- หน้าแรก
- เมื่อสิ้นวาสนาข้าจากจร เจ้าอาวรณ์ร่ำไห้ด้วยเหตุใด
- บทที่ 8: วิญญาณยุทธ์ที่สองสุดสะท้านฟ้า! ต้นกำเนิดศาสตรา!
บทที่ 8: วิญญาณยุทธ์ที่สองสุดสะท้านฟ้า! ต้นกำเนิดศาสตรา!
บทที่ 8: วิญญาณยุทธ์ที่สองสุดสะท้านฟ้า! ต้นกำเนิดศาสตรา!
"เจ้าหนู เจ้าปลุกวิญญาณยุทธ์ที่สองได้งั้นรึ?"
แม้เชียนเต้าหลิวจะแจ้งให้เชียนเฉิงเซียวทราบเรื่องการตื่นขึ้นของวิญญาณยุทธ์ที่สองแล้ว แต่เชียนสวินจี๋๋ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเชียนเฉิงเซียวซ้ำด้วยความสงสัย
"ใช่แล้วท่านพ่อบุญธรรม ข้าโชคดีที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ที่สองขึ้นมาได้"
เมื่อได้ยินคำถามของเชียนสวินจี๋๋ เชียนเฉิงเซียวจึงลุกขึ้นยืนและเก็บลูกแก้วแสงสีขาวที่ลอยอยู่ตรงหน้ากลับเข้าร่าง
"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ"
เชียนสวินจี๋๋รีบปรี่เข้ามาหาเชียนเฉิงเซียว จ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความฉงน "หากเป็นวิญญาณยุทธ์คู่ มันควรจะถูกค้นพบตั้งแต่พิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ครั้งแรกแล้วนี่นา ไฉนวิญญาณยุทธ์ที่สองถึงเพิ่งมาตื่นเอาตอนนี้?"
เชียนสวินจี๋๋ที่มายืนอยู่เบื้องหน้าเชียนเฉิงเซียวจ้องมองเด็กน้อยและถามข้อข้องใจในอก
"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ข้าก็แค่ฝึกฝนไปเรื่อยๆ จู่ๆ วิญญาณยุทธ์ที่สองนี้ก็ตื่นขึ้นมาเอง"
"..."
เชียนสวินจี๋๋ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำตอบของเชียนเฉิงเซียว
อย่าว่าแต่เชียนสวินจี๋๋เลย แม้แต่เชียนเต้าหลิว เยว่กวน และกุ่ยเม่ย ต่างก็อึ้งไปตามๆ กันกับคำพูดถ่อมตัวแบบโอ้อวดของเชียนเฉิงเซียว
ฟังเถิด ลองฟังดูสิ นี่มันคำพูดของมนุษย์แน่หรือ?
แค่ฝึกไปเรื่อยๆ วิญญาณยุทธ์ที่สองก็ตื่นขึ้นมาเอง
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ชายชราผู้นี้จะขยันฝึกฝนทุกวี่ทุกวันเลยคอยดู
แม้แต่ปิปิตง ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ ยังมองเชียนเฉิงเซียวด้วยสายตาเอือมระอากับคำพูดอวดดีแบบเนียนๆ ของเขา
ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
หลังนางเกิดใหม่ ท่าทีของเฉิงเซียวที่มีต่อนางเริ่มเหินห่างขึ้นเรื่อยๆ และแม้แต่ในชาติก่อน เขาก็มีเพียงวิญญาณยุทธ์เดียว ซึ่งเพียงเท่านั้นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าแห่งทวีปโต้วหลัวแล้ว
แต่ตอนนี้ เฉิงเซียวกลับปลุกวิญญาณยุทธ์ที่สองที่ไม่เคยมีมาก่อนในชาติที่แล้วได้สำเร็จ
เส้นทางแห่งชะตากรรมเริ่มบิดเบี้ยวไปจากเดิม
ขณะที่ปิปิตงยืนเหม่อลอยอยู่ด้านข้าง เชียนเต้าหลิวก็เดินเข้ามาหาเชียนเฉิงเซียว มองเขาด้วยความพึงพอใจในแววตา "เจ้าหนู ไหนบอกปู่ซิว่าวิญญาณยุทธ์ที่สองอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าคืออะไรกันแน่?"
"ปู่ดูไม่ออกจริงๆ ว่าแท้จริงแล้ววิญญาณยุทธ์ที่สองของเจ้าคืออะไร"
เมื่อเชียนเต้าหลิวเอ่ยถาม ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เชียนเฉิงเซียวเป็นจุดเดียว
"วิญญาณยุทธ์ที่สองของข้ามีนามว่า 'ต้นกำเนิดศาสตรา'!"
"มันสามารถแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธชนิดใดก็ได้ตามใจนึก"
"และอาวุธวิญญาณที่แปลงสภาพออกมาล้วนเป็นระดับสุดยอดทั้งสิ้น"
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ 'ต้นกำเนิดศาสตรา' สมชื่อของมัน คือจุดกำเนิดของอาวุธทุกชนิดในโลกหล้า มันสามารถกลืนกินวิญญาณยุทธ์สายอาวุธ หรือแม้แต่สัตว์วิญญาณ เพื่อเสริมแกร่งและวิวัฒนาการตัวเองได้
มันแก่นแท้แห่งการวิวัฒนาการอันไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นตรีศูลเทพสมุทร ดาบเทพอาสุรา หรืออะไรเทือกนั้น เป็นได้แค่เศษเหล็กเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน ทั้งหมดจะถูกกลืนกินเพื่อเป็นอาหารหล่อเลี้ยงตัวมันเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่ต้นกำเนิดศาสตรากลืนกินเพื่อวิวัฒนาการ มันยังสามารถยกระดับร่างกาย พรสวรรค์ และความเข้าใจของผู้ใช้ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
วิญญาณยุทธ์นี้ อย่าว่าแต่ในทวีปโต้วหลัวแห่งโลกแฟนตาซีระดับล่างนี้เลย ต่อให้มองไปทั่วทุภพภูมิ ก็ยังถือเป็นระดับจุดสูงสุด
ทว่า... เขาไม่ได้บอกความสามารถส่วนหลังนี้ให้เชียนเต้าหลิวและคนอื่นๆ ได้รู้
ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด
ดั่งคำโบราณว่า จิตคิดร้ายมิพึงมี แต่จิตระวังภัยมิพึงขาด
อีกทั้งยังมีปิปิตง ผู้หญิงสมองกลวงคนนั้นอยู่อีก
หากในอนาคตต้องกลายเป็นศัตรูกัน เขาก็ยังมีไพ่ตายไว้พลิกสถานการณ์
เมื่อคิดได้ดังนั้น ประกายตาของเชียนเฉิงเซียวก็วาวโรจน์ขึ้น
อวี้เสี่ยวกาง ถังซาน หึหึ...
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าโทษที่ข้าเล่นสกปรกก็แล้วกัน
อวี้เสี่ยวกาง ปิปิตงหลงรักเจ้าหัวปักหัวปำไม่ใช่หรือ?
งั้นนายน้อยผู้นี้จะแย่งหลิวเอ้อร์หลงมา แล้วให้หลิวเอ้อร์หลงสังหารเจ้าด้วยมือของนางเอง
ส่วนถังซาน หึหึ...
นายน้อยผู้นี้จะไปดักรอถังเยว่หัวและอาอิ๋น
ข้าจะทำให้เจ้า เจ้าสุนัขสองมาตรฐาน ตายตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ คอยดูสิว่าเจ้าจะออกมาสร้างความวุ่นวายได้อย่างไร
ในขณะที่เชียนเฉิงเซียววางแผนอนาคตอยู่ในใจ เชียนเต้าหลิวและคนอื่นๆ เมื่อได้ยินคำอธิบายถึงความสามารถสุดโกงของวิญญาณยุทธ์ที่สอง ต่างจ้องมองเชียนเฉิงเซียวตาค้าง
สายตาของพวกเขาราวกับกำลังมองดูสัตว์ประหลาด
"มีวิญญาณยุทธ์ที่ฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้อยู่ในโลกจริงหรือ?"
เชียนสวินจี๋๋ที่ได้สติก่อนใคร หันไปถามเชียนเต้าหลิว บิดาของตนด้วยสีหน้าว่างเปล่า
"คงจะ... มีกระมัง..."
ในเวลานี้ แม้แต่เชียนเต้าหลิว ผู้เป็นถึงพรหมยุทธ์ระดับขีดสุด ก็ยังไม่มั่นใจ
ส่วนเยว่กวนและกุ่ยเม่ย ข้อมูลที่เชียนเฉิงเซียวพูดออกมานั้นเกินกว่าที่สมองของพวกเขาจะประมวลผลได้ทัน
และปิปิตงเองก็ตกตะลึงกับวิญญาณยุทธ์ที่สองของเชียนเฉิงเซียวเช่นกัน
"ถ้าเป็นเช่นนั้น หมายความว่าหากเจ้าใส่วงแหวนวิญญาณให้กับวิญญาณยุทธ์ที่สอง เจ้าก็จะสามารถใช้อบิลิตี้ที่แตกต่างกันไปตามอาวุธที่เปลี่ยนรูปร่างได้อย่างนั้นหรือ?"
"ถ้าเป็นแบบนั้นจริง... ถ้าเป็นแบบนั้นจริง..."
"มันช่างท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว!"
เชียนสวินจี๋๋ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นขณะมองไปที่เชียนเฉิงเซียว
แต่ภายใต้ความตื่นตะลึงนั้น แฝงไว้ด้วยความคาดหวังและความปิติยินดีอย่างปิดไม่มิด
"ในทางทฤษฎี ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น"
เมื่อได้ยินคำถามของเชียนสวินจี๋๋ เชียนเฉิงเซียวลูบคางพลางตอบอย่างครุ่นคิด
โชคดีที่เขาไม่ได้บอกความสามารถที่โกงยิ่งกว่านั้นของวิญญาณยุทธ์นี้ให้พวกรู้ ไม่อย่างนั้นพวกคงช็อคตาตั้งไปอีกนานแน่
"สวรรค์คุ้มครองสำนักวิญญาณยุทธ์ของข้า สมควรแล้วที่สำนักวิญญาณยุทธ์จะรวบรวมทวีปให้เป็นหนึ่ง!"
"วะฮ่าฮ่าฮ่า!!!"
หลังจากได้รับคำยืนยันสมมติฐานอันน่าสะพรึงกลัวจากปากเชียนเฉิงเซียว เชียนสวินจี๋๋ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
แม้แต่ในแววตาของเชียนเต้าหลิว ก็ปรากฏแววตื่นเต้นยินดีขณะมองเชียนเฉิงเซียว
"เฉิงเซียว เฉิงเซียว!"
"สวรรค์ประทานพร โบยบินเหนือผู้ใดชั่วนิรันดร์!"
"เจ้าสมกับชื่อนี้จริงๆ และสมกับความคาดหวังของพวกเรา!"
เวลานี้ แม้แต่เชียนเต้าหลิวผู้สุขุมเยือกเย็นก็ยังเก็บอาการไม่อยู่
ตราบใดที่มีเจ้าหนูคนนี้อยู่ในสำนักวิญญาณยุทธ์ เมื่อเขาเติบโตขึ้น ก็ไม่ต้องเกรงกลัวตาแก่ถังเฉินนั่นอีกต่อไป
เมื่อเจ้าหนูคนนี้เติบโตเต็มที่ นั่นจะเป็นเวลาที่สำนักวิญญาณยุทธ์จะกวาดล้างสำนักเฮ่าเทียนให้สิ้นซาก
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เชียนเต้าหลิวก็วาดฝันถึงอนาคตอันหอมหวานที่จะได้เหยียบย่ำสำนักเฮ่าเทียนและเอาชนะถังเฉิน
มุมปากของเขาฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะหุบไม่ลง!
"เจ้าหนู วิญญาณยุทธ์ที่สองของเจ้าเปลี่ยนเป็นอาวุธอะไรก็ได้ใช่ไหม?"
"เร็วเข้า แปลงเป็นค้อนเฮ่าเทียนให้ปู่ดูหน่อยซิ!"
"ค้อนเฮ่าเทียน?"
เมื่อได้ยินคำขอของเชียนเต้าหลิว แววตาของเชียนเฉิงเซียวฉายแววดูแคลนเล็กน้อย
"ค้อนเฮ่าเทียนคือสิ่งใดกัน? ท่านปู่ 'ค้อนเก้ามังกรเขย่าสวรรค์' นี้ต่างหาก ที่คู่ควรจะเป็นบรรพบุรุษของมัน!"
พูดจบ เชียนเฉิงเซียวก็เรียกต้นกำเนิดศาสตราออกมา
ลูกแก้วแสงแห่งต้นกำเนิดศาสตราลอยออกจากร่างของเชียนเฉิงเซียวและตกลงในมือของเขา มันเปลี่ยนรูปร่างทันทีกลายเป็นด้ามค้อนที่ประกอบขึ้นจากร่างมังกรดำเก้าตัวพันเกลียวกัน
ส่วนหัวค้อนคือเศียรมังกรเก้าเศียรที่กำลังคำรามกึกก้อง
ทันทีที่ค้อนนี้ปรากฏ กลิ่นอายกดดันอันมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างของเชียนเฉิงเซียว
โชคยังดีที่เชียนเต้าหลิวไหวตัวทันและรีบกางม่านพลังปกป้องปิปิตงไว้ มิฉะนั้น ปิปิตงในวัยเยาว์คงจะบาดเจ็บและหมดสติไปเพราะแรงกดดันราชันย์อันรุนแรงนี้เป็นแน่