เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 เฉินลั่วทำสำเร็จ? หลิวชิงตกตะลึง!

บทที่ 26 เฉินลั่วทำสำเร็จ? หลิวชิงตกตะลึง!

บทที่ 26 เฉินลั่วทำสำเร็จ? หลิวชิงตกตะลึง!


บทที่ 26 เฉินลั่วทำสำเร็จ? หลิวชิงตกตะลึง!

"เฉิน... เฉินลั่ว?!"

ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้าสู่จิตใจของสวีโหย่วหรง ขณะจ้องมองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวที่ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าฝ่ามือของฉางลู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

หลังจากที่นางเคยคิดจะติดตามเฉินลั่วแต่ถูกเขาปฏิเสธ ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วสำนักใน จนนางกลายเป็นตัวตลกของศิษย์พี่น้อง เวลาออกไปไหนมาไหนต้องคอยปิดบังใบหน้า ในใจสุมแน่นไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อเฉินลั่ว

ครั้งนี้เมื่อถูกฉางลู่ขัดขวาง ศิษย์สายในจำนวนมากต่างเข้ามารุมล้อมมุงดู แต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ทุกคนต่างเฝ้ามองราวกับกำลังชมมหรสพ

นางไม่คาดคิดเลยว่า ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ที่พึ่งที่สุด คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนาง... กลับยังคงเป็นเฉินลั่ว!

เมื่อมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สวีโหย่วหรงอยากจะเกลียดเขา แต่กลับพบว่าตนเองทำไม่ลง

"เฉินลั่ว?!"

ฉางลู่ปรายตามองเฉินลั่วอย่างดูแคลน "แกคือไอ้สวะที่ใช้ยาวิเศษเร่งตบะนั่นสินะ? ทำไม คิดจะขวางข้าเรอะ?!"

"เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?"

เฉินลั่วมองไปที่สวีโหย่วหรง

ขอบตาของสวีโหย่วหรงแดงระเรื่อ สีหน้าดื้อรั้นเล็กน้อย "เรื่องของข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า!"

"ตกลง"

เฉินลั่วพยักหน้า ปล่อยข้อมือฉางลู่ แล้วหันหลังเดินจากไป

???

ชั่วขณะนั้น สวีโหย่วหรงรู้สึกสับสนมึนงง เขาดูไม่ออกหรือว่านางแค่พูดประชดด้วยความโกรธ?

เมื่อเห็นเฉินลั่วเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจก็ไหลพรากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

"เหอะ! นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?!"

ฉางลู่ที่หงุดหงิดกับการถูกเฉินลั่วเมินเฉย ย่อมไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เขาพุ่งตัวเข้าใส่ ยื่นมือหมายจะคว้าท้ายทอยของเฉินลั่ว

ทันทีที่โจมตี เสียงร้องของนกกระเรียนก็ดังแว่วสะท้านจิตใจผู้คน!

"ทักษะยุทธ์ระดับลึกลับขั้นต่ำ กรงเล็บกระเรียนร้อยชีวิต! การโจมตีผสานเสียงร้องกระเรียน นี่คือสัญญาณของการบรรลุขั้นเชี่ยวชาญ"

"ไม่ใช่ 'กำลังจะบรรลุ' แต่ 'บรรลุแล้ว' ต่างหาก! ดูนั่น!"

ทุกคนมองไปตามเสียง เห็นร่างของฉางลู่ในสนามเคลื่อนไหววูบวาบดุจภูตผี ล่องลอยไร้ทิศทาง ยากจะจับทางได้

"ร่างเงาภูตพราย? เขาฝึกจนบรรลุขั้นเชี่ยวชาญ แถมยังเข้าถึงแก่นแท้แห่งกรงเล็บขั้นต้นได้แล้วด้วย"

"มิน่าล่ะถึงได้ดูถูกเฉินลั่ว ก็สมควรอยู่หรอก! ด้วยกรงเล็บกระเรียนร้อยชีวิตขั้นเชี่ยวชาญ เขาสามารถข่มขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นเจ็ดได้สบายๆ หรือแม้แต่ต่อกรกับขั้นแปดได้ชั่วขณะ!"

"ถึงเฉินลั่วจะมีพลังบดขยี้ขั้นหก แต่เขาเพิ่งจะทะลวงขั้นมาหมาดๆ เจอจอมยุทธ์เจนจัดขั้นเจ็ดที่มีพลังเทียบเท่าขั้นแปดอย่างฉางลู่เข้าไป คงไม่ง่ายที่จะหนีรอด!"

"มากกว่านั้น ดูท่าทางการโจมตีของฉางลู่สิ อำมหิตและมุ่งร้ายชัดๆ เขาตั้งใจจะเอาชีวิตเฉินลั่วเลยนะนั่น!"

เมื่อได้ยินดังนั้น

สวีโหย่วหรงที่อยู่ด้านหลังก็สัมผัสได้ถึงแรงลมจากกรงเล็บอันแหลมคม หัวใจนางบีบตัวแน่น ความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ทว่า...

ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเฉินลั่วกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ

"เพียะ!"

เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับตบลงบนหน้าของทุกคน พลิกสถานการณ์กลับตาลปัตรในพริบตา

ฉางลู่จับแก้มซ้ายที่เริ่มชาหนึบ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นสมอง "กล้าตบหน้าข้าเรอะ ข้าจะฆ่า..."

"เพียะ!"

"ไอ้เวรเอ๊ย!"

"เพียะ!"

"ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้!"

"เพียะ!"

"หยุดนะโว้ย!"

"เพียะ!"

"..."

ไม่ว่าฉางลู่จะขู่กรรโชกหรืออ้อนวอน สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับมามีเพียงฝ่ามือที่ตบลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผู้คนที่มุงดูต่างยืนอ้าปากค้าง

กว่าจะตั้งสติได้ สายตาที่มองเฉินลั่วก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและยำเกรง!

ตอนนี้พวกเขาเห็นชัดเจนแล้วว่า พลังของเฉินลั่วอย่างน้อยต้องอยู่ที่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นแปด หรืออาจไปถึงขั้นเก้าแล้วด้วยซ้ำ

มิฉะนั้นคงไม่สามารถสยบฉางลู่ที่กำลังคลุ้มคลั่งได้อย่างง่ายดาย ตบตีจนโงหัวไม่ขึ้นแบบนี้

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ... เท่ากับว่าเฉินลั่วข้ามขอบเขตใหญ่ได้เลยหรือนี่?!

นี่ไม่ใช่สิ่งที่การกินยาจะทำได้อีกต่อไป นอกจากพรสวรรค์แล้ว เขาต้องได้รับวาสนาปาฏิหาริย์อะไรบางอย่างมาแน่ๆ

"ยะ... หยุดตบเถอะ... ข้าเป็นแค่เบี้ยใช้ ที่จริงคนชอบนางไม่ใช่ข้า!"

ฉางลู่ที่โดนตบจนหน้านวม ในที่สุดก็เลิกดื้อรั้น สารภาพออกมาด้วยใบหน้าอันแสนรันทด

น่าเสียดาย...

ใบหน้าของเขาบวมปูดจนดูเหมือนหัวหมูไปแล้ว ต่อให้แม่บังเกิดเกล้ามาเห็นก็คงจำไม่ได้ แล้วใครจะไปดูออกว่าเขาทำหน้าเศร้าสร้อยแค่ไหน

"รับคำสั่งคนอื่นมา?"

เฉินลั่วมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ค่อยปักใจเชื่อนัก

อย่างไรเสีย ฉางลู่ก็เป็นถึงยอดฝีมือสำนักใน อัจฉริยะอันดับที่สามสิบเจ็ดในทำเนียบชิงหยุน

ด้วยตบะและฝีมือระดับนี้ ใครกันที่จะใช้เขาเป็นเบี้ยล่างได้?

"ใช่ ข้ามันแค่ลูกกระจ๊อก ถ้าเจ้าอยากแก้แค้นให้ศิษย์น้องสวี ก็ไปหาตัวการใหญ่โน่น!"

"ใคร?"

"อันดับสิบสองแห่งทำเนียบชิงหยุน โม่หยุนเจี้ยน!"

...

ด้านหลังภูเขา ณ ถ้ำวายุ

ไม่นานหลังจากเฉินลั่วจากไป

หลิวชิงก็รีบรุดมาถึงพร้อมกับพรรคพวกอีกสามสี่คน

"เฉินลั่วไปแล้วรึ?"

หลิวชิงมองถ้ำวายุที่ว่างเปล่า คิ้วขมวดมุ่น ดูประหลาดใจเล็กน้อย

หลังจากยกถ้ำวายุให้เฉินลั่วใช้ฝึกวิชาชั่วคราว หลิวชิงไม่ได้ละเลย เขายังคงส่งคนมาคอยสอดส่องสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

และก็เป็นดังคาด ทันทีที่เฉินลั่วจากไป ก็มีคนรีบไปรายงานเขา

ทีแรก หลิวชิงนึกว่าเฉินลั่วอาจเจอทางตันในการฝึก จึงออกไปเดินเล่นผ่อนคลายเดี๋ยวคงกลับมา

แต่รออยู่นานก็ยังไร้วี่แวว ราวกับว่าเขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว

"ศิษย์พี่หลิว ข้าว่าเฉินลั่วมมันถอดใจไปแล้วแน่ๆ!"

"เป็นไปได้! จะฝึกเพลงกระบี่วายุให้สำเร็จภายในหนึ่งเดือน ข้ายังไม่กล้าฝันเลย แต่มันดันกล้ารับปาก!"

"เพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งเดียวก็ชิงหนีไปซะแล้ว อย่าว่าแต่พรสวรรค์เลย แค่จิตใจก็โลเลเกินไปแล้ว!"

"จิตใจแบบนี้ อนาคตคงยากจะบรรลุขั้นสูงได้"

"ศิษย์พี่หลิว อย่าเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย รีบไปตามหาเฉินลั่วแล้วจับมันมาเป็นข้ารับใช้ให้ศิษย์พี่ดีกว่า!"

"..."

ทุกคนต่างพากันออกความเห็น

ราวกับปักใจเชื่อไปแล้วว่าเฉินลั่วเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ดีแต่ปาก พอทำไม่ได้ก็ชิ่งหนีไปดื้อๆ!

หลิวชิงขมวดคิ้วแน่น ไม่เอ่ยคำใด

เขาเคยเห็นเพลงกระบี่ของเฉินลั่วมาก่อน

สัญชาตญาณของนักดาบบอกเขาว่า เฉินลั่วไม่ใช่คนพรรค์นั้น

"ไม่ต้องรีบ รออีกสักสองสามวันค่อยว่ากัน!"

หลิวชิงโบกมือห้ามปรามศิษย์น้องที่กำลังเดือดดาล อย่างไรเสียก็ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือนกว่าจะครบกำหนดสัญญา

"ไปกันเถอะ!"

หลิวชิงหันหลังเตรียมจะกลับ

ทันใดนั้น หางตาเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่ง ทำให้เขาชะงักฝีเท้าทันที

"ศิษย์พี่หลิว?"

คนอื่นๆ มองหน้ากันอย่างงุนงง

แต่แล้วก็เห็นหลิวชิงพุ่งเข้าไปที่ผนังถ้ำอย่างรวดเร็ว

บนผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยดาบรอยกระบี่ระยิบระยับ มีรอยกระบี่หนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตา

ลึกหลายฟุต ยาวหลายจั้ง!

หลิวชิงฝึกกระบี่ในถ้ำวายุมานานกว่าหนึ่งเดือน เขารู้จักทุกรอยบนผนังนี้ดีประหนึ่งลายมือตัวเอง

รอยกระบี่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่รอยเก่าที่เคยมีอยู่แน่ แต่เป็น 'แผลใหม่' ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

แต่ช่วงนี้ นอกจากเขาแล้ว ก็มีแค่เฉินลั่วที่เข้ามาที่นี่

หรือว่า... ความคิดบ้าบิ่นผุดขึ้นในสมองของหลิวชิง

"ซี้ด!"

เมื่อเขาลูบไล้รอยกระบี่นั้น ความเจ็บปวดแล่นแปลบที่ปลายนิ้วจนต้องสูดปาก เมื่อพลิกฝ่ามือดูก็พบรอยบาดลึกที่นิ้วชี้ เลือดสดๆ ไหลซึมออกมา

หลิวชิงดูจะไม่สนใจความเจ็บปวด สายตาจับจ้องไปที่รอยกระบี่อันดุดันนั้นอย่างเหม่อลอย

"วายุโหมกระหน่ำ! แถมยังเป็นวายุโหมกระหน่ำที่แฝงด้วย 'เจตจำนงแห่งกระบี่' อีกต่างหาก!"

"เขา... เขาทำสำเร็จแล้วหรือนี่?!"

จบบทที่ บทที่ 26 เฉินลั่วทำสำเร็จ? หลิวชิงตกตะลึง!

คัดลอกลิงก์แล้ว