- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นข้าราชการต๊อกต๋อย ขอไต่เต้าไปใช้ชีวิตหรูหราในต่างโลก
- บทที่ 500 - ศึกชี้ชะตา
บทที่ 500 - ศึกชี้ชะตา
บทที่ 500 - ศึกชี้ชะตา
บทที่ 500 - ศึกชี้ชะตา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ชาร์ล็อตต์แยกทางกับกองเรือ กองเรือเลือกใช้เส้นทางเฟอร์ดินานด์ ส่วนเขายังคงเลือกเส้นทางคริสโตเฟอร์!
ถ้าเป็นเรือรบธรรมดา ไม่มีทางที่คนคนเดียวจะควบคุมได้ แต่เรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างออกไป มันไม่จำเป็นต้องมีคนควบคุมด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า แม้บนเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีมนุษย์ แต่ก็ยังมีผู้พิทักษ์เขาวงกต ทาสโลหิต มหาลิงโม และสิ่งอัปมงคลอื่นๆ ซึ่งพวกมันก็ทำหน้าที่ลูกเรือได้ เพียงแต่ไม่คล่องแคล่วเท่ากะลาสีมืออาชีพเท่านั้น
กองเรือของจอร์เจียดี ฮาเดรียน ที่แล่นคู่ขนานมากับกองเรือของชาร์ล็อตต์ตลอด เวลานี้ได้รวมพลกันที่นอกทะเลอากีเลส พวกเขาก็ผ่านทะเลอากีเลสมาได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน แทบไม่มีเรือลำไหนหลุดขบวนเลย
จอร์เจียดี ฮาเดรียน มองดูทะเลอากีเลส แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างยิ่ง เขากังวลมากว่าจะปะทะกับกองเรือของชาร์ล็อตต์ เมคลินอีกครั้ง เขาเองก็ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามไปหาเรือผีสิงมากมายขนาดนั้นมาจากไหน แม้เขาจะยังมั่นใจว่ากองเรือของตนได้เปรียบ แต่ก็ไม่อยากแบกรับความสูญเสียจากการเปิดศึก
กองเรือนี้คือรากฐานในการสร้างราชวงศ์วิหคทมิฬที่สองของเขา จะเอามาทิ้งขว้างกับการต่อสู้ไร้สาระไม่ได้เด็ดขาด
ขณะที่ชาร์ล็อตต์ขับเคลื่อนเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์เพียงลำเดียว แล่นกลับเข้าไปในทะเลอากีเลส จอร์เจียดี ฮาเดรียน ก็รวมพลเสร็จสิ้น และมุ่งหน้าสู่ทวีปใหม่
สำหรับเขาแล้ว โลกใหม่ ชีวิตใหม่ และราชวงศ์วิหคทมิฬที่สอง ล้วนรออยู่ในอนาคตอันใกล้นี้
จูโนบัญชาการกองเรือ แล่นเข้าสู่เส้นทางเฟอร์ดินานด์ เขายืนอยู่บนเรือทะเลสาบหงส์ มองไปอีกทิศทางหนึ่ง แล้วพูดกับดัลซิเนียว่า "ดูแลเรือทะเลสาบหงส์แทนฉันด้วย!"
"ฉันจะไปร่วมสนุกด้วยคน"
"เจ้าเด็กนั่นนึกว่ามีแค่เขาที่มองออกว่าอากีเมรัสอ่อนแอลง ที่จริงฉันก็ดูออกเหมือนกัน เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาพูดกับฉัน"
"รสชาติของเทพมารที่อ่อนแอ ช่างหอมหวานจนยากจะบรรยาย"
"ฉันจะไปร่วมงานเลี้ยงแล้วนะ"
ดัลซิเนียไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หยิบปืนปีศาจโลหิตออกมาอย่างเงียบๆ แล้วยื่นส่งให้จูโน
จูโน อาร์เธอร์ ยิ้มรับปืนปีศาจโลหิตมาถือไว้ กล่าวว่า "เธอคือเจ้าหญิงน้อยที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฉัน" เขากลายร่างเป็นแสงสีเลือดจางๆ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จังหวะนั้นเขาก็เห็นแสงสีเลือดอีกสายหนึ่งพุ่งขึ้นฟ้าเช่นกัน ก็อดหัวเราะไม่ได้ "ลูกกตัญญูของลูกศิษย์ฉัน ช่างรักเคารพพ่อของเขาจริงๆ!"
เขาตามกาเร็ธไป เขาเองก็อยากจะดูเรื่องสนุกให้มากหน่อย
หลังจากชาร์ล็อตต์นำเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์กลับเข้าสู่ทะเลอากีเลส เส้นทางเดินเรือสายใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง เขายิ้มมุมปาก แล้วสั่งให้เรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์แล่นเข้าไปอย่างองอาจ
ไม่นาน ชาร์ล็อตต์ก็เห็นเขาวงกตแห่งที่สามสิบสอง——วังอิเชเมลรอน!
สิ่งที่ปรากฏตัวพร้อมกับวังอิเชเมลรอน ยังมีเรือผีสิงอีกเกือบพันลำ!
ชาร์ล็อตต์อดพึมพำกับตัวเองไม่ได้ว่า "เรือผีสิงพวกนี้คุณภาพต่ำเกินไปแล้ว ไม่มีเรือรบผีสิงเวทมนตร์โบราณเลยสักลำ แถมดูเหมือนจะไม่มีระดับเซนต์คอยคุมด้วย! อากีเมรัสหมดมุกแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?"
เขาหยิบแรดโลหิตวิญญาณออกมา ปลดปล่อยให้อยู่ในรูปลักษณ์หอกอัศวินเพลิง พุ่งเข้าใส่เรือผีสิงที่ใกล้ที่สุด กวาดลูกเรือผีสิงบนเรือตกทะเลอย่างง่ายดาย และเปลี่ยนเรือผีสิงลำนี้ให้กลายเป็นเขาวงกต
เรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์มีเรือคุ้มกันเพิ่มมาอีกหนึ่งลำแล้ว!
ทว่า เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เรือคุ้มกันลำนี้ก็ถูกเรือผีสิงเจ็ดแปดลำรุมชน จนแตกเป็นเสี่ยงๆ
โชคดีที่ในเวลาเดียวกัน ชาร์ล็อตต์ก็กวาดล้างเรือผีสิงลำที่สองเสร็จสิ้นพอดี
โอมีเบลล่าบนเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์ลืมตาโพลง ส่งเสียงคำรามกึกก้อง ยิงลำแสงสีขาวเจิดจ้าออกมาสายหนึ่ง ถล่มใส่วังอิเชเมลรอน จนวังที่สร้างจากซากเทพมารแห่งนี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว
เรือรบระดับตำนานลำนี้ไม่มีการออกแบบปืนใหญ่หลัก ชาร์ล็อตต์เข้าใจมาตลอดว่ามันยิงปืนใหญ่ไม่ได้ ยังไงซะของสิ่งนี้ก็ทรงพลังพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีปืนใหญ่หลักก็ได้ เขาจึงไม่เคยคิดจะติดตั้งเพิ่ม แม้ปืนใหญ่เล่นแร่แปรธาตุจะแพงหูฉี่ แต่ชาร์ล็อตต์ก็พอจ่ายไหว เพียงแต่เขารวบรวมของวิเศษสามชิ้นสุดท้ายได้ตอนบุกทะเลอากีเลสนี่เอง ก่อนหน้านี้จึงไม่ได้คิดเรื่องดัดแปลงเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์มาก่อน
ตอนนี้ชาร์ล็อตต์ถึงเพิ่งรู้ว่า ที่แท้เรือรบระดับตำนานลำนี้ ก็มีปืนใหญ่หลักกับเขาเหมือนกัน แถมอานุภาพยังรุนแรงไม่เบาด้วย
ก่อนที่ลำแสงสีขาวจะพุ่งชนวังอิเชเมลรอน มันได้ทะลุทะลวงเรือผีสิงไปอย่างน้อยสิบลำ เรือผีสิงเหล่านี้ล้วนกลายเป็นเถ้าถ่านสลายไปไม่เหลือซาก
วังอิเชเมลรอนพลันปลดปล่อยวิญญาณอาฆาตจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา วิญญาณเหล่านี้รวมตัวกันกลางอากาศกลายเป็นก้อนก๊าซสีดำนับพันนับหมื่นลูก จากนั้นแต่ละลูกก็ลากหางแสงสีดำ พุ่งเข้าใส่เรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์
แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นจากเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพื่อป้องกันแสงสีดำพวกนั้น แต่แสงสีเขียวม้วนตลบ กลืนกินกลุ่มแสงสีดำพวกนั้นลงท้องไปจนเกลี้ยง
ยักษ์ใหญ่สองตนต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งบนผิวน้ำ ชาร์ล็อตต์กระโดดไปมาบนผิวน้ำเพียงลำพัง เรือผีสิงที่ถูกเขาเปลี่ยนเป็นเขาวงกตมีเกินสิบลำแล้ว เรือผีสิงสิบลำนี้รวมตัวกันเป็นกองเรือขนาดเล็ก แม้แต่ละลำจะถูกเรือผีสิงศัตรูรุมโจมตี และเต็มไปด้วยรอยแผล แต่เมื่อเรือผีสิงลำที่สิบเอ็ดเข้ามาร่วมกลุ่ม เรือผีสิงทั้งสิบลำก็แสดงท่าทีฮึกเหิมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ลูกเรือผีสิงบนเรือต่างเงยหน้าคำรามลั่น อยู่ในสภาวะตื่นตัวถึงขีดสุด
ครั้งนี้ อากีเมรัสไม่ได้ถอนวังอิเชเมลรอนกลับไป และไม่ได้เรียกกองเรือผีสิงกลับด้วย
ชาร์ล็อตต์ทุ่มสุดตัว ต่อสู้มาหนึ่งวันหนึ่งคืน เรือผีสิงที่ยึดมาได้ยังไม่ถึงร้อยลำ ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างบ้าคลั่งจากกองเรือผีสิงที่มีจำนวนมากกว่าสิบเท่า เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าบ้างแล้ว
ขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าควรถอยก่อนดีไหม เรือผีสิงที่รุมล้อมเขาอยู่ จู่ๆ ก็จมลงไปเจ็ดแปดลำ ทำให้ชาร์ล็อตต์ได้พักหายใจ และยึดเรือผีสิงได้ต่อเนื่องอีกแปดลำ ถึงขั้นตีโต้กลับไปได้เล็กน้อย
ชาร์ล็อตต์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะทุกครั้งที่การต่อสู้เข้าตาจน จะมีเรือผีสิงจมลงอย่างปริศนาหลายลำ ทำให้สถานการณ์การรบทางทะเลที่ยืดเยื้อมาตลอด เริ่มเอนเอียงมาทางเขาเล็กน้อย เมื่อความมืดเข้าปกคลุมท้องทะเล แสงดาวสาดส่องเต็มฟ้า ชาร์ล็อตต์ก็พบด้วยความประหลาดใจว่า เรือผีสิงที่เขาครอบครองมีเกินสองร้อยลำแล้ว แม้จะยังเป็นรอง แต่ก็สามารถรุกรับได้ ไม่ถูกเรือผีสิงจำนวนมากรุมกินโต๊ะอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป
การยิงถล่มกันระหว่างเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์และวังอิเชเมลรอน ดำเนินต่อเนื่องมาตลอดทั้งวัน จนล่วงเลยเข้าสู่กลางดึก ลำแสงสีขาวที่โอมีเบลล่ายิงออกมาเริ่มหรี่แสงลง แต่กระสุนวิญญาณอาฆาตของวังอิเชเมลรอนกลับดูเหมือนจะไม่มีวันหมด
ชาร์ล็อตต์หันกลับไปมองแวบหนึ่ง เห็นฉากนี้เข้าพอดี กำลังกังวลแทนเรือรบระดับตำนานลำนี้ ก็เห็นโอมีเบลล่าที่ท้องเรือรบอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ เลือนหายไป จากนั้นคลื่นลมก็นับไม่ถ้วนก็ม้วนตัว เรือรบระดับตำนานลำนี้ค่อยๆ มีชีวิตขึ้นมา กลายเป็นวาฬยักษ์ที่มีขนาดมหึมาราวกับภูเขา!
ชาร์ล็อตต์เห็นภาพนี้แล้วอดบ่นอุบไม่ได้ว่า "ไอ้เจ้านี่มันเฮี้ยนจริงๆ ให้ตายสิ!"
เฮี้ยนขนาดแข่งความเฮี้ยนกับวังที่สร้างจากซากเทพมาร แล้วดันชนะความเฮี้ยนได้ด้วย
[จบแล้ว]