เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 355 เรื่องราวภายในและภายนอก

บทที่ 355 เรื่องราวภายในและภายนอก

บทที่ 355 เรื่องราวภายในและภายนอก 


ระหว่างที่รถของบริษัทเจียเต๋อแล่นกลับ เฉินชวนก็จงใจแวะไปดูที่ตั้งเดิมของตึกบริษัทโม่หลาน ที่นั่นกลายเป็นที่ของบริษัทหยวนอั้นแล้วจริงๆ

ในฐานะบริษัทอาวุธ บริษัทหยวนอั้นก็มีศักยภาพด้านความมั่นคงสูงมาก มีหน่วยรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าบริษัทโม่หลาน มีรถลาดตระเวนติดอาวุธวิ่งผ่านอยู่เนืองๆลานกว้างยังมีรถลำเลียงและรถติดอาวุธจอดเตรียมพร้อมไว้หลายคัน

เพียงแต่ว่าบริษัทหยวนอั้นต่างจากบริษัทโม่หลานตรงที่ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นแค่จุดประจำการของบริษัท ในตัวเมืองไม่มีโรงงานหรือธุรกิจอื่นและก็ไม่ได้ติดต่อกับผู้นำระดับสูงของเมือง

พูดง่ายๆว่าหน้าที่หลักของพวกเขาเหมือนจะเป็นการดูแลท่าเรือหยวนหวังทางทิศตะวันออกและโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางเหนือ ดูเหมือนว่ากำลังเตรียมตัวสำหรับบางสิ่งบางอย่าง

ออกจากที่นั่นแล้วเขาไปที่กรมโทรเลขเพื่อส่งโทรเลขไปยังเหอเสี้ยวสิง

เพราะในการติดต่อก่อนหน้านั้นเหอเสี้ยวสิงเคยบอกเขาว่า วิชาลมหายใจเตาไฟ นอกจากจะมีวิชาลมหายใจแล้วยังมีวิธีใช้งานชุดหนึ่งด้วย แต่ต้องเป็นผู้ฝึกตนขีดจำกัดที่สามเท่านั้นถึงจะฝึกได้และในเมื่อเขาบรรลุถึงขีดจำกัดนี้แล้วจึงตั้งใจจะขอคำแนะนำเพิ่มเติมเผื่อจะเรียนรู้วิธีการนั้นได้

หลังจากออกจากกรมโทรเลข เขาก็กลับมาบ้านทันที พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเจ้าตัวเล็กสองตัวกำลังนอนคว่ำอยู่บนโซฟา หนุนคาง เล่นหมากล้อมแบบตัวต่อที่เขาเพิ่งซื้อมา

เจ้าตัวนกกิ้งก่าก็นอนอยู่ตรงปลายโซฟา ดูเหมือนกำลังมองหมากล้อมอยู่เหมือนกัน พอเห็นเขาเดินเข้ามาก็รีบเงยตัวขึ้นส่งเสียงแล้วกระพือปีกกระโดดลงมา วิ่งตรงมาปีนขึ้นไปบนไหล่เขา

เฉินชวนเดินไปที่โทรศัพท์ เห็นโพยโน้ตข้างๆเขียนด้วยลายมือหวัดๆว่า

“พี่ติงเจียวโทรมาตอนสามโมง” เขาก็ยิ้มออกมา รู้ทันทีว่าต้องเป็นผลงานของญาติสาวเหนียนลู่ ส่วนเหนียนโม่แม้จะฉลาดแต่ก็ขี้เล่นไปหน่อย ยังเขียนตัวหนังสือพวกนี้ไม่ครบดี

เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรกลับไป พอติงเจียวรับสายก็รีบบอกว่าเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้นัดเพื่อนมาสังสรรค์ให้สนุกพร้อมไปล่องเรือและดูหนังกัน

เขาก็ตอบตกลง

ในเมื่อเป็นช่วงวันหยุดก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่หน่อย

เขารู้ดีว่าเมื่อตัวเองกลับไปยังศูนย์กลางเมืองอีกครั้ง ช่วงเวลาว่างสบายแบบนี้คงไม่มีอีกแล้วไปอีกนาน

พอวางหูโทรศัพท์ลงกำลังจะเดินออกไป ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขาหยิบขึ้นมารับพอพูดไปคำเดียวก็มีเสียงสดใสดังจากปลายสาย

“น้องชาย? ได้ข่าวว่ากลับมาแล้วเหรอ?”

เฉินชวนหัวเราะออกมา

“พี่เว่ย? ใช่ครับ ผมเพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง”

เว่ยฉางอันพูดว่า

“กลับมาก็ไม่บอกล่วงหน้า ฉันจะได้เลี้ยงข้าวหน่อย ไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินขนาดนี้เลยนี่นา?”

เฉินชวนพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่มีทางหรอกครับ ผมก็กำลังจะไปหาพี่เว่ยอยู่พอดี รวมทั้งสมาชิกทีมเก่าๆด้วย กะว่าจะนัดรวมตัวกันสักที”

เว่ยฉางอันพูดว่า

“เรื่องแค่นี้ง่ายมาก ตั้งแต่นายไปอยู่ศูนย์กลางเมือง เราพวกนี้ก็ยังเจอกันอยู่บ่อยๆ บางครั้งยังไปรับภารกิจด้วยกันอยู่เลย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง พอครบคนแล้วจะติดต่อกลับไป”

เฉินชวนพูดว่า

“งั้นก็ฝากด้วยนะครับ พี่เว่ย”

หลังจากพูดคุยกับเว่ยฉางอันอีกสองสามประโยคเขาก็วางสาย แล้วไปที่ห้องของตัวเอง หยิบยากดอาการกำเริบที่ต้องกินประจำมารับประทานแล้วฝึกวิชาลมหายใจอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาในทันที

จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือ

“เรื่องเหนือธรรมชาติ” ออกมาจากกระเป๋า เดินไปนั่งบนเตียงแล้วค่อยๆเปิดอ่าน

นับตั้งแต่เขาควบคุมแรงกดดันจากพลังได้แล้วก็ไม่มีความรู้สึกน่าหวาดหวั่นอย่างเมื่อก่อนอีก แต่กลับดูมีออร่ามากกว่าเดิมและความคิดอ่านก็ดูเฉียบแหลมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เพราะไม่มีอุปกรณ์หยินหยางไว้เทียบ เขาจึงดูหนังสือเล่มนี้ได้แค่ในรูปแบบแนวตั้ง แต่พอดูไปสักพักก็เริ่มชินและยังรู้สึกว่าการอ่านแบบนี้กลับให้บรรยากาศที่ลุ่มลึกกว่า

เนื้อหาในหนังสือส่วนใหญ่พูดถึงวิธีรับมือกับปรากฏการณ์ประหลาดที่เหนือธรรมชาติ เรื่องที่แต่ละคนเจอมาล้วนแปลกประหลาดจนเหลือเชื่อ อ่านไปยังรู้สึกขนลุกได้แม้ในวันที่อากาศร้อนจัด

แต่ก็มีบางคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์พวกนั้นได้ตลกมาก

อย่างเช่นชายประหลาดชื่อหลิวไฉ่ เขาชอบอ่านบทความของคนนี้มาก ชายคนนี้ขี้เซามาก ชนิดที่แม้แต่การฝึกศิลปะการต่อสู้ก็ทำในฝัน แขนขาบางทีก็ขยับเองโดยไม่รู้ตัว บางครั้งถึงกับละเมอเดินออกจากบ้าน พวกเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เขาเจอมาส่วนใหญ่เกิดขึ้นตอนครึ่งหลับครึ่งตื่น

ครั้งหนึ่งเขานอนครึ่งหลับครึ่งตื่น ได้ยินเสียงแปลกๆในบ้าน คล้ายมีคนแอบขโมยของแต่เขาขี้เกียจเกินกว่าจะลุกขึ้นไปดู

จากนั้นก็มีเสียงตะโกนอยู่ข้างหู บอกว่าไฟไหม้! เขาหันกลับไปเห็นแสงแดงสว่างวาบ ได้กลิ่นไหม้ลอยมาเข้าจมูก แต่เขากลับตะโกนตอบว่า

“ถ้าไหม้ก็ไหม้ไปสิ มายุ่งอะไรกับฉัน!” แล้วก็หลับต่อ

พอตื่นขึ้นมาอีกทีไม่ได้ไฟไหม้จริง แต่ข้าวของในบ้านหายเกลี้ยง เขากลับหัวเราะออกมาไม่ได้โกรธหรือใส่ใจอะไรเลย

อีกครั้งหนึ่งเขาเพิ่งนอนลงก็รู้สึกเหมือนมีมือเย็นๆมาลูบร่างกาย เสียงกระซิบกระซาบอยู่ข้างหูด้วยความอ่อนหวาน แต่ภรรยาเขาเสียไปนานแล้วและไม่เคยแต่งใหม่ ข้าทาสบริวารก็ไม่มีแล้ว แล้วใครจะมา?

พอลืมตาขึ้นก็เห็นประตูเปิดออก มีรอยเลื้อยของงูตัวใหญ่บนพื้น เขากลับยิ้มให้ แล้วโค้งคำนับออกไปข้างนอก

“ขอบคุณที่อุตส่าห์ไม่กินผม”

อีกครั้งหนึ่งตอนกำลังหลับสนิท อยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนตัวลอยอยู่เหนือเมฆ ข้างหน้ามีเหล้า อาหาร และสาวงาม แค่ยื่นมือไปก็ได้ทุกอย่าง แต่เขาไม่อยากขยับ พอตื่นมาก็พบว่าตัวเองไปอยู่บนขอบหน้าผาบนยอดเขา ถ้าเมื่อกี้ยื่นมือไปจริงๆ คงร่วงลงไปตาย

ชายชื่อหลิวไฉ่ผู้นี้เรียกได้ว่าเป็นคนที่จิตใจปลอดโปร่งอย่างแท้จริง มองโลกในแง่ดีบริสุทธิ์ ราชสำนักได้ยินชื่อเสียงเขาเข้าจึงเชิญตัวมาร่วมเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วย

การมีส่วนร่วมในการเขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก เพราะคนที่ร่วมเขียนหนังสือมักจะเห็นภาพเหตุการณ์ประหลาดลอยเข้ามาในหัวขณะนึกถึงเรื่องราวเก่าๆและบางคนเมื่ออ่านบันทึกของคนอื่นก็จะเห็นภาพหลอนของเหตุการณ์ที่คนอื่นเจอมา

ภาพประหลาดพวกนี้เหมือนจะดึงดูดและพันเกี่ยวกันเอง ส่งผลให้ผู้เขียนหนังสือเกิดอาการเสียสติกลางคันหรือไม่ก็เสียชีวิตกระทันหัน แต่หลิวไฉ่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีบันทึกอยู่ใน “การศึกษาเรื่องเหนือธรรมชาติ” และยังสามารถมีชีวิตรอดได้อย่างปกติ

ดูจากพฤติกรรมของเขาแล้วนั่นก็เพราะว่าเขาไม่มีความยึดติดใดๆทั้งสิ้น ไม่ใส่ใจต่อภาพมายาทั้งหลาย จึงสามารถหลีกเลี่ยงอิทธิพลรบกวนจากสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด

เฉินชวนไตร่ตรองตัวเอง ขณะนี้แม้จะสามารถควบคุมจิตใจได้แล้วทำให้การปรากฏของภาพหลอนภายนอกลดลง แต่ตราบใดที่เขายังต้องการพัฒนาตัวเอง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบเจออีกในอนาคต

เขาพบว่าภาพหลอนพวกนี้มักจะปรากฏขึ้นเฉพาะตอนที่อารมณ์เขาผันผวนอย่างรุนแรง ดังนั้นจึงสามารถควบคุมและหลีกเลี่ยงได้ แต่ก็ห้ามฝืนเกินไป เพราะยิ่งพยายามควบคุมเท่าไหร่ก็อาจยิ่งกระตุ้นให้มันออกมา

อีกอย่างคือตอนสู้กับคนอื่นก็ต้องรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้จิตใจถูกรบกวนตอนเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง

ขณะที่เขากำลังพลิกหนังสือ ท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลง เหนียนฟู่ลี่ก็กลับมาจากสถานีตำรวจแล้ว อวี้หว่านดูออกว่าเขาดูมีอะไรในใจ จึงโบกมือไล่เหนียนโม่กับเหนียนลู่ออกไปเล่นแล้วเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใยว่า

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”

เหนียนฟู่ลี่หยิบบุหรี่ออกมาจุด สูบเข้าไปคำหนึ่งแล้วพูดว่า

“อาจารย์ฝึกใหม่ที่เพิ่งมา ทะเลาะกับหัวหน้ากวนอีกแล้ว”

“แต่ก็ไม่น่าเกี่ยวกับคุณนี่?” อวี้หว่านถามด้วยความเป็นห่วง

เหนียนฟู่ลี่พูดว่า

“ก็ในเมื่อทำงานในสถานีจะหลีกเลี่ยงยังไงได้ล่ะ? อาจารย์คนคนนี้มาหาฉันตั้งสองครั้ง แม้แต่หัวหน้าทีมอย่างเว่ยเหล่าหู่ก็ถูกเรียกไปคุยกันแบบลับๆ ทั้งเชิญชวน ทั้งเกลี้ยกล่อมจะให้ไปอยู่ฝ่ายเขานั่นแหละ”

อวี้หว่านอุทานออกมาอย่างตกใจ

“เขาเพิ่งมาที่นี่ไม่กี่เดือนเองนะ จะมีใครฟังเขาเหรอ?”

เหนียนฟู่ลี่สูบบุหรี่อีกคำแล้วพ่นควันออกมายาวเหยียด

“คนๆนี้มีวิธีของเขานะ เปิดฉากมาก็สั่งทดสอบสายตรวจเลย ถ้าสอบไม่ผ่านครั้งแรกหักเงินเดือน ครั้งที่สองก็ลงโทษทางวินัย ครั้งที่สามไล่ออก แต่สอบผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่เขาตัดสินใจไม่ใช่ใครอื่น ตอนนี้มีหลายคนเริ่มทนไม่ไหวแล้ว ย้ายข้างไปอยู่ฝั่งเขาแล้ว”

อวี้หว่านไม่เข้าใจนัก

“เขามีอำนาจไล่สายตรวจได้ด้วยเหรอ?” ในสถานีตำรวจสายตรวจนี้ขึ้นชื่อว่ากลมเกลียวแน่นแฟ้น ทั้งรองหัวหน้าและหัวหน้าหน่วยต่างๆถ้าไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้

เหนียนฟู่ลี่พูดว่า

“ตอนนี้เขายังไม่มีสิทธิไล่ใครหรอก แต่เขาสามารถส่งคนไปประจำการที่อำเภอรอบนอกได้ รองหัวหน้าสำนักงานก็ให้ความร่วมมือกับเขาในเรื่องนี้”

เฉินชวนเดินออกจากห้องพอดี พอได้ยินประโยคนี้ก็เข้าใจทันทีว่านี่เป็นไม้เด็ดเลย

ตามอำเภอรอบนอกมีแค่เจ้าหน้าที่รักษาความสงบแบบพื้นฐาน ซึ่งต่างก็หวังจะได้เลื่อนมาเป็นสายตรวจประจำเมืองหยางจือ แต่ถ้าโดนย้ายไปที่นั่นไม่ว่าจะเรื่องเงินเดือนหรือสถานะก็แย่ลงไปมาก คนทั่วไปจะรับความแตกต่างนี้ไม่ไหวแน่

เหนียนฟู่ลี่พูดต่อ

“ตอนที่เขามารับตำแหน่งก็พาทีมหนึ่งมาด้วย ตอนนี้เขาก็เอาคนเหล่านั้นไปตั้งเป็นอาจารย์ฝึกหน่วยย่อยตามพื้นที่ บอกว่าเพื่อยกระดับความสามารถในการต่อสู้ของสายตรวจ ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่เขาโดยตรงก็เถอะ แต่ทุกคนก็เห็นชัดว่าเขากำลังวางหมากตามแผนของตัวเองอยู่”

อวี้หว่านเริ่มรู้สึกกังวลเธอพูดว่า

“งั้นหัวหน้ากวนก็ไม่คิดจะจัดการอะไรเลยเหรอ?”

“หัวหน้ากวนเหรอ” เหนียนฟู่ลี่ส่ายหัว

“หัวหน้ากวนเป็นคนมีฝีมือแถมยังเห็นใจลูกน้องด้วย แต่นิสัยเขาตรงไปตรงมามาก เวลาสำคัญก็มักจะใจอ่อน ถ้าเป็นตอนที่อดีตผู้กองยังอยู่ เรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ ถึงจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางสร้างความปั่นป่วนได้แบบนี้”

อดีตผู้กองแม้จะเด็ดขาดไปบ้าง แต่ก็ยึดถือผลประโยชน์ของสถานีตำรวจเป็นหลักจะไม่ยอมให้คนนอกมาวุ่นวายที่นี่เด็ดขาด

เฉินชวนคิดตามแล้วพูดขึ้นว่า

“หัวหน้ากวนน่าจะไม่อยากทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงมั้ง ถึงอย่างไรคนสำคัญในสถานีก็ยังต้องอาศัยอาจารย์ฝึกคนนี้ปกป้อง แต่ที่สั่งย้ายอาจารย์เวินออก แล้วส่งคนนี้มาแทนอาจจะเป็นเพราะเบื้องบนมีแผนบางอย่างก็ได้”

“แกมองได้ลึกดีจริงๆ” เหนียนฟู่ลี่ตบต้นขาตัวเอง

“พวกเขาน่าจะตั้งใจจัดการกับพวกหมู่บ้านรอบนอก พูดถึงพวกนั้นถามว่ามีคนของกลุ่มต่อต้านอยู่บ้างไหม? มีแน่นอน แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อปีสองปี หมู่บ้านพวกนั้นไม่มีใครคอยคุ้มครอง พอเจอโจรหรือกลุ่มติดอาวุธบุกปล้นก็ต้องรวมตัวกันตั้งป้อมปราการป้องกันตัวเอง ชาวบ้านธรรมดาถ้าอยู่กันอย่างสงบได้ใครจะอยากออกไปฆ่าฟันกัน?”

“ไม่ไปจัดการพวกโจรหรือกลุ่มติดอาวุธ กลับหันไปเล่นงานชาวบ้าน แบบนี้มันไม่แฟร์เลยจริงๆ”

จากนั้นเขาก็สูบบุหรี่เข้าไปลึกๆแล้วพูดต่อ

“อีกสองวันข้างหน้า สถานีตำรวจมีแผนจะบุกไปยังหมู่บ้านที่คาดว่าซ่อนสมาชิกกลุ่มต่อต้านไว้ เดิมทีจะให้ฉันเป็นผู้นำทีม”

“แล้วสุดท้ายล่ะ?” อวี้หว่านถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

เหนียนฟู่ลี่ดูเหมือนจะสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน เขาขมวดคิ้วพูดว่า

“ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆเจ้านั่นมาหาฉันตอนบ่าย ท่าทีก็สุภาพกว่าปกติ บอกว่าจัดให้คนอื่นไปแทน และมาบอกฉันไม่ต้องไปแล้ว เฮอะ! ไม่ไปก็ดีแล้ว เรื่องที่ขัดต่อจิตสำนึกแบบนี้ฉันก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งหรอก”

กำลังพูดอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมเสียงคนตะโกนว่า

“ท่านเหนียน! มีคนจากสถานีมาหาครับ!”

เหนียนฟู่ลี่สบถคำหนึ่ง

“ใครวะ มาตอนนี้เนี่ยนะ...” เขาเดินออกไปพูดคุยนอกบ้านอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกลับเข้ามาสีหน้าแปลกไปเล็กน้อย เขามองไปที่เฉินชวนแล้วพูดว่า

“ไอ้หมอนั่นมา บอกว่า...อยากเจอแก”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 355 เรื่องราวภายในและภายนอก

คัดลอกลิงก์แล้ว