เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ไม่อาจทนเห็นเขาตาย

ตอนที่ 7 ไม่อาจทนเห็นเขาตาย

ตอนที่ 7 ไม่อาจทนเห็นเขาตาย


“พ่อ? เข้าโรงพยาบาล?”

“ใช่ พี่ชายรอเธออยู่ที่ทางเข้าโรงงาน รีบไปเถอะ ฉันอนุมัติให้เธอลางานได้สามวัน และก็ไม่ต้องพะวงเรื่องงานล่ะ ไว้ค่อยกลับมาทำหลังจากที่จัดการเรื่องที่บ้านแล้ว”

หนิ่วหงเซี่ยเป็นคนดีคนหนึ่ง อนุมัติให้ซูฮั่นหยวนลางานโดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ

“ขอบคุณค่ะหัวหน้า!” ซูฮั่นหยวนรู้สึกขอบคุณ “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ”

“ไปเถอะ รีบไป ยังไงครอบครัวก็สำคัญกว่างาน” หนิ่วหงเซียโบกมือให้ซูฮั่นหยวน

ซูฮั่นหยวนรีบวิ่งไปที่ทางเข้าโรงงานทันที เมื่อวานหิมะตก หลายครั้งที่เธอเกือบจะลื่นล้ม ถึงกระนั้นเธอก็ไม่กล้าที่จะชะลอความเร็วลง

หากเธอจำไม่ผิด ซูต้าเจียงคงตายจากการป่วยหนักครั้งนี้

ในนิยายไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับซูต้าเจียงมากนัก ในช่วงอายุเจ็ดสิบ เขารับใช้ชาติไปช่วยเหลือที่ขบวนแนวหน้าที่สามที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

เขาจากไปเจ็ดถึงแปดปีแล้ว วันเดินทางกลับของเขาตรงกับที่ซูฮั่นหยวนตกลงตามข้อเสนอแต่งงานของตระกูลโจว

อาการป่วยเกิดขึ้นกะทันหันและเขาก็จากไปก่อนที่พ่อลูกจะมีโอกาสได้กลับมาพบหน้ากันอีก

เจ้าของร่างเดิมนี้ใส่ใจพ่อของเธอมาก เมื่อได้ยินว่าบิดาเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เธอก็เป็นลมหมดสติไป

ซูฮั่นหยวนค้นพบว่าในชีวิตที่มืดมนและโดดเดี่ยวของเจ้าของเดิมก็มีที่พักพิงให้ชื่นใจเช่นนี้ด้วย เป็นความทรงจำที่มีความสุขที่สุดของเธอนั่นคือช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับบิดาอันเป็นที่รัก

พ่อสอนให้เธอเขียนอักษรจีนตัวแรกด้วยของท่านเอง พาเธอไปสวนสัตว์และหวีผมของเธอด้วยมือที่หยาบกระด้างอย่างเงอะงะงุ่มง่าม ทุกครั้งที่พ่อเดินทางไปทำงาน ท่านจะนำขนมหวานหน้าตาน่ากินกลับมาทุกครั้ง แม้ว่าจำนวนจะไม่มากแต่ก็เป็นความทรงจำอันมีค่าของเธอ

ซูฮั่นหยวนรู้สึกซาบซึ้งกับความทรงจำนี้ ลึก ๆ ข้างในเธอทนไม่ไหวที่จะเห็นบิดาอันเป็นที่รักเสียชีวิต!

บางทีจากการดำรงอยู่ของเขา ครอบครัวจึงช่วยเหลือเธอได้บ้างไม่มากก็น้อย ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ก็ยังช่วยได้อยู่บ้าง!

เมื่อเธอมาถึงทางเข้าโรงงานก็เห็นพี่ชายคนที่สามของเธอนั่งยอง ๆ อยู่ข้างกองหิมะในเสื้อแจ็คเก็ตบุผ้าฝ้ายสีเทา เขากำลังสูบบุหรี่อย่างกระวนกระวายใจ

“พ่อเป็นยังไงบ้าง”

เมื่อได้ยินคำถามของเธอ ซูจิ่งรุ่ยก็โยนบุหรี่ในมือทิ้งแล้วลุกขึ้นยืน สิ่งแรกที่เขาพูดคือการตำหนิ “ทำไมเพิ่งออกมาล่ะ? เป็นหอยทากหรือไง?”

“เช้านี้พี่กินอะไรถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้เนี่ย ไม่รู้วิธีพูดอย่างอื่นแล้วเหรอ” ซูฮั่นหยวนจ้องมองพี่ชายคนที่สามและตบเบาะจักรยาน “ถ้ามีเวลาพูดเรื่องไร้สาระ ก็รีบไปโรงพยาบาลเถอะ!”

“สั่งฉันเหรอ” ซูจิ่งรุ่ยเอียงคอเลิกคิ้ว สีหน้าโมโหยิ่งนัก

เธอมองดูเขาแล้วรู้สึกทั้งรำคาญและขบขัน เธออยากจะตบเขาจริง ๆ นี่มันเวลาอะไรแล้วถึงยังกวนโมโหเธอไม่เลิก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ว่าสิ่งใดสำคัญและสิ่งใดไม่สำคัญ

เธอไม่มีเวลาไปเสียเปล่ากับคนปัญญาอ่อนอย่างเขา

“ไม่ไปเหรอ? ถ้างั้นฉันไปเอง!” เธอกระโดดขึ้นจักรยานแล้วถีบไปข้างหน้า

“ซูฮั่นหยวน!” ซูจิ่งรุ่ยโกรธจัด วิ่งตามเธอไปแล้วคว้าท้ายจักรยานไว้ เขากัดฟันและคำรามลั่น “อยากลองดีเรอะ เมื่อวานแกทะเลาะกับฉันยังไม่พอ แถมยังหนีออกจากบ้าน ไม่ได้กลับบ้านหนึ่งคืนแล้ว วันนี้ก็ยังจะลองดีกับฉันอีกเรอะ ลงมา!”

“จะไปหรือไม่ไป” ซูฮั่นหยวนหยุดจักรยานและยันตัวเองด้วยเท้าข้างเดียว เธอเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายแล้วพูดว่า “พ่อกำลังป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแล้วพี่ยังจะทะเลาะกับฉันที่นี่เหรอ? นี่ใช่เวลาไหมเนี่ย”

“งั้นก็ไปกัน!” ซูจิ่งรุ่ยยอมรับความผิดของตน

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกัน ไว้พ่อฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ น้องสาวตัวดีได้ถูกเขาจัดการแน่!

ซู่จิ่งรุ่ยนั่งบนเบาะจักรยานขณะที่ซูฮั่นหยวนย้ายไปที่เบาะหลัง เมื่อเผชิญกับแสงแดดและลมหนาวที่กัดกร่อน พวกเขาจึงปั่นจักรยานไปที่ที่โรงพยาบาลประชาชนอย่างไว

จบบทที่ ตอนที่ 7 ไม่อาจทนเห็นเขาตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว