- หน้าแรก
- เมื่อสิ้นวาสนาข้าจากจร เจ้าอาวรณ์ร่ำไห้ด้วยเหตุใด
- บทที่ 23: มีแค่ข้าที่รักษาเจ้าได้? งั้นเจ้าก็ป่วยตายไปซะเถอะ!
บทที่ 23: มีแค่ข้าที่รักษาเจ้าได้? งั้นเจ้าก็ป่วยตายไปซะเถอะ!
บทที่ 23: มีแค่ข้าที่รักษาเจ้าได้? งั้นเจ้าก็ป่วยตายไปซะเถอะ!
"เจ้าเด็กบ้า เจ้าจะให้คนอื่นเขามีที่ยืนบ้างไหมเนี่ย?"
เมื่อเห็นเชียนเฉิงเซียวดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีได้อย่างสมบูรณ์แบบ เชียนสวินจี๋ที่เฝ้ามองดูเด็กหนุ่มลุกขึ้นและเดินตรงเข้ามาหาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบ แต่ทว่าใบหน้าของเขากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี
พอใจ เขาพอใจเหลือเกิน
การมีลูกชายเช่นนี้ ชาตินี้เขาตายตาหลับแล้ว
นับเป็นวาสนาของเขาจริงๆ ที่เจ้าหนูน้อยคนนี้มีชะตาต้องกันกับสำนักวิญญาณยุทธ์
หากเจ้าหนูนี้ไปตกอยู่ในมือของสามสำนักบน เกรงว่าในอนาคต ทวีปโต้วหลัวคงไม่มีที่ยืนสำหรับสำนักวิญญาณยุทธ์ของพวกเขาเป็นแน่
แต่โชคดีเหลือเกินที่เขาได้พบกับเด็กน้อยทั้งสอง เชียนเฉิงเซียวและปิปิตง และรับมาเป็นบุตรบุญธรรมและศิษย์รัก
มีปิปิตงและเชียนเฉิงเซียวอยู่ สำนักวิญญาณยุทธ์ของเขาจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
ลูกชายข้ามีแววจะได้เป็นเทพ!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น มุมปากของเชียนสวินจี๋ก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ส่วนปิปิตงที่ตกอยู่ในภวังค์แปลกประหลาด ในที่สุดน้ำลายก็ไหลย้อยออกมา ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มโง่งม
จนเมื่อเชียนเฉิงเซียวเดินมายืนอยู่ตรงหน้าเชียนสวินจี๋ ปิปิตงถึงได้หลุดออกจากภวังค์อันพิศวงนั้น
นางมองเชียนเฉิงเซียวที่เดินเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว แววตาของนางเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน นางอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้ หวังจะแปลงร่างเป็นปลาหมึกเกาะหนึบอยู่บนตัวเขา อยากจะแนบชิดอิงแอบเขาใจจะขาด
"สามีจ๋า..."
เสียงหวานหยดย้อยที่หลุดออกมาจากปากของเด็กสาวทำเอาเชียนสวินจี๋และคนอื่นๆ ถึงกับตะลึงงัน
เชียนเฉิงเซียวมองปิปิตงที่หน้าแดงระเรื่อ ส่งสายตายั่วยวนพร้อมจะโถมตัวเข้าใส่ เขาก็ผลักนางออกไปอย่างไร้เยื่อใย
"ถ้าป่วยก็ไปหาหมอ!"
"อย่ามาทำตัวน่าขายหน้าแถวนี้"
เสียงเย็นชาของเชียนเฉิงเซียวเรียกสติของปิปิตงให้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์
ที่ผ่านมานางเพียงแค่เพิ่งหลุดจากภวังค์ ยังไม่ได้สติเต็มร้อย
แต่คราวนี้ แรงผลักของเชียนเฉิงเซียวได้กระชากนางกลับสู่โลกแห่งความจริงโดยสิ้นเชิง
"เฉิงเซียวน้อย เจ้าช่างซุกซนจริงๆ~"
ปิปิตงที่ได้สติแล้วมองดูเชียนเฉิงเซียวผู้เย็นชาตรงหน้า แต่กลับไม่นึกโกรธ
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย เดินเข้าไปหาเขา เอื้อมมือไปคว้ามือของเชียนเฉิงเซียวมาจับไว้ แล้วส่งกระแสจิตหาเขาโดยตรง "พอกลับถึงสำนักวิญญาณยุทธ์เมื่อไหร่ เจ้าเสร็จข้าแน่"
"ยิ่งเจ้าขัดขืน ข้าก็ยิ่งตื่นเต้น!"
"นังโรคจิต"
ได้ยินเสียงกระแสจิตของปิปิตง เชียนเฉิงเซียวมองนางที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาโลมเลียราวกับผู้ล่าจ้องมองเหยื่อ เขาจึงสะบัดมือนางออกทันทีพร้อมเอ่ยอย่างรำคาญ
เจ้าเด็กนี่มันทึ่มจริงๆ ไม่รู้อะไรบ้างเลย
ปิปิตงแทบจะถวายตัวใส่พานให้ขนาดนี้ แต่เจ้าเด็กนี่กลับไม่ตอบสนอง แถมยังเย็นชาใส่นางอีก
ปิปิตงไปหลงรักเจ้าเด็กนี่ได้ยังไงกันนะ?
ถ้าเป็นเขา หากมีผู้หญิงรุกหนักได้สักครึ่งของปิปิตง ป่านนี้เขาคงมีลูกตั้งทีมฟุตบอลได้แล้ว
"เอาล่ะ ในเมื่อได้วงแหวนวิญญาณครบแล้ว ก็กลับกันเถอะ"
เชียนเต้าหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตื่นจากฝันหวานถึงอนาคตอันสดใสเช่นกัน เขายิ้มให้เชียนเฉิงเซียวและปิปิตง รู้สึกว่าอนาคตช่างสว่างไสวเหลือเกิน
"อืม!"
สิ้นเสียงเชียนเต้าหลิว ทุกคนก็พากันเดินออกจากป่าใหญ่ซิงโต้ว เตรียมตัวกลับสู่เมืองวิญญาณยุทธ์
หลังจากเชียนเฉิงเซียวและคณะจากไปได้ไม่นาน แม่สิงโตสาวที่สลบไปเพราะแรงกดดันจากเชียนเฉิงเซียวก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ
แววตางุนงงฉายชัดในดวงตาที่เพิ่งลืมขึ้น
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
นางกำลังจะ... 'ปะฉะดะ' กับคู่ขาอยู่ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมจู่ๆ ถึงภาพตัดไปได้ล่ะ?
คุณพระช่วย!!!
อย่าบอกนะว่า... ไอ้หมอนั่นหล่อแต่รูปจูบไม่หอม ทำนางสลบเหมือดคาอก?
เอ๊ะ?
แล้วไอ้หมอนั่นหายหัวไปไหนแล้ว?
ดีมาก ทิ้งกันดื้อๆ แบบนี้เลยใช่ไหม?
ไอ้สิงโตสารเลว! ต่อไปนี้ข้าจะไม่เชื่อในความรักอีกแล้ว!
นับแต่นั้นมา ป่าใหญ่ซิงโต้วก็ได้ต้อนรับแม่สิงโตสาวผู้ชอกช้ำระกำใจเพิ่มมาอีกหนึ่งตัว
"โฮก~~~"
"โฮก!!!"
"ปิปิตง เจ้าเป็นบ้าอะไร? มากัดข้าทำไม?"
เชียนเฉิงเซียวที่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนรถม้า ไม่สนใจปิปิตงแม่หญิงวิปลาสผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
จู่ๆ ความเจ็บปวดแล่นแปลบที่หัวไหล่ ทำเอาเชียนเฉิงเซียวหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด
เมื่อลืมตาขึ้นเห็นปิปิตงก้มหน้าก้มตากัดไหล่เขาแน่น ผลักยังไงก็ไม่ออก เชียนเฉิงเซียวโมโหจัด จึงเอาคืนด้วยวิธีเดียวกัน
เขาเลียนแบบนาง ก้มลงกัดไหล่เนียนของปิปิตงเต็มแรง
ก่อนกัดก็ยังพอทน แต่พอกัดลงไปแล้ว เชียนเฉิงเซียวกลับรู้สึกว่าปิปิตงยิ่งกัดเขาแรงขึ้นไปอีก
กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมปล่อย กัดไหล่กันและกันจนเลือดซึมเข้าปาก
ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ปิปิตงเป็นฝ่ายยอมปล่อยก่อน
แต่เชียนเฉิงเซียวไม่ยอมปล่อย ยังคงกัดไหล่นางแน่น กะว่าจะฉีกเนื้อนางออกมาให้ได้สักชิ้น
นังผู้หญิงบ้านี่ วันๆ ไม่รู้คิดอะไรอยู่ ไม่มีใครเข้าใจความคิดของนางได้เลยจริงๆ
แม้จะเจ็บที่หัวไหล่ แต่ใบหน้าของปิปิตงกลับเปื้อนยิ้ม นางโอบกอดศีรษะของเชียนเฉิงเซียวอย่างทะนุถนอม ลูบหัวเขาเบาๆ
มองดูเชียนเฉิงเซียวที่กำลังกัดไหล่นางอยู่ แววตาของปิปิตงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ นางเอ่ยเสียงนุ่มนวล "เฉิงเซียว ข้าฝากรอยประทับที่ลบไม่ออกไว้บนตัวเจ้า และเจ้าก็ฝากรอยแบบเดียวกันไว้บนตัวข้า"
"นี่... นี่คือพยานรักของเรานะรู้ไหม~"
"นับจากนี้ ข้าอยู่ในตัวเจ้า และเจ้าก็อยู่ในตัวข้า"
"เจ้าน่ะมันบ้าไปแล้ว!"
เดิมทีเขาก็ไม่เข้าใจปิปิตงที่จู่ๆ ก็เกิดบ้าคลั่งขึ้นมาอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดของนาง เชียนเฉิงเซียวก็ผลักนางออกทันที
คราวนี้ เชียนเฉิงเซียวผลักปิปิตงออกได้อย่างง่ายดาย
"ถ้าป่วยก็รีบไปรักษาซะ อย่ามาบ้าบอต่อหน้าข้าบ่อยนัก"
เชียนเฉิงเซียวมองปิปิตงที่ถูกผลักจนล้มลงไปกองกับพื้นรถม้าด้วยแววตาโกรธจัด
"ถ้ารักเจ้าคือโรคชนิดหนึ่ง ข้าก็คงป่วยระยะสุดท้ายแล้วล่ะ"
"ยารักษาเดียวในโลกนี้ ก็คือเจ้า"
ปิปิตงได้ยินคำพูดเย็นชาของเชียนเฉิงเซียว แต่นางไม่ถอยกลับ กลับขยับเข้าไปหาเขา จ้องมองด้วยแววตาเร่าร้อน
"งั้นเจ้าก็ป่วยตายไปซะเถอะ"
มองปิปิตงที่รุกคืบเข้ามาพร้อมสายตาร้อนแรง แววตาของเชียนเฉิงเซียวกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา
ชาติที่แล้ว ชีวิตเขาพังพินาศเพราะนาง เพียงเพราะประโยคเดียวที่ว่า 'ข้ามีเพียงเจ้า'
สมองเขาเพี้ยนไปเพราะความรัก กลายเป็นทาสรัก ทุ่มเททุกอย่างเพื่อนาง
ชาตินี้ นายน้อยผู้นี้จะเอาคืนให้สาสม
กลับถึงสำนักวิญญาณยุทธ์เมื่อไหร่ เขาจะเริ่มวางแผน แทรกซึมเข้าสู่สำนักเฮ่าเทียน ไปดักรอถังเยว่หัวและอาอิ๋น
จัดการถังเยว่หัวก่อน แล้วค่อยออกไปเจออาอิ๋นพร้อมกับสองพี่น้องถังเฮ่าและถังเซี่ยว
ถึงตอนนั้น หึหึ~
นายน้อยคนนี้ไม่เชื่อหรอกว่า ถ้าเขาแสดงละครตบตาอาอิ๋นอย่างแนบเนียน นางจะไม่หลงกล
สองพี่น้องถังเฮ่าและถังเซี่ยว ที่ยังไม่ได้ผูกพันลึกซึ้งกับอาอิ๋นขนาดนั้น จะยอมปล่อยอาอิ๋น วงแหวนวิญญาณแสนปีที่อยู่ในกำมือไปได้ลงคอเชียวหรือ