- หน้าแรก
- สาวน้อยจอมพลังสุดแสบ ข้ามภพมาสร้างตำนานรัก
- บทที่ 22 - งานของตงจื่อสำคัญกว่าขาของผัวฉันงั้นเหรอ
บทที่ 22 - งานของตงจื่อสำคัญกว่าขาของผัวฉันงั้นเหรอ
บทที่ 22 - งานของตงจื่อสำคัญกว่าขาของผัวฉันงั้นเหรอ
บทที่ 22 - งานของตงจื่อสำคัญกว่าขาของผัวฉันงั้นเหรอ
◉◉◉◉◉
แม่เฒ่าหลิวแอบชำเลืองมองตาเฒ่าของตัวเอง นางส่งสายตาเป็นเชิงถามว่าจะให้เอายังไงต่อ
พ่อเฒ่าหลิวไม่ได้พูดอะไร แต่เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องโถงกลางแล้วนั่งลงตรงตำแหน่งประธาน จุดไฟใส่กล้องยาสูบสูบอัดควันเข้าปอด คิ้วขมวดมุ่นพลางใช้ความคิดอย่างรวดเร็วว่าจะเปิดประเด็นยังไงดี
หลิวชูเสวี่ยให้พี่สาวช่วยพยุงแม่เข้ามาในห้องโถง เธอไปยกม้านั่งยาวเข้ามาวาง "แม่ พี่ นั่งลงก่อนจ้ะ"
เก๋อซิ่วหลานพูดจากระแนะกระแหนขัดขึ้นมาทันที "ก่อเรื่องขายขี้หน้าขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามานั่งอีกเหรอ"
หลิวชูเสวี่ยไม่ได้เกรงกลัวนางเลยสักนิด "ป้าสะใภ้ใหญ่นี่ตลกจัง ตัวเองทำเรื่องพรรค์นั้นลับหลังคนอื่นยังไม่รู้จักอาย แล้วพวกฉันทำไมจะไม่กล้านั่งล่ะ"
"นังเด็กบ้า ฉันเป็นป้าสะใภ้แกนะ แกกล้าพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ยังไง"
"เป็นป้าสะใภ้ก็ทำตัวให้สมกับเป็นป้าสิ แล้วป้ามีตรงไหนสมควรให้เคารพบ้าง"
"น้องสะใภ้รอง หล่อนจะยืนดูเฉยๆ ไม่สั่งสอนลูกหน่อยหรือไง"
"ฉันไม่เห็นว่าลูกสาวฉันทำผิดตรงไหน พี่สะใภ้จะให้ฉันสั่งสอนอะไรล่ะ"
พ่อเฒ่าหลิวที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานรำคาญเสียงทะเลาะกันเต็มทน "หุบปากกันซะให้หมด"
สิ้นเสียงตวาดของเขา ลุงใหญ่กับอาสามตระกูลหลิวก็รีบร้อนเดินเข้ามาในห้อง "พ่อ พวกผมกลับมาแล้วครับ"
สองพี่น้องถูกพ่อไล่ให้ไปจัดการงานในแปลงนาส่วนตัวตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร เลยไม่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายในหมู่บ้าน
แต่ระหว่างทางที่เดินกลับมา หลิวหรูฮวาได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังหมดแล้ว
พอลุงใหญ่เดินเข้ามาในลานบ้าน ก็ได้ยินบทสนทนาในห้องพอดี "น้องสะใภ้รอง ดูสิ่งที่พวกหล่อนทำสิ ปั่นป่วนจนบ้านช่องไม่เป็นสุข ดูซิว่าทำให้พ่อกับแม่โกรธขนาดไหนแล้ว"
หลิวชูเสวี่ยถึงกับหัวเราะออกมาให้กับความหน้าด้านที่แสดงออกมาชัดเจนขนาดนี้ "ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่นี่สมกับเป็นผัวเมียกันจริงๆ หน้าด้านพอๆ กันเลย"
ลุงใหญ่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าตึงขึ้นมาทันที "ชูเสวี่ย ทำไมยิ่งโตยิ่งไม่รู้กาละเทศะแบบนี้ นี่ใช่คำพูดที่เด็กพูดกับผู้ใหญ่เหรอ ที่ร่ำเรียนหนังสือมาคงคืนอาจารย์ไปหมดแล้วสินะ ถ้าบ้านเฉินรู้ว่าแกนิสัยเสียแบบนี้ แกเคยคิดถึงผลที่จะตามมาไหม"
เหอะ นี่ถึงขั้นขู่เธอกันแล้ว "ก็เรื่องของเขาจะคิดยังไง คนเราจะให้โดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่โต้ตอบได้ยังไง แบบนั้นเขาเรียกว่าคนปัญญาอ่อน ลุงว่าจริงไหมล่ะ"
คำย้อนนี้เล่นเอาลุงใหญ่ถึงกับไปไม่เป็น พอนึกถึงเรื่องงามหน้าเมียตัวเองทำไว้ น้ำเสียงเลยอ่อนลงหน่อย "คนกันเอง ลิ้นกับฟันมันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ป้าแกปากไวไปหน่อย แต่ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก ชูเสวี่ยแกอย่าไปถือสาคนไม่มีความรู้อย่างป้าแกเลย"
ช่างโยนความผิดให้พ้นตัวเก่งเหลือเกิน เธอคร้านจะเสวนากับเขาแล้ว
พ่อเฒ่าหลิวกวาดตามองไปนอกรั้ว เห็นชาวบ้านเกาะกำแพงมุงดูกันเต็มไปหมด รู้ว่าต่อให้ไล่อีกรอบก็คงไร้ประโยชน์ จึงเคาะกล้องยาสูบกับพื้นรองเท้าแรงๆ สองสามที "เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ พวกเอ็งก็รู้กันหมดแล้ว ไหนลองว่ามาสิว่าจะเอายังไง"
แม่หลิวเป็นฝ่ายเปิดปากคนแรก "ขาผัวฉันรอไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อฉันอ้อนวอนแทบตายที่บ้านก็ไม่ยอมเหลียวแล งั้นพวกเราก็จะหาทางกันเอง แบบนี้มันผิดตรงไหน"
เก๋อซิ่วหลานที่อัดอั้นตันใจมานาน ไม่สนแรงดึงรั้งของลูกสะใภ้ตัวเอง "หล่อนอยากช่วยเจ้ารองก็ไม่ผิดหรอก แต่ตอนนี้ยังไม่แยกบ้าน เงินที่หล่อนเที่ยวไปยืมชาวบ้านมาตั้งเยอะแยะจะนับว่าเป็นหนี้ใคร จะให้ใครใช้คืน"
"พี่สะใภ้ใหญ่ ใจคอยังมีความเป็นคนอยู่ไหม ผัวฉันบาดเจ็บเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะทำเพื่อครอบครัวนี้เหรอ"
"คนในหมู่บ้านไปซ่อมเขื่อนตั้งกี่คน คนอื่นไม่เห็นเป็นอะไร มีแต่ผัวหล่อนที่เป็น ก็เพราะมันไม่ได้เรื่องเองไงล่ะ จะมาโทษที่บ้านได้ยังไง"
หลิวชูเสวี่ยไม่อยากเสียเวลาไร้สาระอยู่ที่นี่อีกต่อไป เธอก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว "ปู่กับย่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกัน พ่อฉันรอเงินกู้ชีพอยู่ พวกปู่มีความคิดเห็นยังไงก็รีบพูดมา อย่าให้พวกเราต้องเดา และอย่าบีบให้ฉันต้องอาละวาดจนบ้านแตก"
[จบแล้ว]