- หน้าแรก
- เส้นทางมหาเต๋าข้า เริ่มจากการตุ๋นมหาวิหคคุนเผิงกิน
- บทที่ 44 เจิ้นหยวนจื่อแสดงความเคารพต่อท่านผู้อาวุโส
บทที่ 44 เจิ้นหยวนจื่อแสดงความเคารพต่อท่านผู้อาวุโส
บทที่ 44 เจิ้นหยวนจื่อแสดงความเคารพต่อท่านผู้อาวุโส
บทที่ 44 เจิ้นหยวนจื่อแสดงความเคารพต่อท่านผู้อาวุโส
มุ่งมั่นแสวงหาเต๋า อดทนพยายาม
ดวงตาของเจิ้นหยวนจื่อสว่างขึ้นเรื่อยๆ
ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนยังเป็นเช่นนี้ ข้าต้องการบรรลุมรรควิถีมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล ก็ควรจะเป็นเช่นนี้
ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ย่อมไม่ควรท้อแท้
ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนมองเห็นความสับสนในใจของข้า จึงจงใจชี้แนะข้า
“ศิษย์น้องหลินเซวียน ขอบคุณที่ชี้แนะ!”
เจิ้นหยวนจื่อสะบัดชายเสื้อยาว โค้งคำนับหลินเซวียน กล่าวอย่างนอบน้อม
หลินเซวียน: ????
ขอบคุณข้าเรื่องอะไร?
หลินเซวียนตกตะลึง
ดูท่าศิษย์พี่เจิ้นหยวนผู้นี้ ก็มีปัญหาเหมือนกัน! แถมยังป่วยหนักด้วย!
“ได้ยินว่าในโลกนี้ มีของวิเศษสองอย่างคือผลโสมคนและลูกท้อสวรรค์ กินแล้วสามารถทำให้คนเป็นเซียนได้ทันที หากข้าสามารถได้ของวิเศษเช่นนี้ จะดีเพียงใด!”
หลินเซวียนนึกถึงผลโสมคนและลูกท้อสวรรค์ที่เห็นในนิยายแดนบรรพกาลในภพก่อน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาในใจ
คำพูดนี้ของหลินเซวียนออกมา ทุกคนในเรือนน้อยเขาเหมยซานก็สงสัยเล็กน้อย
ไม่ใช่ว่าสนับสนุนให้พวกเราทำอะไรอย่างมั่นคงหรอกหรือ?
ทำไมตอนนี้ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนถึงบอกว่าจะใช้ทางลัดเป็นเซียนทันที?
ในดวงตาของเจิ้นหยวนจื่อมีแสงสว่างวาบ ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง ส่งกระแสจิตบอกทุกคนว่า:
“ข้าเข้าใจแล้ว! ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนมองออกว่าในใจข้ามีสิ่งที่ปรารถนา แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก ดังนั้นท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนจึงจงใจพูดถึงผลโสมคน ให้ข้ามอบผลโสมคน ถือเป็นของตอบแทนที่ช่วยไขข้อสงสัยให้ข้า”
“การเปิดเผยความลับแห่งสวรรค์ เดิมทีนับเป็นความผิดใหญ่หลวง ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนมีพลังไม่ธรรมดา เหนือกว่าปรมาจารย์แห่งมรรคย่อมเป็นไปได้มาก ผู้ยิ่งใหญ่อย่างท่านผู้อาวุโสหลินเซวียน ย่อมสามารถแบกรับผลกรรมเช่นนี้ได้ แต่คนกระจอกอย่างข้าที่แม้แต่ระดับมหาปราชญ์ก็ยังไม่ใช่ ย่อมยากที่จะแบกรับผลกรรมอันยิ่งใหญ่เช่นนี้”
“ความหมายของท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนคือ ให้ข้าส่งของขวัญ! เพื่อชดใช้ผลกรรมนี้!”
เจิ้นหยวนจื่อดวงตาสว่างไสว มุมปากยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
ข้าฉลาดเกินไปแล้ว!
เจิ้นหยวนจื่อรู้สึกชื่นชมตนเองไปชั่วขณะ
เอ่อ... ต่อไปข้าไม่ชื่อเจิ้นหยวนจื่อแล้ว เปลี่ยนชื่อเป็นต้าชงหมิง(ฉลาดมาก)ดีกว่า...
“สหายเต๋าเจิ้นหยวนจื่อฉลาดจริงๆ! ทุกคำพูดและการกระทำของท่านผู้อาวุโสหลินเซวียน ล้วนมีความหมายลึกซึ้ง นี่คือตั้งใจจะไขข้อสงสัยให้ท่าน ช่วยให้ท่านบรรลุเต๋า สหายเต๋าเจิ้นหยวนจื่อ! ยินดีด้วย ยินดีด้วย!”
ทงเทียนเจี้ยวจู่ตบต้นขา กล่าวอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง
เหล่าเซียนในเขาเหมยซาน พลันเข้าใจทันที
สายตาที่มองหลินเซวียน เริ่มเต็มไปด้วยความนับถือ
สมกับเป็นยอดคน ทุกคำพูดและการกระทำ ล้วนเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง ทำให้คนคาดเดาไม่ได้
หากหลินเซวียนรู้ความจริงคงพูดว่า: ข้าหลินเซวียนมีคุณธรรมความสามารถอันใด ถึงได้เจิ้นหยวนจื่อและทงเทียนเจี้ยวจู่ที่เป็นเหมือน ‘ฮกหลงและบังทอง’ เวอร์ชั่นสเปคสูงแห่งแดนบรรพกาลนี้เป็นสหาย?
ทันใดนั้น เจิ้นหยวนจื่อก็หัวเราะแหะๆ หันหลังกลับ แสร้งทำเป็นค้นหาในตัว แต่แท้จริงแล้วได้ใช้วิชาจักรวาลในแขนเสื้อ
เมื่อเจิ้นหยวนจื่อหันกลับมา สองมือก็ประคองผลไม้ที่ใสกระจ่างผลหนึ่ง
ผลไม้นี้ขาวเนียน ภายนอกดูเหมือนไข่ต้มปอกเปลือก
ทั้งผลดูเหมือนเด็กทารกคนหนึ่ง ใบหน้ามองเห็นได้ชัดเจน
นี่คือผลโสมคน
และผลในมือของเจิ้นหยวนจื่อนี้ คือผลชั้นเลิศบนต้นผลโสมคน
ผลโสมคน เก้าพันปีสุกหนึ่งครั้ง ดมกลิ่นผลโสมคน ก็จะมีอายุยืนสามร้อยหกสิบปี กินหนึ่งผล บรรลุเป็นเซียนทันที จากนั้นก็จะมีอายุยืนสี่หมื่นเจ็ดพันปี
“ศิษย์น้องหลินเซวียน พบกันครั้งแรก ศิษย์พี่ก็ไม่ได้เตรียมอะไรมา เมื่อก่อนข้าท่องไปทั่วหล้า เคยมีวาสนาได้รับผลโสมคนมาผลหนึ่ง ขอศิษย์น้องหลินเซวียนโปรดรับไว้!”
เจิ้นหยวนจื่อมีสีหน้าประจบประแจง ยกมือขึ้น ส่งผลโสมคนไปตรงหน้าหลินเซวียน
หลินเซวียนได้ยินดังนั้น รีบวางพู่กันในมือลง
พิจารณาอย่างละเอียด!
บัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ช่วงสร้างรากฐานแล้ว ย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณที่แฝงอยู่ในผลโสมคน
ของสิ่งนี้ไม่ธรรมดา!
“ผลโสมคนจริงๆ รึ? สวรรค์ช่วย...”
หลินเซวียนกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ได้ๆๆ ผลโสมคนมีเฉพาะที่ต้นผลโสมคนในอารามหวู่จวง ภูเขาว่านโซ่ว ทวีปซีหนิวเฮ่อโจว ที่เจิ้นหยวนจื่อดูแลอยู่เท่านั้น มีเพียงที่เดียวในฟ้าดิน สรรพคุณทางยา ยิ่งกว่าลูกท้อสวรรค์ของเหยาจื่อหวังหมู่เสียอีก”
(เหยาจื่อหวังหมู่ แปลว่าพระแม่เจ้าแห่งสระหยก อีกชื่อหนึ่งของซีหวังหมู่)
“ของล้ำค่าเช่นนี้ หากศิษย์พี่เจิ้นหยวนกินเอง เกรงว่าจะได้เป็นเซียนทันที วาสนาการเป็นเซียนเช่นนี้ ให้ข้า... ไม่มีผลงานไม่รับรางวัล ข้ารู้สึกละอายใจ!”
หลินเซวียนในที่สุดก็ยังมีมโนธรรมอยู่บ้าง รู้สึกว่าการแบมือขอเช่นนี้ เอาของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ช่างไม่เหมาะสมจริงๆ
ส่ายหัวราวกับกลองป๋องแป๋ง แต่ดวงตาทั้งสองข้าง กลับจ้องมองผลโสมคนในมือของเจิ้นหยวนจื่อตาไม่กะพริบ
ไม่มีผลงานไม่รับรางวัล—
ประโยคนี้ตกถึงหูของเจิ้นหยวนจื่อ ยิ่งรู้สึกว่าตนเองคาดเดาไม่ผิด
หลินเซวียนต้องการให้ตนเองแลกเปลี่ยนสิ่งของ ใช้ผลโสมคนตัดขาดผลกรรมที่หลินเซวียนเปิดเผยความลับแห่งสวรรค์
แต่คำพูดของหลินเซวียน กลับทำให้เจิ้นหยวนจื่อลำบากใจ
เขาเกือบจะลืมไปแล้ว—
ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนในตอนนี้ เป็นเพียงปุถุชนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน
“เฮ้อ ศิษย์น้องเอ๋ย! ศิษย์พี่ไร้ความสามารถ เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตผ่านด่านเคราะห์ สิ่งที่เรียกว่าเป็นเซียน ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น”
“ศิษย์พี่กำลังเตรียมตัวรับการทดสอบจากสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ผ่านด่านเคราะห์ หากกินผลโสมคนนี้เข้าไป เกรงว่าสายฟ้าเทพจะผ่าลงมาทันที กลายเป็นเถ้าธุลี การกินผลโสมคนเป็นเซียน ไม่ใช่สิ่งที่ข้าปรารถนา การผ่านด่านเคราะห์เป็นเซียน นี่ต่างหากคือสิ่งที่ข้าแสวงหา!”
เจิ้นหยวนจื่อกลอกตา บนใบหน้าเริ่มเผยสีหน้าทุกข์ระทม ทุบอกชกตัวกล่าว
หลินเซวียนได้ยินดังนั้น ก็ยกนิ้วโป้งให้เจิ้นหยวนจื่อทันที
ใจกว้าง สมกับเป็นผู้บำเพ็ญเซียน!
ทวนลิขิตสวรรค์ ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเรา เป็นเซียนทันที จะมีค่าอะไร?
จะต้องสู้กับคน สู้กับเซียน สู้กับฟ้า ความสุขไม่มีที่สิ้นสุด!
หลินเซวียนมองใบหน้าที่แน่วแน่ของเจิ้นหยวนจื่อ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกนับถือ
แต่นับถือส่วนนับถือ ตนเองกลับไม่อยากเหมือนคนที่มีแนวโน้มชอบทำร้ายตัวเองเช่นนี้
สามารถนั่งกินนอนกิน ได้มาโดยไม่ต้องลงแรง มันไม่หอมหวานกว่ารึ?
หลินเซวียนยื่นมือออกไป ถอนหายใจยาวกล่าวว่า:
“ในเมื่อศิษย์พี่มีปณิธานอันยิ่งใหญ่ งั้นศิษย์น้องก็ขอน้อมรับด้วยความยินดี เอาอย่างนี้ ศิษย์พี่ท่านว่ามา! ขอเพียงศิษย์น้องช่วยได้ จะทุ่มเทสุดกำลังแน่นอน!”
หลินเซวียนใช้สองมือรับผลโสมคนอย่างระมัดระวัง กลัวว่าผลไม้นี้จะตกลงพื้น
“เล่ากันว่าต้นผลโสมคนคือตาของเส้นชีพจรแห่งปฐพี ต้นผลโสมคนยิ่งเป็นแก่นแท้ในหมู่แก่นแท้ ดังนั้นผลโสมคนห้ามตกพื้น หรือสัมผัสกับดินไม้หินเด็ดขาด มิเช่นนั้น จะหายไปทันที กลับคืนสู่เส้นชีพจรแห่งปฐพี”
“มีเพียงผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจิ้นหยวนจื่อที่มีคัมภีร์โลกเท่านั้น ที่จะครอบครองต้นผลโสมคนได้ วันนี้ ข้ามีลาภปากแล้ว!”
หลินเซวียนพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เจิ้นหยวนจื่ออยู่ใกล้หลินเซวียนที่สุด ย่อมได้ยินคำพึมพำของหลินเซวียน
ในชั่วขณะนี้ บนใบหน้าของเจิ้นหยวนจื่อมีความตกใจเล็กน้อย
เรื่องผลโสมคน แม้ภายนอกจะเล่าลือกันไปทั่ว แต่เขาไม่เคยบอกใครว่าเกิดจากเส้นชีพจรแห่งปฐพี
แต่ท่านผู้อาวุโสหลินเซวียนกลับรู้ ท่านผู้อาวุโสช่างมีอิทธิฤทธิ์กว้างขวางจริงๆ ยังบอกว่าตนเองไม่ใช่ยอดคนอีก!
“ดี ดี ดี ศิษย์น้องมีน้ำใจเช่นนี้ ศิษย์พี่ก็พอใจแล้ว ศิษย์พี่ไม่มีคำขออื่น เพียงแต่สนใจเรื่องราวของเทพนิยายเซียนมาตั้งแต่เด็ก ได้ยินว่าศิษย์น้องรู้เรื่องเทพนิยายเหล่านี้ดีที่สุด อยากจะขอให้ศิษย์น้องเล่าเรื่องให้ข้าฟังอีกสักหน่อย!”
เจิ้นหยวนจื่อได้ยินหลินเซวียนบอกว่ายินดีช่วยตนเอง ก็ยิ้มแก้มปริ
ผ่านความยากลำบาก ตนเองแสวงหามรรควิถีมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลมาหลายปี ในที่สุดก็มีความหวังแล้ว!