เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : โมโหเป็นเหมือนกัน

ตอนที่ 2 : โมโหเป็นเหมือนกัน

ตอนที่ 2 : โมโหเป็นเหมือนกัน


“ไม่ตกใจจนตายไปเลยล่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับแก!” ซูจิ่งรุ่ยมองน้องสาวราวกับว่าเธอเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา “แกจะเห็นใจคนอื่นหน่อยไม่ได้เหรอไง เป็นผู้หญิงจะทำงานไปทำไม เดี๋ยวแกก็ได้แต่งงานกับครอบครัวดี ๆ แล้ว แกไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ”

เขาพูดว่าไงนะ?

ทำไมเธอฟังแล้วไม่ค่อยรื่นหูเท่าไหร่

ซูฮั่นหยวนเลิกคิ้ว “พูดได้ดี ทำไมพี่ไม่พูดแบบนี้กับหลินจื่อชิวล่ะ บอกให้เธอเลิกสนใจงานของฉันได้แล้ว ยังไงพี่ก็ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อเธออย่างดีโดยที่เธอไม่ต้องทำงานเลย”

ซูจิ่งรุ่ยตกตะลึง เขาไม่คิดว่าน้องสาวคนนี้จะมีอารมณ์โกรธเหมือนคนอื่นและยังกล้าเถียงเขากลับด้วยซ้ำ

“ฉันจะพูดว่าไม่ว่าแกจะชอบหรือไม่ชอบ แกต้องลาออกจากงาน! แม่เป็นคนดูแลครอบครัวนี้ แกไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น!”

“นี่!” เธอวางมือบนสะโพกและพูดด้วยเสียงที่คมชัด “ฉันโมโหเป็นเหมือนกันนะ ในเมื่อฉันไม่สามารจัดการเรื่องงานแต่งตัวเองได้ แต่พี่ทำได้งั้นสิ? ฉันจะไม่แต่งงานกับคนที่ฉันไม่ต้องการและจะไม่ลาออกจากงานด้วย!”

เอาซี๊ ดูสิว่านายจะทำอะไรกับฉันได้

“แกคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม” เว่ยกุ้ยฉินไม่คิดว่าลูกสาวจะยืนกรานเสียงแข็งปฏิเสธขนาดนี้ “รู้สถานะตัวเองบ้างเถอะ! แต่งงานตามที่แม่บอกซะ แม่จะถือว่าวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าแกยังไม่เชื่อฟังและยังคิดทำลายชีวิตแต่งงานของพี่แกก็ออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ ครอบครัวนี้จะไม่ยอมแกอีกแล้ว!”

“ก็ได้ หนูไปก็ได้! ในเมื่อแม่ไม่ต้องการให้หนูอยู่ที่นี่ หนูก็จะไปอยู่หอพักสำหรับเจ้าหน้าที่” อย่าคิดว่าเธอไม่มีที่ไปนะ เธอไม่กลัวตัวเองถูกไล่ออกจากบ้านหรอกนะจะบอกให้

ซูฮั่นหยวนเดินตึง ๆ ไปที่ห้องตัวเอง

เว่ยกุ้ยฉิวพูดออกไปแบบนั้นด้วยความฉุนเฉียวเท่านั้น เธอรู้ว่าลูกสาวคนเล็กมีนิสัยขี้อาย หล่อนจะต้องตัวสั่นด้วยหวาดกลัว ดังนั้นเธอจึงเพียงขู่ให้ลูกสาวยอมจำนนเท่านั้นเอง หลังจากที่เธอลาออกจากงาน เรื่องนี้ก็ถือเป็นอันจบ

ใครจะไปคิดว่าซูฮั่นหยวนจะออกจากบ้านจริง ๆ

“แม่ ดูลูกสาวแม่สิ! มันไม่เคารพแม่เลยสักนิด!” ซูจิ่งรุ่ยได้โอกาสใส่ไฟ เขาแทบทนรอมาไหวให้แม่เอาไม้เรียวฟาดน้องสาวปากดี

“ลูกพูดถูก ถ้าไม่ลงโทษนังเด็กนี่ให้รู้สำนึก อีกหน่อยคงได้ปีนขึ้นไปอยู่บนหัวเราแล้ว” เว่ยกุ้ยฉิวรีบตามไปที่ห้องลูกสาวและยืนอยู่ที่หน้าประตูตะโกนว่า “แกจะออกจากบ้านงั้นเรอะ ถ้ามีความสามารถก็ออกไปเลย รีบเก็บของแล้วรีบออกไปซะ ฉันไม่อยากเสียเงินเพื่อหาข้าวหาน้ำให้แกกินแล้ว เก่งนักก็ออกไปใช้ชีวิตเองซะ”

“แม่ไม่ต้องเร่งหนูหรอก” ซูฮั่นหยวนเอากระเป๋าเดินทางออกมาจากใต้เตียง เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วยัดเสื้อผ้าใส่เข้าไปลวก ๆ เสร็จแล้วก็ลากกระเป๋าออกจากห้อง

ล้อกระเป๋าเดินทางของเธอกลิ้งไปบนพื้นเกิดเสียงดังกึกก้อง เพื่อนบ้านต่างได้ยินความวุ่นวายที่บ้านตระกูลซู พวกเขาจึงออกจากบ้านมารวมตัวกันเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“หยวนหยวน ทำไมหนูถึงลากกระเป๋าเดินทางออกมาในวันหยุดล่ะ”

“ใช่ เกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ”

เพื่อนบ้านต่างถามด้วยความสงสัย

“แม่ไล่หนูออกจากบ้าน” เธอมองเพื่อนบ้านด้วยสีหน้าน่าสงสาร

“ผู้หญิงที่พี่ชายหนูต้องการแต่งงานด้วยอยากได้งาน พวกเขาจึงขอให้หนูสละงานของหนูเพื่อเธอและยังพยายามบังคับให้หนูแต่งงานออกไปอีกด้วย หนูไม่เห็นด้วย แม่เลยไล่หนูออกจากบ้าน คุณลุง คุณป้า แม่สนใจแต่ความสุขของพี่ชายหนูเท่านั้น ไม่เคยสนใชีวิตหรือความตายของหนูเลย!”

ก่อนที่เธอจะจากไป ซูฮั่นหยวนไม่ลืมที่จะลากเว่ยกุ้ยฉิวลงโคลนตม

ใครขอให้พวกเขารังแกเธอแบบนี้กันล่ะ ช่วยไม่ได้

เพื่อนบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์เว่ยกุ้ยฉิว ทั้งคู่เป็นลูกของเธอ แล้วเธอแสดงความลำเอียงแบบนี้ได้อย่างไร?

แม้ว่าเธอจะชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะบังคับลูกสาวของตัวเองจนมุม!

เว่ยกุ้ยฉิวห่วงหน้าตาตัวเองเป็นที่สุดและเสียงตัดพ้อน้อยใจของลูกสาวก็ทำเธอเสียหน้าอย่างมาก เธอจึงเร่งเร้าให้ลูกชายของเธอช่วยออกไปห้ามเหตุการณ์นี้ที

“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว! ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย!” ซูจิ่งรุ่ยเดินไปขวางทางน้องสาว กระซิบพูดเสียงเบาว่า “แกทำตัวให้ดีหน่อยไม่ได้เหรอ แม่ห่วงหน้าตัวเองที่สุดแกก็รู้  รีบไปขอโทษแม่ต่อหน้าเพื่อนบ้านซะ บอกว่าแกคิดผิด ไว้เราค่อยพูดเรื่องนี้กันทีหลัง”

ซูฮั่นหยวนยิ้มให้พี่ชายของเธอและลากกระเป๋าเดินทางผ่านเท้าของเขาตรง ๆ “ฝันไปเถอะ”

“แม่งเอ๊ย!” ซูจิ่งรุ่ยเงื้อมือขึ้น

ซูฮั่นหยวนกรีดร้องขณะที่ขดตัวเป็นลูกบอล “พี่อย่าตีฉันเลย ฉันจะไปแล้ว จะไปเดี๋ยวนี้ พอใจหรือยัง”

“ดูสิ นั่นเป็นวิธีที่พี่ชายปฏิบัติต่อน้องสาวของตัวเองอย่างนั้นเหรอ”

“นี่ ทำไมถึงรังแกน้องสาวตัวเองแบบนี้ล่ะ พวกเธอสองคนเป็นพี่น้องกันนะ เธอทำแบบนี้ได้ยังไงซูจิ่งรุ่ย”

“จิ่งรุ่ย เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะ อย่าทำตัวไม่สมเป็นผู้ใหญ่แบบนี้สิ”

เมื่อเพื่อนบ้านต่างตำหนิซูจิ่งรุ่ยสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขา เขาก็รู้สึกโกรธมาก ทว่าเขาไม่มีที่ให้เขาระบายออ

“พี่ชาย ฉันขอโทษจริง ๆ พี่จะรังแกฉันเหมือนปกติฉันก็ไม่เคยโกรธเลย แต่ฉันรักงานของฉันจริง ๆ และฉันไม่อยากแต่งงานกับใครง่าย ๆ ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันจะไปแล้ว” ซูฮั่นหยวนทิ้งพี่ชายไว้ข้างหลังขณะที่เธอรีบจากไปทันที

ลานบ้านตระกูลซูเต็มไปด้วยจีนมุง พวกเขาทั้งหมดชี้นิ้วไปที่เว่ยกุ้ยฉิวที่เป็นแม่ไร้หัวใจและไร้ความสามารถในการดูแลลูก

จบบทที่ ตอนที่ 2 : โมโหเป็นเหมือนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว