เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ไปฆ่าคน

บทที่ 21 ไปฆ่าคน

บทที่ 21 ไปฆ่าคน


เช้าวันรุ่งขึ้น ตระกูลจ้าวทั้งสี่คนย้ายเข้ามาในคลินิก หลินเฟิงใช้ 'วิชาฝังเข็มเบญจธาตุหยินหยาง' จาก 'คัมภีร์ราชันย์โอสถ' รักษาพ่อแม่ตระกูลจ้าว เดิมทีวิชานี้ต้องดูฤกษ์ยามและตำแหน่งดวงดาวให้สอดคล้องกับการโคจรของเบญจธาตุจึงจะฝังเข็มได้ แต่หลินเฟิงมีพลังวิญญาณสามธาตุในตัว ซึ่งบังเอิญตรงกับธาตุที่ต้องใช้รักษาอาการสองผู้เฒ่าพอดี จึงไม่ต้องเสียเวลารอฤกษ์งามยามดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องฝังเข็มต่อเนื่องหลายครั้ง ส่วนจ้าวคังรักษาง่ายกว่า แค่จัดยาฟื้นฟูรากฐานและสมุนไพรแช่ตัวปรับสมดุลก็เรียบร้อย

หลังจากจัดการเรื่องตระกูลจ้าวเสร็จ หลินเฟิงพาหลินเจี้ยนและฮั่นผิงมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเฉาเมี่ยว คนที่ตระกูลหลินส่งไปสืบเรื่องแก๊งค้ามนุษย์ส่งข่าวกลับมาว่า พวกมันกบดานอยู่ในเมืองหนานเหมินใกล้ๆ หมู่บ้านเฉาเมี่ยว เป็นองค์กรทำเงินลับๆ ของไวเคานต์คนหนึ่งในเมือง สมาชิกที่แกร่งที่สุดคือไวเคานต์และหัวหน้ายาม ซึ่งเป็นอัครวิญญาณจารย์ทั้งคู่ เป้าหมายของหลินเฟิงครั้งนี้คือพาหลินเจี้ยนไปล้างแค้นและกวาดล้างพวกสวะให้สิ้นซาก

เมื่อมาถึงเมืองหนานเหมิน ทั้งสามพักผ่อนครู่หนึ่ง พอตกดึกก็มุ่งหน้าไปยังรังของแก๊งค้ามนุษย์ทันที

หลินเฟิง: "ตามข่าวกรอง คืนนี้พวกมันอยู่กันครบ เตรียมจะขน 'สินค้า' ล็อตนี้ออกจากเมืองตอนเที่ยงคืน เพื่อความชัวร์ หัวหน้ายามของไวเคานต์ก็มาคุมเองด้วย อาฮั่นครับ รบกวนอาไปจัดการยามเฝ้าห้องใต้ดินให้เงียบที่สุด อย่าให้ใครหนีรอด แล้วปิดทางเข้าห้องใต้ดินไว้ กันพวกมันหนีเข้าไปและเพื่อความปลอดภัยของคนที่ถูกจับด้วย จากนั้นเราค่อยบุกเข้าไป ผมจะจัดการหัวหน้ายาม ส่วนที่เหลืออาช่วยจัดการให้หมดสภาพต่อสู้ แล้วปล่อยให้หลินเจี้ยนปิดบัญชีแค้น อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว อาฮั่น ล่วงหน้าไปก่อนเลยครับ"

ฮั่นผิงพยักหน้าแล้วกระโดดหายเข้าไปในความมืด ห้านาทีต่อมาเขาก็กลับออกมา ส่งสัญญาณให้หลินเฟิงรู้ว่าเรียบร้อย

หลินเฟิงถีบประตูพังโครม ทั้งสามเดินอาดๆ เข้าไปข้างใน "ใครวะ!" ทันทีที่ก้าวเข้าลานบ้าน พวกแก๊งค้ามนุษย์ก็กรูกันออกมาล้อมไว้

หัวหน้าแก๊งและหัวหน้ายามเดินออกมาจากบ้าน หลินเฟิงใช้พลังจิตตรวจสอบ พบว่าเป็นมหาวิญญาณจารย์หนึ่งคนและอัครวิญญาณจารย์หนึ่งคน มหาวิญญาณจารย์ตะคอกถาม "พวกแกเป็นใคร? รู้ไหมว่าที่นี่ถิ่นใคร? กล้าพังประตูเข้ามาแบบนี้ อยากตายนักใช่ไหม?"

หลินเฟิงหันไปบอกฮั่นผิง "อาฮั่น ลงมือได้" โดยไม่สนใจมหาวิญญาณจารย์ เขาเรียกกระบี่อิงฟ้าออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่หัวหน้ายามที่เป็นอัครวิญญาณจารย์ หัวหน้ายามเห็นท่าไม่ดีรีบถอยหลังพร้อมปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์—หนู—พร้อมวงแหวนสามวง (ขาว เหลือง เหลือง) แต่พอเห็นวงแหวนของหลินเฟิง (เหลือง ม่วง) เขาก็อุทานลั่น "เป็นไปได้ยังไง!"

ปลายกระบี่หลินเฟิงจี้ตรงไปที่คอหอย หัวหน้ายามเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมากันไม่ทัน สัญชาตญาณสั่งให้เบี่ยงตัวหลบ แต่คมกระบี่ก็ยังเฉือนคอเรียกเลือดได้ ภายใต้ความตายที่จ่อคอหอย ศักยภาพของระเบิดออกมา ความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าตัว เขาม้วนตัวกลิ้งหนีออกจากระยะโจมตี พร้อมกันนั้น วงแหวนที่สามสว่างวาบ เงาหนูสองตัวพุ่งสวนกลับมาหาหลินเฟิง หลินเฟิงโคจรพลังวิญญาณธาตุทอง ตวัดกระบี่กวาดแนวนอน ทำลายเงาหนูจนแตกสลาย พริบตาเดียวร่างของเขาก็หายวับไปโผล่ตรงหน้าหัวหน้ายาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว ฝ่ามือสลายใจก็ประทับเข้ากลางหน้าผาก ส่งเขากลับบ้านเก่าไปเฝ้ารากมะม่วง

จัดการคู่ต่อสู้เสร็จ หลินเฟิงหันกลับมามอง พบว่าพวกลูกกระจ๊อกนอนกองกับพื้นหมดสภาพ ร่อแร่ปางตาย หลินเฟิงชมฮั่นผิงในใจ 'สมเป็นราชาวิญญาณ งานเนี๊ยบจริงๆ'

หลินเฟิงหยิบกระบี่ยาวจากอุปกรณ์วิญญาณโยนให้หลินเจี้ยน "ไปซะ ข้ากับอาฮั่นจะรอข้างนอก" พูดจบเขากับฮั่นผิงก็เดินออกจากลานบ้าน พอพ้นประตู หลินเฟิงรีบโคจรพลังวิญญาณธาตุไม้เพื่อปรับลมหายใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าคน แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่ความคลื่นไส้ก็ยังตีตื้นขึ้นมา พลังชีวิตจากธาตุไม้ไหลเวียนช่วยระงับความรู้สึกพะอืดพะอมนั้นลงได้

ไม่นานเสียงกรีดร้องและคำขอชีวิตในลานบ้านก็เงียบลง หลินเจี้ยนเดินออกมาพร้อมกระบี่เปื้อนเลือด สีหน้าเรียบเฉย หลินเฟิงถอนหายใจ มิน่าล่ะเด็กคนนี้ถึงรอดมาจากสนามประลองได้ ขนาดเขาฆ่าคนครั้งแรกยังคลื่นไส้ แต่หลินเจี้ยนกลับนิ่งสนิท หลินเจี้ยนคุกเข่าลงโขกศีรษะให้หลินเฟิงอย่างแรง "หลินเจี้ยนขอบคุณนายน้อยครับ!" หลินเฟิงดึงเขาขึ้นมา "พอได้แล้ว ข้าไม่ชอบให้ทำแบบนี้" จริงๆ หลินเฟิงไม่ได้ถือสาเรื่องคุกเข่าหรอก แค่ไม่ชอบให้คนของตัวเองทำ แต่ถ้าเป็นคนอื่นจะคุกเข่าก็ช่างหัวมัน เขาใช้พลังจิตตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีใครรอดชีวิต "ไปคฤหาสน์ไวเคานต์กันต่อ จัดการให้จบ แล้วค่อยไปช่วยคนที่ห้องใต้ดิน" ข่าวกรองบอกว่าในคฤหาสน์ไวเคานต์ไม่มีคนดีสักคน แผนของหลินเฟิงเลยง่ายมาก: ฆ่าล้างโคตร แล้วเผาทิ้ง

ทั้งสามมาถึงคฤหาสน์ไวเคานต์แล้วบุกทะลวงเข้าไปทันที ฮั่นผิงรับหน้าที่ปิดทางหนี หลินเฟิงรับหน้าที่สังหาร และหลินเจี้ยนรับหน้าที่วางเพลิง การต่อสู้จบลงในสิบนาที ทั้งสามเดินออกมาจากคฤหาสน์ที่กำลังลุกโชน

หลินเฟิง: "อาฮั่น รบกวนไปจวนเจ้าเมืองหน่อยครับ บอกเจ้าเมืองให้ส่งคนถูกลักพาตัวในห้องใต้ดินกลับบ้านให้หมด ถึงเจ้าเมืองคนนี้จะขี้ขลาดสู้ไวเคานต์ไม่ได้ แต่เขาก็ยังมีมโนธรรมอยู่บ้าง บอกเขาว่าคนในคฤหาสน์ไวเคานต์ตายหมดแล้ว จากนี้ไปให้เขาเป็นเจ้าเมืองที่ดีซะ ผมจะพาอาเจี้ยนกลับไปรอที่โรงแรมก่อน" ฮั่นผิงพยักหน้าแล้วแยกตัวออกไป

หลินเฟิงพาหลินเจี้ยนเดินกลับโรงแรม "อาเจี้ยน พวกแก๊งค้ามนุษย์ตายหมดแล้ว บัญชีแค้นส่วนนี้จบแล้ว ส่วนเรื่องสนามประลอง เบื้องหลังมันซับซ้อน จัดการในระยะสั้นไม่ได้ เจ้าอยากรออีกสักกี่ปีให้เก่งพอจะไปล้างแค้นเอง หรือจะให้ข้าช่วยจัดการให้?"

หลินเจี้ยน: "นายน้อย อาเจี้ยนอยากฝึกฝนให้เก่งแล้วไปล้างแค้นด้วยมือตัวเองครับ"

หลินเฟิง: "ดี ในเมื่อมีความตั้งใจ ข้าจะปั้นเจ้าให้เก่งเอง แต่แผนการฝึกที่ข้าจะจัดให้มันโหดหินมากนะ เตรียมใจไว้ให้ดี"

หลินเจี้ยน: "ไม่ต้องห่วงครับนายน้อย อาเจี้ยนจะพยายามให้ถึงที่สุด!"

หลินเฟิง: "อาเจี้ยน เจ้าคิดยังไงกับคนในหมู่บ้านเฉาเมี่ยว? พวกเขาขับไล่เจ้า แต่ดูเหมือนเจ้าจะไม่โกรธแค้นพวกเขาเลยนะ"

หลินเจี้ยน: "นายน้อย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนพ่อแม่เพิ่งเสีย ชาวบ้านก็ดูแลข้าดี ถึงยายไช่จะรับเลี้ยง แต่ชาวบ้านคนอื่นก็เอาอาหารเอาเสื้อผ้ามาให้บ่อยๆ ต่อมาในสายตาพวกเขา ข้ากลายเป็นตัวประหลาด พวกเขาเลยไล่ข้าออกมา ข้าไม่รู้ว่าควรเกลียดพวกเขาไหม ข้าเข้าใจความกลัวของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่เคยคิดจะฆ่าข้า ข้าเลยคิดว่าช่างมันเถอะ ถือซะว่าข้าไม่เคยเป็นคนหมู่บ้านนี้มาก่อน แต่ยายไช่ ท่านเลี้ยงข้ามาปีหนึ่ง ตอนหลังท่านไม่ได้ตั้งใจจะไล่ข้า แต่ท่านต้านแรงกดดันชาวบ้านไม่ไหว"

หลินเฟิง: "งั้นเราไปรับยายไช่ไปอยู่เมืองเทียนโต้วกัน ข้าจะซื้อบ้านให้เจ้าหลังหนึ่ง เจ้าจะได้ดูแลท่านยามแก่เฒ่า พ่อแม่เจ้ายังฝังอยู่ที่หมู่บ้าน อยากย้ายกระดูกไปฝังที่เทียนโต้วไหม? จะได้ไปกราบไหว้ง่ายๆ"

หลินเจี้ยนทำท่าจะคุกเข่าขอบคุณ หลินเฟิงเตะเข้าที่เข่าเบาๆ ห้ามไว้ พอนึกได้ว่านายน้อยไม่ชอบ เขาเลยยืนตรง "ขอบคุณครับนายน้อย ข้าอยากพายายไช่ไปด้วย แต่ร่างพ่อแม่ข้าไม่ได้ถูกฝังครับ ตามกฎของที่นี่ คนตายโหงห้ามฝังในสุสานหมู่บ้าน ต้องทำพิธีศพแบบทิ้งร่างให้แร้งกิน มีแค่ป้ายวิญญาณที่เก็บไว้ในศาลบรรพชนหมู่บ้าน ข้าเลยกะว่าจะอัญเชิญป้ายวิญญาณพวกท่านไปด้วย แล้วจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก"

หลินเฟิงหยิบถุงเหรียญวิญญาณทองคำยัดใส่มือหลินเจี้ยน "ตกลง พรุ่งนี้ให้อาฮั่นพาเจ้าไป เดี๋ยวข้าคุยกับเขาเอง ข้าไม่แน่ใจว่ายายไช่จะยอมไปกับเจ้าไหม คนแก่แล้วอาจจะไม่อยากย้ายถิ่นฐาน ถ้าท่านไม่ยอมไป ก็แอบทิ้งเงินไว้ให้ท่าน แต่อย่าบอกใครนะ แล้วเจ้าก็ไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน ทิ้งเงินไว้สัก 10 เหรียญทอง ฝากฝังให้เขาช่วยดูแลยายไช่ พร้อมกับบอกเขาว่าตอนนี้เจ้าปลุกวิญญาณยุทธ์ได้แล้ว เป็นวิญญาณจารย์แล้ว ข่มขวัญเขาหน่อย เขาจะได้ไม่กล้าตุกติก ถ้ายายไช่ยอมมาด้วย ก็เช่ารถม้าพาแกค่อยๆ เดินทางกลับเทียนโต้ว ข้าจะไม่ไปด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าข้าจะล่วงหน้ากลับไปก่อน"

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเฟิงออกเดินทางกลับเมืองเทียนโต้ว หนึ่งวันหลังจากหลินเฟิงถึงบ้าน ฮั่นผิงก็กลับมาพร้อมหลินเจี้ยน และป้ายวิญญาณสามป้าย หลินเจี้ยนไม่ได้มีโอกาสถามยายไช่ว่าจะมาด้วยไหม เพราะยายไช่เสียชีวิตไปแล้ว ท่านไม่มีลูกหลาน ไม่มีใครทำศพให้ จึงถูกทำพิธีศพแบบทิ้งร่างให้แร้งกินเช่นกัน หลินเจี้ยนจึงนำป้ายวิญญาณของท่านกลับมาด้วย หลินเฟิงไม่ได้ถามอะไรมาก แค่สั่งสั้นๆ "พักผ่อนซะ พรุ่งนี้เริ่มฝึกของจริง"

จบบทที่ บทที่ 21 ไปฆ่าคน

คัดลอกลิงก์แล้ว