เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 คำเชิญ

ตอนที่ 41 คำเชิญ

ตอนที่ 41 คำเชิญ


เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้

"ทำไมนายถึงมาที่นี้ด้วยล่ะ?" คาเอเดะ จูมอนจิยกขมวดคิ้วขึ้นและมองไปที่ชายผมแดง

ชายผมแดงคนนั้นจับซิการ์ไว้ระหว่างนิ้วมือของเขา และสูบมันเข้าไปลึกๆ เขาดูดุร้าย มีคิ้วที่หนาทึบ มีใบหน้าที่เย็นชาและแววตาของเขาก็มีแต่ความโหดเหี้ยมป่าเถื่อน ชื่อของเขาคือ ซาคิตะ จูมอนจิ และเขาเป็นพี่ชายต่างแม่ของเธอและเป็นหนึ่งในนักสู้ชั้นยอดในแก๊งมาเฟียของพวกเธอ เขาเป็นคนบ้าการต่อสู้อย่างแท้จริง

"นั่นเป็นวิธีที่เธอใช้พูดกับพี่ชายของเธองั้นเหรอ หืม แล้วฉันยังช่วยเธอไว้เมื่อเร็วๆนี้ด้วย!"

"พี่ใหญ่ฮิซาชิเป็นคนที่ช่วยฉันต่างหาก ไม่ใช่คุณ"

"อะไร!? ถึงอย่างนั้นฉันก็... "

"พี่ใหญ่ฮิซาชิเเป็นคนที่ทำให้พ่อไม่ได้ลงโทษฉัน หรือคุณคิดว่าคุณสามารถโน้มน้าวพ่อด้วยกำปั้นของคุณได้งั้นเหรอ?"

"เอ่อ ... " ซาคิตะ จูมอนจิเกาศีรษะของตัวเองด้วยความอาย "อืม อย่างน้อยฉันก็อยู่ข้างเธอนะ!"

"ดีแล้ว ขอบคุณมากนะพี่ใหญ่ แต่... ทำไมคุณถึงมาที่นี้ล่ะ?"

"นี้เธอไม่ได้ฟังที่พูดเลยรึไง!"

ซาคิตะพ่นซิการ์ออกจากปากของเขา

"เห็นได้ชัดว่าฉันมาที่นี้เพราะอยากจะเห็นผู้ชายที่เธอกำลังพูดถึงอยู่ไง"

"คุณสามารถเจอเขาได้ หลังจากที่ฉันเชิญเขามาที่บ้านของเราแล้ว" คาเอเดะถอนหายใจ "พี่ใหญ่ อย่าบอกนะว่าคุณอยากจะสู้อีกแล้วนะ?"

ซาคิตะหัวเราะเบาๆ และไม่ตอบกลับ

"ฉันรู้อยู่แล้ว... แต่ขอให้ฉันเตือนคุณไว้ก่อน - คุณไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่นอน! " คาเอเดะพูดบอกเขาด้วยท่าทางที่จริงจัง

"คุณก็รู้ตอนคุณสู้กับฟุรุจัง – ว่าต้องจะใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะเอาชนะฟุรุจังได้? สามนาที?หนึ่งนาที? ฮืมม เขาใช้เวลาแค่หนึ่งวินาทีและหมัดเดียวเท่านั้น! "

ฟุรุจังคือคนที่มีแผลเป็นที่เคยโดนเซจิชกหมดเดียวจอด ขณะที่เขามีปืน เขาเป็นหนึ่งในนักสู้ที่แข็งแกร่งในกลุ่มของพวกเขา

"แล้วฉันจะรู้ได้ยังไง ถ้าฉันไม่ได้ดูมันด้วนตัวเอนะ?" ดวงตาของซาคิตะกำลังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้

ซาคิตะนั้นชอบการต่อสู้ การสู้กันด้วยกำปั้นเพรียวๆเป็นสิ่งที่ชื่นชอบที่สุดของซาคิตะ จูมอนจิในโลกนี้!

เขามีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าผู้ชายนั้นควรจะพูดกันด้วยกำปั้นของพวกเขา! สำหรับเขาการสื่อสารครั้งนี้เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถรู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของมนุษย์ได้

แต่น่าเสียดายสำหรับเขา น้องสาวและพี่ชายของเขาทั้งสองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเขา และพวกเขายังบอกเขานั้นหัวโบราณเกินไป

ใครสน!? นั่นคือความคิดของ ซาคิตะ

เขาไม่เข้าใจวิธีที่น้องสาวและพี่ชายของเขาที่คิดแบบนั้น สิ่งที่เขารู้คือพวกเขาเป็นสมาชิกในครอบครัวที่น่ารักของเขา

นับตั้งแต่ที่พ่ายแพ้ และกลายเป็นนักสู้หมายเลขหนึ่งขององค์กรของพวกเขา ซาคิตะอยากจะแสวงหาคนที่แข็งแกร่งกว่าและต้องการที่จะต่อสู้ด้วย ถึงอย่างนั้นเนื่องจากข้อจำกัดของพ่อ และสถานะของเขา ทำให้เขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ จนถึงตอนนี้

และแล้วก็มีคนที่น่าสนใจได้ปรากฏตัวขึ้นในที่สุด

เขาทั้งเด็ดเดี่ยว และหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดในกลุ่มของพวกเขาได้รับความพ่ายแพ้ และเขาก็ทำให้ฟุรุจังพ่ายแพ้ด้วยการต่อยเพียงครั้งเดียว สมาชิกทุกคนที่พ่ายแพ้เขาก็ยังคงนอนซมอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย

แม้ว่าซาคิตะจะทำแบบเดียวกันได้ เขาก็ต้องยอมรับว่าหลังจากได้ดูวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เขาไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้

ไม่... ที่สำคัญกว่าคือคนที่มีพลังมหาศาลเหนือมนุษย์อย่างนั้น!?

ซาคิตะ จูมอนจิรู้ว่ามีอีกด้านที่ซ่อนอยู่ในโลกนี้ที่คนธรรมดาไม่รู้จัก มันไม่ใช่องค์กรใต้ดินอย่างแก๊งมาเฟียของครอบครัวของเขาที่วิ่งวุ่นไปมา แต่สิ่งที่ "ลี้ลับ" ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถเข้าใจได้

บุคคลนี้อาจอยู่ในหมู่พวกนั้น

ความคิดนี้ทำให้ซาคิตะรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิม ไปจนถึงจุดที่ร่างกายของเขาสั่นด้วยความคาดหวัง!

เขาทนรอไม่ไหวแล้วที่จะให้น้องสาวคนเล็กของเขาชวนให้บุคคลนั้นไปถึงที่ของพวกเขา

เขาต้องการที่จะพบกับบุคคลคนนั้นโดยเร็วที่สุดและท้าทายเขา!

...

เซจิคาดไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อเมื่อเห็นผู้ชายผมแดงคนนั้นมองมาที่เขา

ในขณะที่ผู้ชายผมแดงรีบวิ่งไปเข้ามาที่เขา เขาก็จับกระเป๋าแล้วโยนขึ้นไปกลางอากาศ

* ฟุบ! * ในขณะที่ผู้ชายผมแดงกำลังเดินเข้ามาหาเซจิ เขาก็ได้ส่งหมัดตรงโดยมุ่งตรงไปที่หน้าของเซจิ!

* ตุบ! * เซจิไม่ได้รู้หวาดกลัวกับหมัดของเขา และบล็อกการโจมตีของเขาได้แบบง่ายๆ

ผู้ชายผมแดงได้เพิ่มความเร็วของเขาขึ้นโดยทันทีเหมือนหมัดพายุทอร์นาโด!

สำหรับคนอื่น ๆ อาจจะเห็นหมัดที่รวดเร็วนี้เป็นแค่ภาพมัวๆเท่านั้น แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เห็นการโจมตีทัน ซาคิตะก็ได้ชกขึ้นมาอีกครั้ง

แม้จะมีการการโจมตีนี้จะเห็นได้ชัด แต่ซาคิตะก็ล้มเหลวในการโจมตีครั้งแรก

ผู้ชายในเครื่องแบบมัธยมปลายสามารถป้องกันการโจมตีของเขาในแต่ละครั้งได้!

ซาคิตะ จูมอนจิร่ำร้องในหัวใจ

เขากำลังผลักดันตัวเองให้อยู่ในระดับสูงสุด เขาใช้พลังเต็มที่และความเร็วสูงสุดทุกครั้งในแต่ละหมัด เพื่อหวังอย่างมากว่าจะมีอย่างน้อยซักหมัดที่โจมตีโดนซักครั้งกับเด็กคนนี้!

แต่มันก็ไม่ได้ผล!!

การแสดงออกของนักเรียนม.ปลายคนนั้นยังคงนิ่งอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับว่า... เขามองเห็นการโจมตีของเขาออกทะลุปรุโปร่งและสามารถป้องกันมันได้ทุกอย่าง!

เขาทำได้ยังไง!?

ซาคิตะส่งหมัดออกไปก่อนที่เขาจะเตะขาขวาออกไปพร้อมกันไปที่นักเรียนชายม.ปลาย!

เทคนิคการเตะสไตล์จูมอนจิ – ลูกเตะลมกรด!

การเตะครั้งนี้ทำให้ยอดผีมือจากใต้ดินบาดเจ็บมานับไม่ถ้วนแล้ว

เขาจะป้องกันมันไหม หรือเขาจะหลบแทน!?

ซาคิตะจะได้รู้คำตอบในอีกไม่ช้า

เซจินั้นไม่ได้ป้องกันหรือหลบการเตะของเขาเลย

แต่เขาเดินไปข้างหน้าหาซาคิตะและปิดช่องว่างงระหว่างพวกเขาแทน

เขาโจมตีด้วยศอกทำลายล้าง!

*ปัง!*

ซาคิตะรู้ตัวอีกทีก็พบว่าเขากำลังลอยอยู่บนอากาศ

รู้สึกเหมือนโดนรถชน!

สุดท้ายเขาก็ตงลงที่พื้น และใช้กำลังที่เหลือบังคับให้ตัวเองกลิ้งหลายต่อหลายครั้งเพื่อลดแรงกระแทกให้ได้มากที่สุด

เพื่อที่จะรักษาภาพลักษณ์ของเขาต่อหน้าลูกน้อง ซาคิตะได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่โดนศอกของเซจิ ถึงอย่างนั้นหน้าอกของเขาสั่นสะท้าน และเขาก็ห้ามเลือกที่ไหลออกมาไม่ได้

ทุกคนได้แต่มองดูซาคิตะอย่างเงียบ ๆ

*ตุบ* ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังออกมา

เซจิใช้มือซ้ายของเขาเอื้อมไปหยิบกระเป้าหนังสือที่ตกลงมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอนก่อนหน้านี้ที่เขาโยนมันขึ้นไปกลางอากาศ

คนดูต่างจ้องมองไปที่เขาทั้งหมด

นี้มันบ้าอะไรกัน! เขาทำแบบนั้นได้ยังไง? โคตรเท่ !?

โคเฮ วาตาริและทาคาชิ โคบายาชิรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

เขาโยนกระเป๋าของเขาขึ้นไปกลางอากาศก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น และเมื่อการต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ทัน และได้ชัยชนะมาอย่างง่ายดาย และใช้เวลาที่เหลือจับกระเป๋าของเขาได้อีกครั้ง... นี้มันมีในชีวิตจริงๆงั้นเหรอ?

หรือนี้มันเป็นการจัดฉากแบบในหนัง??

จิตใจของอันธพาลสองคนนั้นกำลังวุ่นวาย

ดวงตาของคาเอเดะ จูมอนจินั้นดูเปล่งประกาย และหน้าแดงมันทำให้เธอรู้สึกร้อนขึ้น

"ขะ... แข็งแกร่ง... " ซาคิตะ จูมอนจินั้นแทบไม่สามารถพูดได้ในขณะที่เขาบังคับให้ตัวเองยืน และเช็ดเลือดที่ออกจากปากของเขา

"ดะ... ดูเหมือนนายจะเป็นของจริงสินะ... "

'พี่ช่วยอย่าทำตัวง่ายๆแบบนั้นจะได้ไหม เพื่อทดสอบว่าเขาเป็นของจริงไหมนะ' คาเอเดะ จูมอนจิคิดกับตัวเองว่าพี่ชายคนโตของเธอนั้นกำลังขัดจังหวะความฝันของเธอ

จากนั้นเธอก็ถอนหายใจลึกๆ

"พวกนาย... รีบเอาไอ้งี่เง่าไปหาหมอซะทีสิ"

หลังจากสั่งให้ลูกน้องของเธอแล้วก็หันกลับไปและเดินไปช้าๆที่นักเรียนชายม.ปลาย

"ต้องขอโทษอย่างมากด้วยนะค่ะ พี่ชายคนโตงี่เง่าของฉันหยาบคายกับคุณ"

เซจินั้นเงียบไปและมองหญิงสาวผมบลอนด์ที่กำลังก้มหัวของเธอและคำนับให้แก่เขา

"ต้องขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาที่นี้ แต่โปรดเชื่อฉันเถอะว่าเราไม่มีเจตนาร้ายต่อคุณ ฉันชื่อคาเอเดะ จูมอนจิ และคนงี่เง่าที่โจมตีคุณนั้นก็คือ ซาคิตะ จูมอนจิเรามาจาก 'กลุ่มจูมอนจิ' ที่เป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่นี้ และเราอยากจะเชิญคุณมาที่นี้เพื่อที่จะพูดคุยกับเราเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ "คาเอเดะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวล

"แล้วจะทำยังไง ถ้าผมปฏิเสธ?" เซจิถาม

"งั้นทางเราจะเชิญคุณทุกวันจนกว่าคุณจะเห็นด้วย" คาเอเดะระงับความหงุดหงิดไว้และพูดเบาๆ

หลังจากเงียบไปได้ซักพัก

ในที่สุดเซจิก็ถอนหายใจ

"เอาล่ะ ดูเหมือนว่าคุณค่อนข้างจะสุภาพกับเรื่องนี้ งั้นผมจะไปกับคุณ เพื่อพูดคุยกับพวกคุณก็แล้วกัน"

ถ้ามีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น เขาก็สามารถโหลดได้อีกครั้ง

ไม่เพียงแค่นั้น เขายังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มของพวกเธอด้วย... อย่างน้อยที่สุดเขาต้องรู้ความตั้งใจของพวกเธอเพื่อที่จะได้รู้วิธีจัดการกับพวกเธอได้

คาเอะเดะถอนหายใจข้างในด้วยความโล่งอก

"ขอบคุณมากค่ะ โปรดขึ้นรถของเราไปด้วยค่ะ" เธอชี้ไปที่รถใกล้ ๆ ด้วยมือ

ขณะที่เซจิกำลังจะก้าวไปข้างหน้าก็ทีเสียงสองเสียงก็ดังขึ้น

"ระ... เราเองอยากจะไปด้วย!"

เขาคืออันธพาลสองคนนั้น โคเฮ วาตาริและทาคาชิ โคบายาชิดูเหมือนจะจริงจังมากในขณะที่พวกเขามองไปที่คาเอเดะ

"คุณเจอฮานาโนะซังได้ก็เพราะผม" โคบายาชิกัดฟันไว้ขณะที่พูด "เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเราและเป็นคนที่ช่วยชีวิตของเราไว้... เราไม่สามารถมองดูพวกคุณได้พาเขาไปได้!"

"แม้ว่าเราจะไม่มีพลังที่จะหยุดยั้งคุณได้ แต่... อย่างน้อยเราก็อยากจะไปกับเขาด้วย" วาตาริเปิดปากของเขาและพูดด้วยเสียงทุม

เซจิกระพริบตาอย่างประหลาดใจ

คาดะยังรู้สึกกระวนกระวายอยู่

"เราได้เชิญคุณอาราโนะมาในฐานะแขกของเรา ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณอาราโนะต้องการพวกคุณก็สามารถติดตามมาด้วยได้" คาเอเดะอนุญาตให้เซจิตัดสินใจ

อันธพาลสองคนนั้นอาจจะดูเหมือนจะเป็นคนไม่ดี

เซจิยิ้มในใจ อย่างน้อยพวกเขาไม่ใช่คนเนรคุณ

"ถ้าพวกนายต้องการ ก็ตามสบาย และผมอยากฟังพวกคุณด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

จบบทที่ ตอนที่ 41 คำเชิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว