เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202 การสกัด

บทที่ 202 การสกัด

บทที่ 202 การสกัด 


เฉินชวนรู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ปกติ เขาถามว่า

“ผมไปคนเดียวเหรอครับ?”

เฉินเจินตอบว่า

“ฉันจะให้เจ้าหน้าที่พิเศษเฟิงไปกับนายด้วย”

เฉินชวนถามต่อว่า

“ขอทราบเหตุผลหน่อยได้ไหมครับ?”

เจ้าหน้าที่เฉินกล่าวเสียงขรึมว่า

“ผู้จัดการหลัวน่าจะมีบันทึกการทำธุรกรรมลับระหว่างเขากับเจ้าหน้าที่รัฐบาล รวมถึงบริษัทโม่หลานตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเขาน่าจะพกตั๋วเงินจำนวนมากติดตัวอยู่ด้วย อาศัยสิ่งเหล่านี้บางคนในรัฐบาลอาจเลือกจะรับเขาไว้

และถ้าเขาเข้าสู่ภายในรัฐบาลได้ อีกไม่นานก็อาจมีคนสนับสนุนให้เลื่อนตำแหน่งกลายเป็นข้าราชการระดับสูงนั่งอยู่ตรงข้ามพวกเราในที่ประชุม ดังนั้นเราต้องจัดการเขาก่อนที่เขาจะถูกยอมรับเข้าไป”

เฉินชวนไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าแล้วพูดว่า

“เข้าใจแล้วครับ ผมจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย”

เจ้าหน้าที่เฉินกล่าวว่า

“ตอนนี้บ่ายสองครึ่ง ถ้าออกจากกองบัญชาการใหญ่ของสถานีตำรวจ ตอนสามโมงนายก็น่าจะถึงจุดหมาย พวกเขานัดเวลาไว้สี่โมง แต่ก็ไม่แน่ว่าคนติดต่อจะมาเร็วกว่านั้น เพราะงั้นนายอาจมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงในการจัดการเรื่องนี้”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า

“ผู้จัดการหลัวเป็นหัวหน้าแผนกปฏิบัติการ เขาไม่ได้ต่อสู้มานานแล้ว สภาพร่างกายน่าจะไม่ได้ดีกว่าถานหวังที่นายเคยรับมือมา แต่เขามีอุปกรณ์ช่วยเสริม เพราะงั้นถ้านายต้องการอะไรตอนนี้สามารถขอมาได้เลย ขอแค่เป็นประโยชน์กับการต่อสู้ฉันจะอนุมัติให้ทั้งหมด”

เฉินชวนเข้าใจความหมายของเขา ตราบใดที่เขายอมทำเรื่องนี้ต่อให้ขออะไรเกินเลยนิดหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหา เขาจึงตอบว่า

“ตกลงครับ งั้นผมจะไปเตรียมตัวเลย”

เจ้าหน้าที่เฉินกล่าวเสียงจริงจังว่า

“เรื่องนี้จะไม่มีการบันทึกไว้ในภายหลังแน่นอน”

เฉินชวนมองเขาครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

จากนั้นเขาหันหลังเดินออกจากห้องประชุม แท้จริงแล้วเขาไม่ได้แคร์ว่าจะมีการบันทึกหรือไม่ เพราะบนโลกนี้มีข้อจำกัดอยู่เสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เมื่อแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ก็สามารถสลัดพันธนาการเหล่านั้นได้เอง

เมื่อเขาออกมาด้านนอกเจ้าหน้าที่พิเศษเฟิงก็รอเขาอยู่แล้ว พร้อมกันนั้นเขาก็ไปที่ฝ่ายสนับสนุนและโลจิสติกส์เพื่อขอเวชภัณฑ์จำนวนมาก

ครั้งนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีขีดจำกัดแรกแบบเต็มกำลังจริงๆ และมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง จึงไม่มีความเกรงใจในการขอของต่างๆรวมถึงขอชุดเกราะที่ดีที่สุดที่สามารถจัดหาได้ในตอนนี้

สิบห้านาทีต่อมาเขาก็นั่งรถพุ่งตรงไปยังทิศเหนือของตัวเมือง

ระหว่างทางเขาดื่มน้ำจากกระติกไม่หยุด มือหนึ่งก็กำดาบเสวี่ยจวินไว้แน่น ครั้งนี้น้ำในกระติกไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่ผสมยาไว้จำนวนมาก

คนทั่วไปอาจกังวลเรื่องผลกระทบ แต่สำหรับเขาซึ่งมีตัวตนที่สองอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวอันตรายจากยา ใช้งานได้อย่างเต็มที่

เจ้าหน้าที่พิเศษเฟิงมองเขาด้วยความกังวล พลางเตือนว่า

“นักศึกษาเฉิน พยายามอย่าใช้ยามากเกินไปในอนาคต”

เฉินชวนกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจว่า

“ขอบคุณครับ ผมจะระวัง”

เจ้าหน้าที่พิเศษเฟิงพยักหน้าเบาๆแล้วกล่าวเสียงต่ำว่า

“ต่อให้ผู้จัดการหลัวไม่ได้ถือเอกสารพวกนั้นไว้ ก็ไม่ควรปล่อยเขาไป ฐานะหัวหน้าแผนกปฏิบัติการภายนอกของบริษัทโม่หลาน สิ่งที่เขาทำมาตลอดหลายปี ฉันมีบันทึกไว้หมดมีหลายกรณีที่เป็นการฆ่าพลเรือนจำนวนมาก

บางครั้งไม่ได้เป็นคำสั่งจากบริษัท แต่เป็นแค่การระบายอารมณ์ส่วนตัว คนแบบนี้ที่ไม่มีขีดจำกัดทางศีลธรรม ไม่ควรมีอยู่บนโลก แม้พวกเราจะไม่ได้เป็นตัวแทนของความยุติธรรม แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ความชั่วร้ายแบบนี้ดำรงอยู่ได้”

เฉินชวนพยักหน้า ตอบอย่างแน่วแน่ว่า

“ผมจะจัดการเขาเอง”

ประมาณบ่ายสามสิบห้านาที รถแล่นผ่านหมู่บ้านอู่เจีย ใกล้ถึงเขตท่าเรือแล้ว

“อยู่ข้างหน้าแล้ว”

เจ้าหน้าที่เฟิงพูดว่า

“ถ้าเธอเข้าไปตอนนี้ เขาน่าจะคิดว่าเรามาเพื่อสนับสนุน จะใช้โอกาสนี้ได้ไหม?”

เฉินชวนไตร่ตรองแล้วตอบว่า

“คงไม่ได้หรอก เขาน่าจะจำผมได้ ต่อให้ผมใส่หน้ากาก แต่ด้วยสายตาเขาน่าจะดูรูปร่างก็รู้แล้ว เพราะงั้นไม่มีโอกาสจู่โจม ต้องเผชิญหน้าแบบตรงๆเท่านั้น”

แววตาเจ้าหน้าที่เฟิงเข้มขึ้นทันที เขากล่าวว่า

“งั้นก็ระวังให้ดี ฉันจะอยู่ข้างหลังสนับสนุนเธอ ถ้ารู้สึกไม่ดีก็รีบถอยกลับมาที่รถ อย่างน้อยปืนของฉันก็พอใช้ได้อยู่พอจะถ่วงเวลาเขาได้บ้าง”

“ขอบคุณครับ ถ้าจำเป็นผมจะไม่เกรงใจ”

เฉินชวนโยนกระติกน้ำที่ดื่มหมดไปไว้ข้างตัว จากนั้นสวมหน้ากากและหมวกทรงสูง พันผ้าพันคอให้แน่น นี่ก็เพื่อป้องกันยาพิษในรูปแบบหมอกต่าง ๆ ที่อาจติดมากับร่างกาย ซึ่งมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว แม้ว่าตัวตนที่สองจะสามารถต้านทานได้ แต่ถ้าใช้วิธีอื่นป้องกันได้ เขาก็เลือกจะทำเช่นนั้นก่อน

จากนั้นเขาหยิบดาบเสวี่ยจวินที่อุ่นจนพร้อมใช้งานขึ้นมา เปิดประตูรถลงไป มองแสงแดดอุ่นยามบ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะรับกล่องจากมือเจ้าหน้าที่พิเศษเฟิง แล้วก้าวเดินไปตามทางปูนที่เรียบและกว้าง มุ่งหน้าไปยังเขตท่าเรือที่เต็มไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์

หลังจากที่เขาเอาชนะถานหวัง ตัวตนที่สองของเขาก็เพิ่มระยะเวลาการทับซ้อนขึ้นมาถึงห้าชั่วโมง และหลังจากกวาดล้างพวกสมาคมช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็เพิ่มขึ้นอีกสองชั่วโมง ตอนนี้รวมแล้วกลายเป็นสิบห้าชั่วโมง

แต่ในครั้งนี้ เขามีเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

หากเขาชนะการต่อสู้นี้ได้ ระยะเวลาน่าจะเพิ่มขึ้นอีก และจะเข้าใกล้เป้าหมายของการทับซ้อนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมากยิ่งขึ้น

โอกาสเช่นนี้หาได้ยาก โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ศูนย์กลางเมือง การจะเผชิญหน้ากับศัตรูแบบตรง ๆ โดยมีฝ่ายสนับสนุนและโลจิสติกส์หนุนหลัง เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก

ดังนั้น กลยุทธ์ที่เขาวางไว้ในใจคือเจ็บก็ต้องแลก เจ็บเพื่อแลกบาด แรงเพื่อแลกแรง ด้วยทักษะเพียงอย่างเดียวคงไม่อาจเอาชนะผู้จัดการหลัวได้ มีเพียงการรุกเข้าชนตรงๆเท่านั้นที่พอจะมีโอกาสชนะการต่อสู้นี้

เขาเคยอ่านข้อมูลของผู้จัดการหลัวมาก่อน

ชายคนนี้ไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัยอู่ยี่ แต่ถือเป็นบุคลากรจากสายการถ่ายทอดเก่าโดยตรง การที่สามารถขึ้นมาเป็นหัวหน้าแผนกปฏิบัติการของบริษัทโม่หลานได้ เป็นเพราะความสามารถส่วนตัว ไม่ใช่แค่เรื่องพละกำลัง ชื่อเสียงของเขามาจากความโหดเหี้ยมไร้ขอบเขต หลายปีมานี้ งานสกปรกของบริษัทโม่หลานล้วนอยู่ในมือเขา

แม้ช่วงหลังจะไม่มีประวัติการต่อสู้ แต่สำหรับนักสู้ ถ้าห่างเวทีไปนาน ต่อให้แค่ไม่กี่วันก็ทำให้สภาพร่างกายถดถอยได้แล้ว ยิ่งหลายปีไม่เคลื่อนไหว ยิ่งยากจะรักษาฟอร์มสูงสุดไว้ได้

ทว่าชายคนนี้ก็มีทั้งร่างแฝงชีวภาพและยาเสริมสภาพร่างกายไว้ชดเชยช่องว่างตรงนี้ เพราะฉะนั้นเขาก็ยังต้องระวังให้มาก

บริเวณใกล้ท่าเรือ ผู้จัดการหลัวกำลังยืนรออยู่ตรงนั้นสูบบุหรี่ช้าๆ

เขาสวมถุงมือหนังสีดำ ใส่ชุดยูนิฟอร์มของบริษัทโม่หลาน มีดาบยาวพกติดที่เอว ข้างกายมีกล่องโลหะใบหนึ่ง และเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำกับเยื่อพิเศษสำหรับว่ายน้ำที่เขาโยนทิ้งไว้ด้านข้าง

เขาสังเกตเห็นเฉินชวนที่เดินเข้ามาจากไกล ๆ แล้วมองตรงมา

เฉินชวนไม่เคยเจอผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่เคยเห็นภาพถ่าย ผู้จัดการหลัวอายุสี่สิบหกปี แต่ภายนอกดูเหมือนแค่สามสิบ ใบหน้าเขาคมคาย แต่ดวงตาแฝงไว้ด้วยความอำมหิต ใบหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอด ให้ความรู้สึกมืดมน

ตอนที่เฉินชวนถือดาบเสวี่ยจวินกับกล่องเดินเข้าไปใกล้ ผู้จัดการหลัวก็สะบัดก้นบุหรี่ทิ้งไปย่างสบาย ๆ พลางกล่าวว่า

“พวกนายมาถึงไวดีนะ”

เฉินชวนตอบว่า

“กำลังรีบ”

สายตาของผู้จัดการหลัวเลื่อนลงมองกล่องที่เฉินชวนถืออยู่ แล้วถามว่า

“ของที่ฉันต้องการ เอามาด้วยหรือเปล่า?”

เฉินชวนวางกล่องลงแล้วปักดาบเสวี่ยจวินลงกับพื้น พลางพูดว่า

“ไม่ต้องแกล้งอีกแล้ว ผู้จัดการหลัว คุณน่าจะจำผมได้ตั้งแต่แรกที่เห็น”

ผู้จัดการหลัวเลิกคิ้วเล็กน้อย หัวเราะเบาๆอย่างมีเลศนัย

“ฉลาดดีนี่” เขามองข้ามไหล่เฉินชวนไปทางด้านหลัง

“ว่าไง มาคนเดียวเหรอ?”

เฉินชวนเงยหน้ามองเขา

“แน่นอนว่าไม่ใช่”

ผู้จัดการหลัวว่า

“อย่างนั้นสินะ”

เขาหมุนคอและไหล่เล็กน้อยก่อนจะจ้องมองเฉินชวนแล้วพูดว่า

“ถ้ามีคนคิดจะเล่นงานฉันล่ะก็ คนที่ส่งมาก็คงไม่ใช่แค่นายกับพวกอีกไม่กี่คนแน่ เพราะงั้นฉันเดาว่าต้องมีคนอื่นคอยดักเล่นงานฉันด้วย เพื่อไม่ให้ฉันเข้าไปในรัฐบาลใช่ไหม?”

เฉินชวนไม่ตอบ เขากระชับด้ามดาบเสวี่ยจวินแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างหน้า ใบดาบค่อยๆหลุดออกจากฝักทีละน้อย

เวลาไม่มากพอสำหรับพูดจาไร้สาระ

แม้แต่ก่อนหน้านี้ระหว่างทางที่เดินมาก็ยังคงสื่อสารกับดาบเสวี่ยจวินอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ตอนที่พบเจ้าหน้าที่เฉินก็ไม่เคยถอดมันออก ตอนนี้เขาปรับสภาพจนพร้อมจะเชื่อมต่อกับพลังแฝงของดาบได้ทันที

ผู้จัดการหลัวมองเขาแล้วพูดเองต่อว่า

“คนของลัทธิงูดำจากศูนย์กลางเมือง น่าจะเป็นนายที่จัดการสินะ น่าสนใจแฮะ ดูเหมือนตอนนั้นนายคงใช้ยาเฉพาะจากกรมกิจการพิเศษแล้วสินะ นายคงเป็นคนที่ถูกเบื้องบนผลักดันออกมาใช่ไหม? อืม แบบนั้นแน่เลย ฉันอยากเห็นว่ายานั่นจะออกฤทธิ์ได้นานแค่ไหนกัน”

เขาเอื้อมมือคว้าด้ามดาบที่เอวแล้วชักดาบยาวออกมาด้วยเสียงดังฉับ ใบดาบสีดำไม่สะท้อนแสงแม้แต่น้อยภายใต้แสงอาทิตย์

เฉินชวนก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนยกดาบเสวี่ยจวินขึ้น ทั้งสองยังคงจ้องตากันอยู่ แต่เมื่อระยะห่างพอเหมาะ ทั้งคู่ก็เคลื่อนไหวแทบพร้อมกันและชั่วพริบตานั้น เหมือนทั้งสองคนหายวับไปจากที่เดิม

ผู้จัดการหลัวถือดาบสองมือแทงดาบไปข้างหน้า ขณะที่เฉินชวนยกดาบขึ้นเหนือหัวฟันลงมาตรงๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีก

ตอนแรกความเร็วของผู้จัดการหลัวดูจะเทียบเท่ากับเฉินชวน แต่พอเหยียบพื้นไปสองก้าวกล้ามเนื้อเทียมที่ฝังอยู่ใต้ฝ่าเท้าก็ขับดันให้เขาเร่งความเร็วพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน

ทว่าเฉินชวนเห็นดังนั้น สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ท่วงท่าฟันดาบก็ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย

ผู้จัดการหลัวหรี่ตาลง ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ดาบของเขาจะเสียบทะลุอกเฉินชวนแน่นอน แม้ว่าอีกฝ่ายจะสวมชุดเกราะป้องกัน แต่เขามั่นใจว่าจะสามารถแทงทะลุได้อยู่ดี

อย่างไรก็ตามหากเฉินชวนยังไม่ตายดาบฟันลงมาก็จะโดนเขาเต็มๆและจากการสังเกต เขาก็มองออกทันทีว่าดาบเสวี่ยจวินนั้นไม่ธรรมดามีพลังคุกคามรุนแรงต่อเขา

เมื่อเห็นว่าเฉินชวนไม่มีทีท่าว่าจะหลบ หรือแม้แต่ลังเลรั้งมือ ประหนึ่งพร้อมตายไปพร้อมกัน เขาก็ไม่มีทางเลือก จำต้องเปลี่ยนท่าทางในวินาทีสุดท้าย พลิกข้อมือยกดาบขึ้นตั้งฉาก เบนวิถีดาบของเฉินชวนออกด้านข้าง

แต่เพราะเปลี่ยนท่าอย่างกะทันหัน ขณะที่เฉินชวนฟันมาอย่างเต็มแรงด้วยสองมือ เขาจึงรู้สึกได้ทันทีว่าใบดาบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงปะทะส่งผ่านขึ้นมาจนเหมือนจะหลุดมือ และยังมีพลังแฝงไหลซึมเข้าร่างอีกด้วย

เขารู้สึกแน่นหน้าอก รีบปลุกเนื้อเยื่อกลายพันธุ์ในร่างให้ดูดซับพลังนั้น แล้วอาศัยความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อฝังเสริม ถอนตัวถอยออกไปหลายก้าว พร้อมสลายแรงกระแทกนั้นไปด้วย

เฉินชวนเองก็สัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลย้อนกลับมาจากดาบของอีกฝ่ายเช่นกัน มันพุ่งเข้ามาในร่าง แต่ทันใดนั้นตัวตนที่สองของเขาก็คลายรูปร่างลงเล็กน้อย พลังที่ส่งมาจึงไม่ส่งผลกับร่างจริงเลย เขาบิดเอวสะบัดแขน แล้วฟันเฉียงขึ้นไปอีกหนึ่งครั้ง แสงดาบสายหนึ่งพุ่งตรงไปยังลำคอของผู้จัดการหลัว!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 202 การสกัด

คัดลอกลิงก์แล้ว