- หน้าแรก
- เส้นทางมหาเต๋าข้า เริ่มจากการตุ๋นมหาวิหคคุนเผิงกิน
- บทที่ 63 เซินกงเป้าผู้โชคร้าย
บทที่ 63 เซินกงเป้าผู้โชคร้าย
บทที่ 63 เซินกงเป้าผู้โชคร้าย
บทที่ 63 เซินกงเป้าผู้โชคร้าย
“ขอรับ ขอรับ ขอรับ! ฟังท่านสุนัขทุกอย่าง!”
“ท่านสุนัขให้เข้าก็เข้า ไม่ให้เข้าผู้น้อยก็ไม่เข้า! ต่อให้ตอนนี้อึจะติดอยู่ที่ปากทาง แต่ผู้น้อยก็จะฟังท่านสุนัข บีบมันให้ขาด!”
เซินกงเป้าสัมผัสได้ถึงอานุภาพของต้าไป๋ สามจิตเจ็ดวิญญาณต่างตกใจจนแทบจะแตกสลาย
ทันใดนั้นก็พูดจาเหลวไหล พูดคำหยาบคายไม่หยุด
ทำให้ต้าไป๋ขมวดคิ้ว
เจ้านี่ช่างน่ารังเกียจ ทำให้ท่านสุนัขเบื่ออาหาร ไม่อยากจะกินแล้ว!
ช่างเถิด ช่างเถิด ตบให้ตายไปเลยดีกว่า!
เซินกงเป้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของต้าไป๋ ขาทั้งสองข้างสั่นไม่หยุด!
ในเรือนน้อยเขาเหมยซาน หลินเซวียนถอนหายใจไม่หยุด
“เจ้าต้าไป๋นี่ ทำไมถึงวิ่งเล่นอีกแล้ว ข้ายังต้องไปตามหามัน... นี่...”
หลินเซวียนมีสีหน้าลำบากใจ
เขาจะบอกว่าเขากลัวต่อหน้าซีหวังหมู่ได้อย่างไร?
แต่ต้าไป๋ก็ต้องไปตามหา
โต่วเปาและจ้าวกงหมิงสบตากัน ส่งสัญญาณให้กัน
อาจารย์อา อาจารย์อากำลังบอกใบ้ให้พวกเราตามท่านสุนัขไป!
ความสามารถในการมโนของทั้งสองคนไม่แพ้เจิ้นหยวนจื่อและทงเทียนเจี้ยวจู่เลย ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าเข้าใจความหมายที่หลินเซวียนพูด
“ท่านอาจารย์อา ที่ว่ามีงาน ศิษย์ล้วนต้องทำ! พวกเราผู้น้อยอยู่ที่นี่ จะให้ท่านอาจารย์อาลำบากไปตามสุนัขเองได้อย่างไร?!”
จ้าวกงหมิงและนักพรตโต่วเปากล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ
“นี่จะดีรึ! พวกเจ้าเป็นแขกนะ!”
หลินเซวียนถอนหายใจ จากนั้นกล่าวอีกว่า:
“งั้นรีบไปรีบกลับ! อย่าเสียเวลา!”
หากพูดถึงความหน้าไม่อาย หลินเซวียนคงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า
ราชาอสูรเขาเหมยซานมีมากขนาดนี้ เขาหลินเซวียนกลัวว่าจะเป็นอาหารบนจานของราชาอสูร
แต่คนอื่นเป็นอาหารบนจาน ก็ไม่เกี่ยวกับหลินเซวียน ตายสหายไม่ตายข้า(ข้าไม่ตาย สหายตายแทน 555)
อย่างมาก วันเชงเม้งวันตวนอู่ ก็เผาของให้ผู้น้อยสองคนนี้เพิ่มหน่อย
ตอนมีชีวิต พวกเขาจนเกินไป ตายแล้ว อย่างน้อยก็ต้องเป็นเศรษฐีสักครั้ง
หลินเซวียนกังวลเรื่องต้าไป๋ ทำได้เพียง ‘ทนเจ็บ’ ให้คนซื่อบื้อสองคนไปตามหาต้าไป๋นอกเรือนน้อยเขาเหมยซาน
ทั้งสองคนรับคำสั่ง ทันใดนั้นก็มุ่งหน้าไปยังนอกเรือนน้อยเขาเหมยซาน
เซินกงเป้าไม่กล้าเข้าใกล้เรือนน้อยเขาเหมยซาน ดังนั้นจึงอยู่ห่างจากเรือนน้อยเขาเหมยซานไปไกลพอสมควร
แต่ทว่า ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่ระดับเซียนทองคำต้าหลัวขึ้นไปอย่างจ้าวกงหมิงและโต่วเปา ก็ใช้เวลาเพียงแค่หายใจเข้าออกครั้งเดียวก็ถึงแล้ว
“ท่านสุนัข!”
จ้าวกงหมิงและนักพรตโต่วเปาเห็นต้าไป๋ ต่างทำความเคารพอย่างนอบน้อม
ต้าไป๋มองค้อนทั้งสองคนแวบหนึ่ง ก็ไม่ได้พูดอะไร
ต้าไป๋คือสุนัขพันธุ์ทางที่หล่อเหลาและหยิ่งยโส หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าหลินเซวียน ต้าไป๋อาจจะกินจ้าวกงหมิงและนักพรตโต่วเปาไปแล้ว
นั่นเพราะในสายตาของต้าไป๋ คนเหล่านี้ก็เป็นแค่อาหารเท่านั้น
เซียนทองคำต้าหลัวอันใด กึ่งมหาปราชญ์อะไร มันก็เป็นแค่เรื่องตลก!
ต้าไป๋มองไปที่เซินกงเป้า เลียริมฝีปาก เผยรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจ
“เซินกงเป้า!”
จ้าวกงหมิงและนักพรตโต่วเปาเห็นคนที่ถูกต้าไป๋ตรึงอยู่กับที่
นี่ไม่ใช่เซินกงเป้า ศิษย์รุ่นที่สองของวังหยกอวี้ซวีหรอกรึ?
“ศิษย์พี่จ้าว ศิษย์พี่โต่วเปา!”
เซินกงเป้าเห็นทั้งสองคน ใบหน้าเผยความดีใจจนคลุ้มคลั่ง รีบตะโกนเรียก
“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
นักพรตโต่วเปาแม้จะถูกหลินเซวียนกระตุ้นพุทธะจิต แต่ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่แห่งลัทธิเจี๋ย ในทันที ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแผนการร้าย
“ข้า... ข้าก็แค่ขอยืมห้องส้วมเท่านั้น!”
เซินกงเป้ามีสีหน้าลำบากใจ
“บังอาจ!”
นักพรตโต่วเปาโกรธจัด ดวงตาถลึงใส่ ความกดดันสายหนึ่งกดทับไปยังเซินกงเป้า
เซินกงเป้าทันใดนั้นรู้สึกหวานที่คอ เกือบจะกระอักเลือดออกมา
นี่... นี่คืออานุภาพกึ่งมหาปราชญ์?
เซินกงเป้าเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
กึ่งมหาปราชญ์!
ในแดนบรรพกาลทั้งหมดมีกี่คนกันเชียว?
ล้วนเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งไร้ขอบเขต!
นักพรตโต่วเปาเป็นแค่ศิษย์รุ่นที่สองของลัทธิเจี๋ย ทำไมถึงเป็นกึ่งมหาปราชญ์ได้?
ช่างน่ากลัวจริงๆ!
เซินกงเป้าตกใจในใจ ร้องโอดครวญไม่หยุด
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบรึ? หากไม่สารภาพตามความจริง ข้าจะทำให้เจ้าวิญญาณแตกสลาย!”
นักพรตโต่วเปาเป็นกึ่งมหาปราชญ์ การจัดการเซียนทองคำไท่อี่ ย่อมง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
สง่างามน่าเกรงขาม ทำให้ผู้คนหวาดกลัว!
เซินกงเป้ามีสีหน้าโศกเศร้า
จบแล้ว! แย่แล้ว!
เซียนทองคำต้าหลัวขั้นสูงสุดคนหนึ่ง กึ่งมหาปราชญ์คนหนึ่ง และอีกตนหนึ่งที่อย่างน้อยก็ไม่ด้อยกว่ามหาปราชญ์
สุ่มมาคนหนึ่งก็สามารถบีบให้ตนเองตายได้
เขาเซินกงเป้ามีความสามารถอะไร ถึงจะหนีออกไปได้?
ซือจุน ท่านให้เจียงจื่อหยาได้รับบัญชาจากฟ้า ถือบัญชีสถาปนาเทพ แต่กลับให้ข้าทำภารกิจเช่นนี้
ท่านไร้เมตตา อย่าโทษข้าที่ไร้คุณธรรม!
เซินกงเป้าคิดซ้ำแล้วซ้ำอีก สุดท้ายถอนหายใจ กล่าวว่า:
“ศิษย์พี่โต่วเปาไว้ชีวิตด้วย... เป็นซือจุน ซือจุนให้ข้าแอบติดตามจ้าวกงหมิง...”
ทันใดนั้น เซินกงเป้าไม่มีทางเลือก สารภาพออกมาทั้งหมด
เซินกงเป้าคนนี้ หากพูดถึงพลัง ก็ไม่นับว่าแข็งแกร่งมากเกินไป
ห่างไกลจากความแข็งแกร่งของศิษย์ทองคำสิบสองคนของวังหยกคุนหลุนมาก แต่ละคนล้วนอยู่เหนือระดับเซียนทองคำ
แต่คนผู้นี้ลึกลับหายตัวได้ นิสัยฉลาดหลักแหลมอย่างยิ่ง
การติดตามจ้าวกงหมิงเซียนทองคำต้าหลัวนี้ กลับไม่ถูกค้นพบ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนผู้นี้
“หยวนสื่อเทียนจุน เหอะ! เป็นอาจารย์ลุงที่ดีของพวกเราจริงๆ!”
นักพรตโต่วเปากัดฟันกรอด ความโกรธในดวงตาราวกับจะพุ่งออกมา
“ในเมื่อคนผู้นี้มาถึงเรือนน้อยเขาเหมยซาน ย่อมมองเห็นเบาะแสของอาจารย์อาแล้ว จะปล่อยให้เขาจากไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฆ่าทิ้งเลยดีไหม?”
จ้าวกงหมิงสายตาเฉียบคมอย่างยิ่ง กล่าวกับนักพรตโต่วเปา
เซินกงเป้าได้ยินดังนั้น หัวใจที่ร้อนรุ่ม พลันเย็นลงเกินครึ่ง
“ที่นี่ใกล้เขาเหมยซานเกินไป หากตาย เกรงว่าหยวนสื่อเทียนจุนจะสงสัย แต่หากปล่อยคนผู้นี้ไป ก็กลัวว่าจะแพร่งพราย ท่านอาจารย์อาความสามารถสูงส่ง มหาปราชญ์อันใด ย่อมไม่น่ากลัว แต่ข้ากังวลว่า จะรบกวนการบำเพ็ญเพียรของท่าน...”
นักพรตโต่วเปาส่ายหน้า กล่าวกับจ้าวกงหมิง
“ในเมื่อกังวลว่าจะรบกวนการบำเพ็ญเพียรของเจ้านาย งั้นเรื่องนี้มอบให้ข้าจัดการ!”
ต้าไป๋ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา กัดเซินกงเป้าไว้ในปากทันที
เซินกงเป้าสัมผัสได้ถึงพลังแห่งมรรควิถีสายหนึ่ง จำกัดเขาไว้
นี่คือกฎที่มองไม่เห็น ทำให้เขาไม่มีทางพูดถึงเรื่องราวในเรือนน้อยเขาเหมยซานต่อหน้าคนนอก
เซินกงเป้ามีความรู้สึกว่า หากเขากล้าเปิดเผยร่องรอยของเรือนน้อยเขาเหมยซาน ทำสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเรือนน้อยเขาเหมยซาน
มรรควิถีฟ้าดินนั้น จะบดขยี้เขาให้เป็นผุยผง
นี่คือการเฝ้าระวังของฟ้าดินต่อเขา
นี่คือวิธีการอะไร?!
เซินกงเป้าทั้งร่างตกตะลึง
ยากที่จะควบคุมตนเองได้เลย
แม้แต่ซือจุนหยวนสื่อเทียนจุนของเขา ก็ไม่มีความสามารถเช่นนี้ใช่หรือไม่?
แต่ทว่า สุนัขพันธุ์ทางที่อยู่ตรงหน้า กลับมีความสามารถเช่นนี้ นั่นไม่ได้หมายความว่า สุนัขพันธุ์ทางตัวนี้ มีความสามารถเหนือมหาปราชญ์หรอกรึ?
อดไม่ได้ที่เซินกงเป้าจะตัวสั่น
เขาเหมยซานแห่งนี้ เป็นตัวตนแบบไหนกันแน่!
จ้าวกงหมิงและนักพรตโต่วเปามีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งยิ่งกว่า ย่อมมองออกถึงการจำกัดของมรรควิถีนี้
สายตาของทั้งสองคนตกตะลึง
ท่านสุนัขก็คือท่านสุนัข!
มีพลังเช่นนี้ เกรงว่าการกลืนกินฟ้าก็ยังง่ายดาย
สุนัขตัวหนึ่งของหลินเซวียนยังเก่งกาจถึงเพียงนี้ แล้วอาจารย์อาหลินเซวียนเล่า...
ทั้งสองคนส่ายหน้าไม่หยุด พูดได้ว่า พลังจำกัดจินตนาการของพวกเขา!
หลินเซวียนในขณะนี้จามออกมาทันที ของเหลวพุ่งออกจากตา หู จมูก ปาก เขาอดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า:
“ใครกำลังนึกถึงข้า? โธ่เอ๊ย พวกนี้ทำไมยังไม่กลับมา ทำให้ข้าใจร้อนจะตายอยู่แล้ว!”