- หน้าแรก
- พยัคฆ์หนุ่มซ่อนลาย: ยอดเขยจารชนเนตรอัจฉริยะ
- บทที่ 43 - จิตสังหาร
บทที่ 43 - จิตสังหาร
บทที่ 43 - จิตสังหาร
บทที่ 43 - จิตสังหาร
จ้าวเซวียนหยุดเดิน หันไปมองโจวเหมยแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์:
"เรื่องงานก็ส่วนเรื่องงาน หวังว่าข่าวกรองที่คุณโจวอุตส่าห์นำเสนอมาครั้งนี้จะไม่ผิดพลาดนะครับ"
"ดีค่ะ ฉันชอบคนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ชัดเจน ส่วนเรื่องข่าวกรอง คุณวางใจเถอะ ไม่มีความผิดพลาดแน่นอน"
ห้องทำงานหัวหน้าแผนกสื่อสาร เตาเหยียนยืนอยู่ที่หน้าต่าง แง้มผ้าม่านมองลงไปที่ลานจอดรถด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นจนแทบผูกปม
จ้าวเซวียนกับโจวเหมยพาหน่วยปฏิบัติการออกไปแล้ว... พวกเขาจะไปทำอะไรกัน?
ติงม่อฉวินมอบหมายภารกิจอะไรให้พวกเขา?
เตาเหยียนหงุดหงิดจนแทบคลั่ง เธอเป็นถึงหลานสาวแท้ๆ ของติงม่อฉวิน แต่พอมีปฏิบัติการสำคัญ เธอกลับไม่ระแคะระคายข่าวอะไรเลย เหมือนคนตาบอด
ถ้าแค่ครั้งสองครั้งเตาเหยียนคงไม่คิดมาก
แต่นี่ติดๆ กันหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะภารกิจคุมตัวนกคีรีบูนไปลานประหารคราวก่อน ติงม่อฉวินไม่ได้เห็นเธอเป็นหลานสาว หรือคนกันเองเลยสักนิด แต่เห็นเป็นหมากตัวหนึ่งเท่านั้น
(รหัสลับกล้วยไม้หางหงส์ถูกเปิดโปง บวกกับลูกพยัคฆ์อีกคน เป็นไปตามคาด... ติงม่อฉวินเริ่มไม่ไว้ใจคนใกล้ตัวแล้ว)
(เจ้า 'ตัวนิ่ม' บ้านั่น ฉันอุตส่าห์เตือนทางซานเฉิงแล้วแท้ๆ ว่าในศูนย์บัญชาการต้องมีสายลับของติงม่อฉวินแฝงตัวอยู่ พวกเขาไม่ใส่ใจคำเตือนฉันเลยหรือไง? ตอนนี้รหัสลับถูกเปิดเผย การแฝงตัวของฉันยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีกหลายเท่า)
เตาเหยียนคิดในใจด้วยความเดือดดาล พลางทรุดนั่งลงที่โต๊ะทำงานอย่างเงียบๆ
เมื่อวานเตาเหยียนได้ติดต่อกับสายข่าวแล้ว รู้ว่าคนที่ทำให้รหัสลับของเธอรั่วไหลคือสายลับที่แฝงตัวอยู่ในซานเฉิงรหัสลับ 'ตัวนิ่ม' วินาทีนั้น เตาเหยียนแทบอยากจะบินไปเด็ดหัวเจ้าตัวนิ่มนั่นให้ตายคามือ พร้อมกับโกรธแค้นความไร้ประสิทธิภาพของทางซานเฉิง
(ไม่ได้การ จะมัวแต่นั่งรอความตายไม่ได้ ในเมื่อติงม่อฉวินไม่ไว้ใจฉัน ฉันก็ต้องช่วงชิงความไว้วางใจมาด้วยตัวเอง!)
คิดได้ดังนั้น เตาเหยียนลุกขึ้นด้วยใบหน้าเย็นชา เดินตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานติงม่อฉวินทันที
"คุณลุงคะ! ทำไมแม้แต่จ้าวเซวียนยังได้ออกภารกิจ แต่หนูกลับไม่รู้อะไรเลย? หนูไม่ยอมนะคะ หนูจะออกปฏิบัติการด้วย!"
"หนูเห็นเขาออกไปกับโจวเหมย ครั้งนี้โจวเหมยคงเอาข่าวสำคัญมาอีกแล้วใช่ไหมคะ ไม่อย่างนั้นคุณลุงคงไม่ส่งหน่วยปฏิบัติการไปกับพวกเขาหรอก"
นี่คือภาพลักษณ์ที่เตาเหยียนแสดงออกต่อหน้าติงม่อฉวิน... ความเอาแต่ใจที่เสมอต้นเสมอปลาย!
การที่เตาเหยียนบุกมาหาถึงที่ ติงม่อฉวินคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ถ้าไม่มาหา เขาสิถึงต้องกลับไปนอนระแวง
เห็นเตาเหยียนมาอ้อนวอน ทั้งแสดงความไม่พอใจและโกรธเคือง ติงม่อฉวินกลับแอบถอนหายใจโล่งอก
เตาเหยียนแบบนี้สิ ถึงจะเป็นหลานสาวของเขา!
สำหรับเรื่องนี้ เตาเหยียนรู้ลิมิตตัวเองดี และกะเกณฑ์ระดับความเอาแต่ใจได้อย่างแม่นยำ นี่เป็นเหตุผลที่เธอสามารถแฝงตัวอยู่ข้างกายจิ้งจอกเฒ่าอย่างติงม่อฉวินได้นานกว่าหนึ่งปี และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าแผนกสื่อสาร
"เสี่ยวเตา โตป่านนี้แล้วยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ เธอเป็นถึงหัวหน้าแผนกสื่อสารแล้ว จะเอาความดีความชอบไปทำไมเยอะแยะ?"
"อีกอย่าง อาเซวียนก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขาเป็นสามีเธอ ตอนนั้นเธอก็เป็นคนตกลงแต่งงานกับเขาเอง เราก็คือครอบครัวเดียวกัน ความดีความชอบของเขา ก็คือของเธอนั่นแหละ"
"นอกจากนี้ อยู่แผนกสื่อสารก็ทำงานของแผนกสื่อสารไป การออกภาคสนามปฏิบัติการ มันเป็นหน้าที่ของแผนกข่าวกรองกับแผนกปฏิบัติการ"
เตาเหยียนเบะปาก กอดอกนั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่พอใจ หันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างแง่งอน:
"คุณลุงก็รู้นิสัยหนูดี หนูจะไปนั่งเฉยๆ ได้ยังไงคะ! มันน่าเบื่อจะตาย"
ยิ่งเตาเหยียนแสดงความเอาแต่ใจต่อหน้าเขามากเท่าไหร่ ความสงสัยในใจติงม่อฉวินที่มีต่อเธอก็ยิ่งลดน้อยลง
ยังไงซะเธอก็เป็นญาติคนสุดท้ายของเขา ติงม่อฉวินยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู:
"เอาล่ะๆ แผนกสื่อสารของพวกเธอคงว่างได้อีกไม่นานหรอก เจียงลี่ไปจินหลิงคราวนี้ ได้งบจัดซื้อ 'รถโมบายดักจับสัญญาณวิทยุ' มาให้เบอร์ 76 เราสองคัน พร้อมเครื่องถอดรหัสรุ่นล่าสุด"
"ถึงตอนนั้น เธอต้องพาคนขับรถตระเวนไปทั่วเมือง เพื่อหาหนูสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำของเมืองนี้!"
เตาเหยียนตกใจจนใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รถโมบายกับเครื่องถอดรหัส... นี่มันอาวุธสังหารสำหรับดักจับสัญญาณวิทยุชัดๆ
ถ้ามีไอ้นี่โผล่มา สำหรับงานสายลับแฝงตัว มันคือหายนะครั้งใหญ่หลวง
แม้ในใจจะตื่นตระหนก แต่ภายนอกเตาเหยียนยังคงเชิดหน้าอย่างหยิ่งยโส แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ลุกขึ้นวิ่งไปข้างหลังติงม่อฉวิน นวดไหล่ให้เขาอย่างเอาใจ:
"คุณลุง หนูรู้ว่าคุณลุงดีกับหนูที่สุด"
"ถ้างั้น หนูจะรอหน่อยก็ได้ค่ะ"
พูดจบ เตาเหยียนก็เลือกที่จะชิ่งหนีทันที ก่อนที่พิรุธจะออก
ติงม่อฉวินที่กำลังเคลิ้มกับการนวดของหลานสาว มองดูเตาเหยียนวิ่งหายไปเหมือนลมพัด ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มขื่น:
"ยัยเด็กคนนี้!"
ถนนเป่าซาน ริมถนนไม่ไกลจากหน้าโรงหนัง ในรถฟอร์ดสีดำ จ้าวเซวียนนั่งที่เบาะคนขับ โจวเหมยนั่งข้างคนขับ สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปที่หน้าโรงหนังเขม็ง
"ซูไป๋ จบการศึกษารุ่นที่ 3 จากโรงเรียนฝึกสายลับ เคยแฝงตัวที่จินหลิง น่าจะเพิ่งมาเซี่ยงไฮ้ได้ไม่นาน"
"คนคนนี้ติดตามสายลับระดับตำนานของจวินถ่ง 'เฉินชู่อิน' มาตลอด ตอนนี้เขามาโผล่ที่เซี่ยงไฮ้ แสดงว่าเฉินชู่อินก็น่าจะอยู่ที่นี่ด้วย"
"เฉินชู่อินคนนี้ น่าจะเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าสถานีเซี่ยงไฮ้ต่อจากซ่งอวิ๋นซาน ดังนั้นฉันสงสัยว่าสถานีจวินถ่งเซี่ยงไฮ้ถูกสร้างขึ้นใหม่แล้ว บางทีเราอาจจะเริ่มจากซูไป๋คนนี้ เพื่อขุดรากถอนโคนสถานีใหม่นี้ออกมาได้"
โจวเหมยตาเป็นประกายวาวโรจน์ ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น
จ้าวเซวียนก็ยิ่งฟังยิ่งตื่นเต้นเช่นกัน!
แม้ภายนอกจ้าวเซวียนจะยังคงทำหน้านิ่งเหมือนน้ำแข็ง พิงเบาะอย่างผ่อนคลาย ลูบคางมองไปที่หน้าโรงหนัง
แต่ในใจ จ้าวเซวียนเกิด 'จิตสังหาร' รุนแรง!
โจวเหมยคนนี้... เก็บไว้ไม่ได้จริงๆ!
จ้าวเซวียนคิดไม่ตกว่า คนหัวดีขนาดนี้ โดนเบอร์ 76 จับได้ยังไง?
หรือว่าพอไปเข้ากับพวกญี่ปุ่นแล้ว สมองถึงได้แล่นขึ้นมา?
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร โจวเหมยต้องรีบกำจัดทิ้งโดยด่วน ก่อนที่เธอจะลากสถานีเซี่ยงไฮ้ลงหลุม
"ออกมาแล้ว!"
"ซูไป๋คนนี้ตอนอยู่โรงเรียนฝึกก็ชอบดูหนังดูอะไรใหม่ๆ ไม่นึกว่าผ่านไปหลายปี นิสัยนี้ยังแก้ไม่หาย"
โจวเหมยพูดพลางยื่นมือออกไปนอกหน้าต่าง ส่งสัญญาณให้สายลับที่ซุ่มอยู่รอบๆ ถอนกำลัง
เห็นโจวเหมยสั่งถอนกำลัง จ้าวเซวียนถามด้วยความสงสัย:
"ทำไม ไม่จับเหรอ?"
โจวเหมยเม้มปากยิ้ม สายตาเจ้าเล่ห์:
"เฉินชู่อินไม่ใช่คนที่จะจับได้ง่ายๆ ถ้าจับซูไป๋กลางที่สาธารณะ เฉินชู่อินต้องรู้ตัวแน่ ถึงตอนนั้นเบาะแสจากซูไป๋ก็จะไร้ค่า"
"เรารอต่อไปดีกว่า คืนนี้ซูไป๋ต้องมาอีกแน่ ถึงตอนนั้น เราค่อยไปเจอเขาที่ 'ไป่เล่อเหมิน' (Paramount)"
จ้าวเซวียนขมวดคิ้ว ถามโจวเหมยไปพร้อมกับเปิดโหมดสแกน
"คุณมั่นใจได้ยังไงว่าคืนนี้เขาจะไปไป่เล่อเหมิน?"
ได้ยินคำถาม โจวเหมยส่ายหน้าอย่างเขินๆ:
"ก็ไม่ถึงกับมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ฉันมั่นใจว่า ในเมื่อซูไป๋เลิกนิสัยชอบดูหนังไม่ได้ เขาก็ต้องเลิกนิสัยชอบหาความสำราญไม่ได้เหมือนกัน"
"ฉันสืบมาแล้ว นางเอกหนังเรื่องที่ซูไป๋เพิ่งดูจบไป คืนนี้มีคิวแสดงที่ไป่เล่อเหมิน คุณคิดว่าเขาจะไปไหมล่ะ?"
(จบแล้ว)