เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 การดัดแปลงข้อมูล

บทที่ 250 การดัดแปลงข้อมูล

บทที่ 250 การดัดแปลงข้อมูล


เฉินชวนเข้าใจความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดของอาจารย์อู๋ดี เพราะในการเปลี่ยนแปลงภายในของสถาบันครั้งนี้ เมื่อมีผลประโยชน์ของหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เป็นไปได้สูงที่จะเริ่มเล็งเป้าไปที่นักศึกษาอย่างเป็นทางการ

แม้แต่นักศึกษาที่ได้รับการแนะนำเข้ามาก็อาจจะไม่มั่นคงนัก ถึงแม้จะมีอิทธิพลอยู่บ้างในท้องถิ่น แต่เมื่อเข้ามาในศูนย์กลางเมืองแล้วก็อาจไม่มีน้ำหนักมากพอ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัทยักษ์ใหญ่

และตัวเขาเองในฐานะนักศึกษาอย่างเป็นทางการที่ไม่มีพื้นฐานใดๆรองรับก็มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นเป้าหมายคนแรก ต่อให้ไม่มีการใช้วิธีรุนแรง แต่ถ้าจะเล่นงานนักศึกษาเพียงคนเดียวมันก็มีวิธีอยู่มากมายเหลือเกิน

เขาถามว่า

“อาจารย์อู๋บอกผมเรื่องนี้ หมายความว่าคุณมีวิธีแก้เหรอครับ?”

“ใช่แล้ว”

อาจารย์อู๋มองเขาแล้วพูดว่า

“มีวิธีหนึ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้” เขาเน้นน้ำเสียงว่า

“ถ้าเธอสามารถเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามในเวลาอันสั้นได้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนี้ไปได้”

เฉินชวนตั้งคำถามว่า

“ถ้าคนที่เข้าสู่ขีดจำกัดที่สามขึ้นเวที มันจะไม่ยิ่งดึงดูดความสนใจมากขึ้นเหรอครับ?”

อาจารย์อู๋ตอบว่า

“เพราะมันเป็นเส้นแบ่ง หากเข้าสู่ขีดจำกัดนั้นแล้วก็ไม่อาจมองด้วยสายตาที่ใช้กับนักศึกษาแบบธรรมดาได้อีกต่อไป ต่อให้จะน่าสนใจแค่ไหนก็ต้องพิจารณาถึงพลังทำลายของนักศึกษาในระดับนั้น และความรู้สึกของกลุ่มคนในระดับเดียวกัน นอกจากนี้ยังเกี่ยวพันถึงข้อกฎหมายระดับชาติด้วย”

“พูดง่ายๆก็คือ ถ้าให้นักศึกษาขีดจำกัดที่สามขึ้นเวทีจะต้องใช้ต้นทุนสูงมาก แต่ผลตอบแทนอาจไม่คุ้มค่า และยังมีปัญหาอื่นตามมาอีกเป็นขบวน บางทีในเบื้องหลังอาจจะมีอยู่ แต่ในที่แจ้งไม่มีใครกล้าทำแน่นอน”

เฉินชวนมองเขาแล้วถามว่า

“อาจารย์อู๋ ที่คุณมาหาผมวันนี้ คือจะบอกว่าคุณสามารถช่วยให้ผมเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามได้ใช่ไหมครับ?”

“ใช่” อาจารย์อู๋สบตาเขา พูดด้วยสีหน้าซื่อสัตย์และจริงจังว่า

“ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ เทคนิคฝึกไร้รูปของฉันจะสามารถช่วยให้เธอเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามได้เร็วขึ้น ทำให้หลุดพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้”

เฉินชวนถามว่า

“ทำไมอาจารย์ถึงอยากช่วยผมขนาดนี้ครับ?”

อาจารย์อู๋ถอนหายใจ

“ที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงภายในของสถาบันไม่ได้กระทบแค่นักศึกษาเท่านั้น แม้แต่อาจารย์ก็ได้รับผลกระทบด้วย ถ้าอยากอยู่ในสถาบันต่อไปจะต้องผ่านการประเมินทุกปี หนึ่งในเกณฑ์สำคัญคือ ต้องสามารถฝึกนักศึกษาที่มีความสามารถออกมาให้ได้”

เขาพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มเจื่อนๆ

“แต่เพราะฉันเคยสอนนักศึกษาสายสามัญมามากจึงทำให้นักศึกษาที่ได้รับการแนะนำไม่เลือกมาเรียนกับฉัน ทำให้ฉันไม่สามารถฝึกนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ได้”

เขามองเฉินชวนด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง เสียงพูดของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์

“แต่นักศึกษาเฉิน เธอเป็นข้อยกเว้น ฉันเชื่อว่าเธอจะไม่ดูถูกฉันเพียงเพราะเรื่องนั้น ฉันยังได้ดูประวัติของเธอมาแล้ว เธอเป็นนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ ฉันจึงเชื่อว่าเราทั้งคู่เกิดมาเพื่อเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน เราสามารถร่วมมือกันผ่านพ้นอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ นักศึกษาเฉินคิดว่าไง?”

เฉินชวนยังไม่ได้ตอบในทันที

เมื่อเห็นดังนั้นอาจารย์อู๋จึงพูดต่อว่า

“นักศึกษาเฉิน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจตอนนี้ เธอสามารถใช้เวลาค่อยๆทำความเข้าใจกับสิ่งที่ฉันพูดก็ได้ แต่เธอต้องเริ่มรู้สึกถึงความเร่งด่วนได้แล้ว ฉันเกรงว่าตอนนี้อาจมีคนเล็งเป้าเธอไว้แล้ว และพวกเขาคงไม่ปล่อยให้เธอได้รอนานแน่ นักศึกษาเฉิน ฉันหวังว่าเธอจะรีบตัดสินใจ”

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน

“ฉันจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วนะ” เขามองแสงไฟด้านนอก

“ใช้เวลาสงบๆในค่ำคืนนี้ให้เต็มที่เถอะ บางทีช่วงเวลาแบบนี้อาจไม่ได้มีอีกบ่อยนัก” แล้วเขาก็จากไป

หลังจากอาจารย์อู๋จากไป เฉินชวนก็ยังไม่ลุกทันที เขานั่งครุ่นคิดต่อหยิบเครื่องดื่มร้อนบนโต๊ะขึ้นมาจิบ มันมีรสขมนิดๆ แต่กลับช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น

แค่จากข้อมูลที่อาจารย์อู๋เปิดเผยก็พอจะเข้าใจได้ว่าขีดจำกัดที่สามนั้นเป็นอีกระดับที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ไม่ใช่แค่แสดงออกภายนอก แต่ยังรวมถึงสถานะและระดับชั้นอีกด้วย

เขาจำได้ว่าในการทดสอบเข้าศึกษาก่อนหน้านี้ มีหัวข้อหนึ่งแยกไว้สำหรับการประเมินนักศึกษาขีดจำกัดที่สาม แค่ข้อนี้ข้อเดียวก็พอจะเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดา

การเข้าสู่ขีดจำกัดที่สามเดิมทีก็เป็นเป้าหมายของเขาอยู่แล้ว แต่ก็เหมือนตอนอยู่ในขีดจำกัดแรก คือแม้จะไม่สามารถพัฒนาจนถึงขีดสุดของขีดจำกัดที่สองได้ ก็ต้องพยายามขยายเนื้อเยื่อกลายพันธุ์ให้ลึกมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาจจะหาวิธีเร่งความเร็วได้ แต่ต้องไม่รีบร้อนเกินไป

ยิ่งไปกว่านั้น…สิ่งที่อาจารย์อู๋พูดมาจะเชื่อได้ทั้งหมดจริงหรือ?

เขาคิดได้ดังนั้นจึงเอื้อมมือไปแตะอุปกรณ์หยินหยาง ติดต่อหาอู๋เป่ย ไม่นานก็มีเสียงตอบกลับมา

“น้องเฉิน มีอะไรเหรอ จะรับงานอีกแล้วเหรอ?” เสียงของอีกฝ่ายฟังดูตื่นเต้นนิดๆ

เฉินชวนยิ้ม

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมว่าจะพักก่อน แค่จะรบกวนให้ช่วยตรวจสอบประวัติของคนคนหนึ่งหน่อย เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอู่ยี่ ไม่แน่ใจว่าพอจะทำได้มั้ย?”

อู๋เป่ยพูดอย่างเกรงใจ

“น้องเฉิน ผมยังไม่เก่งพอ ข้อมูลสำคัญของมหาวิทยาลัยอู่ยี่ผมเข้าไม่ถึงหรอกครับ”

เฉินชวนพูดว่า

“ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ผมจะส่งข้อมูลของเขาไปให้”

“โอเค เดี๋ยวผมลองดู”

เฉินชวนรวบรวมข้อมูลที่อาจารย์อู๋ส่งให้ รวมถึงข้อมูลสาธารณะอื่นๆแล้วส่งต่อให้อู๋เป่ย จากนั้นก็นั่งจิบเครื่องดื่มร้อนต่ออย่างช้าๆรอผลลัพธ์

ไม่กี่นาทีต่อมาอู๋เป่ยก็ส่งข้อความกลับมา

“น้องเฉิน ผมตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลที่อาจารย์อู๋ส่งมามีหลายอย่างเป็นข้อมูลปลอม”

เฉินชวนรู้สึกสะดุดใจ

“หือ? ข้อมูลปลอม?”

“ใช่ คำวิจารณ์ของนักศึกษากว่า 300 คนที่ให้เขานั้นเป็นเรื่องจริง แต่ดูเหมือนระบบของมหาวิทยาลัยอู่ยี่จะไม่รับรองความคิดเห็นแบบนี้ เขาเลยปรับแก้ข้อมูลบางส่วน

ข้อมูลที่เขาส่งให้ดูเหมือนจะมาจากแพลตฟอร์มและผ่านการรับรอง แต่จริงๆแล้วมันเป็นแค่ช่องแสดงความคิดเห็นเฉพาะ

ถ้าเปิดเข้าแพลตฟอร์มจากช่องทางที่เขาส่งมา ข้อมูลจริงบางส่วนจะถูกซ่อนไว้ แต่ถ้าเข้าโดยตรงจากระบบของมหาวิทยาลัยข้อมูลที่เห็นอาจจะต่างไปเลย

ว่ากันตามตรงผมไม่รู้ว่าข้อมูลจริงหน้าตาเป็นยังไง เพราะระบบสนามชีวภาพและหน่วยจิตสำนึกที่มหาวิทยาลัยใช้มันซับซ้อนมากผมตรวจไม่ถึง”

เฉินชวนพยักหน้า

“ขอบคุณมากนะ อู๋เป่ย”

หลังจบการสนทนา เฉินชวนก็รีบเข้าแพลตฟอร์มภายในของสถาบันทันทีเพื่อตรวจสอบข้อมูล และแน่นอนว่าสิ่งที่ปรากฏออกมากลับแตกต่างจากที่อาจารย์อู๋ส่งมาโดยสิ้นเชิง บนแพลตฟอร์มจริงการประเมินของอาจารย์อู๋นั้นต่ำมาก เรียกได้ว่าอยู่ลำดับท้ายสุดเลยก็ว่าได้

พอเห็นสถานการณ์นี้เขาก็เข้าใจได้ทันที ว่าหากอาจารย์อู๋ไม่สามารถกู้ชื่อเสียงคืนมาได้ภายในเทอมนี้ ปีหน้าเขาคงไม่สามารถอยู่ในสถาบันลี้ลับได้อีก

เขาออกจากหน้าแพลตฟอร์มด้วยความรู้สึกไม่คาดคิดเลยว่าอาจารย์อู๋สามารถทำการ “ดัดแปลงข้อมูล” ได้เพียงแค่ใช้วิธีง่ายๆเท่านั้นเอง

แต่นั่นก็ไม่แปลกนัก เพราะคนทั่วไปคงไม่คิดว่าแค่ดูจากข้อความติดต่อก็จะพาเข้าสู่ระบบได้ตรงๆ แล้วใครจะเสียเวลาย้อนกลับไปดูที่แพลตฟอร์มอีกล่ะ?

เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่อาจารย์อู๋พูดก่อนหน้านี้...มีอะไรเป็นความจริงบ้างกันแน่?

เฉินชวนนั่งคิด หลายเรื่องที่พูดน่าจะไม่ผิด อย่างเช่นการปฏิรูปภายในสถาบันที่ดำเนินมาตลอดสามปีที่ผ่านมา แค่ไปถามเพื่อนนักศึกษาก็รู้แล้วไม่น่าเป็นเรื่องปลอมแปลง

งั้นจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร?

เพื่อเอาความไว้ใจของเขา เพื่อให้เขายอมฝึกจนเข้าสู่ขีดจำกัดที่สาม แล้วให้อาจารย์อู๋ใช้เป็นเครดิตในการต่อสัญญากับสถาบันอย่างนั้นหรือ?

มีความเป็นไปได้ เพราะถ้าหลังเปิดเทอมเขาเลือกเรียนกับอาจารย์ที่คนอื่นไม่เข้าใกล้ แน่นอนว่าต้องมีคนรู้สึกสงสัยและถ้าไปถาม “หงฝู” ก็ต้องมีการประเมินตามมา ซึ่งแผนการของอาจารย์อู๋ก็คงปิดไม่มิด

หากอาจารย์อู๋รู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็เท่ากับว่าเขาไม่คิดจะปิดบังอะไรนาน หรือไม่ก็มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลานั้น เฉินชวนจะไม่ใส่ใจอีกต่อไป

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์หยินหยางก็ดังขึ้น

“นักศึกษาเฉินชวน คุณมีข้อความตอบกลับจากโทรเลข ต้องการให้ส่งไปที่หอพักหรือคุณจะมารับเอง?”

เฉินชวนตอบว่า

“ผมจะไปรับเองครับ”

เขาเดินออกจากร้านเครื่องดื่ม ข้ามลานกว้ากลับเข้าสู่สถาบันลี้ลับ แล้วไปรับโทรเลขก่อนจะตรงกลับห้องพักทันที

เมื่อได้นั่งลงเขาก็เปิดดู เป็นข้อความตอบกลับจากเหอเสี้ยวสิง ข้อความระบุว่า

‘วิชาลมหายใจเตาไฟนั้นมีเทคนิคพลังแฝงและวิธีใช้งานที่สอดคล้องกันจริง แต่เทคนิคนี้จำเป็นต้องมีระดับพลังถึงขีดจำกัดที่สามจึงจะสามารถฝึกฝนได้ และเขายังเตือนด้วยว่า หากคิดจะฝึกวิชานี้ ห้ามฝังร่างแฝงชีวภาพเด็ดขาด’

เฉินชวนอ่านจบก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึก ดูเหมือนขีดจำกัดที่สามจะเป็นเส้นแบ่งสำคัญจริงๆ ทุกอย่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน

เขาจำเป็นต้องมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายนี้ให้เร็วที่สุด

แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถรีบร้อน ต้องค่อยๆสร้างรากฐานให้มั่นคง

ความจริงแล้ว สถาบันก็มีวิธีเสริมและพัฒนาพื้นฐานอยู่มาก เช่น การใช้ “แสงเย่า” เป็นหนึ่งในเทคนิคเสริม แต่ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายสูงและอาจไม่ได้เปิดให้เขาเข้าถึง

ถ้าต้องการทรัพยากรก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางได้ เช่น การรับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยข้อผูกมัด หรือไม่ก็เข้าร่วมโครงการทดลองร่างแฝงชีวภาพ แบบนั้นไม่เพียงแต่จะได้รับอุปกรณ์ฟรี ยังได้รับยาเสริมฟรีอีกด้วย

แต่เส้นทางแบบนั้น... เขาจะไม่มีวันเลือก

เขาเข้าไปตรวจสอบข้อมูลทุนการศึกษาของสถาบัน ซึ่งพบว่าได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว และเมื่อดูจากองค์ประกอบนักศึกษาที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาแนะนำ ก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงตัดระบบนี้ไป

จากที่เขารู้ แม้แต่ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยอู่ยี่ที่เมืองหยางจือก็เคยพิจารณาจะยกเลิกทุนการศึกษาเช่นกัน และจากตัวเลขแล้ว ทุนก็ไม่ได้มากเท่าไร มีดีกว่าไม่มีเท่านั้น

มองดูเหมือนมีทางเลือก แต่ทุกทางล้วนมีต้นทุน ไม่มีอาจารย์แนะแนวอย่างเฉิงจื่อทงจากมหาวิทยาลัยอู่ยี่คอยช่วยอีกแล้ว ตอนนี้ต้องพึ่งตัวเองล้วนๆ

ขณะนั่งอยู่บนโซฟา เขาก็พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ อาจจะมีทางให้ลองดู

เขาลุกไปที่กระเป๋าเดินทาง ค้นหาจนเจอเอกสาร

“รายการจัดซื้อของสำนักอสรพิษลึกลับ” ที่ถานหวังเคยทิ้งไว้

แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่านั่นไม่ใช่แค่รายชื่อสินค้า ในแผ่นนั้นมีสัญลักษณ์หัวงูสามตัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำหรับเข้าสู่แพลตฟอร์มบริการของสำนักอสรพิษลึกลับ

หลังมาถึงศูนย์กลางเมือง เขาก็รู้ว่าสำนักอสรพิษลึกลับเปิดทำธุรกิจอย่างเปิดเผย และยังให้บริการลับต่างๆอย่างครบวงจร อาจจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็ได้

แต่ก่อนจะไปต่อ เขาจำเป็นต้องให้อู๋เป่ยตรวจสอบให้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

คิดได้ดังนั้นเขาก็ติดต่อหาอู๋เป่ยอีกครั้ง ส่งภาพสัญลักษณ์ไปให้ช่วยตรวจสอบ

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา อู๋เป่ยก็ตอบกลับมาว่า

“ผมตรวจสอบให้แล้ว มันเป็นแพลตฟอร์มเปิด แต่ต้องมีระดับบัญชีที่ถูกต้องถึงจะเข้าได้”

เฉินชวนนึกถึงสภาพการณ์ติดขัดทางการเงินของถานหวัง แล้วพูดว่า

“ระดับบัญชีน่าจะไม่สูง”

“ก็ไม่สูงจริงๆครับ และไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนด้วย ผมเลยปลอมตัวตนให้่แล้ว เดี๋ยวส่งไปให้นะครับใช้บัญชีนี้เข้าระบบได้เลย พวกเขาจะตามรอยี่ไม่เจอแน่นอน”

เขาจึงใช้บัญชีนั้นเข้าสู่ระบบ แล้วใช้เครื่องอุปกรณ์หยินหยางมองไปที่ภาพหัวงูสามตัว

ประมาณสิบกว่าวินาทีต่อมา อุปกรณ์หยินหยางก็มืดลงกะทันหัน จากนั้นเกิดรอยแยกหนึ่งปรากฏขึ้น และปรากฏดวงตางูสีทองอร่ามจ้องมองออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น...

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 250 การดัดแปลงข้อมูล

คัดลอกลิงก์แล้ว