- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์:เส้นทางสู่ขอบฟ้า
- บทที่ 258 การสนับสนุน
บทที่ 258 การสนับสนุน
บทที่ 258 การสนับสนุน
ขณะที่เฉินชวนเดินต่อไป เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าสายตาของผู้ช่วยหลิงยังคงจับจ้องอยู่ที่เขาตลอดจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลงนั่นแหละถึงหายไป
แต่ทุกย่างก้าวของเขายังคงเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย
ตามคำแนะนำจากอุปกรณ์หยินหยาง เขาเดินไปจนถึงสุดปลายทางเดิน ที่ประตูมีป้ายเขียนไว้ว่า “สำนักงานจัดการประจำพิเศษ” ประตูในขณะนั้นเปิดอยู่
เขากล่าวว่า
“นักศึกษาเฉินชวนมารายงานตัวครับ”
ภายในห้องมีเสียงตอบกลับมา
“เข้ามาได้เลย”
เฉินชวนเดินเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ กว้างไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่ร้อยตารางเมตร ด้านหน้าคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่แบบพาโนรามาสามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้ชัดเจน
ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่โค้งเล็กน้อยตั้งอยู่เด่นกลางห้อง หญิงสาวคนหนึ่งนั่งพิงโต๊ะโดยหันหลังให้เขา ผมเธอหยักศกเป็นลอนคลื่น รูปร่างแข็งแรงกำยำ วางแขนทั้งสองไว้ด้านหลังพิงโต๊ะอย่างสบายๆ
เมื่อเฉินชวนเดินเข้าไปใกล้ หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นว่า
“ตรงนี้วิวดีมาก ทุกครั้งที่มองออกไปจากตรงนี้ ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนกที่กำลังบินอยู่บนฟ้า โบยบินอย่างอิสระ นักศึกษาเฉินเธอว่าไง? อย่าคิดมาก แค่พูดความรู้สึกแรกที่เธอสัมผัสก็พอ”
เฉินชวนมองออกไปด้านนอก ทิวทัศน์ที่เห็นผ่านหน้าต่างกระจกเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้ามากมาย มองจากตรงนี้ลงไปให้ความรู้สึกเหมือนยืนเหนือเมืองทั้งเมือง เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ทุกอย่างดูดีมาก แต่น่าเสียดาย...มันไม่ใช่ของผม”
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาเสียงใส ไหล่ของเธอสั่นสะท้านจากการหัวเราะและหัวเราะอยู่นานเหมือนจะขำจนหายใจไม่ทัน
เฉินชวนมองเธอเงียบๆแล้วคิดในใจว่า
“มุกนี้ขำขนาดนั้นเลยเหรอ…”
หลังจากหัวเราะจนเหนื่อย เธอจึงหายใจเข้าลึกๆแล้วเช็ดน้ำตาที่หัวเราะออกมาก่อนจะหันหน้ากลับมา
เธอเป็นหญิงสาววัยประมาณสามสิบปี แต่งหน้าด้วยอายแชโดว์สีน้ำเงินริมฝีปากค่อนข้างหนา ดวงตากลมโต ทาเล็บสีฟ้าอมชมพู ดูเผินๆแล้วให้ความรู้สึกทะมัดทะแมงและมีพลัง
เธอก็สำรวจเฉินชวนจากหัวจรดเท้าอย่างพินิจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่า
“ตัวจริงของเธอดูดีกว่าในรูปอีกนะ คราวหน้าเลือกช่างภาพดีๆหน่อยล่ะ อืมแนะนำตัวหน่อย ฉันชื่อหนีชีชี เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการภายในของสำนักจัดการเหตุการณ์พิเศษที่ประจำอยู่ที่สถาบันหลัก อย่าเรียกฉันว่าผู้อำนวยการเลยนะ ฟังแล้วนึกถึงพวกในกรมกิจการลับ เรียกฉันว่าเจ้าหน้าที่หนีก็พอ”
ไม่ทันให้เฉินชวนได้ตอบอะไร เธอก็พูดต่อทันที
“วันนี้เรียกเธอมาที่นี่เพราะมีบางเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอ สำนักจัดการฯ ให้ความสำคัญกับนักศึกษาที่มีศักยภาพอย่างเธอมาโดยตลอด ทุกปีเราจะคัดเลือกนักศึกษาบางกลุ่มเพื่อให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ”
ว่าแล้วเธอก็ยกมือขึ้นพลางกล่าวว่า
“อย่าเพิ่งดีใจ การสนับสนุนก็เหมือนการลงทุน เราจะไม่เททรัพยากรให้กับคนที่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้
เพราะฉะนั้น เราจะประเมินเธอเป็นระยะ ถ้าเธอสอบไม่ผ่านก็ขอโทษด้วย เราจะถอนการสนับสนุนทันที แล้วขอเสริมอีกนิด ไม่ใช่มีแค่เธอคนเดียวที่ได้รับสิทธินี้ รอบนี้เราคัดเลือกนักศึกษาจากสถาบันหลักแค่สามคน ทุกคนสามารถถูกแทนที่ได้
และในสามคนนั้น คนที่มีผลงานดีที่สุดจะได้รับทรัพยากรมากที่สุด พร้อมทั้งสิทธิ์แนะนำพิเศษและผลประโยชน์บางอย่าง ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้”
หนีชีชีมองหน้าเฉินชวน
“ที่ต้องพูดก็ประมาณนี้ ต่อไปก็รอความเห็นของเธอล่ะนะ” ว่าแล้วเธอก็แตะอุปกรณ์หยินหยางที่ซ่อนอยู่ใต้ผมลอน ส่งเอกสารฉบับหนึ่งมาให้เขา
“รายละเอียดกับข้อกำหนดทั้งหมดอยู่ในนี้ อ่านให้ดี ห้ามบันทึกเก็บไว้ ถ้าเห็นด้วยก็คุยต่อ ถ้าไม่เห็นด้วยก็เดินออกไปจากตรงนี้แล้วถือว่าไม่เคยมา”
เฉินชวนกวาดตามอง นี่คือแผนการสนับสนุนของสำนักจัดการฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนผู้บังคับใช้กฎหมายรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ แต่ในระหว่างรับการฝึกนั้นนักศึกษาจะไม่สามารถเข้าร่วมบริษัทเอกชนหรือองค์กรใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐได้ และต้องผ่านการประเมินที่สำนักจัดการฯ กำหนด รวมถึงต้องเข้าร่วมปฏิบัติการบางอย่างร่วมกับเจ้าหน้าที่ของหน่วย
นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีเงื่อนไขบังคับอื่นเพิ่มเติม
เขาอ่านซ้ำหลายรอบ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
“ผมเห็นด้วยครับ”
หนีชีชีพยักหน้าเบาๆ
“ดีมาก นักศึกษาอย่างเธอหลายคนมักมีอารมณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะคนที่ยังหนุ่มและมีความสามารถ” พูดจบเธอก็เบ้ปากน้อยๆคล้ายกำลังนึกถึงใครบางคน
เฉินชวนคิดตาม ไม่แน่ใจว่าเธอกำลังพูดถึงอีกสองคนที่ได้รับการสนับสนุนอยู่หรือเปล่า
“เอาล่ะ”
หนีชีชีปรบมือเบาๆ
“ไหนๆเธอก็เห็นด้วย งั้นเรามาคุยเรื่องการเรียนของเธอต่อ ฉันดูผลการประเมินก่อนเข้าเรียนของเธอมาแล้วก็ถือว่าโอเคนะ
แม้จะได้แค่เจ็ดสิบกว่าคะแนน แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเธอเพิ่งย้ายมาจากวิทยาเขตย่อย ที่นั่นมีทรัพยากรการศึกษาจำกัด การได้คะแนนระดับนี้ถือว่าไม่เลวเลย ฉันเชื่อว่าแค่ผ่านการฝึกอีกช่วงหนึ่ง เธอก็น่าจะไล่ทันได้เร็ว
ในรายงานประเมินบอกว่าท่วงท่าการโจมตีของเธอยังขาดความหลากหลาย ถ้าอยากเป็นนักสู้จริงๆ อาวุธที่ตัวเองถนัดจะต้องฝึกจนถึงขั้นชำนาญที่สุด มิฉะนั้นข้อบกพร่องในตอนนี้อาจกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงในอนาคต”
เมื่อพูดถึงตรงนี้น้ำเสียงของเธอก็เปลี่ยนเป็นจริงจังต่างจากก่อนหน้า
เฉินชวนพยักหน้าเล็กน้อย
“ดีมาก จำไว้นะ ฉันจะคอยจับตาเธออยู่ตลอด”
หนีชีชีจ้องเข้าไปในตาเขาคล้ายอยากกดดันเขาเพิ่ม แต่สายตาเธอก็เปลี่ยนไปทันที
“อืม ดวงตาของเธอสวยดีนะ แววตามีพลัง เป็นสองชั้นด้วยใช่มั้ย?”
เธอเหม่อไปสักพักก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วพูดต่อ
“กลับมาเข้าเรื่อง เราจะหาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญการใช้ดาบให้เธอ ถ้าเธอรู้สึกว่าเหมาะสมก็ไปเรียนได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเรียนทางเราจะออกให้ แต่ถ้าเธอไม่พอใจก็สามารถปฏิเสธได้ แล้วไปซื้อคอร์สเรียนเอง
อีกเรื่องในผลการประเมินก่อนเข้าเรียน ระดับขีดจำกัดของเธอยังต่ำอยู่ สำหรับนักสู้ส่วนใหญ่การก้าวเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
“ถ้าผลงานต่อไปของเธอผ่านเกณฑ์ เราจะเสนออาจารย์พิเศษให้คนหนึ่งทำหน้าที่ดูแลเธอแบบตัวต่อตัว โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆเธอต้องคว้าไว้ให้ดีนะ”
เฉินชวนตอบว่า
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
หนีชีชียกมือโบก
“โอเค พูดเท่าที่ควรพูดแล้วล่ะ ฉันไม่ใช่คนที่ชอบพูดยืดยาว กลับไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่มาให้เธอลงนามในสัญญาการสนับสนุน ข้อมูลรายละเอียดจะส่งให้ทีหลัง ถ้ามีคำถามก็ถามฉันได้”
เฉินชวนพยักหน้ากล่าวด้วยความเคารพ
“ขอบคุณมากครับเจ้าหน้าที่หนี ผมจะกลับไปอ่านอย่างละเอียดครับ”
หลังจากกล่าวลาหนีชีชี เขาก็ออกจากสำนักงานและกลับขึ้นลิฟต์ตรงกลับหอพัก เมื่อเข้าห้องได้ไม่นานข้อมูลชุดหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามาถึงเขาทางอุปกรณ์หยินหยาง
แต่ก่อนที่เขาจะเปิดอ่านก็พบว่าถูกถานจื้อเชิญให้เข้าร่วมแพลตฟอร์มพูดคุยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิกเป็นนักศึกษาเหมือนกันทั้งหมด หัวข้อที่กำลังพูดคุยกันส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ “ฝ่ายที่อยู่เบื้องหลัง” ซึ่งให้การลงทุนสนับสนุน
เขาอ่านข้อความไปเรื่อยๆก็เริ่มเข้าใจว่า ไม่ใช่แค่สำนักจัดการฯ เท่านั้น แต่บริษัทใหญ่ๆในศูนย์กลางเมืองก็ให้การลงทุนกับนักศึกษาสถาบันที่มีศักยภาพเช่นกัน
อุปกรณ์ฝึกต่างๆและคอร์สเรียนที่ดูมีราคาสูงจึงไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้นักศึกษาทั่วไปซื้อใช้เอง แต่เป็นราคาที่ตั้งไว้สำหรับผู้ลงทุนที่อยู่เบื้องหลังนักเรียนแต่ละคน
และในเมื่อมีการลงทุนก็ย่อมต้องการผลตอบแทน แม้แต่องค์กรรัฐเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ดูท่าแล้วสิ่งที่เขาจะต้องทำในอนาคตคงมีไม่น้อยเลยทีเดียว
ในขณะเดียวกัน ณ สำนักงานจัดการประจำพิเศษ หนีชีชีก็กำลังคุยกับใครบางคนผ่านอุปกรณ์หยินหยาง
“ใช่ ฉันคุยกับเขาเรียบร้อยแล้ว เขาตอบรับด้วยวาจาแล้ว…ไม่น่ามีปัญหา พวกคุณรีบส่งคนมาร่างสัญญาเถอะ”
เสียงจากอีกฝ่ายถามขึ้นว่า
“คุณมีความเห็นอย่างไรกับนักศึกษาคนนี้?”
หนีชีชีตอบว่า
“ก็โอเคนะ ฉันว่าหมอนี่ดูดี บุคลิกก็ดีด้วย”
อีกฝ่ายว่า
“ผมจะรีบจัดการส่งคนไป พอเซ็นสัญญาเสร็จก็ให้เขาเข้ารับการประเมินก่อนเลย”
หนีชีชีรู้สึกแปลกใจ
“ให้ประเมินทันทีเลยเหรอ? ไม่ให้เขามีเวลาปรับตัวบ้างล่ะ?”
“คะแนนประเมินก่อนเข้าศึกษาของเขาต่ำที่สุดในบรรดานักศึกษาทั้งสามคนที่เราให้การสนับสนุน มันขัดกับประวัติผลงานที่ผ่านมา เราจึงต้องประเมินเขาอย่างตรงไปตรงมา”
หนีชีชีแค่นเสียง
“เรื่องมากจริง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคะแนนประเมินจะวัดศักยภาพของคนได้ทั้งหมด พวกสายเหตุผลอย่างพวกคุณถึงได้เชื่อข้อมูลพวกนั้นกันหัวปักหัวปำ
อีกอย่างนักศึกษาคนนี้ถือว่าโดดเด่นมาก แถมยังไม่มีพื้นฐานหรือผู้หนุนหลังมาก่อน แน่นอนว่าต้องมีหลายบริษัทเล็งเขาไว้แน่ ฉันว่าน่าจะมีไฮยีน่าเตรียมเข้าหาเขาแล้วล่ะ”
อีกฝ่ายกลับตอบว่า
“วางใจได้ ไม่มีทางที่เขาจะเลือกบริษัทพวกนั้น และบริษัทพวกนั้นก็จะไม่กล้าเข้าไปลงทุนในตัวเขาเช่นกัน”
หนีชีชีประหลาดใจ
“คุณมั่นใจขนาดนั้นเลย?”
อีกฝ่ายกล่าวอย่างมีนัยยะ
“ไม่ใช่ผมมั่นใจ แต่เป็นเขาที่ไม่มีทางเลือก คุณน่าจะเคยดูประวัติภายในของเขาแล้วใช่ไหม? เขาเคยเข้าร่วมภารกิจที่จัดโดยกรมกิจการใช่ไหมล่ะ?”
หนีชีชีชะงักไปเล็กน้อย
“คุณหมายถึงว่า…” เธอพึมพำอย่างครุ่นคิด
“ถึงว่าล่ะ…”
อีกฝ่ายพูดต่อว่า
“เขาเคยทำงานภายใต้การนำของกรมกิจการพิเศษของรัฐ ใครจะไปรู้ว่าเขาอาจจะเป็นคนของกรมนั้นโดยตรง บริษัทเหล่านั้นไม่มีทางเสี่ยงลงทุนกับเขาจนกว่าจะได้รับการยืนยันแน่ชัด”
หนีชีชีหัวเราะหึ
“พูดถึงกรมกิจการฉันว่าในสำนักงานของเราก็ไม่มีใครชอบพวกเขาสักเท่าไหร่หรอก แล้วพวกผู้ใหญ่ในสำนักงานจะวางใจได้ยังไง?”
“ทำไมล่ะ? คุณแน่ใจเหรอว่าในสำนักงานของเราไม่มีคนจากกรมกิจการรวมอยู่?”
หนีชีชีถึงกับพูดไม่ออกก่อนจะตอบอย่างจนใจว่า
“ก็จริง…”
คนจากกรมกิจการมักแฝงตัวอยู่ทุกหนแห่ง จนแทบแยกไม่ออกว่าใครคือพวกเขาบ้าง แม้แต่คนที่ร่วมงานกันทุกวันก็อาจมีอีกบทบาทซ่อนอยู่
อีกฝ่ายพูดต่อ
“เรื่องพวกนั้นปล่อยให้เบื้องบนจัดการก็พอ พวกเรามีหน้าที่แค่ทำงานของตัวเองให้ดี”
ในตอนนั้นอุปกรณ์หยินหยางของหนีชีชีก็แสดงการแจ้งเตือน มีไฟล์ข้อมูลหนึ่งส่งเข้ามาพร้อมกับเสียงที่ว่า
“ตอนเซ็นสัญญาเอาเอกสารฉบับนี้ให้เขาด้วย ดูซิว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน”
หนีชีชีอ่านครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“หืม มาตรฐานตั้งไว้สูงแบบนี้เลยเหรอ? ไม่หนักไปหน่อยเหรอสำหรับเฉินชวนของเรา?”
อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เราต้องการผู้บังคับใช้กฎหมายที่ยอดเยี่ยม ทรัพยากรของสำนักจัดการฯ ไม่ได้มาฟรี ทุกการลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรัดกุม”
หนีชีชีเบ้ปากเล็กน้อย
“โอเค งั้นฉันจะเป็นคนแจ้งเขาเองตอนนั้นแล้วกัน”
(จบบท)