เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 333 - วันสิ้นโลก (9) [05-06-2020]

บทที่ 333 - วันสิ้นโลก (9) [05-06-2020]

บทที่ 333 - วันสิ้นโลก (9) [05-06-2020]


บทที่ 333 - วันสิ้นโลก (9)

[มหาภัยพิบัติขั้นที่ 9 บนโลกระดับสูงดาเรย์ได้เสร็จสิ้น]

[คุณได้ดูดซับบันทึกและมานามาจากโลกใต้การปกครองของคุณ ค่าสเตตัสทั้งหมดและมานาเพิ่มขึ้น 300]

[ยูอิลฮาน]

[หัวหน้าแห่งดราก้อนเนส เลเวล 748

[พลังกำลัง – 1,754 ความคล่องแคล่ว – 1,545 พลังชีวิต – 1,443 พลังเวทย์ – 3,559]

[สกิลใช้งาน – ประจักษ์แจ้ง(การร่วงหล่น, โลหิตมังกร, การสอดประสานมนุษย์มังกร) เลเวล 87, วิถีทางไร้ขอบเขต(หอกสะบั้นจักรวาล, หอกไร้วิถึ, เทวะกำลัง, ชำแหละ, ขุด, ความแม่นยำสัมบูรณ์) เลเวล 65, หัตถกรรมมานาเลเวลสูงสุด, ประกาศิต (ปกครอง, บันทึก) เลเวล 88, ข้ามมิติ(กระโดด) เลเวล 97, จ้าวมิติเลเวล 99, สวนกลับเลเวล 87]

[สกิลติดตัว - ช่างตีเหล็กเลเวลสูงสุด, วิศวกรรมเวทย์เลเวลสูงสุด, ทำอาหารเลเวลสูงสุด, การปรับตัวของนักท่องมิติเลเวล 99, บัญชาลูกเรือเลเวล 99]

คังมิเรย์ได้เงยหน้าขึ้นมาพูด

"ไม่มีโลกเหลือแล้ว"

"จริหรอ?"

ยูอิลฮานได้ย้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้แน่ใจ แต่คังมิเรย์ก็ยังหยักหน้าอย่างมั่นใจเช่นเดิม

"ไม่มีเหลือแน่นอน ไม่เหลือแม้แน่โลกเดียว หากจะมีเหลือก็มีแต่โลกหลักแล้วล่ะ"

"ฟูู่..."

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจยาวออกมาก่อนที่จะก้มหน้าลงและเงยขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนนี้ทุกๆคนกำลังมองมาที่เขาอยู่

เมื่อสามสิบชั่วโมงก่อนคนที่นี่ส่วนใหญ่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอยู่เลย แต่พอมาในตอนนี้มันกลับยากที่จะมองหาคนที่เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแล้ว ยูอิลฮานรับประกันได้เลยว่าเมื่อสามชั่วโมงก่อนเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายรุนแรงอย่างมากนับตั้งแต่เริ่มต้นขึ้น

"ทุกๆคนคงเหนื่อยกันสินะ"

"ใช่ครับ"

ทุกคนได้ตอบกลับมาตรงๆ โดยเฉพาะมิสทิคที่แทบจะลงไปกองกับพื้นแล้ว เธอได้ก้าวข้ามคลาส 7 มาเป็นคลาส 8 แล้วจากการที่เธอคือศูนย์กลางควบคุมทั้งโลกและเชื่อมต่อเข้าบมันทึกนับไม่ถ้วน แต่ถึงเธอจะแกร่งยังไง ความเหนื่อยล้าของเธอก็ยังมากยิ่งกว่าความแกร่งของเธออยู่ดี

"ฉันรอดมาจากเรื่องบ้าๆนี่ได้ยังไงกันนะ...?"

"นั่นก็เพราะอาร์ติแฟคที่ฉันทำให้เธอไงล่ะ"

"ฉันจะอัดนาย นายท่าน"

เธอได้เหวี่ยงหมัดออกมาพร้อมๆกับที่พูด แต่ว่ายูออิลฮานก็ได้หลบออกมาอย่างง่ายดาย

"ให้ตายสิ โอโรจิ"

"ถึงธอจะมองฉันแบบนั้นก็เถอะนะ ฉันอ่อนแอกว่าเธอ นั่งกินป็อบคอร์นเฉยๆเถอะนะ"

"มาดูกัน พ่อ..."

ยูอิลฮานได้ปล่อยมิสทิคกับโอโรจิเอาไว้และหันไปใช้สกิลข้ามมิติอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เป้าหมายปฏิเสธเขา ยูอิลฮานได้คิดเอาไว้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้และส่ายหัวออกมา

ในตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าซาตานได้ทำอะไรบางอย่างกับบันทึกพระเจ้า หากว่าซาตานคือศัตรูที่อันตรายที่สุดจริงๆ ถ้างั้นต่อให้พ่อใช้ไพ่ตายทั้งหมดพ่อก็ไม่อาจจะสู้ได้... ให้ตายสิ ถ้าพ่อกลับมาพร้อมกับแบบถ้างั้นอย่างน้อยเราก็จะได้ร่วมมือกันจัดการซาตาน ดื้อจริงๆเลย!

"ถ้าพ่อตาย ผมจะทำให้พ่อตายอีกครั้งให้ดู"

"นายจะไปทำอะไรกับคนที่ตายได้ยังไงกันล่ะ?"

"หึหึ"

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาโดยไม่ตอบอะไรกลับไป แต่ว่าเลียร่ากลับรู้สึกขกลุกขึ้นมา

โลกระดับสูงสองหมื่นสามพันใบ เขาได้รับบันทึกของโลกนับไม่ถ้วนนี้รวมไปถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ในฐานะที่เขาคือผู้ปกครองดาเรย์และหัวหน้าดราก้อนเนส ส่วนประกอบต่างๆของโลกและกองกำลังจะถูกส่งมาให้กับเขาเอง ต่อให้ยูอิลฮานบอกว่าเขาสร้างโลกทั้งใบได้เอง เลียร่าก็เชื่อ

ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้ตั้งใจถามกับเขาขึ้นมา

"อิลฮาน นายยังไม่ใช่พระเจ้าใช่ไหม?"

"ไม่หรอก ยังไม่ใช่ อาจจะนะ"

"หาาา"

เธอไม่น่าถามเลย นี่มันยิ่งทำให้เธอกลัวกว่าเดิมอีก! หลังจากยูอิลฮานได้เห็นเลียร่าตัวสั่นเขาก็หัวเราะออกมา ในช่วงอายุของเธอแล้ว เธอก็น่าจะโตมากพอแล้ว แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้ยิ่งเวลาผ่านไปทูตสวรรค์คนนี้ยิ่งดูเด็กลง แน่นอนว่านี่มันก็ทำให้เธอดูน่ารัก

"หากว่าการได้โลกจำนวนนับไม่ถ้วนมามันทำให้ฉันเป็นพระเจ้า ถ้างั้นพวกเทพคนอื่นๆก็คงได้เป็นพระเจ้ากันนานแล้ว อย่างพระเจ้าสวรรค์ไงล่ะ... แต่แน่นอนฉันก็ไม่ได้บอกว่าการหลอมรวมโลกให้เป็นหนึ่งมันไม่มีผลใดๆ แต่ว่านะเลียร่า ฉันยังไม่เข้าใจมัน ฉันคือผู้สร้างที่ยังไม่สมบูรณ์แล้ว ฉันมันก็แค่พวกลูกครึ่งนั่นแหละ"

หน้าเลียร่าได้บึ้งออกมา ยิ่งเธอคุยกับเขาเท่าไหร่ ระยะห่างที่เธอรู้สึกก็ยิ่งมากขึ้นและทำให้เธอเป็นกังวล

"เมื่อก่อนนายจะปฏิเสธเสมอ แต่ในตอนนี้นายไม่ปฏิเสธแล้ว ลูกครึ่งนั่นมันก็หมายความว่าครึ่งหนึ่งก็สมบูรณ์แล้วนี่"

"แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าอีกครึ่งหนึ่งจะถูกเติมเต็มได้เมื่อไหร่ มันอาจจะเป็นไม่กี่วินาทีข้างหน้า หรือไม่ก็หลายยุคสมัย บางทีพวกระดับเทพทุกๆคนต่างก็อยู่ในระดับนี้กันทั้งนั้นก็ได้"

นี่คือเรื่องโกหก ยูอิลฮานรู้ดีว่าตัวเขาเป็นคนที่พิเศษมากในพวกระดับเทพด้วยกัน การหลอมรวมโลกเข้าด้วยกันมันมีความพิเศษอยู่แล้ว ในทุกๆครั้งงที่มีโลกถูกเพิ่มเข้ามาในดาเรย์ เขาก็จะรู้สึกได้ถึงพื้นฐานบางอย่างที่เปลื่ยนไปในตัวเขา นี่อาจจะมีแค่เขาเท่านั้นก็ได้ที่จะเป็นไปได้

บางทีนี่อาจจะไม่ใช่การวิวัฒนาการ แต่เป็นกระบวนการย้อนกลับสู่ต้นกำเนิดแห่งเวลา? หากว่าหลอมรวมทุกๆอย่างเข้ามาจนในที่สุดกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน บางทีนั่นอาจจะเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ให้เขาก็ได้? ยูอิลฮานทั้งหวาดระแวงและคาดหวังในเรื่องนี้

แต่หากจะมีอะไรที่เขามั่นใจนั่นก็คือในตอนนี้มันไม่มีอะไรให้เขาต้องกลัวแล้วเหตุผลเดียวที่เขาไม่ได้ทำให้ทุกๆอย่างจบลงในตอนนี้ก็เพราะเขาพยายามที่จะทำทุกๆอย่างให้ไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย

"ยังไงก็ตามเราได้ดูดเอาโลกระดับสูงทั้งหมดที่เป็นของกองกำลังอืนๆนอกจากสวนอาทิตย์อัสดงเข้ามาใช่ไหม? อ่อ ยกเว้นโลกหลักด้วย?"

"เธอรู้ใช่ไหมว่าจุดเริ่มต้นของทุกๆกองกำลังคือโลกหลักของพวกเขา? โลกหลักพวกนั้นคือที่ที่มีพลังทั้งหมดของกองกำลังนั้นอยู่ และเป็นที่ที่หัวหน้ากองกำลังเกิดมา ฉันรู้ว่าที่ดาเรย์แห่งนี้ได้วิวัฒนาการขึ้นมาเกินขีดสุดแล้ว แต่ว่านั่นมันไม่ใช่เรื่องที่จะเอาชนะกันได้ด้วยปริมาณของบันทึก อย่างได้ดูถูกโลกอย่างสวรรค์ เอลโลคาทร่าและโลกเบื้องล่างเชียวล่ะ"

"เลียร่า มันไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้จะบอกให้เธอไม่ระวังตัวนะ แต่ว่าอย่าได้ดูถูกตัวเองเลย มันมีความเป็นไปได้อยู่มากมาย เปิดตาเธอและมองดูสถานะในปัจจุบันของที่รักดีสิ เขาไม่ใช่เด็กที่เธอเคยรู้จักอีกแล้วนะเลียร่า"

"ครั้งแรกที่ฉันเจอเขา เขายังอายุยิบอยู่เลย!"

"ยัยงี่เง่านี่"

เฮเรียน่ามีมุมมองในสถานการณ์ต่างไปจากเลียร่าเล็กน้อง ในสายตาของเธอ พลังที่ยูอิลฮานครอบครองอยู่แกร่งยิ่งกว่าใครๆ มากยิ่งกว่าความโลภที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าเขาแกร่งที่สุดซะอีก

นี่มันหมายความว่ายูอิลฮานแข็งแกร่งที่สุด เธอเชื่อในตัวยูอิลฮานและมั่นใจว่าเขาคือเสาหลักที่ไม่มีวันสั่นคลอน

"ที่รัก ทีรักจะเริ่มเลยไหม?"

"ไม่ล่ะ"

ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ส่ายหัวออกมา

"ฉันไม่ยอมความเสี่ยง ฉันไม่รู้ว่ามันจะเป็นการเอาชีวิตไปเสี่ยงไหม แต่ว่าในสถานการณ์ที่พ่อของฉันกับคนอื่นๆต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง ฉันก็จะไม่ประมาทให้โอกาสศัตรูแน่"

"ฉันจะทำตามคำพูดของที่รัก มีอะไรที่ต้องการก็บอกฉันได้เลย"

ยูอิลฮานมีแค่หัวเดียวสองมือ หากว่าเขาสามารถจะดึงหัวหน้ากองกำลังทุกๆคนไปสู้ได้ ถ้างั้นเขาก็คงทำมันไปตั้งนานแล้ว หากว่ากาเบรียลอยู่เคียงข้างเขา ถ้างั้นสองคนก็จะคิดแผนร่วมกันได้ แต่ว่าเขาคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่

พรรคพวกของเขาทุกคนได้แกร่งขึ้นจนพอจะสู้กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่อาจจะสู้หัวหน้ากองกำลังได้อยู่ดี ยูอิลฮานรู้ในเรื่องนี้ เขาไม่ได้คาดหวังในพรรคพวกของเขามากขนาดนั้นอยู่แล้ว จริงๆแล้วเขากลับตกใจด้วยซ้ำไปที่พรรคพวกเขาพัฒนาขึ้นมามากขนาดนี้

ในท้ายที่สุดการจบทุกอย่างต้องเป็นหน้าที่ของเขาเอง และยูอิลฮานก็ได้วางแผนที่จะทำแบบนี้อยู่แล้ว

นั่นมันเพราะว่าเขาเกิดมาเป็นพวกสันโดษ เขาได้เรียนรู้ที่จะทำทุุกอย่างด้วยกำลังตัวเองมานานแล้ว

"นายทำทุกอย่างมากเกินไปแล้วนะ! พวกเราได้พยายามที่จะช่วยนายอยู่นะอิลฮาน!"

"ฉันไม่ได้บอกว่าพวกเธอไม่ได้ช่วยฉันเลย จริงๆแล้วพวกเธอได้ช่วยฉันมากกว่าที่ฉันได้ช่วยพวกเธออีก"

ยูอิลฮานได้ยื่นมือออกไปคว้าท้องฟ้าและพูดกับเลียร่า

"นี่มันเป็นบุคลิกของฉันน่ะ บุคลิกที่ฉันไม่อาจจะทิ้งไปได้ต่อให้จะทิ้งทุกๆอย่างไปก็ตาม

จะเกิดอะไรขึ้น? หรือจะมีอะไรอีก? ฉันควรจะเตรียมตัวกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงใช่ไหม?

ฉันกังวลว่าหากไม่มีใครช่วยฉันและฉันได้เตรียมการหลายๆอย่างไปมากมาย...

และสุดท้ายก็จบลงด้วยความโดดเดี่ยวเพราะไม่มีใครอยากจะช่วยฉัน...

ต่อให้หลังจากทำทุกๆอย่างแล้วกลายมาเป็นแบบนี้...

ฉันกลัวว่าในตอนนั้นฉันได้พลาดอะไรบางอย่างไป...

นิสัยที่มองทุกๆอย่างในแง่ร้ายของฉันนั่นมันก็เพราะฉันไม่อยากจะเจ็บปวด...

คาดหวังว่ามันจะล้มเหลว...

ฉันพยายามที่จะทำเป็นใจเย็น...

เตรียมตัวทุกๆอย่างเพื่อที่จะทำเป็นใจเย็นได้...

สุดท้ายก็จบลงด้วยความเงอะงะเพราะฉันไม่ได้เรียนรู้อะไรจากคนอื่นเลย...

ฉันกลัวว่าฉันจะจบลงด้วยความอับอายหากมีคนมารู้เข้า...

นั่นมันจะทำให้ฉันอยากที่จะตาย

นั่นมันทำให้ฉันอยากที่จะยอมแพ้ในทุกอย่าง...

แต่ว่าฉันก็หนีไปไหนไม่ได้เพราะไม่มีใครให้ฉันหนีไปหา...

ไม่มีใครที่จะแบกรับภาระของฉัน...

ในท้ายที่สุดฉันก็ยังจะต้องทำทุกๆอย่างด้วยตัวเอง...

ฉันกลัวที่จะกลายเป็นตัวตลกที่คนอื่นๆทำเหมือนฉันเป็นคนโง่ ทั้งๆที่พวกเขาไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย..."

อ่า ด้านมืดนี่ ไม่ว่าเขาจะได้เจอคนมากแค่ไหนหรือมีคนที่รักมากยังไงก็ตาม แต่ด้านมืดของยูอิลฮานจะไม่มีวันถูกลบไปแล้ว และในตอนนี้มันก็กำลังปะทุออกมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังพูดไม่จบอีกด้วย

"นี่ก็เป็นเหตุผลที่ฉันชอบเอาแต่พูดถึงพวกภัยร้ายแอบแฝงอยู่เสมอ แม้แต่ในตอนเด็กๆ ฉันก็มีดวงตาที่มั่นใจและทำนายถึงความเป็นไปได้ในแง่ลบอยู่เสมอๆ และฉันก็ยังได้เจอกับเรื่องพวกนั้นบ่อยๆด้วยเหมือนกัน"

"หยุดเถอะนะอิลฮาน ฉันเจ็บหัวใจหมดแล้ว ฉันผิดเองแหละ! ฉันจะทำทุกๆอย่างเพื่อนาย!"

"จะ จูบ! อิลฮาน ฉันจะให้นายจูบเอง! ความทรงจำแย่ๆจงบินหายไป~!"

ไม่ใช่แค่เลียร่าเท่านั้น แต่คนอื่นๆที่ได้ยินถึงเรื่องราวอันดำมือของยูอิลฮานก็ยังทนฟังต่อเฉยๆได้ แม้กระทั่งคิมเยซอลก็ยังลืมเรื่องความเป็นห่วงสามีไปครู่หนึ่งและเข้ามาลูบหลังยูอิลฮานอย่างระมัดระวัง

นี่มันอะไรกัน? เหล่าลูกน้องในกองกำลังกำลังพยายามจะปลอบใจหัวหน้าที่มีเลเวลกว่า 750!

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็แค่หัวเราะออกมา

"แต่ก็เพราะแบบนั้นแหละถึงทำให้ฉันได้เรียนรู้บางอย่าง ฉันได้เรียนรู้ที่จะสูดหายใจ เรียนรู้ที่จะซ่อนตัว เรียนรู้ที่จะพยายามมากขึ้น เรียนรู้ที่จะอดทน เรียนรู้ที่จะเตรียมตัว และเรียนรู้ที่จะหัวเราะออกมาหลังจากผ่านเรื่องพวกนี้"

"ฉันคิดว่าไม่ต้องพูดส่วนสุดท้ายก็ได้นะ!"

"เรียนรู้ที่จะไม่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เรียนรู้ที่จะเตรียมตัวเองให้พร้อมทุกๆอย่าง ฉันได้ยกระดับความสามารถของตัวเองขึ้นเพื่อที่จะลบล้างความเป็นไปได้ในแง่ลบทั้งหมดให้หายไปและนำความสุขกลับคืนมา เพราะงั้นสรุปแล้วฉันไม่ได้คิดที่จะแพ้ศัตรูหน้าไหนทั้งนั้น

"นี่คือร่างสุดท้ายของผู้สันโดษ..."

ทุกๆคนต่างก็ตกตะลึง คนเราต้องเติบโตมาแบบไหนกันถึงได้มาจนถึงจุดๆนี้ ยูอิลฮานได้มองพรรคพวกของเขาและกำมือที่คว้าอยู่บนท้องฟ้าเอาไว้

หมดเวลาอธิบายแล้ว ถึงเวลาทำงานกันแล้ว

"เรายังมีอยู่อีกหนึ่งประตูมิติหนึ่ง มิเรย์ช่วยใช้วิถีแห่งจักรวาลอีกครั้งหนึ่งนะ ในคราวนี้ฉันจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าประตูมิติธรรมดาๆ เรากำลังจะสร้างการเชื่อมต่อขนาดใหญ่ขึ้นระหว่างสองโลก

"แล้วโลกที่เรากำลังจะเชื่อมต่อ...?"

คังมิเรย์พอจะรู้คำตอบแล้วแต่เธอก็ถมออกมา ยูอิลฮานได้ตอบกลับอย่างไม่ลังเล

"โลกของเรา เอิร์ธ"

จบบทที่ บทที่ 333 - วันสิ้นโลก (9) [05-06-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว