- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์:เส้นทางสู่ขอบฟ้า
- บทที่ 322 การแข่งขัน
บทที่ 322 การแข่งขัน
บทที่ 322 การแข่งขัน
เฉินชวนกลับมาถึงห้องพักในขณะเดียวกันก็ได้รับการแจ้งเตือนจากหงฝู
“การประเมินทักษะจบสิ้นแล้ว นักศึกษาเฉิน ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณผ่านภารกิจบังคับประจำภาคการศึกษานี้ ในการประเมินครั้งนี้คุณได้รับคะแนนประเมินสูงสุด คุณสามารถตรวจสอบคะแนนรวมได้หลังสิ้นสุดภาคเรียน”
ทันทีที่ได้ยินเฉินชวนก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก
จริงๆแล้วช่องทางในการเพิ่มคะแนนประเมินมีอยู่หลายทาง แต่ส่วนใหญ่จะได้คะแนนไม่มากและเมื่อทำไปแล้วก็จะไม่ได้อีก เช่น ตอนเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าให้คำแนะนำรับนักศึกษาใหม่จะได้เพิ่มหนึ่งคะแนน แต่หลังจากนั้นจะไม่สามารถเพิ่มคะแนนจากการแนะนำได้อีกแล้ว
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง เช่น เมื่อเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามสูงเกิน 80% ก็จะทำให้คะแนนประเมินของเขาเพิ่มขึ้นมาก ง่ายกว่าการทำอย่างอื่นเยอะ
เช่นเดียวกับการผ่านการประเมินทักษะในวันนี้ แทนที่จะเรียกว่าเป็นการเพิ่มคะแนนประเมิน ควรจะเรียกว่าเป็นการฟื้นฟูคะแนนมากกว่า เพราะนักศึกษาที่ไม่ต้องเข้าทดสอบจะได้คะแนนประเมินเริ่มต้นที่สูงกว่าผู้ที่ต้องเข้าสอบ ยกเว้นแต่ว่านักศึกษาในการสอบจะแสดงผลงานได้ยอดเยี่ยมกว่า
เหมือนกับเขาในวันนี้
แต่เหตุการณ์ที่อาจารย์ให้คะแนนพิเศษโดยสมัครใจนั้นแทบจะไม่เคยเกิดขึ้น ถึงจะมีอาจารย์ที่ยินดีให้ก็แทบไม่มีใครได้ถึงระดับสูงสุดของขอบเขตคะแนนที่กำหนดไว้
ทางที่ดีที่สุดในการเพิ่มคะแนนจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือการเข้าสู่ขีดจำกัดที่สาม เมื่อนักศึกษาเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามแล้วจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงบริการต่างๆของสถาบันก่อนใคร
แม้แต่ตอนนี้...
เขาลองตรวจสอบดูบริการ “แสงเย่า” ที่เขาซื้อไว้ก็อยู่ในลำดับต้นๆแล้ว ไม่ต้องรอคิวยาวเหมือนแต่ก่อน
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงติดต่อไปหาอาจารย์เจิ้ง
“อาจารย์เจิ้ง วันนี้ผมผ่านการประเมินทักษะแล้วครับ”
อาจารย์เจิ้งดีใจมาก
“จากการพัฒนาของเธอในช่วงที่ผ่านมา ฉันก็มั่นใจว่าเธอจะผ่านอยู่แล้ว แค่คะแนนจะมากหรือน้อยเท่านั้น แล้วใครเป็นกรรมการสอบ?”
เฉินชวนตอบว่า
“เป็นอาจารย์แซ่เจียงครับ”
อาจารย์เจิ้งหัวเราะขึ้นมาทันที
“อ้อ เจ้าเจียงนี่เอง เขาไม่ได้เล่นอะไรแปลกๆกับเธอใช่มั้ย?”
เฉินชวนตอบด้วยความจริงใจ
“อาจารย์เจียงดูแลผมดีครับ”
อาจารย์เจิ้งว่า
“ดูแลงั้นเหรอ ดีเลย แบบนี้ต้องขอบคุณซะหน่อยๆ”
เฉินชวนพยักหน้า
“ครับ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
อาจารย์เจิ้งกล่าวว่า
“ถึงจะสอบเสร็จแล้ว แต่คอร์สที่ฉันเปิดนี้เป็นคอร์สที่แนะนำโดยสำนักจัดการเหตุการณ์พิเศษ ถ้าเธออยากมาเรียนต่อก็ยังมาได้นะ”
เฉินชวนตอบว่า
“แน่นอนครับ”
เพราะอาจารย์เจิ้งสอนทักษะที่เขายังสามารถฝึกฝนได้อีกเยอะ และยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้เรียนรู้ แม้แต่การฝึกซ้อมกับเจิ้งถงถงก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก
ในเมื่อสำนักจัดการเหตุการณ์พิเศษให้โอกาสฝึกฝนที่ดีแบบนี้เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ
หลังจากวางสาย เขาก็มองไปที่ปฏิทินที่แขวนอยู่ ตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนมิถุนายนแล้ว ไม่ทันรู้ตัวก็ผ่านมาแล้วครึ่งปีนับตั้งแต่มาถึงศูนย์กลางเมือง และก็เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนภาคการศึกษาแรกจะสิ้นสุด
แม้ว่าในช่วงวันหยุดพักผ่อนเขาจะโทรหาครอบครัวอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว ช่วงปิดเทอมนี้เขาคงต้องกลับหยางจือแน่นอน ไปเยี่ยมคุณน้ากับครอบครัวและยังมีอาจารย์เฉิงกับคนรู้จักหลายคนอีก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็อดนึกถึงอาจารย์อวี๋กังไม่ได้
อวี๋กังกับลู่เคอมาอยู่ศูนย์กลางเมืองก่อนเขา แต่ตอนนั้นยังไม่มีช่องทางติดต่อที่แน่นอนเลยไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหน รู้แค่ว่ามุ่งหน้าไปเขตล่าง
แต่เขตล่างก็ใหญ่โตมากไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ตรงไหนและเป็นอย่างไรบ้าง คราวนี้กลับบ้านจะลองดูว่ามีเบอร์ติดต่อหรือร่องรอยอะไรที่พวกเขาทิ้งไว้ไหม
พอการประเมินจบลงเขาก็ไม่ได้ฝึกต่อ แต่ชงเครื่องดื่มร้อนมานั่งจิบบนโซฟาแล้วเปิดดูช่องข่าวรอบนอก
ในช่องนี้นอกจากข่าวสารจากที่ต่างๆแล้วก็ยังมีข่าวบันเทิงอยู่บ้าง เขาบางครั้งก็เปิดดูเพื่อผ่อนคลาย และช่วงนี้ข่าวที่โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นการแข่งขันบนเวทีประลองของศูนย์กลางเมือง
การถกเถียงเรื่องนี้ในช่องข่าวรอบนอกนั้นมีมากมาย เขาเพิ่งเปิดเข้ามาก็เห็นข้อความเสียงมากมายที่ฝากไว้และเรื่องที่ร้อนแรงที่สุดก็คือการพูดถึงผู้เข้าแข่งขันในครั้งนี้
เขาเลื่อนดูไปเรื่อยๆพบว่านักศึกษาบางคนที่มีความนิยมสูงมีคนเอารูปภาพมาโพสต์ พร้อมกับแนบคลิปการต่อสู้ในอดีต
คนเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสเข้ารอบลึกๆในการแข่งขันครั้งนี้ และในกลุ่มนั้นเขาก็เห็นชื่อของ “เฉารุ่ย” ที่เคยเจอกันในลิฟต์วันนั้น จึงไม่วายหยุดดูสักพักและย้อนดูการต่อสู้ก่อนหน้าของเขา
นักศึกษาคนนี้โดยรวมถือว่าแข็งแกร่งไม่น้อย มีความดุดันสูง และสัญชาตญาณการต่อสู้ดีเยี่ยม เทียบกับนักศึกษาเต็มตัวแล้วก็ไม่ด้อยกว่าเลย
นี่คงเป็นผลมาจากร่างแฝงชีวภาพที่พวกเขามีช่วยชดเชยข้อบกพร่องจากเนื้อเยื่อกลายพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ได้
แต่อย่างไรก็ตาม จากที่เขาดูนักศึกษากลุ่มนี้แม้จะมีร่างแฝงชีวภาพอยู่หลายจุด แต่ก็ไม่ได้เวอร์เกินไปเหมือนที่เห็นบนเรือวันนั้น กลับกันดูเป็นธรรมชาติมาก ถ้าไม่สังเกตเส้นฝังหรือรอยที่จงใจแสดงออกมาก็ดูไม่ต่างจากนักศึกษาทั่วไป
แสดงว่าความเข้ากันได้ของนักศึกษาภายนอกกลุ่มนี้กับร่างแฝงชีวภาพนั้นน่าจะดี หรือไม่เช่นนั้นคนที่เข้ากันไม่ได้ก็คงถูกคัดออกไปแล้ว
เพราะเวทีนี้เป็นการแข่งขันแบบสู้ตายทั้งหมด นักศึกษาเหล่านี้จึงไม่ได้ต่อสู้กันเองโดยตรง คู่ต่อสู้ส่วนใหญ่จะเป็นนักโทษในเรือนจำ นักสู้ที่แสวงหาความตื่นเต้นหรือไม่ก็เป็นสมาชิกองค์กรต่อต้านบริษัทโดยตรง
คนเหล่านี้เมื่อถูกจับได้จะถูกโยนขึ้นเวที และมีทางรอดทางเดียวคือฆ่าคู่ต่อสู้ในสนามเสียให้ได้ โดยปกติแล้วไม่ใช่นักสู้มืออาชีพด้วยซ้ำและยังได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธทุกประเภทอีกด้วย นั่นยิ่งเพิ่มความโหดเหี้ยมและความเร้าใจเข้าไปอีก ไม่แปลกใจเลยที่งานนี้จะได้รับความสนใจมากขนาดนี้
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เขาก็เลยย้อนกลับไปดูคลิปเหตุการณ์เก่าๆ แน่นอนว่าคลิปฉบับเต็มต้องเสียเงิน แต่เขาก็แค่ดูคลิปไฮไลต์เท่านั้น ซึ่งก็ช่วยประหยัดเวลาได้เหมือนกัน
ขณะที่เขากำลังดูอยู่ จู่ๆก็มีสายติดต่อเข้ามา เห็นว่าเป็น "ถานจื้อ" จึงรีบกดรับทันที
“เฉินเพื่อนรัก ฉันได้ยินมาว่าภาคเรียนนี้มีการประเมินทักษะใช่ไหม นายผ่านหรือเปล่า?”
เฉินชวนตอบว่า
“เพิ่งผ่านไปเมื่อกี้เอง”
ถานจื้อพูดขึ้นว่า
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ นายรู้ไหม ฉันได้ยินมาว่า ตามนโยบายใหม่ของมหาวิทยาลัย ถ้าใครสอบไม่ผ่าน คะแนนประเมินจะลดลง และคนที่ได้คะแนนต่ำสุดไม่กี่คนสุดท้ายน่ะ จะถูกลดสถานะจากนักศึกษาเต็มตัวไปเป็นนักศึกษาภายนอก นายรู้ใช่ไหมว่านักศึกษาภายนอกมันเป็นยังไง? ก็แค่เครื่องมือให้คนเขาเล่นกันนั่นแหละ!”
เฉินชวนพูดว่า
“แต่นายเคยบอกว่าถ้าไม่ผ่านก็แค่จ่ายเงินก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ถานจื้อถอนหายใจ
“นั่นแหละที่ฉันจะพูด มันเป็นเมื่อก่อน! รอบนี้น่ะ ได้ข่าวว่าฝ่ายบริหารประชุมกันแล้ว ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายน่ะเพิ่มขึ้นเยอะมาก แถมยังจ่ายได้แค่ครั้งเดียว สำหรับพวกที่เคยชินกับการจ่ายเงินแก้ปัญหา บอกเลยว่างานนี้ซวยสุดๆ”
เฉินชวนนิ่งคิดแล้วพูดว่า
“ฉันได้ยินมาว่านักศึกษาที่คะแนนขีดจำกัดต่ำกว่า 50% จะถูกส่งไปเป็นนักศึกษาฝึกสอนแทน”
ถานจื้อว่า
“ใช่ ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน แล้วคนที่เข้าข่ายก็ไม่น้อยเลยนะ” เขาพูดเสียงห่อเหี่ยว
“พวกเขาน่ะ ถึงจะอยากลาออกก็ลาไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันว่าอีกไม่นานเราคงได้เห็นคนที่เคยเป็นนักศึกษาเต็มตัวขึ้นเวทีแข่งขันแน่ๆ เฮ้อ หวังว่าเราคงไม่โดนจับโยนขึ้นไปก่อนนะ”
เฉินชวนรับคำเบาๆ
ทั้งสองคุยกันอีกเล็กน้อยกำลังจะวางสายก่อนจบ เฉินชวนก็เตือนว่า
“ถานจื้อ ช่วงนี้เว่ยอู่เซิงกำลังออกไล่ฆ่าพวกนักสู้ที่เคยขึ้นเรือวันนั้น นายกับพวกพานเสี่ยวเต๋อ ฉีฮุ้ยซิน ก็ระวังตัวหน่อย”
พอได้ยินเรื่องนี้ถานจื้อก็ถอนใจยาว
“อย่าพูดเลย ฉันตอนนี้ซ่อนอยู่ในห้องพักไม่กล้าออกไปไหนเลย แม้แต่จะเต้นยังต้องเต้นอยู่ในห้องฝึกของหอพัก จะให้ออกไปข้างนอก ไม่มีทาง”
“ได้ข่าวว่าไอ้สองคนนั้นก็ถูกครอบครัวกักตัวไว้ด้วยเหตุผลเดียวกัน เมื่อวานยังโทรมาบ่นฉันอยู่เลย ว่าแต่นายอยู่กับสำนักจัดการเหตุการณ์พิเศษ นายพอจะรู้ไหมว่าเมื่อไหร่จะจับเว่ยอู่เซิงได้?”
เฉินชวนตอบว่า
“เรื่องนี้บอกยาก เขาเป็นนักสู้ระดับขีดจำกัดที่สาม ถ้าจะซ่อนตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายจะหาเจอ”
ถานจื้อถอนหายใจอีกครั้ง
“งั้นก็ได้แต่รอ ฉันไม่อยากถูกหมอนั่นจับตามองเลยจริงๆ”
เฉินชวนพูดช้าๆว่า
“คงไม่นานนักหรอก”
ถานจื้อว่า
“งั้นก็ดีเลย ฉันขอตัวก่อนนะ ไว้มีเวลามาเจอกันแถวนี้สักแก้ว”
เฉินชวนตอบตกลงแล้ววางสาย
ประโยคนั้นที่เขาพูดออกไป ถานจื้ออาจจะคิดว่าเป็นแค่คำปลอบใจ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่คำพูดลอยๆ หากเว่ยอู่เซิงยังคงออกอาละวาดต่อไปโดยที่สำนักจัดการเหตุการณ์พิเศษยังจับเขาไม่ได้ สุดท้ายหมอนั่นจะต้องมาเจอกับเขาอย่างแน่นอน และนั่นจะเป็นโอกาสในการจัดการกับเว่ยอู่เซิง
เพียงแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเว่ยอู่เซิงน่าจะยังไม่พร้อมจะมาเจอเขา เพราะช่วงที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก แต่กลับไม่แสดงตัวหรือมาเจอกันเลย
เวลาผ่านไปเรื่อยๆในขณะที่เขายังคงสลับระหว่างดูช่องข่าวกับอ่านข้อมูล กระทั่งใกล้จะสี่ทุ่มเขากำลังจะไปล้างหน้าล้างตาเตรียมเข้านอนก็มีสายจากหนีชีชีเข้ามา
“น้องเฉิน ฉันเห็นว่าเธอผ่านการประเมินทักษะแล้วนี่นา ฉันแอบเช็คมาเลยนะว่าอาจารย์ผู้ประเมินให้คะแนนเธอสูงมากเลย”
เฉินชวนพูดว่า
“รอบนี้โชคดีครับ เจออาจารย์ดี”
หนีชีชีแปลกใจ
“จริงเหรอ? เธอหมายถึงอาจารย์เจียงน่ะเหรอ? หมอนั่นน่ะ…พูดยาก เอาเถอะ ไม่เกี่ยวกับเธอแล้วกัน ช่วงก่อนที่เธอเตรียมสอบกับอาจารย์ ฉันเลยไม่เรียกใช้งานเลย ตอนนี้พอมีเวลาแล้วงานของสำนักงานต้องเริ่มจริงจังแล้วล่ะนะ”
เฉินชวนถามว่า
“ต้องการให้ผมทำอะไรครับ?”
“เธอรู้จักงานแข่งขันบนเวทีใช่มั้ย?”
“รู้ครับ”
“การแข่งขันจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนและลากยาวไปถึงกันยายน เพราะตอนนี้มีแค่ศูนย์กลางเมืองแห่งนี้ในเขตจี้เป่ยที่จัดงานนี้ทั่วประเทศ ดังนั้นอีกไม่นานคงมีคนจากศูนย์กลางเมืองอื่นๆหลั่งไหลเข้ามา ดังนั้นเราต้องจัดการเว่ยอู่เซิงให้ได้ก่อนการแข่งขันเริ่ม”
เฉินชวนอดถามไม่ได้ว่า
“สำนักงานมีแผนจะจัดการยังไงครับ?”
“ตอนแรกเราคิดจะให้พวกนักสู้ที่ปรากฏตัวบนเรือช่วยดักจับ แบบนี้พอเว่ยอู่เซิงโผล่มาเราก็จะได้เข้าจับกุมทันที แต่มันไม่ได้ผล ตอนนี้เราสืบทราบว่าเว่ยอู่เซิงมีศิษย์น้องอยู่คนหนึ่งที่น่าจะช่วยเขาอยู่ อาจจะสืบเบาะแสได้จากคนนี้”
“คนของแก๊งเทียนชู่?”
“ไม่ใช่ ก่อนหน้านั้นถูกขับออกจากแก๊งไปแล้ว แต่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเว่ยอู่เซิง อาจจะยังมีการติดต่อกันอยู่ สำนักงานจะส่งคนไปติดต่อเขาพรุ่งนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่เธอโดยตรง แต่เพราะต้องระดมคนไปช่วยเรื่องนี้หลายคน บางพื้นที่ก็เริ่มหลวมๆแล้ว สำนักงานจึงอยากให้เธอไปช่วยเวรประจำการที่เขตอิ๋งลู่ในช่วงนั้น สำนักงานจะส่งรถมารับเธอ เธอแค่รอการแจ้งเตือนก็พอ”
เฉินชวนตอบว่า
“ได้ครับ ผมจะรอ”
(จบบท)