- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนถนน : ตรวจพัสดุจากมอนสเตอร์ !
- บทที่ 101 เกมแห่งความเชื่อใจ
บทที่ 101 เกมแห่งความเชื่อใจ
บทที่ 101 เกมแห่งความเชื่อใจ
บทที่ 101 เกมแห่งความเชื่อใจ
ทำไมกันนะ ทำไมตอนทำรายการแลกเปลี่ยน แกต้องไปขอดูหน้าเขา แถมยังขอฟังเสียงเขาอีก?! คนสติดีที่ไหนเขาทำแบบนี้ตอนเทรดของกันบ้าง?! มิน่าล่ะ เขาถึงไม่ยอมกดรับคำขอเป็นเพื่อนของฉัน สรุปคืออีกฝ่ายมองว่าฉันเป็นไอ้โรคจิต และบล็อกทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว!
"เพื่อน... นายควรจะมีคำอธิบายที่มีเหตุผลให้ฉันนะ" น้ำเสียงของเจียงอวี้เย็นเยียบ จิตสังหารเริ่มก่อตัว ต้องยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายยังไว้หน้าเขาอยู่บ้าง ที่ไม่เอาบันทึกการสนทนาไปประจานในแชทกลุ่มว่า ที่แท้อันดับ 1 ของโซนเป็นพวกโรคจิตหื่นกาม
"เจียงอวี้ นายอย่าเพิ่งโกรธสิ..." เจ้าทั่งพูดกลบเกลื่อน
แต่เจียงอวี้เพียงแค่หรี่ตามอง ด้วยท่าทางที่บอกชัดว่า 'ฉันรอดูแกแถอยู่นะ' เจ้าทั่งเหงื่อตก (ถ้ามันมีเหยื่อ) สุดท้ายภายใต้สายตากดดันของเจียงอวี้ มันก็สารภาพออกมาเสียงเบา "ก็แค่... อยากจะตรวจสอบดูว่าอีกฝ่ายเป็นพวกญี่ปุ่นหรือเปล่าน่ะสิ" "ฉันเรียนมาจากในแชทกลุ่มน่ะ..." "คนจีนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เห็นเขาใช้ชื่อแนวญี่ปุ่น ฉันเลยอยากจะยืนยันให้แน่ใจ"
เจียงอวี้ฟังแล้วทำหน้าเหมือนเห็นผี พับผ่าสิ แกนี่มันรักชาติจนขึ้นสมองเลยเรอะ?
"อ้อ งั้นฉันต้องขอบคุณนายสินะ ที่ช่วยคัดกรองคนให้ ช่วยรักษาเกียรติภูมิของชาติไว้เนี่ย?" เจียงอวี้แสยะยิ้มประชด
"......" เจ้าทั่งไม่ใช่คนโง่ น้ำเสียงแบบนี้คือไม่รอดแน่ มันเลยไม่กล้าส่งเสียงอีก
เจียงอวี้รู้สึกปวดหัวตุบๆ เขาแกะพลาสติกหุ้มข้าวปั้นแล้วกัดคำโต รสเค็มของข้าวผสมกับชีสมันทำให้อิ่มจนฝืดคอ เขาจึงหยิบโซดาออกมาดื่มตามเข้าไปโครมๆ ความอัดอั้นในอกถึงเริ่มจางลงบ้าง
ช่างเถอะ เจ้าทั่งก็ไม่ได้เจตนา แถมที่ผ่านมามันก็ช่วยจัดการรายการแลกเปลี่ยนให้เขาตั้งเยอะ... เจียงอวี้ถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดทิ้งท้าย "คราวหลังถ้าเจอสถานะการณ์แบบนี้ ให้บอกฉันก่อน" "รับทราบ!" เจ้าทั่งรีบพยักหน้ารัวๆ
โชคดีที่เจียงอวี้ไม่ได้เลื่อนดูรายการย้อนหลังต่อ... เจ้าทั่งแอบคิดในใจ มันจำได้ลางๆ ว่า นอกจากไอ้คนชื่อญี่ปุ่นนี่แล้ว มันดูเหมือนจะเคยไป 'คุย' กับผู้เล่นคนอื่นอีกสองสามคนด้วย...
ในเมื่ออีกฝ่ายบล็อกเขาไปแล้ว ส่งคำขอไปก็ไม่ถึง เจียงอวี้จึงเลือกที่จะลบประวัติคำขอทิ้งเพื่อความสบายตา หลังจากจัดการมื้อค่ำเสร็จ เจียงอวี้ก็ออกกำลังกายตามปกติจนถึงสี่ทุ่ม! พาหนะทุกคันหยุดนิ่งเพราะความมืดมาเยือน ไม่มีเสียงประกาศจากระบบ เพราะคืนนี้สี่ทุ่มคือเวลาสิ้นสุดการสมัครลงดันเจี้ยน
ไม่รู้ว่าจะมีผู้เล่นเข้าร่วมมากแค่ไหน ในแชทกลุ่มคึกคักมาก แต่เจียงอวี้ไม่มีอารมณ์ไปซุ่มดู เขาเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อสะสมพลังไว้สำหรับวันพรุ่งนี้!
วันถัดมา เวลา 05:50 น. นาฬิกาชีวิตปลุกเจียงอวี้ให้ตื่นขึ้นตามธรรมชาติ เขารีบจัดการธุระส่วนตัว ออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการวิดพื้นและดึงข้อเพื่อวอร์มอัพร่างกาย ตรวจเช็คอุปกรณ์ป้องกันสำหรับสองวันที่เตรียมไว้บนรถโฟล์คลิฟท์ เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ การ์ดกุมชัยชนะ ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ
เจียงอวี้เตรียมเปิดใช้งานการ์ดกุมชัยชนะ! จิตวิญญาณจดจ่อไปที่การ์ด แสงสีขาวสว่างวาบปกคลุมทั้งตัวเขาและรถโฟล์คลิฟท์ ในชั่วพริบตา เจียงอวี้รู้สึกปวดแปลบที่ท้ายทอยเหมือนถูกใครเอาไม้หน้าสามฟาดเข้าอย่างจัง! เขาร้องครางออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะหมดสติไปทันที!
...
【คุณใช้งานการ์ดกุมชัยชนะสำเร็จ】 【ล็อคดันเจี้ยนเป้าหมาย: หอคอยแห่งการเฝ้าดู】 【โหลดชีวิตเสมือนที่สองเสร็จสิ้น】 โปรดทราบ: เนื่องจากดันเจี้ยนซ้อนทับกัน ตามกฎการบีบอัดมิติเวลา การ์ดกุมชัยชนะจะหมดอายุภายใน 1 วัน (เวลาจริง) ตามการคำนวณของระบบ อัตราส่วนความเร็วของเวลาคือ 7 : 1
เสียงประกาศจักรกลดังขึ้นในจิตสำนึก เจียงอวี้คิดตามทันที อัตราส่วน 7 ต่อ 1 และหมดอายุใน 1 วัน นั่นหมายความว่าดันเจี้ยนขนาดใหญ่นี้มีระยะเวลาถึง 7 วันเต็มๆ เลยงั้นเหรอ? นานกว่าที่คิดแฮะ เอ๊ะ... เขาสามารถคิดวิเคราะห์ได้แล้วเหรอ? เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงอวี้ก็ลืมตาขึ้น!
ท้องฟ้าสีเหลืองขุ่นมัวหม่นๆ หรือทัศนียภาพเมืองอุตสาหกรรมร้างแนวโพสต์โมเดิร์นที่เขาจินตนาการไว้ไม่ได้ปรากฏออกมา ตรงกันข้าม ร่างของเจียงอวี้กลับมาปรากฏอยู่ในพื้นที่สีขาวบริสุทธิ์ มันคือมิติสีขาวโพลนขนาดมหึมาที่มองไม่เห็นขอบเขต
เจียงอวี้มึนงงเล็กน้อย เขาชูมือขึ้นมาดู ลองลูบผิวดู สัมผัสได้ถึงผิวหนังจริงๆ ไม่ใช่ร่างวิญญาณ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน? เจียงอวี้ยืนรออยู่สองวินาที ขณะที่เขามองสำรวจซ้ายขวา โต๊ะสี่เหลี่ยมยาวตัวหนึ่งก็ผุดขึ้นมาจากพื้น สูงระดับเอวของเขา และมีเก้าอี้สีดำสองตัวปรากฏขึ้นที่คนละฝั่งของโต๊ะ
นี่มันอะไรกัน? เขาจ้องมองด้วยความสงสัย บนโต๊ะยาวมีกล่องสีดำขนาดใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ ที่ข้างกล่องทั้งสองด้านมีช่องเปิดที่ดูเหมือนจะสอดมือเข้าไปได้ นี่มันดูเหมือน... โต๊ะเจรจาอะไรสักอย่าง ไม่ใช่จะให้มาลงดันเจี้ยนหรอกเหรอ? ทำไมกลายเป็นเกมไขปริศนาไปได้ล่ะ?
ท่ามกลางความสงสัย เสียงของระบบก็ดังขึ้น:
【ยินดีต้อนรับผู้เล่นเข้าสู่ดันเจี้ยน: หอคอยแห่งการเฝ้าดู】
【ก่อนจะเข้าสู่ดันเจี้ยนอย่างเป็นทางการ เราต้องมาเล่นเกมเล็กๆ ที่เรียบง่าย เป็นมิตร และส่งเสริมความสมานฉันท์กันก่อนนะจ๊ะ~】
เสียงประชดประชันที่คุ้นเคยดังขึ้น เจียงอวี้ยืนกอดอก เขาสงสัยในคำว่า 'เรียบง่าย เป็นมิตร และสมานฉันท์' ของไอ้ระบบนี่อย่างรุนแรง
【เกมของเราง่ายมาก】
【ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับ 'เหรียญเกม' เริ่มต้นคนละ 1 เหรียญ】
สิ้นเสียงระบบ เหรียญสีทองที่มีลักษณะคล้ายเหรียญรถยนต์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงอวี้ เขายื่นมือไปรับ ด้านหน้าของเหรียญสลักรูปหอคอยจักรกล ส่วนด้านหลังว่างเปล่า
【ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเอง ก็ได้รับเช่นกัน】
เจียงอวี้ชะงัก ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม? ไอ้เกมเล็กๆ นี่ต้องใช้ผู้เล่นสองคนเล่นพร้อมกันงั้นเหรอ? ยุ่งล่ะ... ไม่ดีต่อคนโลกส่วนตัวสูงเลยแฮะ ถึงเขาจะไม่ใช่พวกเข้าสังคมไม่เก่งก็เถอะ... แต่เดี๋ยวสิ เขาใช้การ์ดกุมชัยชนะล่วงหน้ามาคนเดียว มันจะมีผู้เล่นคนอื่นโผล่มาได้ไง?
เขาสันนิษฐานในใจไปได้ไม่นาน ฝั่งตรงข้าม รอยแยกกลางแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้น ร่างหนึ่งก้าวออกมา มนุษย์ไร้หน้าเผยตัว โฮ่... เป็นระบบจริงๆ ด้วย! เมื่อเห็นสิ่งที่คุ้นเคย เจียงอวี้กลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เขาเผยรอยยิ้มออกมา "เป็นแกจริงๆ ด้วยสินะ อยากถามมาตั้งนานแล้ว แกกับไอ้ระบบที่คอยประกาศนั่นไม่ใช่ตัวเดียวกันใช่ไหม?"
ถ้าดูจากท่าทางและระดับสติปัญญา ระบบที่ประกาศจะดูเจ้าเล่ห์และมีชีวิตชีวากว่า ส่วนไอ้คนตรงหน้านี้ดูจะทื่อๆ กว่า ระบบไร้หน้าฝั่งตรงข้ามไม่ตอบคำถามของเขา มันเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างเรียบร้อย พอรั้งท้ายนั่งลง ปลายนิ้วที่มีแสงสีฟ้าเรืองรองของมันก็ปรากฏเหรียญเกมออกมาหนึ่งเหรียญเช่นกัน
【เชิญนั่ง เกมของเรากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว】
สรุปคือหาบอทมาเล่นกับเขาว่างั้นเถอะ? เจียงอวี้เริ่มเข้าใจ เขาเดาะลิ้นเบาๆ แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เมื่อนั่งลง เจียงอวี้ก็พบกับการตั้งค่าที่แปลกประหลาดของเกมนี้ พอนั่งลงปุ๊บ กล่องดำใบใหญ่ที่ขวางอยู่ตรงกลางโต๊ะก็บดบังทัศนียภาพระหว่างทั้งสองฝั่งโดยสิ้นเชิง ทำให้มองไม่เห็นเลยว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่!
ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มวิ่งผ่านหัวเจียงอวี้
【ทั้งสองฝ่ายเข้าประจำที่】 【กฎของเกมมีดังนี้:】
- ผู้เล่นมีเวลาตัดสินใจ 15 นาที ในระหว่างนี้สามารถเปลี่ยนใจไปมาได้ แต่เมื่อครบเวลา 15 นาทีหากยังไม่ตัดสินใจ จะถือว่าสละสิทธิ์และถูกไล่ออกจากดันเจี้ยน เหรียญทั้งหมดจะตกเป็นของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ
- เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่น เมื่อจบเกมนี้ ทั้งสองฝ่ายจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังจุดต่างๆ ในดันเจี้ยนที่ห่างกันอย่างน้อย 15 กิโลเมตร ห้ามมีการข่มขู่หรือประทุษร้ายระหว่างดำเนินกิจกรรม หากฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
1. ผู้เล่นแต่ละคนมีเหรียญเกมเริ่มต้น 1 เหรียญ
【เหรียญเกมจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในดันเจี้ยนหอคอยแห่งการเฝ้าดู โปรดตัดสินใจอย่างระมัดระวัง】