- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นสตรีมเมอร์จอมลวงโลก แต่ดันมีระบบสุ่มการ์ดอัจฉริยะซะงั้น
- บทที่ 11 - การท้าทายครั้งที่สอง การแข่งแบบทีม
บทที่ 11 - การท้าทายครั้งที่สอง การแข่งแบบทีม
บทที่ 11 - การท้าทายครั้งที่สอง การแข่งแบบทีม
บทที่ 11 - การท้าทายครั้งที่สอง การแข่งแบบทีม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ชีวิตวนเวียนอยู่แค่สองจุดระหว่างหนังสือปรุงยากับอุปกรณ์ทดลอง วันเวลาเช่นนี้ทำให้หลี่เต้าเสียนรู้สึกเติมเต็มอย่างบอกไม่ถูก
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนดีดนิ้ว วันแข่งขันก็มาถึง
เพียงแต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปตรงที่ผู้เข้าแข่งขันตัวสำรองทั้งสิบเจ็ดคนได้เข้ามาเติมเต็มจนครบจำนวน นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งยี่สิบคนจะได้ประชันฝีมือบนเวทีเดียวกัน
ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนล้วนมีที่มาไม่ธรรมดา บางคนเคยเป็นสมาชิกสถาบันวิจัย บางคนเคยเป็นช่างเทคนิคจากโรงงานผลิตยาชื่อดัง บางคนเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายปรุงยาที่ทำคลิปวิดีโอเหมือนกัน และยังมีนักเรียนจากวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ด้วย
การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น!
กอร์ดอน แม็กกี้ และเซวียเชียน เมนเทอร์ทั้งสามยืนอยู่บนเวทีด้านหน้าสุดของห้องปฏิบัติการ
ม่านพลังเวทกางออกและเริ่มทำงานอย่างซื่อสัตย์
กอร์ดอนหันหน้าเข้าหากล้องแล้วพูดว่า "หลังจากผ่านการคัดเลือกอันเข้มข้นมาหนึ่งสัปดาห์ เราได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุดสิบเจ็ดคนจากผู้สมัครนับแสน เพื่อมาเติมเต็มทีมผู้เข้าแข่งขันของเรา"
เซวียเชียนเสริม "ไม่มีใครอยากพลาดรางวัลใหญ่ แต่ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว ผู้สำเร็จจะได้รับทุกสิ่ง!"
แม็กกี้พูดพร้อมรอยยิ้ม "ถ้าตอนฉันยังสาวมีรายการแบบนี้ ฉันคงไม่ลังเลที่จะสมัครแน่นอน ฉันคิดไว้แล้วด้วยซ้ำว่าจะเอาเงินรางวัลไปเปิดโรงงานปรุงยาของตัวเอง มันต้องเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ"
กอร์ดอนและเซวียเชียนหัวเราะออกมา
กอร์ดอนพูดตรงๆ ว่า "บางทีผู้เข้าแข่งขันอาจจะมีความคิดแบบเดียวกัน ตอนนี้ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทุกคนออกมาได้!"
ประตูห้องปฏิบัติการเปิดกว้าง
หลี่เต้าเสียนยังคงเดินนำหน้าสุด ตามมาด้วยแคทเธอรีนและจอร์จ ถัดไปด้านหลังคือเหล่าผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา
บางคนกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อม บางคนก็โบกมือทักทายกล้องถ่ายทอดสด
กอร์ดอนปรบมือเรียกความสนใจของทุกคนมาที่เขา "ในหมู่พวกคุณอาจจะมีบางคนที่ทุกคนคุ้นเคยดีอยู่แล้ว และบางคนที่คนดูยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ไม่เป็นไร เพราะที่นี่ไม่ต้องการวาทศิลป์สวยหรู ขอแค่โชว์ฝีมืออันยอดเยี่ยมเพียงครั้งเดียว ก็จะทำให้ทุกคนจำชื่อของคุณได้!"
เซวียเชียนก้าวออกมาข้างหน้าแล้วพูดกับทุกคนว่า "การแข่งขันในวันนี้ ผมมีความคิดที่น่าสนใจ เรามาแข่งแบบทีมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครกันดีกว่า"
สิ้นเสียงนี้ เหล่านักปรุงยาก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
แข่งทีมเหรอ?
ปกติการปรุงยาจะเป็นงานที่ทำคนเดียว แทบไม่เคยได้ยินว่ามีการแข่งแบบทีมมาก่อน...
เซวียเชียนดูเหมือนจะอ่านความสงสัยของทุกคนออก เขาโบกมือเบาๆ
โต๊ะปฏิบัติการแต่ละแถวลอยขึ้นแยกออกไปสองฝั่ง พื้นที่ตรงกลางขยายออกอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นลานทรงกลมคล้ายโคลอสเซียมโรมันโบราณ ภาพจำลองของหุ่นจำลองเลียนแบบมนุษย์สองร่างปรากฏขึ้นที่สองฟากฝั่งของลานประลอง
ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขันถึงกับตะลึง!
ไม่มีใครคิดว่าเซวียเชียนจะเชี่ยวชาญเวทมนตร์มิติขนาดนี้
เสียงของเซวียเชียนดังขึ้นอย่างไม่รีบร้อน "แต่ละทีมจะมีหุ่นจำลองเลียนแบบมนุษย์ รุ่น 4 จำนวนสามตัว หุ่นรุ่นนี้เป็นสินค้าตัวใหม่ที่เพิ่งวิจัยออกมาไม่นาน สามารถดูดซับยาในระดับมาตรฐานของพ่อมด เทียบเท่ากับแม่แบบของพ่อมดเต็มตัวหนึ่งคน"
ตามคำอธิบายของเซวียเชียน ลูกแก้วเวทมนตร์ปิดผนึกสามลูกลอยอยู่ข้างโต๊ะปฏิบัติการของทั้งสองฝั่ง ภายในนั้นน่าจะเป็นหุ่นจำลองเลียนแบบมนุษย์สำหรับการทดลองในครั้งนี้
เบื้องหน้าเซวียเชียนปรากฏแผงควบคุมเวทมนตร์ บนนั้นมีจุดสีแดงและสีน้ำเงินอย่างละสิบจุด พร้อมตุ๊กตาตัวจิ๋วอีกหกตัว
"บางคนอาจจะเดาได้แล้วว่าการทดสอบครั้งนี้คืออะไร ถูกต้องครับ คือการใช้ยาวิเศษเสริมแกร่งให้หุ่นจำลองและเอาชนะหุ่นจำลองของฝ่ายตรงข้าม หวังว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันที่ชอบการดวลนะ พวกคุณต้องวางแผนเสริมแกร่งให้ตุ๊กตาสามตัวนี้"
จุดสีแดงและน้ำเงินเรียงแถวอยู่หลังตุ๊กตา จุดเหล่านั้นทำท่าป้อนยาให้ตุ๊กตาอย่างต่อเนื่อง
"แต่ละรอบต้องส่งตัวแทนหนึ่งคนมาควบคุมหุ่นจำลองเพื่อต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง แข่งขันกันสามรอบ ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนลงแข่งได้เพียงครั้งเดียว"
จุดสีแดงและน้ำเงินเลือกตัวที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาสามตัว ใช้จิตควบคุมตุ๊กตา แล้วฝ่ายแดงกับน้ำเงินก็เริ่มต่อสู้กัน!
"การดวลจะเกิดขึ้นทุกหนึ่งชั่วโมง ตัดสินแบบชนะสองในสาม ทีมที่ชนะจะได้รับเหรียญทองกันตาย! ส่วนฝ่ายที่แพ้จะต้องแยกย้ายกันไปสู้ในรอบคัดออก แจ้งเตือนด้วยความหวังดี สองอันดับสุดท้ายในรอบคัดออก จะตกรอบทันที!"
จุดวงกลมฝ่ายที่แพ้สีซีดลงและเริ่มต่อสู้กันเอง สุดท้ายจุดสองจุดก็ถูกกากบาทสีแดงทับ
เมื่อได้เห็นภาพจำลองที่ชัดเจนขนาดนี้ สีหน้าของผู้เข้าแข่งขันก็เคร่งเครียดขึ้น
โอกาสตกรอบหนึ่งในห้าถือว่าโหดร้ายมาก ไม่มีใครอยากเก็บของกลับบ้านตั้งแต่วันแรก
เซวียเชียนพูดต่อ "เหรียญทองกันตายจะเป็นหลักประกันชั้นดีที่จะพาพวกคุณไปถึงรอบสุดท้าย! ดังนั้นทุกคนจงทุ่มสุดตัวเพื่อให้ทีมของคุณชนะเถอะ!"
เขาปรบมือ แผงควบคุมเวทมนตร์ก็สลายไป
กอร์ดอนพูดต่อ "ทีมต้องการผู้นำ การแข่งทีมครั้งนี้เราจะระบุตัวกัปตันทีม พวกเขาคือผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานโดดเด่นก่อนหน้านี้ ทีมสีน้ำเงิน หลี่เต้าเสียน ทีมสีแดง แคทเธอรีน ส่วนสมาชิกที่เหลือให้ยึดตามลำดับที่ยืนอยู่ตอนนี้ เลขคี่ไปรับเข็มกลัดสีน้ำเงินทางซ้าย เลขคู่รับเข็มกลัดสีแดง"
"พวกคุณมีเวลาปรึกษากันห้านาที จากนั้นการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เตรียมตัวให้พร้อม เริ่มได้!"
สมาชิกทั้งสองทีมวิ่งกลับไปยังฐานของตัวเอง
กอร์ดอนถอนหายใจ "เป็นภาพที่คึกคักจริงๆ ไม่มีอะไรน่าหลงใหลไปกว่าการปะทะกันทางความคิดอีกแล้ว"
แม็กกี้ดูสนใจกติกาการแข่งแบบนี้ "น่าสนใจมาก วิธีนี้นอกจากจะทดสอบการทำงานเป็นทีมของเหล่าพ่อมดแล้ว ยังทดสอบการตัดสินใจและภาวะผู้นำของกัปตันทีมด้วย ผลลัพธ์ของยาก็จะแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ใครแพ้ใครชนะดูปราดเดียวก็รู้ ฉันชักอยากลองบ้างแล้วสิ"
"งั้นเรามาดวลกันสักตาสไหมล่ะ" กอร์ดอนพูดติดตลก
"ฉันไม่แข่งกับคุณหรอกย่ะ" แม็กกี้ค้อนใส่กอร์ดอน
กอร์ดอนยักไหล่แล้ววกกลับเข้าเรื่อง "อันที่จริงในสงคราม พ่อมดฝ่ายสนับสนุนมักจะเป็นนักปรุงยา ในสนามรบพวกเขาต้องแย่งชิงเวลาปรุงยา พ่อมดทุกคนควรมีความสามารถด้านการปรุงยาติดตัวไว้ อย่างน้อยเมื่อเจอสถานการณ์พิเศษ ยาที่สำรองไว้อาจช่วยชีวิตได้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมวิชาปรุงยาถึงเป็นวิชาบังคับเสมอมา"
เซวียเชียนยิ้มบางๆ แล้วพูดถึงแนวคิดของเขา "ในการแข่งครั้งนี้ กลยุทธ์ก็สำคัญมาก ที่เมืองเซี่ยมีนิทานเรื่องหนึ่งชื่อว่าเถียนจี้แข่งม้า ถ้าจัดสรรทรัพยากรยาอย่างสมเหตุสมผล ก็มีโอกาสพลิกสถานการณ์จากแพ้เป็นชนะได้"
กอร์ดอนพยักหน้า "ใช่แล้ว ถูกต้องเลย"
"ห้านาทีผ่านไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าผลการปรึกษาหารือของพวกเขาจะเป็นยังไง" แม็กกี้มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างคาดหวัง
——
"ลงชื่อ!"
"กติกาตื่นเต้นดีแฮะ... แบบนี้ยาใครเจ๋งกว่าก็รู้กันเลย"
"ฮ่าๆๆ อยากเห็นเมนเทอร์ลงมาสาธิตจัง"
"กติกานี้เข้าทางหลี่เต้าเสียนนะ เพราะสองรอบก่อนเขาทำเวลาได้ดีมาก"
"หลี่เต้าเสียนมันเก่งแต่ปาก พ่อมดที่ร่วมทีมกับเขาคงมีเรื่องบันเทิงให้ดูแน่"
คอมเมนต์ในไลฟ์หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
หน้าจอก็ตัดสลับไปยังมุมมองของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน พร้อมโชว์ผลงานเด่นในรอบคัดเลือกเพื่อให้ผู้ชมทำความรู้จัก
——
ทีมสีน้ำเงินวางหุ่นจำลองลง
หลี่เต้าเสียนเรียกรวมพลและชี้ไปที่คนทางซ้ายมือ "ทุกคนสังเกตหุ่นจำลองดูนะ คนที่ถึงคิวให้แนะนำชื่อและความถนัดสั้นๆ เริ่มจากคุณ"
ชายหนุ่มทางซ้ายดูผอมแห้ง ที่คอมีรอยสักเวทมนตร์ชัดเจน "ไมลส์ ถนัดยาผสมธาตุ"
ถัดมาเป็นหญิงร่างท้วม "ฟูหนี ถนัดยาบำรุงและยารรักษา"
ชายหนุ่มผมหยิก "หูหลุน ยาระงับประสาท"
ชายร่างยักษ์สวมเขากวาง "อัลฟารัก ยาสายธรรมชาติ"
หญิงสาวผมเงิน "ลิเซลล็อตเต้ ยารักษาและยาป้องกัน"
ชายหน้าบาก "ดาเมีย ยาเสริมแกร่งลึกลับ แต่ผลข้างเคียงเยอะมาก"
นักเรียนหนุ่มท่าทางขี้อาย "แอนโทนิส พอทำได้ทุกอย่างครับ"
ชายวัยกลางคนที่มีหมุดเจาะปาก "จอฟฟรีย์ คำสาป"
คนสุดท้ายเป็นคนเซี่ยเหมือนกัน "เถียนจุนหลง ยาธาตุดิน"
เมื่อทุกคนแนะนำตัวเสร็จ หลี่เต้าเสียนก็พยักหน้า
ฝั่งเขามีคนที่ปรุงยาผสมธาตุได้รวมตัวเขาเองเป็นสี่คน (ไมลส์ อัลฟารัก เถียนจุนหลง) สายฟังก์ชันพิเศษสองคน (หูหลุน จอฟฟรีย์) สายรักษาและเสริมแกร่งสามคน (ฟูหนี ลิเซลล็อตเต้ ดาเมีย) และแอนโทนิสที่เป็นสายอิสระอีกหนึ่งคน
ยังมีอีกสองจุดที่ต้องยืนยัน
หลี่เต้าเสียนถามอัลฟารัก "คุณปรุงยาแปลงร่างได้ไหม มีผลข้างเคียงก็ไม่เป็นไร"
"ได้ครับ ยาแปลงร่างก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ..."
อัลฟารักพยักหน้า การแต่งกายบ่งบอกว่าเขาเป็นดรูอิด ดรูอิดที่ยอมมาเป็นนักปรุงยานั้นหายากมาก ส่วนใหญ่พวกเขามักเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ การเก็บสมุนไพรหรือการสกัดสารจากสิ่งมีชีวิตทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดี
เห็นได้ชัดว่าดรูอิดตรงหน้าเป็นข้อยกเว้น
เมื่อได้คำตอบ หลี่เต้าเสียนก็หันไปถามหูหลุน "คุณทำยาโจมตีทางจิตได้ไหม พวกเจาะเกราะจิตหรือแทรกแซงสติสัมปชัญญะ..."
หูหลุนพยักหน้า "ไม่มีปัญหา"
หลี่เต้าเสียนประเมินเพื่อนร่วมทีมในใจสูงขึ้นอีก
ยาทั้งสองประเภทนี้เป็นยาระดับสูง เพื่อนร่วมทีมมีความสามารถในการปรุง แสดงว่าหลังจากรอบคัดเลือก มาตรฐานการรับคนของเมนเทอร์สูงขึ้นจริงๆ
"มั่นใจไหมว่าจะทำสำเร็จภายในสองชั่วโมง..."
หูหลุนลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ "ได้ แต่ต้องลดทอนสูตรยา และอาจมีผลข้างเคียง"
หลี่เต้าเสียนพูดสวนทันที "มีผลข้างเคียงก็ไม่เป็นไร"
เขาอธิบาย "พวกคุณดูสิ หุ่นจำลองทดลองรุ่นนี้ไม่ว่าจะเป็นขีดความสามารถในการรับยาหรือความไวต่อยา ล้วนอยู่ในระดับพ่อมดมาตรฐาน แต่มันมีจุดต่างใหญ่หลวงจากพ่อมดอยู่อย่างหนึ่ง คือสถานะ มันไม่ใช่พ่อมด พูดกันตามตรง มันคืออุปกรณ์ทดลอง สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือดัดแปลงให้มันกลายเป็นเครื่องจักรสังหาร ในสถานการณ์แบบนี้ ขอแค่ผลข้างเคียงไม่กระทบต่อฤทธิ์ยา เรายอมรับได้หมด ทุกคนเข้าใจไหม"
สมาชิกในทีมพยักหน้าเห็นด้วย
"แต่ว่า... ถ้าผลข้างเคียงแรงเกินไป เกรงว่าความมีชีวิตของหุ่นจำลองจะลดลงนะคะ" คนที่พูดคือลิเซลล็อตเต้ หญิงสาวผมเงินหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้
หลี่เต้าเสียนตอบ "เราไม่ต้องใช้นาน ถ้าจำเป็นก็ใช้ยาบำรุงประคองเอา การป้องกันมันยาก แต่ถ้าจะฆ่าให้ตายมันง่าย หัวใจสำคัญของการแข่งครั้งนี้คือการบุก ขอแค่จัดการหุ่นฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนเราจะล้มก็พอ"
หลังจากอธิบายแนวคิดให้ลูกทีมฟัง หลี่เต้าเสียนก็แบ่งสมาชิกออกเป็นสามกลุ่ม
ตัวเขาและดรูอิดอัลฟารักอยู่กลุ่มเดียวกัน ใช้ยาแปลงร่างเสริมแกร่งขั้นสุด หลี่เต้าเสียนจะพยายามสร้างอาวุธโจมตีที่รุนแรงที่สุดเพื่อปิดเกมในทีเดียว
ไมลส์ เถียนจุนหลง ฟูหนี ลิเซลล็อตเต้ แอนโทนิส ห้าคนนี้อยู่กลุ่มเดียวกัน ฟูหนีเสนอไอเดียขึ้นมา เธอเลยได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้า พวกเขาจะใช้วิธีที่ค่อนข้างเป็นแบบแผน สร้าง ป้อมปืนเวทมนตร์ โดยมีคนสร้างป้อม คนป้องกัน และคนเสริมแกร่ง
หูหลุน จอฟฟรีย์ และดาเมีย จะเน้นไปทางคำสาปและการโจมตีทางจิต ยาประเภทนี้ต้องใช้เวลาปรุงนาน จึงต้องให้ออกโรงเป็นคู่สุดท้าย ถ้าหุ่นจำลองของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สร้างเกราะป้องกันทางจิตไว้ ก็จะเสียเปรียบอย่างหนัก
เมื่อวางแผนเสร็จ ทุกคนก็เริ่มลงมือ ภารกิจของหลี่เต้าเสียนคือเปิดเกมให้สวย ประเดิมชัยชนะแรก
หลี่เต้าเสียนสั่งงานดรูอิด "คุณปรุงยาแปลงร่างอีกาน้ำแข็ง เรามีเวลาหนึ่งชั่วโมง ไม่ต้องสนผลข้างเคียง ยามจำเป็นสามารถตัดทอนฟังก์ชันบางอย่างได้ คุณชั่งใจเอาเอง ในนาทีที่สี่สิบห้า อย่างน้อยต้องเตรียมตัวยาให้เสร็จ"
"ไว้ใจผมเถอะ"
ยาแปลงร่างกับยาน้ำยามิมิคมีความคล้ายคลึงกัน จุดต่างคือยาแปลงร่างจะทำให้ได้รับพรสวรรค์ของสิ่งที่แปลงร่างตามฤทธิ์ยา แต่จุดสำคัญที่เหมือนกันคือความเสถียรของยา
หากจัดการยาแปลงร่างไม่ดีอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ หรือทำให้ร่างเปลี่ยนไปถาวร ซึ่งส่วนนี้มักเป็นตัวถ่วงเวลาและมีผลต่อความสำเร็จ แต่ตอนนี้ไม่ต้องสนใจ สรุปแล้วมันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก
สิ่งที่หลี่เต้าเสียนทำได้ตอนนี้คือเชื่อใจเพื่อนร่วมทีม
เพราะภารกิจของเขาเองก็หนักหนาไม่แพ้กัน เขาต้องการปิดเกมในทีเดียว และเลือกใช้ยาพิษมาเสริมพลังทำลายล้าง ดังนั้นเขาต้องปรุงยาให้เสร็จถึงสี่ชนิด ได้แก่ น้ำยาศรน้ำแข็ง น้ำยาพิษประสาทผสม ยาพิษโลหิต และน้ำยาความเร็ว
เวลาไหลผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
หลี่เต้าเสียนเรียกสมุนไพรลงมาจากเพดาน จัดการอย่างรวดเร็ว ท่าทางกระชับแม่นยำ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าท่วงท่าบางส่วนมีกลิ่นอายความเคยชินของกอร์ดอนผสมอยู่
แม็กกี้สังเกตเห็นจุดนี้ เธอแซวกอร์ดอน "คุณรับเขาเป็นศิษย์แล้วเหรอ ดูท่าทางเขาคล้ายคุณตอนหนุ่มๆ เลยนะ"
กอร์ดอนก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาพอใจกับพัฒนาการของหลี่เต้าเสียนมาก แต่ก็ยังปากแข็ง "งั้นเหรอ ตอนหนุ่มๆ ผมหล่อกว่าเขาตั้งเยอะ"
แม็กกี้ยิ้มขำ "หลอกคนอื่นได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอกย่ะ"
"เอ๊ะ... นั่นมัน..."
ทันใดนั้น แม็กกี้ก็มองเห็นนักปรุงยาชาวเซี่ยในทีมสีแดงทำท่าทางนิ้วโป้งคว่ำลงใส่หลี่เต้าเสียน
เซวียเชียนมองตามสายตาแม็กกี้แล้วพูดว่า "ผมรู้จักเขา ลูกชายเพื่อนร่วมงานผมน่ะ หยวนหัว เป็นนักปรุงยารุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์มาก"
แม็กกี้ขมวดคิ้ว "ฉันไม่ชอบเขาเลย การดูถูกคู่แข่งไม่ได้ทำให้ตัวเองดูสูงส่งขึ้นหรอกนะ"
กอร์ดอนมีความเห็นต่าง "แต่มันทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ได้ผลชะงัด นี่คือการแข่งขัน และก็คือสงคราม ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเล่นงานคู่ต่อสู้!"
คอมเมนต์ในไลฟ์ระเบิดทันทีเพราะฉากกะทันหันนี้
"กากเหรอ ห้าวเป้ง!"
"มั่นหน้ามาจากไหน ผลยังไม่ออกก็ด่ากากแล้ว ระวังธงหักนะเว้ย..."
"กาก กาก กาก"
"ไม่มีมารยาท!"
"พอเถอะน่า เกี่ยวไรกับมารยาท นี่มันจิตวิทยา สงครามประสาท ฉันว่ามั่นใจหน่อยก็ไม่เห็นเสียหาย!"
คอมเมนต์ตีกันยับ แบ่งฝ่ายชัดเจน
ผู้กำกับเหยียนหยุดพิมพ์คอมเมนต์ มองดูยอดคอมเมนต์ที่พุ่งกระฉูดแล้วยิ้มโดยไม่พูดอะไร
——
หลี่เต้าเสียนเห็นท่าทางของอีกฝ่าย เขาก็ชูนิ้วชี้ตอบกลับไป แล้วผายมือออก
เมื่อเห็นหยวนหัวพยักหน้าและเชิดหน้าขึ้นสูง หลี่เต้าเสียนก็รู้ว่าคำท้าที่ตกลงกันไว้ได้เริ่มขึ้นแล้ว
พอดีเลย เขาเพิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มา
ยกแรก มาดูฝีมือแกหน่อยซิ
หลี่เต้าเสียนสูดหายใจลึก ปรับระดับพลังเวทในตัว สร้างพิธีกรรมเวทมนตร์ซับซ้อนขึ้นภายใน แล้วดึงกลิ่นอายออกมา...
"เคล็ดวิชายกระดับยา... ทำงาน!"
——
หยวนหัวไม่ได้ใส่ใจหลี่เต้าเสียนมากนัก พูดให้ถูกคือ คนที่เขาอยากเล่นงานไม่ใช่ตัวหลี่เต้าเสียน แต่เป็นอันดับหนึ่งของการแข่งนี้
เป้าหมายของเขามีเพียงแชมป์ ใครที่เป็นที่หนึ่ง คนนั้นก็คือเหยื่อของเขา
เขาเติบโตมาในห้องทดลองของพ่อ พรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิดและบรรยากาศของตระกูลปรุงยา ทำให้ทุกคนที่รู้จักต่างยกย่องความสามารถของเขาไม่ขาดปาก นี่คือที่มาของความมั่นใจในตัวหยวนหัว
หยวนหัวเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของตัวเอง
ดังนั้น เดิมทีเขาถูกวางตัวให้ปรุงยาระดับสูงเตรียมลงแข่งรอบสาม แต่เขาเดินไปหาแคทเธอรีนแล้วพูดเปิดอก "ผมจะขึ้นมาแข่งรอบแรก"
แคทเธอรีนขมวดคิ้ว "เมื่อกี้แบ่งหน้าที่กันแล้วไม่ใช่เหรอ..."
หยวนหัวยกยิ้มมุมปาก ท่าทางโอหัง "ผมจะแข่งรอบแรก ผมไม่ได้มาปรึกษาคุณ..."
แคทเธอรีนรู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้ทันที ใช่แล้ว พวกคุณชายเสเพลที่เธอรู้จักส่วนใหญ่ก็มีสันดานแบบนี้ ประโยคถัดไป คงจะเป็น...
คำพูดชั่วร้ายของหยวนหัวกับเสียงในใจของแคทเธอรีนดังประสานกัน "แต่มาแจ้งให้ทราบ!"
แถมหลังจากนั้น หยวนหัวยังเสริมอีกประโยค "อย่าสงสัยในตัวผม ยัยผู้หญิง!"
แคทเธอรีนถอนหายใจ
ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย
"ก็ได้ งั้นนายสลับกับอิโมจิน นายขึ้นเป็นคนแรก แต่ขอพูดให้ชัดนะ ถ้านายแพ้ นายต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาทั้งหมด"
หยวนหัวแค่นเสียงฮึ "ผู้หญิงนี่ขี้บ่นชะมัด คนอย่างผมไม่มีวันแพ้หรอก!"
[จบแล้ว]