เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - หน้าด้านหน้าทนจริงๆ

บทที่ 24 - หน้าด้านหน้าทนจริงๆ

บทที่ 24 - หน้าด้านหน้าทนจริงๆ


บทที่ 24 - หน้าด้านหน้าทนจริงๆ

◉◉◉◉◉

เรื่องเล่นละครตบตาใครบ้างจะทำไม่เป็น แม่หลิวก้มหน้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พอเงยหน้าขึ้นมาในดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา "พ่อ พ่อคิดแบบนี้จริงๆ เหรอจ๊ะ"

พ่อเฒ่าหลิวแสร้งทำสีหน้าลำบากใจราวกับเลือกทางเดินชีวิตไม่ได้ ทำให้สามแม่ลูกบ้านรองมองแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนพะอืดพะอม แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอทั้งสามคนก็ใจแข็ง ไม่มีใครยอมเอ่ยปากยื่นบันไดให้เขาลงจากเวทีงิ้วนี้เลยสักคน

ความจริงแล้วลุงใหญ่หลิวซานกังไม่ได้อยากให้บ้านรองแยกตัวออกไปเลย เพราะที่ผ่านมาสองผัวเมียน้องรองต่างก็ทำงานเก่งได้แต้มงานเต็มมาตลอด อีกอย่างน้องรองก็ไม่มีลูกชาย ต่อให้หาเงินมาได้มากแค่ไหน สุดท้ายผลประโยชน์ก็ตกเป็นของลูกชายเขาอยู่ดี

แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้า เกรงว่าเขาคงจะขัดขวางไม่ได้แล้ว

พ่อเฒ่าหลิวรู้ดีว่าบ้านรองคงจะเกลียดชังทางบ้านเข้ากระดูกดำแล้ว เลยเลิกเสแสร้งแกล้งทำ "พวกเอ็งก็อย่ามาโทษทางบ้านเลยนะ ตอนนี้พวกเราต้องมองไปข้างหน้า ในเมื่อพวกเอ็งอยากจะเสี่ยงดวงรักษาขาเจ้ารองให้ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็มีแต่ต้องยอมให้พวกเอ็งแยกบ้านออกไป หลังจากนี้บ้านเอ็งจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ห้ามมาโทษทางบ้านเด็ดขาด"

แม่หลิวต้องการคำพูดนี้จากปากพ่อสามีอยู่แล้ว ต่อให้ขาของสามีนางรักษาไม่หายต้องกลายเป็นคนเป๋ แล้วชีวิตวันหน้าจะยากลำบากแค่ไหน มันก็ยังดีกว่าต้องทนอยู่ให้คนในบ้านโขกสับกระแนะกระแหนไปชั่วชีวิต

หลายปีมานี้พ่อปู่แม่ย่าช่างสร้างภาพเก่งเหลือเกิน ต่อหน้าคนนอกทำเป็นรักลูกชายทั้งสามคนเท่าเทียมกัน แต่พอลับหลังมีผลประโยชน์อะไรดีๆ ก็มักจะเอาเรื่องที่พวกนางไม่มีลูกชายมาเป็นข้ออ้าง กีดกันพวกนางสารพัดจนพวกนางน้ำท่วมปากพูดไม่ออก

ถ้าไม่ใช่เพราะสองผัวเมียเป็นคนมองโลกในแง่ดี ป่านนี้คงตรอมใจตายไปนานแล้ว

การต่อต้านเพียงครั้งเดียวตลอดหลายปีมานี้ ก็คือเรื่องเรียนของลูกสาวสามคน ครั้งนั้นสามีนางถึงขั้นยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่ยอมให้ลูกสาวสามคนเรียนหนังสือ ต่อไปเขาจะทำตัวเหมือนพี่ใหญ่กับน้องเล็ก จะไม่ยอมทำงานหนักเพื่อแลกแต้มงานเต็มอีก พ่อปู่แม่ย่าถึงได้ยอมกัดฟันตกลง

ลูกๆ ของบ้านใหญ่กับบ้านสามได้เรียนหนังสือกันทุกคน แต่ลูกบ้านนางกลับต้องต่อสู้ดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้รับสิทธินั้น

ตอนนี้พ่อสามียอมปล่อยพวกนางไปง่ายๆ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ก็แค่เห็นว่าสามีนางหมดปัญญาจะหาแต้มงานเต็มเข้าบ้านแล้ว แถมยังกลัวว่าพวกนางจะไปกู้หนี้ยืมสินมารักษาขาจนเป็นภาระให้ที่บ้านต้องร่วมรับผิดชอบ

พอลองมาคิดดูแล้ว มันช่างน่าขำสิ้นดี

พ่อเฒ่าหลิวกลัวลูกสะใภ้รองจะเปลี่ยนใจ จึงรีบสั่งการทันที "ตงจื่อ... ช่างเถอะ เจ้าใหญ่ เอ็งรีบไปตามผู้ใหญ่บ้านกับเลขาธิการมาที่นี่หน่อย"

ตอนแรกเขาตั้งใจจะใช้หลานชายคนรองไปตาม แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเรื่องที่จะทำวันนี้มันไม่ค่อยขาวสะอาดนัก ให้ลูกชายคนโตไปจัดการน่าจะเหมาะสมกว่า

ลุงใหญ่หลิวซานกังมีท่าทีลังเล "พ่อ ให้เจ้ารองแยกบ้านออกไปตอนนี้ มันจะไม่ดูน่าเกลียดไปหน่อยเหรอครับ"

พ่อเฒ่าหลิวเลิกคิ้วสูง กดเสียงต่ำพูดด้วยความโมโหว่า "เอ็งคิดว่ารอให้ขามันรักษาไม่หายแล้วค่อยถีบหัวส่ง ถึงตอนนั้นชาวบ้านจะไม่นินทาหรือไง

อีกอย่างเอ็งบอกเองไม่ใช่เหรอว่างานของตงจื่อมีความหวังแล้ว ขอแค่ทางนั้นจัดการเรียบร้อยและเงินเราพร้อม หลานก็จะได้เข้าทำงานทันที ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อใครกันล่ะ"

ลุงใหญ่ย่อมเข้าใจเจตนาของพ่อดี แต่พอแยกบ้านกันแล้ว ครอบครัวน้องรองก็จะหลุดจากการควบคุม แล้วเรื่องที่รับปากคนคนนั้นไว้จะทำยังไง

ถ้าจัดการเรื่องนั้นไม่สำเร็จ งานของตงจื่อลูกชายเขาก็จะกลายเป็นแค่ฝันกลางวัน

แต่ในเมื่อพ่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ก็คงต้องค่อยๆ หาช่องทางจัดการทีหลัง เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะหาโอกาสไม่ได้ โบราณว่าคนไม่ทำเพื่อตนฟ้าดินลงโทษ เมื่อเทียบอนาคตของหลานสาวกับอนาคตของลูกชายตัวเอง ยังไงลูกชายเขาก็ต้องสำคัญกว่า

ไม่นานนัก ผู้ใหญ่บ้านเติ้งหวยหมิง และเลขาธิการหลิวต้ากุ้ย รวมไปถึงจางอ้ายหลานผู้นำสตรีที่บังเอิญเจอระหว่างทาง ก็ถูกลุงใหญ่เชิญมาที่บ้าน

เลขาธิการหลิวต้ากุ้ยพอเดินเข้าห้องโถงมา ก็ขมวดคิ้วถามทันที "เหล่าอู่ (น้องห้า) ได้ยินเจ้าใหญ่บอกว่าจะแยกบ้าน นี่แกเลอะเลือนไปแล้วเหรอ"

ธรรมเนียมของหมู่บ้านคือพ่อแม่ยังอยู่ห้ามแยกเรือน ถึงแม้จะไม่ใช่กฎตายตัวและมีบางบ้านที่แยกกันไปบ้าง แต่ก็นับว่าเป็นส่วนน้อยมาก

ยิ่งไปกว่านั้นลูกคนรองเพิ่งจะบาดเจ็บนอนซมอยู่ที่สถานีอนามัย มาชิงแยกบ้านกันตอนนี้ แม้แต่เขาที่เป็นญาติผู้พี่ในตระกูลเดียวกันยังทนดูแทบไม่ได้

เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว พ่อเฒ่าหลิวจึงทำตัวเหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำร้อน แถไถไปข้างๆ คูๆ เพื่อกู้หน้าตัวเองว่า "คำโบราณว่าไว้ ไม้ใหญ่ย่อมแตกกิ่ง ลูกโตย่อมแยกเรือน พวกฉันก็แก่แล้ว เรี่ยวแรงจะดูแลลูกหลานก็ไม่ค่อยไหว สู้แยกๆ กันไปจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะเบาะแว้งให้พี่น้องผิดใจกันเปล่าๆ"

หึ พูดจาซะสวยหรูดูดี ที่แท้ก็แค่กลัวจะลำบาก หน้าด้านหน้าทนจริงๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - หน้าด้านหน้าทนจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว