- หน้าแรก
- เส้นทางมหาเต๋าข้า เริ่มจากการตุ๋นมหาวิหคคุนเผิงกิน
- บทที่ 14 มหาเคราะห์กรรม อาจเกิดความผันผวน! สองมหาปราชญ์ตกตะลึง!
บทที่ 14 มหาเคราะห์กรรม อาจเกิดความผันผวน! สองมหาปราชญ์ตกตะลึง!
บทที่ 14 มหาเคราะห์กรรม อาจเกิดความผันผวน! สองมหาปราชญ์ตกตะลึง!
บทที่ 14 มหาเคราะห์กรรม อาจเกิดความผันผวน! สองมหาปราชญ์ตกตะลึง!
ทงเทียนเจี้ยวจู่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เริ่มรู้สึกอยากหมดสติแล้ว
ทุกคนตกใจ!
มหาปราชญ์เมาแล้วรึ?
เป็นไปได้อย่างไรกัน? ทงเทียนเจี้ยวจู่ผู้เป็นหนึ่งในสามบริสุทธิ์ คือการมีอยู่ของผานกู่ที่แยกออกมาจากจิตวิญญาณดั้งเดิม จะเมาได้อย่างไร?! นี่...
ทุกคนตกใจจนแทบสิ้นสติ อ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
“น้องชายเอ๋ย! พี่ชายในใจขมขื่นนัก!”
ทงเทียนเจี้ยวจู่เงยหน้าขึ้นร้องโหยหวน ใบหน้าเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา ตบไหล่หลินเซวียน แล้วตะโกนด้วยความมึนเมา
“แคร้ง!”
ชามในมือของจ้าวกงหมิงร่วงลงพื้น
นี่คือซือจุนทงเทียนเจี้ยวจู่? หนึ่งในสามบริสุทธิ์?
เมาอาละวาด!?
ไม่ไกลจากเขาเหมยซาน ศิษย์รับใช้ปิงหั่วมีสีหน้าหวาดกลัว ตบหน้าอกไม่หยุด หายใจหอบถี่ แล้วกล่าวว่า:
“โชคดีที่หนีเร็ว มิเช่นนั้น...”
“โฮ่งๆๆ...”
บนพื้นดินที่อยู่ไกลออกไป มีเสียงสุนัขเห่าดังมา
ศิษย์รับใช้ปิงหั่วก้มลงมอง ก็เห็นสุนัขขาวตัวหนึ่ง
“เจ้าสุนัขบ้านตัวเล็กจ้อย กล้าเห่าใส่ข้าที่เป็นเซียนทองคำต้าหลัวรึ? รนหาที่ตาย!”
ศิษย์รับใช้ปิงหั่วกำลังโกรธ เมื่อเห็นต้าไป๋ ก็ยิ่งโกรธขึ้นมาทันที
“หาที่ตาย? ท่านสุนัขผู้นี้หิวแล้ว!”
ต้าไป๋เผยรอยยิ้มเย็นชา
เป็นเพราะเจ้า ที่เกือบจะทำให้นายของข้าไม่สามารถสัมผัสชีวิตปุถุชนได้!
“เจ้าพูดได้รึ? ไม่ใช่สุนัขบ้าน?”
ศิษย์รับใช้ปิงหั่วชะงักไป
พริบตาต่อมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้าใส่
พลังกลืนกินฟ้าดินพุ่งเข้ามาหา ศิษย์รับใช้ปิงหั่วได้สติกลับมา ก็ไม่เห็นฟ้าดินอีกต่อไป เห็นเพียงปากสุนัขที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...
ขนทั่วร่างของศิษย์รับใช้ปิงหั่วลุกตั้งชัน คิดอยากจะหนี
แต่บัดนี้ ระดับเซียนทองคำต้าหลัวของเขาได้หายไปในพริบตา แม้แต่แรงที่จะขยับนิ้วก็ไม่มี
“มหาปราชญ์ช่วยข้าด้วย!”
ศิษย์รับใช้ปิงหั่วขยับไม่ได้ ด้วยความตกใจ จึงร้องอุทานออกมา
“ฟิ้ว!”
แสงสีเขียวสายหนึ่งพุ่งผ่าน
นี่คือไม้ไผ่สีเขียว เปล่งประกายสีเขียวอ่อน มันคือไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ สมบัติวิญญาณเสียนเทียนชั้นเลิศที่จุนถีเต้าเหรินมอบให้ศิษย์รับใช้ปิงหั่ว
ของสิ่งนี้คือของที่มหาปราชญ์ถือครอง สามารถผนึกประสาทสัมผัสทั้งหกของผู้คน ทำให้ถูกเชือดเฉือนตามใจชอบ ตอนภายหลังในมหาสงครามสถาปนาเทพ จุนถีเต้าเหรินสั่งให้ศิษย์รับใช้ปิงหั่วใช้ไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ทำให้อู๋อวิ๋นเซียนคืนร่างเดิมเป็นเมฆดำ
ต่อมา ของสิ่งนี้ยังปรากฏจากมือของจุนถีเต้าเหริน เคยต้านอวี่กู่ของทงเทียนเจี้ยวจู่ได้อย่างง่ายดาย ทำให้ไม่สามารถเข้าใกล้ได้
(อวี่กู่ คือเครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบของจีนชนิดหนึ่งเหมือนกับฉาบหรือฉิ่ง มีรูปร่างคล้ายปลา ทำจากไม้ไผ่)
สมบัติวิญญาณเสียนเทียนชั้นเลิศนั้นหายาก นับเป็นของศักดิ์สิทธิ์ในแดนบรรพกาล หายากอย่างยิ่ง
แต่ละชิ้นล้วนมีอานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดิน
ถังทองคำบรรพกาลก็เป็นเช่นนั้น ไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ก็เป็นเช่นนั้น
ศิษย์รับใช้ปิงหั่วร้องตะโกน ไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ก็พุ่งออกมา พลังลึกลับสายหนึ่งพวยพุ่งทะยาน ดูเหมือนจะตัดขาดประสาทสัมผัสของผู้คน
“บังอาจ! กล้าทำร้ายศิษย์รับใช้ของข้า!”
ในไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ แฝงด้วยจิตวิญญาณของจุนถีเต้าเหริน เมื่อปรากฏตัวขึ้น ทั่วฟ้าดินก็มีเสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดของจุนถีเต้าเหริน
“หืม? เจ้าชื่อจุนถี? มหาปราชญ์ที่อ่อนแอถึงเพียงนี้ กล้ามาโอ้อวดต่อหน้าท่านสุนัขรึ!”
เสียงของต้าไป๋เย็นยะเยือก แฝงด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย
ปากสุนัขที่กลืนกินฟ้าดิน ดูดเข้าไปอย่างรุนแรง!
กลืนกินศิษย์รับใช้ปิงหั่วและไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์เข้าไปในปากทันที
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องของศิษย์รับใช้ปิงหั่วหยุดลง
จิตวิญญาณของจุนถีเต้าเหรินที่แฝงอยู่ เดิมทีสามารถสังหารเซียนทองคำต้าหลัวได้อย่างง่ายดาย แต่ต่อหน้าต้าไป๋ ได้มลายหายไปในพริบตา
“กร๊อบๆ!”
ต้าไป๋เคี้ยวไม่หยุด แล้วคายไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ออกมา มุมปากยังมีเลือดของศิษย์รับใช้ปิงหั่วไหลย้อย
“อะไรกัน? ต่อให้จุนถีมาด้วยตนเอง หากกล้าล่วงเกินเจ้านาย ท่านสุนัขก็จะกลืนเจ้าลงท้อง!”
ต้าไป๋แค่นเสียงเย็นชา คาบไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ แล้วเดินจากไป
โลกสุขาวดีตะวันตก แสงสีทองห้อมล้อม
“ผู้ยิ่งใหญ่คนไหน? กล้าทำลายจิตวิญญาณของข้า!”
จุนถีเต้าเหรินประทับอยู่บนบัลลังก์ดอกบัว ใบหน้าที่เดิมทีสงบนิ่ง ได้เผยให้เห็นความประหลาดใจเล็กน้อย
“ศิษย์น้อง เป็นอะไรไป?”
เจียหยิ่นเต้าเหรินค่อยๆ ลืมตาขึ้น มหาปราชญ์ไม่แสดงความรู้สึกทางสีหน้า เรื่องใดกันที่ทำให้ศิษย์น้องที่บรรลุเป็นมหาปราชญ์มานานหลายปีเสียอาการถึงเพียงนี้?
“ข้าเคยชักนำปรมาจารย์อสูรคุนเผิง ให้เป็นผู้พิทักษ์ของแดนประจิมในภายหลัง แต่เขาตายไปเมื่อหลายวันก่อน จากนั้นข้าก็ให้ลิงขาวหยวนหงบนเขาเหมยซานไปสืบสวนเรื่องนี้ ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน ก็ไม่มีข่าวคราว”
“ข้าจึงส่งศิษย์รับใช้ปิงหั่วถือไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ไปตามหาหยวนหง แต่เมื่อครู่นี้ ศิษย์รับใช้ปิงหั่วตายแล้ว! แม้แต่จิตวิญญาณของข้าที่แฝงอยู่ในไม้ไผ่หกรากบริสุทธิ์ก็ถูกทำลายสิ้น”
จุนถีเต้าเหรินขมวดคิ้ว สีหน้าเผยความประหลาดใจ แล้วกล่าวขึ้น
“สามารถทำลายจิตวิญญาณของเจ้าได้รึ? หรือว่าเป็นกึ่งมหาปราชญ์?”
“ดูท่าเขาเหมยซาน จะมีความผันผวนที่สามารถทำลายมหาเคราะห์กรรมสถาปนาเทพได้”
เจียหยิ่นเต้าเหรินกล่าวขึ้น ดูเหมือนจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง
สองมหาปราชญ์แห่งแดนประจิม ล้วนเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการวางแผน
บัดนี้ลัทธิประจิมแห้งแล้ง สองมหาปราชญ์วางแผนมานับหมื่นปี เพื่อให้ลัทธิประจิมผงาดขึ้นในมหาสงครามสถาปนาเทพ
หากพูดถึงพลังอำนาจ สองมหาปราชญ์เป็นรองในบรรดามหาปราชญ์ทั้งหก
แต่หากพูดถึงการวางแผนและกลอุบาย เกรงว่าสิบทงเทียนเจี้ยวจู่รวมกันก็ยังไม่สามารถสู้สองมหาปราชญ์ได้
ก่อนอื่นคือสถาปนาเทพ ต่อมาคือการเดินทางสู่ตะวันตก สองมหาปราชญ์วางแผนเพื่อลัทธิประจิมไว้มากมาย!
“เช่นนั้น หากหยวนหงเกิดความผันผวน ศิษย์ลัทธิฉานอย่างหยางเจี้ยนก็คงจะเกิดความผันผวนในชะตาด้วย คนผู้นี้สามารถบรรลุเป็นเซียนด้วยร่างกาย เป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ของลัทธิฉาน หยวนสื่อเทียนจุนคงไม่นิ่งดูดาย พวกเราไปที่ลัทธิฉานกันเถิด เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของลัทธิประจิมเท่านั้น หยวนสื่อเอ๋ย... ฮ่าฮ่า เจ้าคงมิอาจอยู่นิ่งเฉยได้!”
“เจ้าจงไปตามหาอาจารย์อู๋เฉา ลู่หยา ให้ออกมาสืบสวนที่เขาเหมยซานให้ดี คนผู้นี้เป็นกึ่งมหาปราชญ์ ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิญญาณหรือพลังบำเพ็ญเพียร ล้วนไร้เทียมทานใต้ระดับมหาปราชญ์ เมื่อคนผู้นี้ลงมือ ความผันผวนบนเขาเหมยซานย่อมสงบลงได้!”
เจียหยิ่นเต้าเหรินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวกับจุนถีเต้าเหริน
“ได้! แบ่งกำลังเป็นสองทาง นักพรตลู่หยาไปเขาเหมยซาน! พวกเราไปรวมกับหยวนสื่อเทียนจุน ศิษย์พี่ แผนการนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
จุนถีเต้าเหรินโค้งคำนับเจียหยิ่นเต้าเหริน แล้วกล่าวอย่างนอบน้อม
ในเรือนน้อยเขาเหมยซาน
ทงเทียนเจี้ยวจู่ร้องไห้โฮ ดื่มสุราไปชามแล้วชามเล่า
“น้องชายเอ๋ย...”
“พี่ใหญ่ว่ามา!”
หลินเซวียนเห็นทงเทียนเจี้ยวจู่เมาแล้ว ก็ไม่ได้พูดอะไร ดื่มสุราของตนเองต่อไป
แต่คนอื่นๆ ไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
“เจ้ารู้จักทงเทียนเจี้ยวจู่หรือไม่?”
ทงเทียนเจี้ยวจู่พลันเงยหน้าขึ้น แล้วถามหลินเซวียน
ซีหวังหมู่และคนอื่นๆ ตกใจ!
มหาปราชญ์เมาจนไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วรึ!
นี่จะไม่ทำลายการสัมผัสชีวิตปุถุชนของท่านผู้อาวุโสหรือไง?
ไม่ได้การแล้ว!
“หนึ่งในสามบริสุทธิ์ ข้ารู้จักแน่นอน ฮ่าฮ่า ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น มหาเคราะห์กรรมเทพปีศาจ มหาเคราะห์กรรมสถาปนาเทพ หรือแม้แต่มหาเคราะห์กรรมในภายหลัง โลกนี้ แดนบรรพกาลนี้ ไม่มีใครคุ้นเคยกับกาลเวลาอันยาวนานนี้เท่าข้าอีกแล้ว!”
หลินเซวียนยิ้มบางๆ ดื่มสุราในมือจนหมดจอก
เมื่อพูดประโยคนี้จบ!
ทุกคนมองหลินเซวียนด้วยความตกตะลึง
ไม่เคยมีใครพูดเช่นนี้มาก่อน นี่ช่างยิ่งใหญ่ถึงเพียงใด!
ท่านผู้อาวุโสกำลังจะเปิดเผยตัวตนแล้วรึ?
ในชั่วขณะนี้ ในสายตาของทุกคนราวกับปรากฏภาพการกำเนิดของจักรวาล การหมุนเวียนของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ การไหลผ่านของกาลเวลา ชั่วนิรันดร์...
ส่วนหลินเซวียนดื่มสุราของตนเองอย่างสงบ ไม่ว่าฟ้าดินจะล่มสลาย ข้าก็ยังคงอยู่!