- หน้าแรก
- เมื่อสิ้นวาสนาข้าจากจร เจ้าอาวรณ์ร่ำไห้ด้วยเหตุใด
- บทที่ 21: ปิปิตงติดกับดักความคิด! ประโยคเดียวของเชียนเฉิงเซียวทำเอาช็อก!
บทที่ 21: ปิปิตงติดกับดักความคิด! ประโยคเดียวของเชียนเฉิงเซียวทำเอาช็อก!
บทที่ 21: ปิปิตงติดกับดักความคิด! ประโยคเดียวของเชียนเฉิงเซียวทำเอาช็อก!
"เฮ้อ..."
เมื่อเชียนซวินจี๋พาปิปิตงมาถึงจุดที่เชียนเฉิงเซียวและเชียนเต้าหลิวล่าสัตว์วิญญาณ ปิปิตงก็ทอดตามองเชียนเฉิงเซียวที่กำลังนั่งขัดสมาธิดูดซับวงแหวนวิญญาณอยู่ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ไม่มีคำบอกลา ไม่มีการทอดทิ้งนางไป... ดีจริง
ถ้าหากในอนาคตเชียนเฉิงเซียวหายไปจากนางจริงๆ และเลิกสนใจไยดีนาง
เมื่อนางตามหาเขาเจอ เขาจะต้องเจอดีแน่
'เฉิงเซียว เจ้าคงไม่อยากให้ความลับของเรารู้ไปถึงหูท่านอาจารย์หรอกใช่ไหม?'
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางต้องรั้งเชียนเฉิงเซียวไว้ข้างกายให้ได้
นางเชื่อมั่นว่า ด้วยความรักอันท่วมท้นที่นางมอบให้ เชียนเฉิงเซียวจะต้องเปลี่ยนใจกลับมาหานางแน่นอน
ถ้านางไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวได้ นางก็จะจับเขาขังไว้ แล้วดูแลเขาด้วยมือของนางเอง
หรือบางที... อาจจะสร้างโลกใบใหม่ที่มีเพียงแค่นางกับเขาสองคน
ตอนนี้ หลังจากดูดซับวงแหวนวิญญาณวงนั้นแล้ว นางสามารถแปลงกายได้วันละสิบนาทีเท่านั้น
พอกลับไปถึงสำนักวิญญาณยุทธ์เมื่อไหร่ นางจะทำให้เฉิงเซียวคนปัจจุบันได้สัมผัสถึงความดีงามของนาง
ม้าตัวเล็กลากรถคันใหญ่?
ไม่ ไม่ ไม่... มันต้องเป็นลูกไก่ตัวน้อยจิกกินสาลี่ลูกใหญ่ต่างหาก
ยิ่งคิด จินตนาการในหัวของปิปิตงก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปไกล
ในขณะที่ปิปิตงกำลังเคลิบเคลิ้มกับจินตนาการอันสวยหรู เชียนเฉิงเซียวที่นั่งดูดซับวงแหวนวิญญาณอยู่บนพื้นก็จัดการดูดซับและผสานรวมวงแหวนวิญญาณสามพันปีนี้จนเสร็จสมบูรณ์ ใช้เวลาเพียงแค่จิบชาถ้วยเดียว
เชียนซวินจี๋ที่พาปิปิตงมาถึง พร้อมด้วยเย่ว์กวนและกุ่ยเม่ย สองพี่น้องที่ตามมาสมทบทีหลัง ต่างพากันตกตะลึงอีกครั้งเมื่อเห็นวงแหวนวิญญาณสีม่วงปรากฏขึ้นบนร่างของเชียนเฉิงเซียว
ข่าวที่ว่าปิปิตงสามารถดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปีได้นั้น นางได้ป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ล่วงหน้าแล้ว
แต่สำหรับเชียนเฉิงเซียว ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนเลยว่าเขาก็สามารถทำได้เช่นกัน
หรือว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว?
ขีดจำกัดวงแหวนวิญญาณแรกของวิญญาจารย์ไม่ใช่ร้อยปีอีกต่อไป แต่กลายเป็นพันปีกันหมดแล้วหรือ?
ขณะที่เย่ว์กวนและกุ่ยเม่ยกำลังสับสนงุนงง เชียนเต้าหลิวมองดูบุตรชายและสีหน้าตกตะลึงของสองพี่น้องด้วยแววตาเปี่ยมความภาคภูมิใจขณะมองเชียนเฉิงเซียว
เจ้าพวกนี้รู้แค่ว่าวงแหวนวิญญาณของเฉิงเซียวอยู่ระดับพันปี แต่คงจินตนาการไม่ออกหรอกว่า มันไม่ใช่วงแหวนพันปีธรรมดา แต่เป็นวงแหวนวิญญาณที่มีอายุบำเพ็ญถึงสามพันปี
ถ้ารู้ความจริงข้อนี้ เจ้าบ้านนอกสามคนนี้คงได้อ้าปากค้างจนกรามค้างแน่
หลังจากดูดซับวงแหวนวิญญาณเสร็จ เชียนเฉิงเซียวกวาดตามองฝูงชนที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะมาหยุดที่ปิปิตงซึ่งยืนยิ้มเหม่อลอยอยู่ข้างเชียนซวินจี๋ ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย "ซวยชะมัด"
เขานึกว่าปิปิตงยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะดูดซับวงแหวนวิญญาณเสร็จ ไม่คิดเลยว่ายัยบ้าปิปิตงจะดูดซับได้รวดเร็วปานนี้
"เจ้าหนู วงแหวนวิญญาณแรกของเจ้าก็รับระดับพันปีได้เหมือนกันรึ?"
เชียนซวินจี๋มองเชียนเฉิงเซียวที่เดินเข้ามาด้วยแววตางุนงงระคนตื่นเต้น
ลองคิดดูสิ ทั้งองค์ชายศักดิ์สิทธิ์และธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ ต่างก็มีวงแหวนวิญญาณแรกระดับพันปีด้วยกันทั้งคู่
ในอนาคต เมื่อเด็กสองคนนี้ก้าวขึ้นสู่ระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ พวกเขาจะต้องเป็นจุดสูงสุดเหนือเหล่าราชทินนามพรหมยุทธ์ทั้งปวง
เพราะทั้งสองคนก้าวนำคนอื่นไปไกลตั้งแต่จุดเริ่มต้นแล้ว
เมื่อเชียนเฉิงเซียวได้ยินคำถามของเชียนซวินจี๋ เขาพยักหน้าและตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติ "วงแหวนแรกของปิปิตงยังเป็นระดับพันปีได้ แล้วมันแปลกตรงไหนที่ข้าจะทำได้บ้าง?"
"เอ่อ..."
เจอคำตอบนี้เข้าไป เชียนซวินจี๋ถึงกับไปไม่เป็น กลายเป็นใบ้กินไปชั่วขณะ
"ท่านปู่ ไปหาสัตว์วิญญาณตัวต่อไปกันเถอะครับ"
เชียนเฉิงเซียวเมินเฉยต่ออาการอึ้งของเชียนซวินจี๋ แล้วเดินตรงไปหาเชียนเต้าหลิวเพื่อมุ่งหน้าหาสัตว์วิญญาณตัวต่อไปทันที
วิญญาณยุทธ์แรกที่เขาปลุกขึ้นมาได้คือวิญญาณยุทธ์ระดับสุดยอดที่กลายพันธุ์ 'ทูตสวรรค์ตกสวรรค์สิบสองปีก' พร้อมพลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิดระดับยี่สิบ
การเดินทางมาป่าใหญ่ซิงโต้วครั้งนี้ เป้าหมายคือการหาเมงแหวนวิญญาณสองวงให้เชียนเฉิงเซียว
ในชาติที่แล้ว วงแหวนวิญญาณวงแรกที่เชียนเฉิงเซียวดูดซับมีอายุเจ็ดร้อยปี ส่วนวงแหวนที่สองถึงจะเป็นระดับพันปี
ตอนนั้น เชียนเต้าหลิวและเชียนซวินจี๋ต่างก็ตกตะลึงกันยกใหญ่เมื่อเห็นเขาดูดซับวงแหวนพันปีเป็นวงแหวนที่สอง
แต่คราวนี้ เพราะมีปิปิตงเป็นตัวเปรียบเทียบ เชียนเต้าหลิวและเชียนซวินจี๋จึงไม่ได้ตื่นเต้นกับวงแหวนพันปีของเขามากเท่าเมื่อก่อน
ทว่า... วงแหวนวิญญาณวงที่สองที่กำลังจะมาถึงนี้ คงจะทำให้ท่านปู่เชียนเต้าหลิวตกตะลึงจนอ้าปากค้างได้แน่ๆ
คิดได้ดังนั้น มุมปากของเชียนเฉิงเซียวก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย จินตนาการถึงภาพความสนุกที่จะเกิดขึ้น
"ตกลง"
เชียนเต้าหลิวตอบรับโดยไม่ลังเล เขาคว้าตัวเชียนเฉิงเซียวเตรียมพาเหาะไปหาเป้าหมายต่อไป
แต่ทว่า หลังจากหิ้วตัวหลานชายขึ้นมาแล้ว เชียนเต้าหลิวก็เผลอถามออกมาตามสัญชาตญาณ "แล้ววงแหวนที่สอง เจ้าวางแผนไว้กี่ปีล่ะ?"
"วงแหวนที่สองหรือครับ?"
"หมื่นปีก็พอครับ!"
เชียนเฉิงเซียวที่ห้อยต่องแต่งอยู่ในมือเชียนเต้าหลิว ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
"อืม เข้าใจแล้ว"
พูดจบ เชียนเต้าหลิวก็พาเชียนเฉิงเซียวเหาะลึกเข้าไปในป่าใหญ่ซิงโต้ว
ผ่านไปหลายร้อยเมตร เชียนเต้าหลิวถึงเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา
"เมื่อกี้เจ้าว่ากี่ปีนะ?"
"หมื่นปีครับ!"
"อะไรนะ!!!"
เมื่อได้รับคำยืนยันอีกครั้ง เชียนเต้าหลิวที่หิ้วตัวเชียนเฉิงเซียวอยู่แทบจะทำหลานหลุดมือ
"ไอ้หนู! สมกับเป็นหลานชายของข้า เชียนเต้าหลิวจริงๆ!"
หลังจากปรับอารมณ์ให้สงบลงได้เล็กน้อย เชียนเต้าหลิวสบตากับแววตาจริงจังของเชียนเฉิงเซียวแล้วหัวเราะร่าอย่างชอบใจ ก่อนจะพาหลานชายมุ่งหน้าไปหาวงแหวนวิญญาณหมื่นปีที่ต้องการ
ส่วนเชียนซวินจี๋ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อได้ยินว่าวงแหวนที่สองของเชียนเฉิงเซียวต้องเป็นระดับหมื่นปี
แม้แต่เย่ว์กวนและกุ่ยเม่ย สองพี่น้องผู้น่าสงสาร ก็มีสภาพจิตหลุดลอยไปไม่ต่างกัน
ทางด้านปิปิตงที่จมอยู่ในจินตนาการพิลึกพิลั่น นางยังคงอยู่ในโลกส่วนตัว หัวเราะคิกคักกับตัวเองไม่หยุด
"เอ่อ... เย่ว์กวน กุ่ยเม่ย พวกเจ้าสองคนได้ยินใช่ไหม?"
"หะ?"
"หือ?"
เย่ว์กวนและกุ่ยเม่ยเริ่มได้สติเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเชียนซวินจี๋
และเมื่อได้ยินคำถาม พวกเขาก็ต้องตกตะลึงซ้ำสอง
"ไอ้หนูนั่นบอกว่าวงแหวนที่สอง... เขาบอกว่าต้องเป็นระดับหมื่นปีใช่ไหม?"
"อ่า... ใช่... ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นครับ"
"คุณพระช่วย!!!"
หลังจากได้รับการยืนยันจากสองพี่น้อง เชียนซวินจี๋ก็อุทานลั่น ก่อนจะรีบอุ้มปิปิตงแล้วเหาะตามเชียนเต้าหลิวและเชียนเฉิงเซียวไปติดๆ
เย่ว์กวนและกุ่ยเม่ย เห็นเชียนซวินจี๋หอบหิ้วปิปิตงไล่ตามไปอย่างบ้าคลั่ง ก็รีบตามไปเช่นกัน
บางทีวันนี้ พวกเขาอาจจะได้เป็นสักขีพยานของปาฏิหาริย์
นายน้อยเชียนเฉิงเซียว... กำลังจะทำเรื่องเหลือเชื่อที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของทวีปโต้วหลัว!