกสังเกตเห็นได้ง่าย แม้ว่าพวกเขาจะเดินไปตามถนนใช่มั้ยครับ? บังเอิญว่าผมเพิ่งพบกลุ่มคนเมื่อวานนี้ซึ่งเหมาะสถานการณ์นี้พอดี"

นัทสึยะ โยรุฮานะกระพริบตา

"นายกำลังพูดถึงพวกมาเฟียเจ้าถิ่นนั้นใช่ไหม"

"แน่นอน พวกเขาเป็นผู้นำของพวกใต้ดินในถิ่น พวกเขาสามารถขอให้พวกอันธพาลในถิ่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของพวกเขาที่ยู่บนท้องถนนทุกวันเพื่อทำสิ่งเล็กน้อยได้ อย่าง การสวมเครื่องประดับ มันควรจะง่ายสำหรับพวกเขาที่จะทำ"

"พวกเขาจะยินดีช่วยเรางั้นเหรอ? โดยปกติแล้วการจะพูด... "

"โดยปกติแล้วพวกเขาจะหลีกเลี่ยงกับสถานการณ์ที่ตำรวจยังคงนิ่งเงียบใช่มั้ยครับ? แต่กลุ่มจูมอนจินี้เป็นข้อยกเว้น ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าพวกเขามีพื้นหลังที่ไม่แม้แต่ตะกลัวตำรวจ พวกเขาก็คงไม่สนใจที่แม้แต่จะเชิญผม ไม่งั้นผมก็คงจะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าคุณอย่างนี้"

เซจิยื่นฝ่ามือออกไป

"พวกเขาต้องการที่จะปกป้องดินแดนของตนเองแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าศัตรูเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ แต่พวกเขาก็รู้ว่าความภาคภูมิใจในหัวใจของพวกเขาคืออะไร... เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้เข้าใจเสียทุกอย่าง และบางทีเมื่อมองจากมุมมองที่ต่างกัน มันอาจเป็นเพียงความดื้อรั้นที่ดูโง่ก็ได้ แต่ก็สมกับเป็นมาเฟียจริงๆอยู่! เจ้านายของพวกเขาได้คุกเข่าข้อร้องผมและยอมก้มหัวเพื่อถามข้อมูล!"

"นั่นคือเหตุผลที่ผมมาหาคุณ และตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ผมคิดว่าเขาจะไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเรา เมื่อผมให้ข้อมูลที่เขาต้องการอย่างแน่นอน เขาเป็นหัวหน้ามาเฟีย ดังนั้น บางทีเขาอาจจะเพิ่มในเงื่อนไขพิเศษบางอย่าง ถ้าเป็นกรณีนี้คุณสามารถไปเจรจากับเขาได้ ผมเชื่อว่าคุณสามารถเข้ากับเขาได้ "

ความเงียบค่อยๆปกคลุมลงที่ห้อง ในขณะที่นัทสึยะเริ่มพิจารณาข้อเสนอของเซจิอีกครั้ง

คราวนี้เธอใช้เวลาคิดสั้นมาก

"มาเฟีย... " เธอถอนหายใจ

"การใช้อำนาจของมาเฟีย... เอาจริงๆ มันเป็นเรื่องที่น่าอับอาย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะต้องกังวลกับเรื่องเกียรติ ความจริงที่ว่าพลังของชั้นมีไม่เพียงพอ มันคือเรื่องที่เถียงไม่ได้ เพื่อชดเชยพลังที่ขาดไปนั้น ชั้นควรจะตัดความภาคภูมิใจบางส่วนของชั้นทิ้งไปในฐานะที่หยินหยางมาสเตอร์ "

"นายหญิง... " ฮิตากิ โชโฮะขมวดคิ้วของเธอ ก่อนที่เธอจะมองไปที่เซจิอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าเธอโทษเขาเพราะการตัดสินใจที่น่าอับอายของนัทสึยะ

นัทสึยะหันหน้าไปเผชิญหน้ากับเซจิด้วยการแสดงออกอย่างจริงๆจังบนใบหน้าของเธอ

"ความคิดของนายยอดเยี่ยมมาก ชั้นรู้สึกขอบคุณนายจากใจจริงมาก ฮารุตะคุง ชั้นจะต้องรบกวนนายช่วยไปพูดกับหัวหน้ากลุ่มจูมอนจิอีกที และขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ถ้าจำเป็นจริงๆให้โทรหาชั้นทันที ถ้าชั้นจำเป็นต้องพูดคุยกับหัวหน้าของพวกเขาโดยตรง ชั้นขอฝากเรื่องนี้ให้นายจัดการด้วยนะ!"

นัทสึยะหันหน้าไปทางเซจิ

"ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับผมก็ได้ครับ ประธานโยรุฮานะ" เซจิยิ้มก่อนจะพูดต่อ "มันก็ไม่เป็นไร จริงๆ"

จบบทที่ ตอนที่ 52 ตรวจจับ

คัดลอกลิงก์แล้ว