เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 ดูเหมือนว่าเขาจะหล่อขึ้นอีกแล้ว

ตอนที่ 9 ดูเหมือนว่าเขาจะหล่อขึ้นอีกแล้ว

ตอนที่ 9 ดูเหมือนว่าเขาจะหล่อขึ้นอีกแล้ว


"ฉันเชื่อในตัวนาย"

จบอย่างงดงาม!

รอยยิ้มของ นัทสึยะ โยรุฮานะก็เกินพอที่จะทำให้ชายหนุ่มคนใดเอาไปจินตนาการได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว และหัวใจของเซจิก็ตื่นเต้นด้วยเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะการควบคุมความรู้สึกของตัวเองและประสบการณ์จากสามสิบปีที่ผ่านมาในชีวิตของเขาแล้ว เขาอาจจะกำลังคิดว่า เธอกำลังพยายามจะจีบเขาอยู่ก็ได้

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงมันอาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการเคลื่อนไหวโดยไม่คิดแบบเล็กๆ ของเธอ

มิกะ อุเอะฮาระ ตื่นตระหนกเล็กน้อยขณะที่เธอเห็นว่าประธาน ได้ปลดปล่อยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของเธอทำให้เธอหลงใหลอีกครั้ง เด็กหนุ่มและเด็กสาวนับไม่ถ้วน ได้สูญเสียตัวเองไปกับการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้ตั้งใจของนัทสึยะ โยรุฮานะและกลายเป็นหลงเสน่ห์เธอ

รวมถึงตัวเธอเองด้วย

ก็มันช่วยไม่ได้ เพราะประธานคนนั้นเป็นคนที่สวยเกินไปก็เท่านั้นเอง!

หน้าตาของเธอที่ดูสวยเป็นเอกลักษณ์และสัดส่วนที่ของเธอที่ดูน่าดึงดูดใจแบบนั้น แม้ว่าภูมิหลังของเธอจะเป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียง แต่เธอก็ไม่เคยหยิ่งหรือวางตัวเหนือกว่า งดงาม สุขุมเยือกเย็น และมีความยุติธรรมทั้งรวมอยู่ในตัวเธอ ทำให้เธอกลายเป็นตัวอย่างของความสมบูรณ์แบบ!

มิกะมองไปดูที่ใบหน้าของเซจิอย่างกะทันหันและสังเกตเห็นในแววาตาของเขานั้นเหมือนจะมีแค่การชื่นชมเธอ ไม่ได้มีร่องรอยของการหลงรัก ซึ่งทำให้เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในขณะนั้นความสงสัยอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในใจของเธอ ถ้าเขาไม่แม้จะสนใจประธาน

งั้นหญิงสาวที่อยู่ห่วงแห่งรักคนนี้เองก็ไม่แน่ใจและดูสับสนว่าเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเธอนั้นคืออะไร

ในขณะนั้นก็มีเสียงเปียโนไพเราะดังขึ้นมา

"ขอโทษทีนะ" นัทซึยะเอาโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋านักเรียนและรับโทรศัพท์

"อืม... เข้าใจแล้ว"

หลังจากที่โทรศัพท์ดังกล่าวนั้นแบบสั้นๆแล้ว นัทสึยะแสดงความรู้สึกผิดต่อมิกะและเซจิ

"ชั้นต้องขอโทษจริงๆ พอดีมีบางอย่างเกิดขึ้น ดังนั้นชั้นจึงต้องรีบไปแล้ว ฮารุตะคุง นายมีเรื่องอื่นที่จะพูดเกี่ยวกับการย้ายโรงเรียนอีกไหม?"

เซจิส่ายหัว

"แล้วชั้นจะเริ่มต้นแผนการของนายในวันพรุ่งนี้นะ นายควรจะให้เบอร์โทรศัพท์ชั้นไว้ ชั้นจะได้สามารถติดต่อนายได้หากชั้นต้องการอะไรเพิ่ม"

"ตกลงครับ"

เซจิและ นัทสึยะแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กัน

หลังจากนั้นนัทสึยะก็ขอตัวและออกไป

เซจิและมิกะที่นั่งอยู่ พวกเขามองเธอจากไปและสังเกตเห็นรถสีดำสุดหรูมารับเธอขึ้นไปในขณะที่เธอออกจากร้าน

เขาไม่มีโอกาสถามเธอเรื่องดาบเลย...

เซจิก็ค่อนข้างอยากรู้ว่าโคดาชิที่นัทสึยะกันอยู่ถือ แต่ไม่มีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพูดคุยทั้งหมดนี้

"ประธานโยรุฮานะ... ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่สุดยอดในทุกแง่มุมเลยนะ" เซจิถอนหายใจด้วยอารมณ์ที่หลายหลาย

"ใช่ ประธานเป็นคนที่สุดยอดมาก... ถ้าเธอมีข้อบกพร่องของเธอละก็ มีออย่างเดียวก็คือเธอโดดเด่นมากไปจบคนไม่กล้าพูดกับเธอ" มิกะหัวเราะออกมา "อย่างตัวชั้นก่อนหน้านี้ไง ถ้าไม่เพราะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ฉันคิดว่า... ฉันก็คงจะไม่ได้พูดคุยกับเธอด้วยตัวเองเลยจนกระทั่งเรียนจบ"

เซจิพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาสามารถเข้าใจความรู้สึกของคนที่โดดเด่นเกินไปก็ต้องมีผู้ที่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงพวกเขาอย่างเงียบๆ

ไม่มีใครพูดอะไรสักพัก

"ถึงยังงั้นไม่ว่าเธอจะคิดยังไงก็ตาม ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมาก ที่เธอได้ให้โอกาสนี้กับผมในการกลับไปเรียนที่โรงเรียน" เซจิยิ้มขึ้น "และ... พวกเราเองก็จะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันในอนาคตแล้วนะมิกะ เพราะงั้นฝากตัวด้วยนะ"

"โอ้... อืม! ฉะ... ฉันเองก็ของฝากตัวด้วยเช่นกัน!" ใบหน้าของมิกะแดงขึ้นขณะที่เธอก้มหัวลง

ในขณะเดียวกันที่รถหรู

"นายหญิง คนจากครอบครัวฮารุตะนั้น... เห็นด้วยหรือไม่ค่ะ?" ผู้นั่งอยู่ตรงข้ามกับนัทสึยะ โยรุฮานะนั้นเป็นผู้หญิงที่มีผมสีแดงสดและมีประกายในดวงตาสีแดงเข้มของเธอ เธอสวมชุดนักเรียนเดียวกันกับนัทสึยะ

"ใช่ เขาดูดีใจมากที่ได้กลับไปเรียน และยินดีที่จะเปลี่ยนชื่อของเขาด้วย" นัทสึยะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่เธอพูด

"เขาไม่มีความตั้งใจที่จะปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวของตัวเองเลยงั้นเหรอ?"

"ตอนนี้เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำถึงความหมายที่แท้จริงของชื่อของครอบครัว"ฮารุตะ" แม้ว่าฉันจะเคยบอกมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไร เขาก็ไม่ได้อยากแสดงความอยากรู้อยากเห็นหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยด้วย"

"หืม เขาเป็นแค่พวกที่คิดอะไรตื้นๆงั้นเหรอ"

"บางทีอาจะไม่ ดวงตาของเขาดูจริงใจกับและกระทำของเขาเด็ดเดี่ยวมาก และทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพูดและตัดสินใจดูเหมือนว่าจะมีความสุขุมรอบคอบอยู่เสมอ เขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ชั้นคิดว่า... บางทีอาจจะไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ถึงคิดถึงเรื่องนี้ เขาแค่ไม่อยากคิดมันมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่า และสำหรับข้อผิดพลาดที่เขาเคยทำก่อนหน้านี้ซึ่งมันรุนแรงมากจนทำให้พี่สาวของเขา ยูอิ ฮารุตะ ได้บังคับให้เขาต้องออกจากบ้านไป เว้นเสียแต่ว่าเขาจะได้รับการอภัยจากเลดี้ฮารูตะ ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับชื่อ 'ฮารุตะ ' ที่จะมีความหมายกับเขา เพราะมันไม่มีความหมาย โดยไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้ เขาเพียงแค่คว้าโอกาสที่อยู่ตรงหน้าเขา แม้ว่าเขาอาจจะไม่คิดล่วงหน้าอันไกลถึงอนาคต แต่ก็อาจพูดได้ว่าเขาตัดสินใจที่จะเดินอย่างถูกต้องแล้ว "

ภายในของรถหรูคันนี้เงียบไปชั่วขณะหนึ่ง

"แล้วนายหญิงคิดว่าเขาเป็นอย่างไรเหรอค่ะ?"

"หึ ฮิตากิ —จริงๆแล้วที่เธออยากจะถามก็คือว่าบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ "เซจิ ฮารุตะ" นี้จะเป็นประโยชน์กับเราไหมใช่หรือเปล่า? "

สาวผมสีแดงก็เงียบเมื่อได้ยินเรื่องนี้

นัทสึยะ โยฮานะไม่ได้อะไรพูดเช่นกัน ขณะที่เธอคิดถึงวิธีการแสดงความคิดเห็นของเธอ

"ปัจจุบันเขาเป็นคนที่ดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่บุคลิกและบุคลิกภาพถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าพยานหลักฐานบอกว่าเป็นคนๆเดียวกัน ฉัน... ไม่สิ คงไม่มีใครจะคิดว่าทั้งสองคนนี้เป็นคนๆเดียวกันแน่" เลดี้โยรุฮานะกล่าวอย่างช้าๆ

"แต่หลังจากที่ได้เห็นเขาเป็นการส่วนตัวแล้วฉันเห็นเพียงแค่ท่าทางสง่างามของชายหนุ่มจากครอบครัวฮารุตะ เช่นเดียวกับตอนที่เขายังเด็กอยู่เล็กน้อย ดังนั้นชั้นก็ค่อนข้างอยากรู้ว่ามันคืออะไร ตอนที่เขาพบเจอกับ... ช่างมันเถอะ ปล่อยให้อดีตผ่านไป ตอนนี้ชั้นกำลังเริ่มสงสัยว่าการตกสู่ความชั่วร้ายของชายหนุ่มคนนี้จากครอบครัวฮารุตะอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกและตอนนี้การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของเขาอาจเป็นเพราะความจริงที่ว่าในที่สุดเขาก็เป็นอิสระจากปัจจัยภายนอกนั้น และเขาก็ได้ค้นพบตัวตนที่เก่าแก่และแท้จริงของเขาเองแล้ว"

นัทสึยะได้ให้ข้อมูลมากมายแก่เธอ หญิงสาวชื่อ ฮิตะกิต้องการใช้เวลาที่จะแยกแยะมันทั้งหมด

"แล้วนายหญิง เชื่อว่าเซจิ ฮารุตะจะเป็นประโยชน์แก่เราใช่หรือเปล่าค่ะ?"

"เขามีศักยภาพพอที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่เรา แต่นั้นไม่เหมือนกันตั้งแต่ตอนที่เขาเปลี่ยนไป ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพูด" นัทสึยะหัวเราะเบาๆ

"ถ้าเขายังคงอยู่ในสถานะปัจจุบันของเขา

หรือถ้าสิ่งที่ชั้นเชื่อว่ามันถูกต้องแล้วละก็ ชายหนุ่มคนนี้ ฮารุตะจะต้องสร้างกระแสลมที่น่าสะพรึงกลัวในสังคมได้แน่

เพียงความเป็นไปได้เดียวนี้ ก็คุ้มค่ากับชั้นเชิญเขาเข้ามาโรงเรียนของเราแล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น

ความจริงที่ว่าเขาได้ช่วยเหลือมิกะ อุเอะฮาระและป้องกันไม่ให้โรงเรียนของเรามีเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่นี้

ก็เพียงพอแล้วที่ชั้นจะช่วยเหลือเขา"

ภายในรถเงียบลงอีกครั้ง รถสีดำที่หรูหราขับรถออกไปในคืนที่มืดมิด

...

วันรุ่งขึ้นเซจิได้รับโทรศัพท์จากนัทสึยะ และถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของเขา

ในวันต่อมาเมื่อเซจิกำลังพามิกะไปโรงเรียนจนเกือบจะถึงโรงเรียนแล้ว เมื่อพวกเขาเกือบจะถึงโรงเรียน พวกเขาก็ได้เห็นหญิงสาวที่มีผมสั้นสีแดงอมชมพูและดวงตาสีแดงเข้มแหลมคมที่มีประกายแวบวับอยู่ ผู้หญิงคนนี้มีออร่าแห่งความกล้าหาญไหลผ่านออกมา ก็ได้เอาเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลมาให้เขา

"ฉันชื่อ ฮิตากิ โชโฮะและเป็นรองประธานสภานักเรียน ฉันได้รับเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแล้ว ได้โปรดกลับไปเพื่อรอข่าว"

อาจดูเหมือนว่าเธอคงเป็นคนที่มีทัศนคติแย่ๆ แต่มิกะบอกว่ารองประธานคนนี้ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยวิธีนี้

อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

นัทสึยะ โยรุฮานะ บอกเขาอีกครั้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และเขาจะสามารถที่จะไปโรงเรียน เพื่อเป็นนักเรียนที่ย้ายมาได้ในวันจันทร์ถัดไป

คืนนั้นมิกะนำชุดนักเรียนชายที่สูงพอดีสำหรับเขามาให้

ในระหว่างที่เธอคาดหวัง เซจิยังคงรู้สึกทึ่งกับประธานที่มีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอได้โทรหาเขาแค่สองครั้งเท่านั้น เขาเพียงแต่ต้องให้ข้อมูลส่วนตัวของเขาบางอย่างเท่านั้น และเธอก็สามารถที่จะดูแลทุกสิ่งทุกอย่างได้!

เขาไม่จำเป็นสำหรับผู้ปกครองของเขา เขาไม่จำเป็นต้องกลับไปที่โรงเรียนเก่าของเขาเพื่อบอกลาก่อนและเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปพบกับผู้บริหารโรงเรียนมัธยมของเซ็นต์ฮานะ... เรื่องนี้อยู่ไกลจากสิ่งที่ประธานนักเรียนทั่วไปคนหนึ่งจะทำได้ เห็นได้ชัดว่าเธอได้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวของเธอเข้าช่วย

ต้องมีแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังเธอพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อช่วยให้เขาย้ายโรงเรียนแน่

เซจิคิดเรื่องนี้ไปแล้วดังนั้นมันเป็นธรรมดาที่เขาจะคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้ามันเป็นเพียงแค่การให้ความสนใจทั่วไปละก็ แล้วแรงจูงใจซ่อนเร้นของเธอในตอนนี้ล่ะ

สัปดาห์ต่อมาในวันจันทร์

หลังจากกลับมาจากการวิ่งจ็อกกิงในตอนเช้า เซจิก็ลุกขึ้นเพื่อสวมชุดนักเรียนมัธยมเซ็นต์ฮานะ เขายืนอยู่หน้ากระจกเพื่อจัดทรงผม

อืม ไม่เลว

บางทีมันอาจจะเป็นการหลงตัวเอง แต่ในสายตาของเซจิ เด็กผู้ชายในกระจกดูเหมือนจะไม่หล่อมากเกินไปหน่อยเหรอ?

เขาไม่ใช่คนที่มักจะมองตัวเองในกระจกทุกครั้ง ดังนั้นทุกครั้งที่เขามองไปที่กระจกหลังจากที่ "บ่มเพราะ" อยู่ตลอดเวลากับระบบของเขา เขาก็มักจะรู้สึกว่ารูปร่างของเขาดีขึ้น

ตอนแรกเขาคิดว่าเขาเข้าใจผิด แต่ค่าสถานะและพรสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่านี่เป็นจริงทั้งหมด และหลักฐานที่สำคัญที่สุดคือทัศนคติของทุกคนที่มีต่อเขากำลังค่อยๆเปลี่ยนไป และจำนวนสาวๆ ที่มาที่ร้านขายขนมหวานเพียงเพื่อที่จะได้เห็นเขา เพิ่มขึ้นทุกวันเช่นกัน ...

มันจะเป็นปัญหาหรือไงถ้าเขายังหล่อขึ้น?

บางที เขาสมควรที่จะโดนกระทืบเพราะกังวลเรื่องนี้ แต่เซจิเองก็ผิดหวังอย่างมาก

แม้ว่าจะเขาจะดูดี แต่ถ้าเขาหล่อมากเกินไปจะมีสิ่งแปลกๆ เริ่มรบกวนชีวิตประจำวันของเขาได้

แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ถึงแม้ว่าเขาจะมุ่งเน้นที่การเพิ่มความสามารถทางกายภาพของเขา แต่ค่าสถานะความสามารถพิเศษของเขาก็ยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมันทะลุไปถึงเกินกว่าความสามารถทางกายของเขาไปแล้ว!

อืม นี้จะต้องนำมารวมกับความจริงที่ว่าร่างกายของเขามีพันธุกรรมที่ดีเยี่ยมมาก่อน ตามความทรงจำของเซจิความทรงจำของน้องสาวและพี่สาวสาวของเขานั้นเป็นคนสวยมากระดับ S-class เลยทั้งสองคน และเขาควรจะอยู่กลุ่มเดียวกันเพื่อที่จะให้ตรงกับพันธุกรรมเหมือนครอบครัวเขา

เจ้าอ้วนโอตาคุนี้มองไปดูตัวเองในอดีตราวกับเป็นเรื่องประหลาดอย่างมาก เป็นอีกครั้ง ที่เซจิก็ถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่ว่านี้ควรเป็นสิ่งที่เขาได้รับจากเซจิจริงๆ หมอนั้นได้เสียความหล่อของตัวเองไปเสียแล้ว

หลังจากที่ดูตัวเองการสะท้อนในกระจกแล้ว เซจิก็แต่งตัวเสร็จและออกจากห้องไป

มิกะ อุเอะฮาระนั่งอยู่บนโซฟาในบ้านของเธอและรออย่างเงียบๆ

แม้ว่าการเดินไปโรงเรียนพร้อมกับเขาก็กลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันแล้ว แต่เธอพบว่ามันยากที่จะทำให้ใจเธอสงบลงได้

ก็... เพราะว่าเซจิ ฮารุตะนั้นดูหล่อมากขึ้นอีกแล้ว!

คำพูดของแม่เธอดูเหมือนจะเป็นจริง เซจิยังคงออกกำลังกายทุกวันแม้หลังจากที่เค้าจะมีผิวที่เรียบเนียนขึ้นแล้ว ร่างกายของเขาเองก็ดูแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และทั้งตัวของเขาดูจะมีสุขภาพดีแลและสดใสขึ้นทุกๆครั้ง ราวกับปลายนิ้วกำลังพัฒนาอย่างละเอียดอ่อนแบบต่อเนื่อง

ถ้าเซจิที่เพิ่งผอมลงละก็อยู่ในระดับของผู้ชายที่ดูหล่อแบบปกติแล้วละก็ เซจิในปัจจุบันก็คงมีวิวัฒนาการไปเป็นระดับไอดอลแล้ว

นี้มันไม่ใช่เรื่องตลกแล้วนะ!

มิกะ อุเอะฮาระเชื่อจริงๆว่าปัจจุบันเซจิสามารถทำงานในฐานะไอดอลในทีวีได้โดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าเลย!

อ่าาา  ทำไมเค้าถึงหล่อได้หล่อดีขนาดนี้นะ? แล้วทำไมเขาถึงต้องมาหล่อในวันนี้ด้วย!? นี้มันกดดันเธอมากเกินไปแล้ว!

เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่ในใจของมิกะคงกำลังกรีดร้องด้วยความหงุดหงิดอยู่เป็นแน่

วันนี้เป็นวันแรกที่เซจิจะได้ไปโรงเรียน

ตอนแรกเธอรู้สึกยินดีมาก ที่ได้ไปโรงเรียนด้วยกันกับเขา แต่ในปัจจุบันนี้ความสุขพวกนี้กลายเป็นความขุ่นมัวแทน

ปัจจุบันเซจิคงเป็นระเบิดเวลาสำหรับนักเรียนหญิงที่โรงเรียนม.ปลายเซนต์ฮานะ

แม้ว่าตอนนี้เธอกำลังจะไปโรงเรียนพร้อมกับเขา แต่เขาก็ดูหล่อมากเกินไปจริงๆ เด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ในโรงเรียนจะต้องคอยดูเป็นแน่

มิกะรู้สึกไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี! เธอกำลังรอคำแนะนี้นำทันทีในหัวข้อนี้

ความผิดหวังนับไม่ถ้วนของเธอได้ระบายโดยการถอนหายใจเศร้าสร้อยจากสภาวะซึมเศร้าของเธอ

โนโซมิ อุเอะฮาระกำลังเฝ้าดูลูกสาวของเธออย่างเงียบๆ

อืม เธอจะเข้าใจว่าลูกสาวของเธอรู้สึกอย่างไรเพราะแม้แต่หัวใจของเธอก็เต้นรั่วเมื่อเห็นเซจิเหมือนกัน!

ด้วยรอยยิ้มอันนุ่มนวลของเด็กหนุ่มคนนั้น มันทำให้เขากลายเป็นนักฆ่าหญิงสาว (lady-killer)

ในขณะนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

มิกะก้มศีรษะขึ้นมาและกระโดดลงจากโซฟาและเกือบจะสะดุดลงบนพื้น

"มะ... มาแล้ว!"

"มิกะ กระเป๋า! กระเป๋า!"

"โอ้... โอ... "

มิกะรีบวิ่งไปเปิดประตู ขณะที่เธอกำลังเก็บรวบรวมของต่างๆอยู่

นอกบานประตูนั้น มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังถูกย้อมด้วยแสงแดดส่องลงมาบนบ่าของเขา ซึ่งได้เพิ่มกลิ่นอายอันอ่อนโยนเข้าไปอีก ใบหน้าที่ส่องสว่างของเขานั้นมีรอยยิ้มของเขาบางๆอยู่บนใบหน้า ราวกับภาพที่วาดโดยศิลปินอันโด่งดัง

"ไปกันเถอะ"

จบบทที่ ตอนที่ 9 ดูเหมือนว่าเขาจะหล่อขึ้นอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว