- หน้าแรก
- พยัคฆ์หนุ่มซ่อนลาย: ยอดเขยจารชนเนตรอัจฉริยะ
- บทที่ 16 - มีชีวิตอยู่!
บทที่ 16 - มีชีวิตอยู่!
บทที่ 16 - มีชีวิตอยู่!
บทที่ 16 - มีชีวิตอยู่!
ในห้วงเวลาเดียวกัน ทันทีที่รถของจ้าวเซวียนแล่นพ้นรั้วบ้าน สายลับที่สะกดรอยตามเขามาก่อนหน้านี้ก็เดินอาดๆ เข้ามาในบ้านพักเลขที่ 27
ป้าหลิวจดจำใบหน้านี้ได้แม่นยำ เขาคือ 'จางซานจิน' ยามเฝ้าประตูเบอร์ 76 ซึ่งในความเป็นจริงคือสมุนเอกของติงม่อฉวิน ที่ถูกวางตัวไว้หน้าประตูเพื่อเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องเจ้านาย
หลังจากฟังป้าหลิวเล่าเหตุการณ์ จางซานจินที่มีใบหน้าดุดันถมึงทึงก็รีบยกหูโทรศัพท์โทรออกทันที:
"ศูนย์เบอร์ 76 ช่วยเช็คพิกัดให้หน่อยว่าโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเมื่อสักครู่ ต้นทางมาจากไหน?"
ป้าหลิวยืนกุมมือมองอยู่ข้างๆ ด้วยความร้อนรน เธอไม่เข้าใจเลย ไหนบอกว่าการตรวจสอบจบสิ้นลงแล้ว แต่สถานการณ์ตึงเครียดตอนนี้ มันฟ้องชัดๆ ว่ายังมีการจับตาดูจ้าวเซวียนอยู่อีก
ไม่นานนัก ปลายสายก็แจ้งพิกัดกลับมา
หลังวางสาย จางซานจินขมวดคิ้วแน่นเป็นปม พยักหน้าให้ป้าหลิวอย่างขอไปทีแล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปทันที
ป้าหลิวส่ายหน้าอย่างจนใจ ได้แต่พนมมือภาวนาในใจขออย่าให้คุณชายเป็นอะไรไปเลย
ในบ้านหลังนี้ ป้าหลิวเอ็นดูจ้าวเซวียนประดุจลูกในไส้ เพราะจ้าวเซวียนมีส่วนคล้ายคลึงกับลูกชายที่ล่วงลับไปแล้วของเธอเหลือเกิน
พูดน้อย เก็บตัว แต่จิตใจอ่อนโยนและเป็นกันเอง ยิ่งได้สัมผัส ป้าหลิวยิ่งรู้สึกผูกพัน
ดังนั้นในบ้านหลังนี้ คนที่ไม่อยากให้จ้าวเซวียนเป็นอันตรายมากที่สุด ก็คือป้าหลิวผู้นี้นี่เอง
ถนนซีมัวร์ หลังจากขับรถออกมาได้สักพัก จ้าวเซวียนไม่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองหรือรถที่ตามมาแล้ว
แต่ทว่า... พายุในใจของเขากลับโหมกระหน่ำไม่หยุด
โทรศัพท์สายด่วนที่หลี่หมิงจูโทรมา คือการถามจ้าวเซวียนว่า ข่าวการบุกจับที่ถนนเสารู้ เขาเป็นคนส่งข่าวไปหรือเปล่า?
ความคิดตีกันยุ่งเหยิง จ้าวเซวียนหักพวงมาลัยจอดรถเทียบข้างทางไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยเซินเจียง บังคับลมหายใจให้เป็นจังหวะเพื่อเรียกสติตัวเอง แล้วเริ่มวิเคราะห์เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด
เริ่มจากฉากแรกที่ติงม่อฉวินวางกับดักตรวจสอบเขาด้วยปืนไม่มีลูก
ต่อมาคือเสียงในใจของติงม่อฉวินที่หลุดออกมาเรื่อง 'ตัวตุ่น' 'หมากกระดานนี้' และประโยคเด็ดที่ว่า 'หมากกระดานนี้จะเดินไปถึงจุดไหน ขึ้นอยู่กับการเลือกเดินของตัวตุ่น'
จากนั้นก็มาถึงฉากการจับกุมที่ล้มเหลว ณ สำนักพิมพ์ถนนเสารู้ ข่าวรั่วไหลล่วงหน้าจนแผนกปฏิบัติการเสียหายหนัก
ตอนที่เขารายงานสถานการณ์กับติงม่อฉวิน ก็ได้รู้ความจริงที่น่าตกใจว่า รหัสลับของเขาถูกเปิดเผย รวมไปถึงรหัสลับ 'กล้วยไม้หางหงส์'
และที่น่ากลัวที่สุดคือ การได้รับรู้ว่าฝั่งฉงชิ่ง (ซานเฉิง) มีสายลับระดับสูงของติงม่อฉวินแฝงตัวอยู่ รหัสลับ 'ตัวนิ่ม' (ชวนซานเจี่ย)
สุดท้ายจิ๊กซอว์ตัวสำคัญคือการติดต่อฉุกเฉินของหลี่หมิงจู!
ปัญหาก็คือ ไอ้เจ้า 'ตัวนิ่ม' มันรู้รหัสลับของเขาได้ยังไง?
คนที่รู้รหัสลับนี้ มีแค่หลี่หมิงจู เสิ่นซิ่ง และบอสไต้ หรืออาจจะมีคนวงในอีกไม่กี่คน แต่ไม่น่าเกินห้านิ้วมือ
และคนระดับนี้ไม่มีทางขายความลับให้ติงม่อฉวินแน่ ไม่อย่างนั้น จ้าวเซวียนคนก่อนคงกลายเป็นผีเฝ้าหลุมไปนานแล้ว
ดังนั้น จุดที่ข้อมูลรั่วไหลได้ มีเพียงรูรั่วเดียวคือ 'แผนกโทรเลข' ของกองบัญชาการจวินถ่งที่ฉงชิ่ง
เจ้าตัวนิ่ม หรือสายข่าวของตัวนิ่ม ต้องแฝงตัวเป็นเห็บเหาอยู่ในแผนกโทรเลขแน่ๆ!
ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริง ก็หมายความว่า ไม่ใช่แค่เรื่องครั้งนี้ แม้แต่ข่าวกรองครั้งก่อนๆ ที่เขาให้หลี่หมิงจูส่งกลับไป ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกตัวนิ่มดักจับข้อมูลไปหมดแล้ว
คิดถึงตรงนี้ ขนทั่วร่างของจ้าวเซวียนก็ลุกชันด้วยความหนาวเหน็บ
มิน่าล่ะ... ทางจวินถ่งเลยซ้อนแผน ส่วนติงม่อฉวินที่รู้ทันว่าแผนล้างบางรั่วไหล ก็สวนกลับบอสไต้ด้วยลูกตบฉาดใหญ่!
พอปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ จ้าวเซวียนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"ไอ้จิ้งจอกเฒ่าติงม่อฉวินมันยอมทิ้งแผนล้างบาง แล้วพลิกสถานการณ์มาใช้มันเป็นเหยื่อตกปลาแทน เป้าหมายที่แท้จริงของมัน คือตัวฉันกับกล้วยไม้หางหงส์!"
จ้าวเซวียนที่ไม่อาจข่มใจได้อีกต่อไป ทุบกำปั้นลงบนพวงมาลัยระบายอารมณ์ ตอนนี้ จ้าวเซวียนได้แต่ฝากความหวังริบหรี่ไว้ที่หลี่หมิงจู หวังว่าเธอจะทำตามแผนแก้เกมที่เขาส่งสัญญาณไป ถมหลุมพรางนี้ให้เนียนสนิท ไม่อย่างนั้น จ้าวเซวียนคงต้องเตรียมตัวหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว
และต่อให้ถมหลุมนี้ได้ เบอร์ 76 ก็ยังฝังระเบิดเวลาไว้อยู่ดี
ตราบใดที่กล้วยไม้หางหงส์และลูกพยัคฆ์ยังไม่ถูกกระชากหน้ากาก จ้าวเซวียนก็ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไฟฟ้า
และลูกพยัคฆ์... ก็คือตัวเขาเอง!
พอเข้าใจทะลุปรุโปร่ง จ้าวเซวียนมองไปข้างหน้าเห็นแต่ความมืดมนอนธการของเส้นทางสายลับ
อาชีพนี้เหมือนเดินไต่ลวดบนปากเหวนรกจริงๆ ไม่รู้เลยว่าจะเผลอพูดอะไรผิดจนความแตก หรือโดนพวกเดียวกันแทงข้างหลัง หรือจู่ๆ ก็โดนสายลับฝ่ายศัตรูแฉออกมาดื้อๆ
"เฮ้อ——"
"ไม่ได้การ ฉันยังประมาทเกินไป ต่อไปนี้ต้อง 'กบดาน' ให้มิดชิด ห้ามทำตัวเด่น ห้ามอวดฉลาด"
"อีดิธ คอยเตือนสติฉันตลอดเวลานะ"
(เจ้านายวางใจได้ อีดิธยินดีรับใช้ครับ)
ได้ยินคำตอบนี้ จ้าวเซวียนยิ้มอย่างจนใจ
ตอนนี้ต่อให้ร้อนใจไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะไม่รู้เลยว่าแผนของติงม่อฉวินดำเนินไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว ทำได้แค่รอรับเตาย่ากลับบ้าน แล้วลองสืบข่าวดูตอนมื้อเย็น
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวสำหรับจ้าวเซวียนในตอนนี้คือ ติงม่อฉวินยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงว่าลูกพยัคฆ์และกล้วยไม้หางหงส์คือใคร
เขาปล่อยข่าวเพื่อตกปลา และได้เบาะแส 'ลูกพยัคฆ์' มาจากจุดกบดานถนนเสารู้
แล้ว 'กล้วยไม้หางหงส์' ล่ะ?
ติงม่อฉวินได้เบาะแสมาจากสายไหน?
หน่วยแฝงตัวฮั่วเหมย!
พอคำถามนี้ผุดขึ้นมา จ้าวเซวียนก็ล็อกเป้าไปที่หน่วยฮั่วเหมยทันที
เพราะไพ่ในมือติงม่อฉวินมีแค่นี้ สายงานเดียวคงตกปลาได้ไม่ทั้งลูกพยัคฆ์และกล้วยไม้หางหงส์พร้อมกัน นอกจากถนนเสารู้ ก็เหลือแค่หน่วยฮั่วเหมย
ตอนนี้ติงม่อฉวินเลิกใช้หน่วยฮั่วเหมยขุดรากถอนโคนสถานีเซี่ยงไฮ้ใหม่แล้ว งั้นสมาชิกหน่วยฮั่วเหมยตอนนี้ต้องตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤตแน่
ตามการวิเคราะห์ของจ้าวเซวียน บอสไต้ต้องการซ้อนแผน ต้องเรียกใช้ 'หน่วยพายุหมุน' แน่นอน นี่เป็นหน่วยรบที่มีเขี้ยวเล็บหลงเหลืออยู่เพียงหน่วยเดียวของจวินถ่งในเซี่ยงไฮ้
อยู่เซี่ยงไฮ้มานาน อย่างอื่นจ้าวเซวียนอาจไม่รู้ แต่วิธีติดต่อหน่วยพายุหมุน เขารู้ดี
แน่นอน ต้องเป็นระดับความลับอย่างลูกพยัคฆ์หรือกล้วยไม้หางหงส์เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ติดต่อหน่วยพายุหมุนได้
คิดได้ดังนั้น จ้าวเซวียนตัดสินใจเสี่ยงดูสักตั้ง... ถ้าไม่ทำตอนนี้ อาจไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ดูเวลา เหลืออีกสิบห้านาทีกว่าเตาย่าจะเลิกเรียน จ้าวเซวียนลงจากรถเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนทำทีเป็นฆ่าเวลา
เปิดโหมดวิเคราะห์ตลอดเวลา สแกนรัศมีสิบเมตรอย่างละเอียด
จ้าวเซวียนเดินไปมารอบๆ ตู้โทรศัพท์สาธารณะตู้หนึ่งในระยะร้อยเมตร
เมื่อฟังเสียงในใจผู้คนจนมั่นใจว่าไม่มีสายลับดักซุ่มอยู่แถวนี้แน่ จ้าวเซวียนก็เดินเข้าตู้โทรศัพท์ หยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมา
"ฮัลโหล อาเทาเหรอ? รีบกลับบ้านด่วนเลยนะ น้าสะใภ้รองไปหาที่บ้าน แกดันไม่อยู่ ตอนนี้น้าสะใภ้รองคุยกับป้าข้างบ้านแกถูกคอเชียว"
"ว่าไงนะ แกเดินซื้อของอยู่กับน้องสาวข้างบ้าน? เลิกเดินได้แล้ว รีบกลับไปเถอะ"
"น้องสาวจะทำไง? ถ้าน้องสาววิ่งเร็วเท่าแก ก็พามาด้วยสิ ไม่งั้นแกก็กลับมาก่อน มาจัดการน้าสะใภ้รองก่อน"
กริ๊ก วางสาย จ้าวเซวียนจัดเนกไทให้เข้าที่ แล้วเดินออกจากตู้โทรศัพท์อย่างสบายอารมณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องใต้ดินของตึกฝรั่งย่านถนนหนานจิง
สมาชิกหน่วยพายุหมุนกำลังบรรจุกระสุนเตรียมอาวุธด้วยความเงียบเชียบ 'เหล่าเทา' หัวหน้าหน่วยวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
"หัวหน้า เกิดอะไรขึ้นครับ?"
คนถามคือ 'สิงจวิน' รองหัวหน้าหน่วยพายุหมุน ทักษะการทหารยอดเยี่ยม แม่นปืน เป็นพันตรีหนุ่มอนาคตไกลอายุเพียงยี่สิบหกปี
(จบแล้ว)