เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 คำโกหกและข่าวลือ

ตอนที่ 14 คำโกหกและข่าวลือ

ตอนที่ 14 คำโกหกและข่าวลือ


 

ตอนที่ 14 คำโกหกและข่าวลือ

 

 

สำหรับหวังลิ่ง การใส่ความทรงจำปลอมเข้าไปมันวิธีที่ได้ผลดีที่สุด เปรียบเทียบกับการลบความทรงจำแล้วมันเป็นวิธีที่เหมาะสมกับเขามากกว่า

 

การลบความทรงจำอาจจะสร้างช่องว่างของความทรงจำในสมอง ในขณะที่การใส่ความทรงจำปลอม จะไม่ส่งผลให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกว่าตัวเองได้หลงลืมอะไรไปหรือเปล่า และจะไม่ส่งผลเสียแก่สภาพร่างกายและจิตใจอีกด้วย

 

โชคดีไม่ดีสำหรับเขาสักเท่าไหร่ เขาไม่สามารถเลือกว่าจะใส่อะไรลงไปในความทรงจำของซุนหรง เขาจึงใส่ความทรงจำที่ทำให้เธอนั้นแค่ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

 

หวังลิ่งทำให้ซุนหรงลืมเรื่องของเขาที่เป็นคนช่วยเธอ และไม่กล่าวถึง “ดอกบัวไฟแห่งความโกรธ” แต่กลับใส่ความทรงจำที่ว่า มีคนผู้หนึ่งที่แข็งแกร่งเป็นคนช่วยเธอไว้

 

ผลที่ได้ก็คือ เธอก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าใครที่เป็นคนช่วยเธอและหวังลิ่ง

 

เริ่มอาทิตย์ที่2ของการเรียน หวังลิ่งได้ยินข่าวซุบซิบและข่าวลือต่างๆนาๆจากคนภายในห้องเรียน

 

ลี้ฉวนจิง  “ฉันได้ข่าวว่าหวังลิ่งและซุนหรง บังเอิญเจอ2นักฆ่าในตอนที่พวกเขากำลังเดต!”

 

เช็นเฉา “ฉันได้ยินว่าหวังลิ่งและซุนหรงไปเดตกัน และบังเอิญเจอคนร้าย2คน และพวกเขาถูกช่วยโดยคนผู้หนึ่งที่แข็งแกร่งมาก”

 

มาสเตอร์ดูปี้ “ฉันได้ยินว่าหวังลิ่งและซุนหรุงไปเดตกัน ไปดูปืนใหญ่จากคนที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงคนหนึ่ง”

ดูปี้ “ฉันได้ยินว่าหวังลิ่งและซุนหรงไปเดต คนร้าย2คนจะมาลักพาตัวพวกเขา และถูกส่งขึ้นฟ้าด้วยคนที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง”

หลินเสี่ยวหยู “ฉันได้ยินว่าหวังลิ่งและซุนหรุงไปเดต พวกเขาบังเอิญเจอคนร้าย2คน ซึ่งถูกส่งขึ้นฟ้าไปด้วยปืนใหญ่ของเพื่อนหวังลิ่งซึ่งแข็งแกร่งมาก...”

 

“พวกนาย พอได้แล้วน่า!” หวังลิ่งพูดขึ้นเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นหยุดพูดถึงอุบัติเหตุครั้งนั้น

 

และทำให้ บุคคลผู้แข็งแกร่ง ผู้นั้นกลายเป็นปริศนาของนักเรียนเหล่านี้

 

.......................

 

 

ถ้าพูดถึงข่าวลือ มีคนอยู่คนหนึ่งที่ต้องกล่าวถึง  - อาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์ หวังซูคัง อาจารย์เป็นคนที่ถูกตั้งให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเรียนมาอย่างยาวนาน เหล่านักเรียนชอบวิธีการสอนที่มีสไตล์เก่าแก่ของเขา

 

อาจารย์หวังซูคัง หรือที่นักเรียนเรียกกัน “อาจารย์วัตถุโบราณ” เพราะว่าเขานั้นรู้เรื่องตำนานหรือข่าวลือในประวัติศาสตร์มากมาย แตกต่างจากที่บันทึกไว้ในหนังสือเรียน

 

เหล่านั่นเรียนได้รู้ถึงเรื่องราวที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งอย่างในหนังสือและพวกเขาก็มีความอยากรู้เกี่ยวกับข่าวลือพวกนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก เปรียบเทียบกับหนังสือประวัติศาสตร์ที่น่าเบื่อ พวกเขาดูจะตั้งใจเรียนในวิชาของอาจารย์หวังซูคังเพราะพวกเขาได้รู้ในสิ่งที่ไม่มีบันทึกไว้ในหนังสือเรียน

 

เมื่อเวลาคาบเรียนผ่านไป “อาจารย์วัตถุโบราณ” ก็ได้ฉายาใหม่เป็น “อาจารย์เซียนแห่งข่าวลือ”

 

สำหรับเหล่านักเรียนข่าวลือหรือตำนานของประวัติศาสตร์ผู้ฝึกตน มันควรค่าแก่การให้ความสนใจ

 

และอาจารย์คัง ก็ชอบที่จะเล่าเรื่องราวแปลกๆให้พวกเขาฟังในระหว่างที่กำลังสอนเนื้อหา ซึ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนดูไม่น่าเบื่อ

 

ด้วยบรรยากาศภายในห้องเรียนดูมีชีวิตชีวาจึงทำให้ไม่รู้สึกง่วงนอน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีนักเรียน1-2คน ซึ่งนั่งผงกหัวอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของนักเรียนคนอื่นๆ

 

สิ่งที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือวิชาประวัติศาสตร์มีเพียง1คาบต่อสัปดาห์เท่านั้น

 

ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ เหล่านักเรียนมาเข้าเรียนตรงเวลาและตั้งใจเรียนในวิชาประวัติศาสตร์ เมื่อถึงคาบวิชาประวัติศาสตร์ก่อนสัญญาณเตือนเข้าห้องเรียนจะดัง นักเรียนทุกคนก็เข้านั่งประจำที่รออาจารย์คังเข้าห้องเรียน

 

“ก่อนหน้านี้ เรากำลังพูดถึง การพัฒนาของทีวีโชว์ภายในประเทศ ก่อนจะเริ่มสอน นักเรียนคนไหนที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา สามารถแอบกินขนมปังได้ถ้าอาจารย์ไม่เห็น แต่ถ้าอาจารย์เห็นขนมปังของนักเรียนต้องเป็นของอาจารย์ เพราะอาจารย์ก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาเหมือนกัน”

 

เมื่อนักเรียนได้ยินว่าอาจารย์หวังซูคังยังไม่ได้กินอาหารเช้ามา เหล่านักเรียนก็แย่งกันให้ขนมแก่อาจารย์จากใต้โต๊ะและกระเป๋า

 

“นี่พวกเธอจะทำให้อาจารย์ละเมิดกฎหรือยังไง? มันไม่ถูกต้อง! มีที่ไหนอาจารย์กินขนมในระหว่างที่กำลังสอน?”

 

อาจารย์หวังซูคังพูดอย่างจริงจัง แต่ในมือของเขานั้นยื่นออกไปรับป๊อกกี้ จากเหล่านักเรียนข้างหน้าเขา เขาพูดขึ้น “แค่ครั้งเดียวนะ มันเสียมารยาทที่จะปฏิเสธขนมเหล่านี้”

 

นี่คงเป็นตัวอย่างของคำที่ว่า “ปากกับใจไม่ตรงกัน”

 

กินป๊อกกี้ในขณะที่กำลังสอนภายในห้อง - มันได้หรออาจารย์!

 

“จนถึงตรงนี้ มีใครสงสัยอะไรไหม?” อาจารย์หวังซูคังยืนบนเวทีหน้าชั้นเรียน ขณะที่ในมือข้างหนึ่งยังคงถือป๊อกกี้ราวกับว่าเขากำลังคีบบุหรี่

 

มีนักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้น “อาจารย์ครับ เมื่อกี้อาจารย์พูดเร็วไปผมยังคงไม่เข้าใจตรงไหนที่เราควรจะเน้นครับ”

 

“อืม...ตรงนี้ใช่ไหม เอาหล่ะเดี๋ยวอาจารย์จะอธิบายให้ฟัง ทุกคนเปิดไปหน้า10ของหนังสือ เกี่ยวกับการเดินทางขององหญิงไข่มุก และ การเดินทางไปตะวันตก จุดที่ต้องไฮไลท์ในบทนี้”

 

“หน้า11 เรื่องนี้ทำให้เกิดการพัฒนาของหนังแนวโรแมนติก จากการทำแท้งที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงก็ทำให้เกินการยกเลิกฉากจูบ...”

 

“หน้า12 นี่เป็นการพัฒนาของละครแฟนตาซี จากการแต่งตัวที่ดูจะเวอร์เกินไปในหนัง”

 

“หน้า13 เกี่ยวกับละครแนวมีภรรยาหลายคน เกี่ยวกับคนในราชวงศ์มีนางสนมหลายคนสร้างความร้าวฉานขึ้นภายในครอบครัว”

 

“หน้า14 เกี่ยวกับละครที่ใช้ความรุนแรง จากฉากที่ใช้ปืนใหญ่พลังวิญญาณยิงออกไปฉีกร่างศัตรูเป็นชิ้นๆ”

 

“จากทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นจุดสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ในบทนี้ ขอให้ทุกคนแน่ใจว่าจดครบถ้วน”

 

ในขณะที่เขากำลังพูดนั้น เขาก็จัดการเช็ดมือและเก็บซองขนมป๊อกกี้จากนั้นจึงพูดขึ้น “เอาหล่ะ เรามาเริ่มเรื่องขององค์หญิงไข่มุกกันต่อ”

 

ก่อนที่อาจารย์คังจะเริ่มเล่าเรื่องอย่างเป็นทางการณ์ นักเรียนภายในห้องต่างดีใจและโห่ร้องชื่อชมอาจารย์

 

“สุดยอดไปเลยจารย์คัง!”

“อาจารย์คังจงเจริญ!”

 

“อะแฮ่ม!”

 

อาจารย์คังกระแอมเบาๆ และทุกคนภายในห้องก็เงียบเพื่อที่จะรอฟังสิ่งที่อาจารย์กำลังจะสอน

 

“อาจารย์คิดว่าพวกเธอทุกคนคงเคยดูละครทีวีเรื่อง”องค์หญิงไข่มุก“มาก่อน แต่ในมุมของคนที่เป็นแฟนตัวยงของชิ้นงานดั้งเดิม อาจารย์แนะนำว่าให้ศึกษาในตัวเนื้อเรื่องจะดีกว่า ในห้องสมุดโรงเรียนก็มีชิ้นงานดั้งเดิมเก็บไว้เหมือนกัน ถ้าหากใครสนใจสามารถไปหาอ่านได้ อย่างทุกคนทราบเมื่อตอนสิ้นสุดสงครามพลังชี่ รอยแตกของมิติได้ดูดกลืนโลกไปส่วนหนึ่งและได้พัฒนาพลังวิญญาณในตัวผู้ฝึกตนเป็นดั่งพลังชนิดที่2ภายในร่างกาย แต่จากการค้นคว้าพบว่าเมื่อรอยแตกของมิติได้ปิดตัวลงไป พลังวิญญาณของโลกก็ยังคงถูกดูดกลืน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเจ้าหญิง!”

 

ดวงตาของอาจารย์คังส่องประกาย

 

“มาพูดถึงประวัติของเจ้าหญิงกันก่อน เจ้าหญิงเกิดมาด้วยสภาพไม่ปกติ เธอไม่มีชื่อเสียงเลยแม้แต่น้อยในยุคสงครามพลังชี่ แต่เพราะความดื้อรั้นและความไม่ยอมคน ทำให้เธอนั้นยืนหยัดเป็นจุดศูนย์กลางของเหล่าผู้ฝึกตนตั้งแต่ต้นยันจบและสามารถไปยืนอยู่จุดสูงสุดได้ ในตอนนั้นทางเดียวที่จะผนึกรอยแตกของมิติคือการหาไข่มุกต้องสาปทั้ง10เม็ด ซึ่งหลบซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆบนโลก และท้ายที่สุดเธอก็สามารถรวบรวมมันจนครบและปิดผนึกรอยแตกของมิติ...และนั่นก็ทำให้เรื่องราวของเธอถูกสร้างขึ้นเป็นละคร”องค์หญิงไข่มุก“นี่ก็เป็นเรื่องเล่าทั้งหมดของเธอ...”

 

เมื่ออาจารย์คังพูดจบ ก็มีเสียงปรบมือดังสนั่นทั่วทั้งห้องแก่เรื่องเล่าที่ยอดเยี่ยมในวิชาประวัติศาสตร์นี้

 

องค์หญิงคนนี้ได้เก็บรวบรวมไข่มุกต้องสาปจากทั่วทุกมุมโลกด้วยความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยว! สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักฝึกตนหญิงในยุคนั้น!

 

ความรู้สึกของนักเรียนทุกคนหลังจากจบคาบเรียนเต็มไปด้วยความสนุกและเต็มไปด้วยความชื่นชมต่อตัวองค์หญิง

 

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 14 คำโกหกและข่าวลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว