เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: การเปลี่ยนแปลง และปฐมบทแห่งศึกตัดสิน

บทที่ 17: การเปลี่ยนแปลง และปฐมบทแห่งศึกตัดสิน

บทที่ 17: การเปลี่ยนแปลง และปฐมบทแห่งศึกตัดสิน


หลังจากก้าวพ้นแดนลับไท่ชู เจิ้นหยวนจื่อได้พรม 'วารีเทพไท่ชู' และโปรย 'ดินต้นกำเนิดโกลาหล' บางส่วนลงในสวนโอสถ เพื่อยกระดับพลังแห่งการสรรค์สร้าง พลิกโฉมให้มันกลายเป็นสวนสมุนไพรระดับสุดยอดแห่งมหาภพหงฮวงในพริบตา

จากนั้น เจิ้นหยวนจื่อก็เปิดหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นมา

นาม: เจิ้นหยวนจื่อ

ตบะ: ต้าหลัวจินเซียน ขั้นกลาง

กายเนื้อ: ต้าหลัวจินเซียน ขั้นกลาง

รากฐาน: รากวิญญาณระดับบรรพกาลขั้นสูง

เคล็ดวิชาและอิทธิฤทธิ์: คัมภีร์สามพันมหาเต๋า, เคล็ดวิชามหาเต๋าบรรพกาล, เคล็ดวิชาอมตะโกลาหล, ย่อพสุธา แสงทอง...

สมบัติวิเศษ: กระจกไท่ซูหุนหยวน (สมบัติระดับโกลาหลขั้นสูงสุด), คัมภีร์พสุธา (สมบัติวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นสูงสุด), ปราณม่วงหงเหมิงระดับสมบูรณ์แบบ, เบาะรองนั่งรู้แจ้ง (สมบัติวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นสูง), พัดหยินหยางโกลาหล (สมบัติวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นสุดยอด), บัวขาวชำระโลกยี่สิบสี่ชั้น (สมบัติระดับเซียนเทียน), บัวขาวชำระโลกสิบสองชั้น x3, บัวขาวชำระโลกเก้าชั้น x5, วารีเทพไท่ชู, ดินต้นกำเนิดโกลาหล, แม่แร่ทองแดงโส่วหยาง...

รากวิญญาณ: ต้นผลโสม (รากวิญญาณระดับเซียนเทียนชั้นยอด), ต้นผลมังกรคชสาร (รากวิญญาณระดับบรรพกาลขั้นสูง), ต้นชาแห่งการรู้แจ้ง (รากวิญญาณโฮ่วเทียนระดับสูงสุด), ต้นผลมังกรเพลิงโลหิต (รากวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นกลาง), ต้นผลจิตวิญญาณน้ำแข็งลึกลับ (รากวิญญาณระดับเซียนเทียนขั้นกลาง), ต้นผลหัวใจเต๋าโกลาหล (รากวิญญาณโกลาหล)...

กุศลสวรรค์: 100 ล้านแต้ม

วาสนาแต่กำเนิด: 92

เจิ้นหยวนจื่อกวาดตามองความเปลี่ยนแปลงบนหน้าต่างสถานะด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง

ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับวัตถุดิบวิญญาณ สมบัติวิญญาณ และรากวิญญาณระดับเซียนเทียนมานับไม่ถ้วน แต่เขายังกระตุ้นรางวัลจากระบบจนได้รับแดนลับไท่ชูพร้อมสมบัติล้ำค่าภายในมาครอบครอง

ในขณะเดียวกัน ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาก็รุดหน้าขึ้น ทั้งตบะและกายเนื้อต่างเลื่อนขั้นจากต้าหลัวจินเซียนขั้นต้นสู่ขั้นกลาง

แต้มกุศลสวรรค์ก็เพิ่มขึ้นจาก 40 ล้าน เป็น 100 ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากการสังหารสัตว์อสูร

และเมื่อมหาภัยพิบัติสัตว์อสูรจบลง น่าจะมีรางวัลจากสวรรค์ชุดใหญ่อีกระลอกรออยู่

แม้แต่วาสนาแต่กำเนิดก็ยังเพิ่มขึ้นอีก 2 แต้ม อาจเป็นเพราะผลพวงจากแดนลับไท่ชู หรือเหตุผลอื่นใดก็สุดจะคาดเดา

อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเร่งพัฒนาตบะอย่างจริงจัง

และนี่เป็นโอกาสอันดีที่จะทดสอบสรรพคุณของ 'วารีเทพไท่ชู' และ 'ผลหัวใจเต๋าโกลาหล'

เจิ้นหยวนจื่อหยิบขวดหยกบรรจุวารีเทพไท่ชูขึ้นมา น้ำทิพย์ใสกระจ่างดั่งธารดาราที่ไหลริน ส่องประกายแวววาวดุจความฝัน เขาเอียงข้อมือเล็กน้อย หยดวารีเทพไท่ชูหลายหยดลงบนจุดไป่ฮุ่ยกลางกระหม่อม

ในฐานะเทพมารจุติผู้มีกายาแห่งเต๋าโดยกำเนิด ร่างกายของเขาควรจะปราศจากสิ่งเจือปน ทว่าในยามนี้ ภายใต้ฤทธิ์ของวารีเทพไท่ชู ร่างกายของเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ฉับพลัน พลังอันเย็นยะเยือกและยิ่งใหญ่ดุจกระแสน้ำหลากได้แทรกซึมไปทั่วร่าง พุ่งทะลวงผ่านเส้นชีพจรอย่างบ้าคลั่ง ในทุกที่ที่มันไหลผ่าน ไอหมอกขุ่นมัวอันแปลกประหลาดถูกขับออกมาจากรูขุมขนทั่วร่าง ก่อนจะระเหยหายไปในอากาศ

เจิ้นหยวนจื่อนั่งขัดสมาธิบนกิ่งก้านหนาของต้นชาแห่งการรู้แจ้ง กลิ่นอายรอบกายแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากการชำระล้างด้วยวารีเทพ เส้นลมปราณที่เดิมกว้างและเหนียวแน่นอยู่แล้ว เมื่อได้รับการหล่อเลี้ยง ก็ขยายตัวออกราวกับแม่น้ำแห้งขอดที่ได้รับน้ำหลาก กลายเป็นธารสวรรค์อันกว้างใหญ่ที่พร้อมรองรับพลังเวทอันมหาศาล

ตันเถียนของเขาก็ขยายตัวต่อเนื่องภายใต้แรงปะทะของพลังนี้ จากเดิมที่กว้างใหญ่ไพศาลอยู่แล้ว บัดนี้กลับดูเหมือนจักรวาลขนาดย่อมที่มีดวงดาวระยิบระยับ พร้อมกักเก็บพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุด

เขาสัมผัสได้ว่ารากฐานพรสวรรค์ของตนมีการเปลี่ยนแปลง แม้จะยังไม่ถึงขั้นเทพมารจุติระดับสูงสุด แต่ก็ได้ก้าวมาแตะขอบเขตสูงสุดของระดับสูงแล้ว

บางที หากใช้วารีเทพไท่ชูอย่างต่อเนื่อง อาจช่วยให้รากฐานของเขาแปรสภาพเป็นเทพมารจุติระดับสูงสุดได้ในที่สุด

ทันทีหลังจากนั้น เจิ้นหยวนจื่อหยิบ 'ผลหัวใจเต๋าโกลาหล' ขึ้นมาและส่งเข้าปาก ผลไม้นั้นละลายทันทีที่สัมผัสลิ้น แปรเปลี่ยนเป็นขุมพลังมหาศาลที่ถาโถมเข้าหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเขาในชั่วพริบตา

เขารู้สึกราวกับจิตวิญญาณถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างเจิดจ้า ความคิดฟุ้งซ่านและความสับสนทั้งปวงมลายหายไป สติสัมปชัญญะแจ่มชัดอย่างน่าอัศจรรย์ ความเข้าใจในกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินและมหาเต๋าพุ่งทะยานสู่ระดับใหม่

ขณะเดียวกัน พลังเวทอันมหาศาลเทียบเท่าการบำเพ็ญเพียรสามหยวนฮุ่ยที่อัดแน่นอยู่ในผลหัวใจเต๋าโกลาหล ก็ระเบิดออกดั่งคลื่นยักษ์ ปะทะและหลอมรวมเข้ากับพลังเวทเดิมของเขาอย่างรุนแรง

ด้วยแรงขับเคลื่อนจากพลังมหาศาลนี้ พลังเวทของเจิ้นหยวนจื่อหมุนวนอย่างบ้าคลั่งดั่งพายุ กระแทกเข้าใส่กำแพงที่ขวางกั้นการเลื่อนระดับครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกแรงปะทะตามมาด้วยการสั่นสะเทือนที่รุนแรง จนทำให้อารามอู่จวงทั้งหลังสั่นไหว

ในที่สุด ด้วยเสียง "เปรี้ยง" สนั่นหวั่นไหว กำแพงกั้นระดับก็แตกละเอียด ตบะของเขาพุ่งทะยานดุจจรวด ทะลวงจากระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นกลางสู่ขั้นปลายในพริบตา

ไม่เพียงเท่านั้น กายเนื้อของเขายังได้รับการขัดเกลาจากพลังนี้จนแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล ทะลวงเข้าสู่ระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นปลายเช่นเดียวกัน กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายใน ล้วนได้รับการผลัดเปลี่ยนโดยสมบูรณ์ สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่าง

หลังการเลื่อนระดับ เจิ้นหยวนจื่อรู้สึกว่าทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยพลังอันไร้ขอบเขต ทุกเซลล์กำลังโห่ร้องยินดี จิตวิญญาณบริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทว่า การบำเพ็ญเพียรของเจิ้นหยวนจื่อยังไม่สิ้นสุด เขายังคงนั่งขัดสมาธิบนต้นชาแห่งการรู้แจ้ง คิ้วขมวดเล็กน้อย จมดิ่งสู่กระบวนการปรับพื้นฐานตบะให้มั่นคง

เขาโคจรพลังเวท ชักนำพลังตกค้างจากวารีเทพไท่ชูและผลหัวใจเต๋าโกลาหลให้ไหลเวียนผ่านเส้นชีพจร ทุกรอบการโคจรช่วยผสานพลังใหม่เข้าสู่ร่างกาย เซลล์ทุกเซลล์ดูดซับพลังงานนี้อย่างตะกละตะกลาม เสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นอายของเจิ้นหยวนจื่อเริ่มสงบลงและดูสุขุมนุ่มลึก ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันน่าเกรงขาม ผิวหนังทอประกายแสงสีทองจางๆ สัญลักษณ์แห่งกายเนื้อที่ก้าวสู่จุดพีค

ดวงตาของเขาบางครั้งปิดลง บางครั้งลืมขึ้น ทุกครั้งที่ลืมตา ประกายแสงคมกริบจะวาบผ่าน ราวกับสามารถมองทะลุแก่นแท้ของสรรพสิ่งในโลกหล้า

ในระหว่างการบำเพ็ญเพียร เขาทำความเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง หลอมรวมกฎเหล่านั้นเข้ากับพลังเวทของตน ทำให้พลังเวทบริสุทธิ์และทรงอานุภาพยิ่งขึ้น

เจิ้นหยวนจื่อจมดิ่งอยู่ในโลกแห่งมรรคา ลืมเลือนวันเวลาที่ล่วงเลย

ภายใต้ฤทธิ์ของวารีเทพและผลหัวใจเต๋า ตบะของเขามั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ความเข้าใจในเต๋าลึกซึ้งขึ้นตามลำดับ กายและจิตค่อยๆ เข้าสู่สมดุลอันสมบูรณ์แบบ ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบนี้

...

และในขณะที่เจิ้นหยวนจื่อกำลังดำดิ่งสู่การบำเพ็ญเพียร ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็กำลังเกิดขึ้นในมหาภพหงฮวงภายนอก

ณ ยอดเขาจักรพรรดิอสูรในทวีปอุดรแห่งมหาภพหงฮวง

การต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในประวัติศาสตร์มหาภัยพิบัติสัตว์อสูรกำลังอุบัติขึ้น

ราชาสัตว์อสูรเสินหนี่ เปรียบประดุจเทพมารที่ผุดจากห้วงอเวจีแห่งความโกลาหล แผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือก ดวงตาสีเลือดเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความอำมหิต

เขาสวมชุดเกราะสัตว์อสูรสีแดงฉาน สลักลวดลายอักขระลึกลับที่กะพริบแสงจางๆ ตามจังหวะการหายใจ ราวกับกำลังขับขานบทเพลงแห่งการสังหารและการทำลายล้าง

'หอกสังหารเทพ' ในมือร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง แสงสีดำบนด้ามหอกวิบวับดั่งอสรพิษร้าย ทุกการตวัดวาดมาพร้อมเสียงหวีดหวิวแหลมคม ราวกับฉีกกระชากมิติให้ขาดสะบั้น

'จานบดทำลายโลก' ลอยเด่นอยู่เบื้องหลัง หมุนติ้วด้วยความเร็วสูงพร้อมส่งเสียงคำรามกึกก้อง ที่ใดที่มันผ่าน มิติจะบิดเบี้ยวและปราณโกลาหลจะทะลักออกมา

เขาได้นำทัพราชันสัตว์อสูรระดับสูงสุดทั้งเก้า อันได้แก่ ฮุ่นตุ้น, เทาเที่ย, เทาอู้, ฉงหมิง, ฉยงฉี และตนอื่นๆ พร้อมด้วยกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลจนมืดฟ้ามัวดิน

เข้าปะทะอย่างดุเดือดกับ หงจวิน, หลัวโหว, หยางเหมย, จูเจ้า, ฉยงเทียน, เฉียนคุน, บรรพชนห้าธาตุ, บรรพชนหยินหยาง, บรรพชนหงคุน, โยวตู กุ่ยหมู่, โยวอิ๋ง และยอดคนระดับเทพมารจุติอีกมากมาย

ราชาสัตว์อสูรเสินหนี่ ผู้ถือครองสมบัติแห่งหายนะวิถีสวรรค์ 'หอกสังหารเทพ' และสมบัติระดับเซียนเทียน 'จานบดทำลายโลก' นับเป็นเทพแห่งการสังหารที่ไร้ผู้ต้านอย่างแท้จริง

ไม่มีเทพมารจุติหน้าไหนจะเป็นคู่มือของเขาได้!

เสินหนี่ในยามนี้ อาศัยบารมีแห่งเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับหุนหยวนจินเซียน และได้ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขต 'หุนหยวนต้าหลัวจินเซียน' แล้ว

ด้วยตบะบารมีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นว่าที่ปฐมอาจารย์แห่งเต๋า 'หงจวิน', มารบรรพกาล 'หลัวโหว', บรรพชน 'หยางเหมย', บรรพชนเฉียนคุน, บรรพชนห้าธาตุ, บรรพชนหยินหยาง, สุริยันจูเจ้า, จันทราโยวอิ๋ง, บรรพชนหงคุน หรือเทพมารจุติผู้ยิ่งใหญ่คนใดก็ตาม...

ไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรกับเขาได้เพียงลำพัง

จำต้องรวมพลังของยอดคนจำนวนมากเท่านั้น จึงจะพอต้านทานเขาได้!

"ตูม!"

"ตูม!"

เสียงกัมปนาทกึกก้องดั่งเสียงคำรามแห่งการเบิกฟ้า ทำลายท้องฟ้าเหนือทวีปอุดรจนพินาศ และฉีกกระชากเมฆหมอกนับพันลี้ให้กระเจิดกระเจิง

คลื่นเสียงดั่งอัสนีบาตฟาดฟัน กวาดทำลายล้างไปทั่วทวีปอุดรอันกว้างใหญ่ไพศาล

ทุกเสียงระเบิดเปรียบเสมือนภูเขาไฟโบราณสิบล้านลูกปะทุขึ้นพร้อมกัน ลาวาอันร้อนแรงพวยพุ่งดั่งมังกรคลั่ง แฝงด้วยกลิ่นอายรุนแรงที่พร้อมจะทำลายทุกสรรพสิ่ง

และยังเปรียบดั่งดวงดารานับพันล้านดวงระเบิดตัวในชั่วพริบตา แสงสว่างเจิดจ้าถูกความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินอย่างไร้ปรานี เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสยดสยอง

ภายในอาณาเขตแสนลี้รอบเขาจักรพรรดิอสูร เหล่าเทพมารจุติและเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรต่างเข้าห้ำหั่นกันในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดที่โหดร้ายที่สุด

เสียงปะทะของอาวุธ เสียงโห่ร้องฆ่าฟัน เสียงกรีดร้องโหยหวน และเสียงระเบิดกัมปนาทสอดประสานกัน กลายเป็นบทเพลงมรณะที่ชวนขนหัวลุก

ท่ามกลางเสียงระเบิด "ตูม ตูม" ที่ดังต่อเนื่อง เสียงคำรามด้วยโทสะของเทพมารและเสียงเห่าหอนอย่างบ้าคลั่งของสัตว์อสูรผสมปนเปกัน เลือดในกายของพวกเขาลุกโชนถึงขีดสุด ชีวิตเบ่งบานด้วยแสงสุดท้ายก่อนจะดับสูญ

พายุหมุนกรรโชกแรง หอบเอาควันและฝุ่นละอองขึ้นบดบังดวงตะวัน ก่อเกิดเป็นพายุร้ายที่ปกคลุมทั่วฟ้า

ท่ามกลางพายุอันบ้าคลั่งนี้ มีเพียงเสียงระเบิดหูดับตับไหม้ที่ดังก้อง ราวกับเสียงคำรามกริ้วของปีศาจจากขุมนรก สร้างความหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ

ยอดเขาจักรพรรดิอสูรถล่มลงมา แผ่นดินทรุดตัวอย่างรวดเร็ว สายน้ำไหลย้อนกลับ พื้นดินทุกตารางนิ้วสั่นสะเทือนและคร่ำครวญท่ามกลางเสียงคำรามลั่น

ความว่างเปล่าแตกสลาย ปราณโกลาหลทะลักออกมา ราวกับจะฉุดลากทวีปอุดรทั้งทวีปให้กลับคืนสู่ความโกลาหล

เหนือท้องนภา แสงแห่งอิทธิฤทธิ์เจิดจ้าตัดสลับไปมา ทุกการปะทะก่อให้เกิดการระเบิดทำลายล้างโลก เสียง "ตูม! ตูม! ตูม!" ดังขึ้นและลง สั่นคลอนจิตวิญญาณของผู้คนให้แทบแตกสลาย

โลหิตสาดกระเซ็นดั่งสายฝน ย้อมท้องฟ้ากว้างให้กลายเป็นสีแดงฉาน ตัดกับคลื่นพลังงานที่ผันผวนและรุนแรง วาดภาพฉากนองเลือดอันน่าสยดสยองให้ปรากฏแก่สายตา

จบบทที่ บทที่ 17: การเปลี่ยนแปลง และปฐมบทแห่งศึกตัดสิน

คัดลอกลิงก์แล้ว