เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - กบดาน?

บทที่ 8 - กบดาน?

บทที่ 8 - กบดาน?


บทที่ 8 - กบดาน?

ณ บ้านพักเลขที่ 27 ถนนเจสฟิลด์ ห้องนอนชั้นล่างซ้ายมือห้องในสุด

ทันทีที่จ้าวเซวียนกลับถึงห้องและล็อกประตู สิ่งแรกที่ทำคือเปิดดูเนื้อหาของ 'แผนล้างบาง' ผ่านระบบอีดิธ

สิ่งที่เรียกว่าแผนล้างบาง คือการใช้หน่วยแฝงตัว 'ฮั่วเหมย' (นกกระราง) เป็นเหยื่อล่อหัวหน้าสถานีคนใหม่ที่ถูกส่งมาจากฉงชิ่ง (ซานเฉิง) ออกมา แล้วกวาดล้างสายลับหน่วยสืบราชการลับที่เหลือรอดในเซี่ยงไฮ้ให้สิ้นซาก

ตอนนี้สถานะของโจวเหมยยังไม่ถูกเปิดโปง ถ้าโจวเหมยร่วมมือกับเบอร์ 76 ประสานงานทั้งในและนอก เกรงว่าหน่วยสืบราชการลับสถานีเซี่ยงไฮ้ที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัวขึ้นมา คงจะถูกขยี้ดับตั้งแต่ยังเป็นแค่ต้นกล้า

ที่สำคัญที่สุด ในหน่วยแฝงตัวฮั่วเหมย ยังมี 'หลี่หมิงจู' รวมอยู่ด้วย

ไม่ว่าจะด้วยเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว จ้าวเซวียนไม่อาจทนดูหลี่หมิงจูเดินเข้าสู่กับดักมรณะได้

แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวเซวียนลำบากใจที่สุดในตอนนี้คือ เขาไม่มีเหตุผลที่จะออกจากบ้าน โดยเฉพาะในเวลาดึกดื่นป่านนี้ ภายใต้สายตาจับจ้องของติงม่อฉวิน

และแผนล้างบาง พรุ่งนี้พอติงม่อฉวินกลับไปถึงเบอร์ 76 ก็จะเริ่มดำเนินการทันที จ้าวเซวียนเหลือเวลาไม่มากแล้ว

ผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ขณะที่จ้าวเซวียนกำลังหัวหมุนขบคิดหาวิธีแก้เกม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

ดึกป่านนี้แล้ว ปกติไม่น่าจะมีใครมารบกวน

จ้าวเซวียนที่เปิดโหมดวิเคราะห์ทิ้งไว้ตลอด ทันทีที่สงสัยว่าใครมา เสียงความคิดของคนหน้าห้องก็ดังเข้ามาในหัว

(คุณหนูอย่างฉันใจกว้างดั่งแม่น้ำ ไม่ถือโทษคนถ่อยอย่างเขา ไอ้พี่เขยบ้าอุตส่าห์ช่วยฉันไว้ ฉันมาขอบคุณหน่อยก็นับว่าสมควรแล้ว... ใช่ไหมนะ?)

ได้ยินเสียงในใจนี้ มุมปากจ้าวเซวียนยกขึ้นเล็กน้อย ดูท่า... โอกาสทองมาถึงแล้ว!

"เฮ้อ ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะหลอกใช้เด็กอย่างเธอตลอดนะ แต่มันประจวบเหมาะจริงๆ มาได้จังหวะตลอดเลยแม่คุณ"

จ้าวเซวียนบ่นพึมพำในใจ แล้วเดินไปเปิดประตู

พอเห็นเตาย่ายืนบิดไปบิดมา จ้าวเซวียนแกล้งทำหน้าตกใจ เตาย่าเห็นแบบนั้นก็เม้มปากเชิดหน้าอย่างได้ใจ

"เอ่อ คือว่า... วันนี้ขอบคุณนะ พี่เขย!"

(คุณหนูอย่างฉันอุตส่าห์ลดตัวมาขอบคุณด้วยตัวเอง ถ้านายกล้าปฏิเสธหรือทำเมินล่ะก็ ฮึ่ม! แม่จะอาละวาดให้บ้านแตก!)

"เรื่องที่ควรทำ"

จ้าวเซวียนปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย พูดสั้นๆ ห้วนๆ แค่สี่พยางค์ แล้วหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะหนังสืออย่างไม่ไยดี

เห็นฉากนี้ เตาย่าถึงกับเหวออ้าปากค้าง แค่ "เรื่องที่ควรทำ" เนี่ยนะ?

(กรี๊ด!!! จะบ้าตาย ฉันเตาย่าเกิดมาไม่เคยโดนเมินขนาดนี้ เรื่องที่ควรทำ ควรทำกับผีนายสิ ไอ้ตี๋หน้าจืด! ไอ้คนตายด้าน!)

จ้าวเซวียนที่นั่งลงหน้าโต๊ะหนังสือ หันมามองเตาย่าที่ยังยืนค้างตัวสั่นเทิ้มอยู่ที่ประตูด้วยสายตาแปลกใจ ขมวดคิ้วถามว่า:

"เสี่ยวย่า เธอพูดจบแล้วไม่ใช่เหรอ ยังไม่ไปอีก หรือกะจะชวนฉันไปกินมื้อดึก?"

เตาย่าแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว แต่พอได้ยินประโยคสุดท้าย น้ำลายก็สอขึ้นมาเต็มปากโดยอัตโนมัติ

สองเดือนมานี้ จ้าวเซวียนคนเก่าก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว อย่างน้อยเขาก็สืบรู้ว่าน้องเมียคนนี้เป็นพวกตะกละตัวแม่ โดยเฉพาะของโปรดอย่าง 'ซี่โครงหมูทอดแป้งข้าวเหนียว' ร้านลับในตรอกถนนฝูโจวตอนกลางคืนเป็นชีวิตจิตใจ

จะว่าไป เตาย่าก็นับว่าเป็นนักกินตัวยงระดับเซียน ขนาดร้านที่ซ่อนตัวมิดชิดขนาดนั้นยังอุตส่าห์ไปขุดเจอ

ดังนั้น เมื่อกี้จ้าวเซวียนถึงจงใจหย่อนเบ็ดไปแบบนั้น

(เอ๊ะ! ไอเดียดีนี่นา คุณลุงกับพี่สาวไม่ยอมให้ฉันออกไปข้างนอกดึกๆ มาตลอด ซี่โครงหมูทอดแป้งข้าวเหนียวที่ฉันเฝ้าฝัน... อยากกินมาตั้งนานแล้ว ถ้าลากไอ้พี่เขยบ้าไปด้วย ฮิๆ พวกเขาก็คงหาเรื่องห้ามไม่ได้แล้วล่ะ!)

ได้ยินความคิดเตาย่า จ้าวเซวียนก็รู้ทันที คืนนี้เปอร์เซ็นต์ได้ออกไปข้างนอกสูงลิ่ว

"อะ แฮ่ม! ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ เพื่อตอบแทนบุญคุณที่พี่เขยช่วยชีวิตวันนี้ ฉันตัดสินใจจะพาพี่เขยไปกินซี่โครงหมูทอดแป้งข้าวเหนียวที่อร่อยที่สุดในโลก ว่าไง ไปไหม?"

จ้าวเซวียนหันกลับไปหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน พร้อมตอบกลับไปประโยคเดียวโดยไม่หันมามอง:

"ไม่ไป!"

เตาย่ามองจ้าวเซวียนอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าจ้าวเซวียนหักหน้าเธอซะงั้น!

หน้าอกเล็กๆ ของเตาย่ากระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโห แทบจะกัดฟันให้แตกละเอียด

ในขณะที่เตาย่ากำลังทำตัวไม่ถูก ติงม่อฉวินก็เดินออกมาจากห้องหนังสือ

เห็นติงม่อฉวิน เตาย่ากลอกตาไปมา รีบหันขวับไปหาติงม่อฉวินที่กำลังเดินลงบันไดมาที่ห้องรับแขก

"คุณลุง!"

"อ้าว เสี่ยวย่า ดึกป่านนี้ไม่หลับไม่นอน มาทำอะไรตรงนี้? หืม? มีธุระกับพี่เขยเหรอ?"

เตาย่ายิ้มแฉ่ง วิ่งเข้าไปควงแขนติงม่อฉวินที่เดินลงมาถึงชั้นล่างอย่างออดอ้อน:

"คุณลุงคะ วันนี้พี่เขยช่วยหนูไว้หนิคะ หนูเลยกะว่าจะตอบแทนพี่เขยสักหน่อย"

ติงม่อฉวินมองเตาย่าด้วยความสงสัย:

"โห? ตอบแทน? จะตอบแทนยังไงล่ะ?"

เตาย่ายิ้มจนเห็นเขี้ยวเสน่ห์:

"หนูว่าจะเลี้ยงซี่โครงหมูทอดแป้งข้าวเหนียวพี่เขยค่ะ คุณลุงไม่รู้อะไร หนูไปเจอร้านนึงมา อร่อยเหาะเลยนะ คุณลุง ให้พี่เขยไปเป็นเพื่อนหนูนะ นะคะ!"

ติงม่อฉวินยกนิ้วจิ้มหน้าผากเตาย่า หัวเราะดุๆ ว่า:

"ยัยแมวน้อยตะกละ เธอนั่นแหละที่อยากกิน ยังจะมาอ้างพี่เขยอีก ทำไม กลัวไปคนเดียวแล้วลุงจะไม่ให้ไปรึไง?"

เตาย่ายิ้มแหยๆ ก้มหน้าเขินที่ถูกจับไต๋ได้

ฉงชิ่ง (ซานเฉิง) กองบัญชาการหน่วยสืบราชการลับ

"หัวหน้าหน่วยแฝงตัวฮั่วเหมย โจวเหมยแปรพักตร์ ทางติงม่อฉวินดูเหมือนจะสมรู้ร่วมคิดกับโจวเหมยวาง 'แผนล้างบาง' ขึ้นมา เนื้อหายังไม่ทราบแน่ชัด รหัส 'กล้วยไม้หางหงส์' ขอคำสั่งสำหรับก้าวต่อไป"

ในห้องทำงานของผู้อำนวยการ เลขาเหมาซู่ยื่นข่าวกรองที่เพิ่งได้รับให้แก่บอสไต้

ปัง——

บอสไต้ตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งฉาดใหญ่ สีหน้าอำมหิตแค่นเสียงเย็น:

"สั่งการลงไป ให้ 'กล้วยไม้หางหงส์' กบดานชั่วคราว นอกจากนี้ ให้ 'หน่วยพายุหมุน' เตรียมพร้อม หากจำเป็น สามารถสละหน่วยแฝงตัวฮั่วเหมยทิ้งได้ ต้องรับประกันภารกิจฟื้นฟูสถานีเซี่ยงไฮ้เป็นสำคัญ"

ในฐานะเลขาของบอสไต้ เหมาซู่ย่อมรู้นิสัยเจ้านายดี

"ท่าน ผบ. ครับ ท่านต้องการซ้อนแผน?"

บอสไต้แสยะยิ้มเย็น:

"ก่อนหน้านี้ก็ 'แผนกวาดล้าง' แล้วนี่ยังมี 'แผนล้างบาง' โผล่มาอีก วนเวียนอยู่แค่ไพ่ตายสองใบนี้"

"ในเมื่อไอ้สารเลวติงม่อฉวินไม่ยอมให้หน่วยสืบราชการลับของเราปักหลักในเซี่ยงไฮ้ ฉันจะสั่งสอนมันหน่อยไม่ได้เชียวหรือ?"

"ครั้งนี้ ฉันจะให้เบอร์ 76 ชดใช้ด้วยเลือด!"

เซี่ยงไฮ้ ถนนฝูโจว

ถนนฝูโจวขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งซ่องสุมความสกปรกโสมม ตลาดมืด สลัม โรงสูบฝิ่น ซ่องโสเภณี สถานที่ที่กล้าจินตนาการถึง ที่นี่มีให้ครบ

แน่นอน สถานที่แบบนี้ย่อมมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่ จะเรียกว่าเสือหมอบมังกรซ่อนก็ไม่เกินจริง

อย่างเช่นร้านแผงลอยเล็กๆ ในตรอกลึกที่เตาย่าพาจ้าวเซวียนมา แค่ซี่โครงหมูทอดแป้งข้าวเหนียวคำเดียว จ้าวเซวียนถึงกับรู้สึกว่าชาตินี้คงลืมรสชาตินี้ไม่ลง

คุยกันไม่กี่คำ จ้าวเซวียนก็ต้องตกใจ ปู่ของเจ้าของร้านนี้เคยเป็นถึงพ่อครัววังหลวง และเขาก็ได้รับการถ่ายทอดวิชามาเต็มๆ มิน่าล่ะ แค่เมนูบ้านๆ อย่างเดียวถึงกับทำให้คนติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น

ขนาดคุณหนูไฮโซอย่างเตาย่า ยังยอมนั่งรถโขยกเขยกมาเป็นชั่วโมง เพื่อมากินไอ้นี่แค่คำเดียว

(อร่อยมาก~ วิญญาณจะลอยออกจากร่างแล้ว ฮือๆๆ อร่อยเกินไปแล้ว โชคดีที่พี่เขยเห็นแก่หน้าคุณลุงยอมมาด้วย ไม่งั้นเมื่อไหร่จะได้กินเนี่ย!)

ฟังเสียงในใจของเตาย่า จ้าวเซวียนกินซี่โครงชิ้นสุดท้ายหมดแล้วก็ถามว่า:

"อร่อยไหม? พรุ่งนี้อยากกินอีกไหม?"

"จริงเหรอพี่เขย พรุ่งนี้พี่จะพาฉันมาอีกเหรอ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 8 - กบดาน?

คัดลอกลิงก์แล้ว