เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 198 การสังหารฉับพลัน

บทที่ 198 การสังหารฉับพลัน

บทที่ 198 การสังหารฉับพลัน 


ในขบวนรถชุดสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้นนั้น คุณหลิงยืนอยู่บนรถจี๊ปเปิดประทุน มองลงไปเบื้องล่างที่กำลังยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด พลางพูดอย่างตื่นเต้นว่า

“มาได้จังหวะพอดี เรารออีกหน่อย ให้พวกมันห้ำหั่นกันจนตายไปข้างหนึ่งก่อนแล้วค่อยเข้าไปเก็บของดี บริษัทโม่หลานส่งของชุดนี้มาของที่มีค่าที่สุดก็คือสารอาหารพลังงานสูงพวกนั้น แถมอาจจะมีตั๊กแตนต่อสู้อยู่ด้วย ถ้าได้มาหมดชุดนี้กินใช้ได้ทั้งชีวิตเลยนะ”

ตอนนี้สารอาหารพลังงานสูงในตลาดมืดแทบจะขายกันจนบ้าไปแล้ว ราคาถูกปั่นสูงขึ้นในระดับที่นึกไม่ถึง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนแย่งกันซื้อ แทบจะหลุดออกมาก็ถูกกลืนไปทันที

พอได้ของล็อตนี้แล้ว เขาจะอยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้อีกทำไม?

จะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น!

ก่อนหน้านี้เขาเอาทุนดำเนินงานที่ได้รับการจัดสรรจากเบื้องบนทั้งหมดมาลงกับการซื้อข้อมูลข่าวสารครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่าข่าวกรองจากอันถันนั้นเชื่อถือได้อย่างมาก

เขาหันกลับไปตะโกนใส่รถคันหนึ่งที่อยู่ด้านหลังว่า

“เสี่ยวเซียว!”

ร่างหนึ่งในชุดคลุมกระโดดลงมาจากรถแล้วเดินเร็วเข้ามา ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมดูคล้ำลึกใต้ดวงตา แต่ว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการฆ่า สายตาของเขายังมีประกายแสงวูบวาบ

คุณหลิงมองเขาด้วยความพึงพอใจ เดิมทีคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้หลังจากผ่านการผ่าตัดฝังร่างแฝงชีวภาพแล้วน่าจะอยู่ได้แค่เดือนหรือสองเดือนก็เต็มที่ แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าตัวจะสามารถปรับตัวได้ดีเป็นพิเศษและผ่านการฝังครบทั้งหมด สามารถดึงศักยภาพของมันออกมาได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์จากขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป

สำหรับบริษัทแล้วเขาคือร่างทดลองชั้นเยี่ยม แม้จะได้รับเพียงคำชมเชยด้วยวาจา แต่ก็ถือว่าได้รับการยอมรับแล้ว

ในการจู่โจมแก๊งเสวี่ยเหินครั้งก่อน เสี่ยวเซียวก็สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น และในการสู้รบครั้งนั้น เขาก็เริ่มควบคุมร่างแฝงได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งขึ้น

แต่การใช้ร่างแฝงบ่อยเกินไปก็เพิ่มภาระให้กับร่างกาย เขาจึงมักรู้สึกเจ็บปวดและตึงแน่นทั่วร่างโดยไร้สาเหตุ และบางครั้งก็ร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นทุกวันนอกจากต้องฉีดยาต้านการกลายพันธุ์แล้วยังต้องกินยาอีกหลายชนิดถึงจะนอนหลับได้

คุณหลิงชี้ไปที่กองกำลังติดอาวุธที่กำลังยิงต่อสู้กันอยู่เบื้องล่างแล้วถามว่า

“ไหวมั้ย?”

เสี่ยวเซียวตอบอย่างมั่นใจว่า

“ดูผมก็แล้วกัน”

คนอีกสิบกว่าคนเดินตามเข้ามาต่างพูดว่า

“พี่เซียว เราจะคอยสนับสนุนข้างหลังให้เอง”

ตอนนี้เสี่ยวเซียวไม่ได้สู้เพียงลำพังอีกแล้ว เขาได้ก่อตั้งทีมร่างแฝงชีวภาพขึ้นมา สมาชิกในทีมนั้นบางคนก็มาจากกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ที่พวกเขาเคยเอาชนะได้ อีกบางส่วนก็เป็นคนหนุ่มจากภูเขาเจียวซาน พวกเขาแต่เดิมก็ไม่มีความหวังอะไรในชีวิต การได้ติดตั้งร่างแฝงและมีพลังในการต่อสู้ กลับกลายเป็นความหวังใหม่ของพวกเขา

เสี่ยวเซียวมองลงไปเบื้องล่าง ตอนนี้แค่รอจังหวะที่ดีรอจนพวกมันทั้งสองฝ่ายอ่อนแรงแล้วจึงค่อยเข้าแทรกแซงเข้าไป

เพราะในที่ราบโล่งแทบไม่มีอะไรให้หลบ การยิงสู้กันช่วงแรกทำให้ยางรถถูกยิงแตกหมดทั้งสองฝ่ายจึงต้องอาศัยรถติดอาวุธเป็นที่กำบัง เสียงปืนดังกระหึ่มไปทั่วมีแสงปืนแลบวาบไปทุกทิศ

ฝ่ายโจมตีเตรียมการมาเป็นอย่างดี หลังจากโจมตีทำให้ขบวนของบริษัทโม่หลานต้องหยุดลงก็ได้ปล่อยแมลงปอขนาดใหญ่ออกมาจากกลุ่มซึ่งที่ท้องของมันมีแสงแดงเรืองอยู่ภายใน

เจ้าแมลงเหล่านี้บินตรงไปเหนือศีรษะทีมของบริษัทโม่หลานแล้วเกิดระเบิดขึ้นในอากาศดังเปรี๊ยะๆ ปล่อยของเหลวสีเขียวอมฟ้าออกมาจำนวนมาก บางส่วนเกาะติดรถยนต์ บางส่วนตกบนพื้นใกล้ๆ และบางส่วนสาดใส่ร่างของสมาชิกทีมโม่หลาน

บริเวณที่โดนของเหลวดังกล่าวเกาะติดก็เกิดอาการคล้ายกับถูกกัดกร่อนทันที พร้อมกับมีกลิ่นฉุนรุนแรงโชยออกมา

นั่นคือแมลงปอพิษขนาดเล็กซึ่งก็เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทฟู่เหยียนเช่นกัน พิษพิเศษที่อยู่ในตัวมันนั้นไม่เพียงแต่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงแต่กลิ่นของมันยังมีพิษร้ายแรงอีกด้วย

แม้ว่าทีมของโม่หลานจะมีบางคนสวมหน้ากาก แต่ก็ไม่สามารถต้านพิษกัดกร่อนได้ พอเห็นว่าแมลงพวกนั้นยังบินเข้ามาเรื่อยๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายคนจึงจำต้องละทิ้งรถ เพราะหากไม่มีที่กำบัง ก็ทำได้เพียงอาศัยชุดป้องกันบนร่างในการรับกระสุนจากอีกฝ่ายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ยอมจำนนโดยไม่ตอบโต้ พวกเขารีบลากกล่องหลายใบออกมา เปิดปล่อยตั๊กแตนต่อสู้ที่ฉีดสารอาหารพลังงานสูงไว้ล่วงหน้า กล่องเพิ่งเปิดออก ตั๊กแตนเหล่านั้นก็กระโจนออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งไปยังศัตรูภายใต้การออกคำสั่งด้วยสัญญาณมือ

ตั๊กแตนต่อสู้สองตัวกางปีกออก ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ก็พุ่งเข้าสู่แนวศัตรู ดาบคู่หน้าเหวี่ยงฟันอย่างดุเดือด ฉับพลันร่างของผู้คนบนถนนถูกฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ

เสี่ยวเซียวกับพรรคพวกเดิมทีตั้งใจจะบุกเข้าไป แต่เมื่อเห็นภาพนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้า พวกเขารู้วิธีจัดการกับคนติดอาวุธ แต่กับอาวุธต่อสู้อย่างตั๊กแตนพวกนี้ ทั้งเร็ว แถมยังบินได้ จะรับมือยังไงกัน?

อีกด้านหนึ่งเจ้าหน้าที่เฟิงพูดประเมินว่า

“ยิงกันสนั่นดีจริงๆ”

ขณะนั้นสมาชิกหน่วยลาดตระเวนคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า

“ผมตรวจสอบแล้ว กลุ่มบนเนินตรงข้ามเป็นมือสมัครเล่น น่าจะเป็นกองกำลังติดอาวุธเอกชนที่ได้รับการสนับสนุน”

เจ้าหน้าที่เฟิงพยักหน้า

“งั้นส่งคนไปจับตาดูไว้ก่อน” เขาออกสัญญาณให้หน่วยเล็กของเขากระจายตัวออกเตรียมลงมือ

เขามองต่ออีกครู่เห็นฝั่งบริษัทโม่หลานเริ่มได้เปรียบแล้วจึงหันมามองเฉินชวน

“น้องเฉิน ตอนนี้เราต้องการคมดาบแหลมคมสักเล่ม เธอไหวมั้ย?”

เฉินชวนตอบว่า

“ผมจะลองดู” เขาเพิ่งสังเกตเมื่อครู่ว่าที่นี่ไม่มีนักสู้ขีดจำกัดที่สามอยู่ ถือเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการลงมือ

เขาปักดาบเสวี่ยจวินลงกับพื้น สูดลมหายใจเข้าลึก เริ่มใช้งานวิชาลมหายใจภายในและภายนอกพร้อมกันแล้วจึงเอื้อมมือคว้าด้ามดาบดึงขึ้นช้าๆ

เมื่อตัวดาบเสวี่ยจวินพ้นออกมาทั้งเล่ม เขาลูบผ่านสันดาบ หนนี้ภายใต้อิทธิพลของลมหายใจ เส้นเลือดบนสันดาบพลันเปล่งแสงแดงเข้มขึ้นทันที

เขามองไปยังเบื้องหน้าย่างเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินพลันระเบิดแตกแล้วทุกสิ่งรอบตัวราวกับชะลอความเร็วลง

ในสายตาของเจ้าหน้าที่เฟิง เฉินชวนเมื่อครู่ยังอยู่ตรงนั้น ทว่าเพียงพริบตาก็หายวับไปเหลือเพียงลมที่พัดผ่านจนผ้าพันคอสะบัดตามแรง

เฉินชวนพุ่งลงมาจากที่สูง เพียงไม่นานก็ถึงจุดที่สองฝ่ายกำลังปะทะ เขาปรับท่าทางเล็กน้อยแล้วยกดาบเสวี่ยจวินขึ้นข้างลำตัวก่อนพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองฝ่ายที่กำลังยิงใส่กันอยู่รู้สึกเพียงลมแรงพัดผ่าน บางคนที่กำลังยิงอยู่ด้านหน้าอยู่ดีๆแค่กระพริบตาร่างครึ่งบนก็หลุดลงมาอย่างเรียบสนิท

หนึ่งในนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นนักสู้ขีดจำกัดที่สอง เหมือนจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เขาหันศีรษะไปมองข้างๆ ทว่าหัวกลับลอยหลุดตามการหมุนในทันที

ส่วนตั๊กแตนต่อสู้สองตัวที่กำลังฟาดฟันเป้าหมายอย่างดุเดือดนั้นตอนนี้ดูเหมือนจะรับรู้ถึงภัยคุกคาม ก็หันตัวกลับพุ่งตรงมายังเฉินชวน

แต่ในพริบตาที่ทั้งสองฝ่ายเฉียดกันผ่าน ตั๊กแตนทั้งสองก็ถูกฟันขาดเป็นท่อนกลางอากาศก่อนร่วงลงพื้นตามลำดับ

เฉินชวนยังคงจ้องนิ่งอย่างไร้อารมณ์ ตอนที่เขาเจอสองตัวในโรงงานเก่านั้นต้องสู้แบบพลิกแพลง ทำให้ลำบากมาก แต่ครั้งนี้สองตัวนี้กลับได้รับคำสั่งให้บุกทะลวง ซึ่งเป็นการละทิ้งจุดแข็งของตัวเองมาแลกกับการปะทะตรงๆแบบนี้จึงถูกจัดการในทันที

ในมุมมองของคนนอก สิ่งที่พวกเขาเห็นคือเงาใครบางคนพริบไหวไปมา แล้วร่างที่ถูกฟันขาดก็ล้มลงระเนระนาด ตั๊กแตนต่อสู้สองตัวก็กลายเป็นชิ้นส่วนในชั่วพริบตา เสียงปืนที่เคยถี่ยิบก็ค่อยๆเงียบหายไปจนกลายเป็นความเงียบ

ต่อจากนั้น ทุกคนก็เห็นเงาร่างหนึ่งถือดาบปรากฏอยู่กลางสนามรบก้าวเดินออกมาช้าๆภายใต้แสงไฟหน้ารถที่ส่องสลับกันไปมาบนที่ราบยามค่ำคืนในฤดูร้อน เผยให้เห็นชุดคลุมสีดำและผ้าพันคอที่บดบังใบหน้า มีเพียงดาบยาวข้างกายที่สะท้อนแสงเย็นวาวอย่างน่ากลัวและโดดเด่น

ในที่สุดก็มีคนหนึ่งรู้ตัวขึ้นมาตะโกนอย่างตื่นตระหนกว่า

“เป็นนักสู้ขีดจำกัดที่สาม!”

สมาชิกของบริษัทอันถันที่เดิมยืนดูอยู่ห่างๆพอเห็นการปรากฏตัวของนักสู้ขีดจำกัดที่สามสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปทันที เพราะนั่นหมายความว่าแม้แต่พวกเขาเองก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป จึงรีบเร่งฝีเท้าถอยร่นไปด้านหลังและเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกไล่ล่า พวกเขายังทิ้งคนหนึ่งไว้ข้างหลังด้วย

บนเนินสูงสีหน้าของคุณหลิงพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างย่ำแย่ เสี่ยวเซียวและพวกพ้องต่างก็มองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน เหตุการณ์ในสนามรบได้เกินความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ถ้าเมื่อครู่นี้พวกเขารีบพุ่งลงไปแล้วล่ะก็ ตอนนี้อาจกลายเป็นศพเหมือนหนึ่งในนั้นก็ได้ เมื่อคิดถึงจุดนี้ใบหน้าทุกคนก็ซีดเผือดร่างกายสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

ขณะนั้นเอง เฉินชวนหันไปมองในทิศทางที่พวกของบริษัทอันถันหนีไป ตอนนี้เหลือเพียงชายร่างใหญ่ไหล่กว้างคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่น

เขารู้สึกได้ว่าตอนที่เขาโถมเข้าโจมตี ชายคนนี้ใช้สายตามองเขาอยู่ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมองเห็นการเคลื่อนไหวของเขาอย่างชัดเจน ทว่าแตกต่างจากความรู้สึกที่เขาเคยได้รับจากถานหวังโดยสิ้นเชิง

ชายร่างใหญ่คนนั้นหยิบเข็มฉีดยาออกมาทันทีแล้วฉีดเข้าที่ลำคอตัวเอง จากนั้นก็โยนเข็มทิ้งไป เพียงพริบตาเดียว ดวงตาเขาก็กลายเป็นสีแดงฉาน ลมหายใจเริ่มถี่และหนัก ตัวก็เหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

หัวหน้าหน่วยจากสำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษที่ยืนดูอยู่กล่าวขึ้นว่า

“เจ้าหน้าที่พิเศษเฟิงครับ นั่นน่าจะเป็นยาตัวใหม่ ‘ยาเดือดพล่าน’ ของบริษัทอันถัน ยานี้ออกแบบมาใช้กับนักสู้ที่มีร่างกายพิเศษ กระตุ้นเนื้อเยื่อกลายพันธุ์เพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ชั่วคราว”

“ชายคนนี้น่าจะมีปฏิกิริยาทางประสาทและการประสานกล้ามเนื้อที่เหนือกว่าคนทั่วไปเหมือนกับน้องเฉิน แม้จะยังไม่ถึงขีดจำกัดที่สาม แต่ด้วยยาก็น่าจะพุ่งไปถึงระดับนั้นได้ชั่วคราว”

เจ้าหน้าที่เฟิงรู้อยู่แก่ใจว่าเฉินชวนไม่ได้ใช้ยาใดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามปรามคำอธิบายของลูกน้อง

เฉินชวนเดินเข้ามาหาชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้า อีกฝ่ายดึงมีดสั้นสองเล่มจากเอวออกมา ใบมีดวาววับชวนให้หวาดหวั่นทั้งสองยืนนิ่งประจันหน้ากันชั่วครู่ก่อนจะพุ่งเข้าหากันในเวลาเดียวกัน!

ระหว่างที่เฉินชวนวิ่งเข้าไป ดาบยาวในมือก็ฟันลงมาก่อนชายร่างใหญ่นั้นกลับเบี่ยงหัวใช้ไหล่รับดาบอย่างจัง โดยปล่อยให้คมดาบฟันลงมาเต็มแรง ทว่าความรู้สึกที่ส่งผ่านมากลับพบว่ามีแรงต้านอยู่

ดวงตาเฉินชวนแวววับขึ้นเล็กน้อย ปกติแล้วพวกที่สวมชุดป้องกันหรือฝังร่างแฝง เขาฟันขาดในทีเดียวทุกคน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ดาบเขาหยุดได้ระหว่างฟัน

ตอนนี้ใบหน้าชายร่างใหญ่เต็มไปด้วยความดุร้าย ย่างเท้าเร็วขึ้นใช้แรงพุ่งจากร่างอันมหึมาผลักมีดสองเล่มแทงใส่เฉินชวน

เฉินชวนมองดูเขาพุ่งเข้ามา มือที่จับดาบกลับหมุนข้อมือขึ้น สันดาบยกขึ้นมาแนบไหล่ ด้ามดาบชี้ไปข้างหน้า ไหล่ก็พุ่งตามออกไป ด้านปลายของด้ามดาบกระแทกใส่หัวไหล่อีกฝ่ายก่อนที่ปลายมีดจะมาถึงทำให้อีกฝ่ายผงะไปข้างหลังทันที

เขาอาศัยแรงกระแทกหยุดตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าว บิดสะโพกหมุนข้อมือ ดาบพริ้วตามแรงดึงเฉียงไปทางล่างในแนวเฉียง กรีดผ่านลำคอของชายร่างใหญ่อย่างแม่นยำ

เสียง “ชวับ” ดังขึ้น หัวของชายผู้นั้นพุ่งออกไปทางด้านข้างก่อนตกกระแทกพื้นแล้วกระเด้งกระดอนไปอีกหลายจังหวะจึงหยุดนิ่ง

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 198 การสังหารฉับพลัน

คัดลอกลิงก์แล้ว