- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุคบรรพกาล ตี้จวิ้นคนนี้ขอแค่มีชีวิตรอด
- บทที่ 160 ราชโองการแห่งพระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์คือบัญชาสูงสุดแห่งหงฮวง, เจ้าจงปฏิบัติตามเสียเถิด
บทที่ 160 ราชโองการแห่งพระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์คือบัญชาสูงสุดแห่งหงฮวง, เจ้าจงปฏิบัติตามเสียเถิด
บทที่ 160 ราชโองการแห่งพระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์คือบัญชาสูงสุดแห่งหงฮวง, เจ้าจงปฏิบัติตามเสียเถิด
บทที่ 160 ราชโองการแห่งพระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์คือบัญชาสูงสุดแห่งหงฮวง, เจ้าจงปฏิบัติตามเสียเถิด
ตั้งแต่ตอนที่ตี้จวินและลี่พร้อมกลุ่มมนุษย์เดินทางมายังชนเผ่าทิงเฟิง ลี่ได้ส่งคนล่วงหน้ามารายงานให้หัวหน้าเผ่าและผู้อาวุโสทราบก่อนแล้ว เพื่อให้ออกมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
ดังนั้นเมื่อตี้จวินมาถึงชนเผ่าทิงเฟิง หัวหน้าเผ่าทิงเฟิงพร้อมด้วยผู้อาวุโสและระดับสูงของเผ่าจึงมารอรับอยู่ที่หน้าทางเข้าชนเผ่าเรียบร้อยแล้ว
"ทิงเฟิง หัวหน้าชนเผ่าทิงเฟิง นำผู้อาวุโสและระดับสูงของชนเผ่า ขอต้อนรับท่านผู้สูงศักดิ์!"
วินาทีที่ได้เห็นตี้จวินทั้งสาม ทิงเฟิงสะดุ้งเฮือก แววตาเต็มไปด้วยความยำเกรง
ปัจจุบัน ทิงเฟิงมีตบะอยู่ในระดับจินเซียนขั้นปลาย และเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชนเผ่าทิงเฟิง
แต่เพราะทิงเฟิงแข็งแกร่งพอ เขาจึงยิ่งมองเห็นความน่าสะพรึงกลัวของตี้จวินทั้งสามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ไม่ต้องพูดถึงตี้จวิน ทิงเฟิงมองไม่ออกเลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับซีเหอและฉางซี เขาพอจะมองออกบ้างอย่างเลือนราง
ไม่ใช่ว่าทิงเฟิงสามารถใช้ตบะระดับจินเซียนมองทะลุซีเหอและฉางซีที่มีตบะระดับจอมปราชญ์ขั้นสูงสุดได้ แต่เป็นเพราะซีเหอและฉางซีไม่ได้จงใจปิดบังกลิ่นอายของตนเอง
ดังนั้นเพียงแค่ทิงเฟิงลองสัมผัสดู เขาก็รู้สึกถึงความหวาดกลัวเหมือนมดปลวกที่พยายามวัดขนาดของกาแล็กซีทางช้างเผือก
ส่วนตี้จวินนั้น เป็นตัวตนที่อยู่เหนือขอบเขตการรับรู้ของมดปลวกไปไกลโข เรียกได้ว่า หลุดโลก ไปแล้ว
แต่ทิงเฟิงไม่ได้โง่ เมื่อเขาเห็นว่าซีเหอและฉางซีแสดงท่าทีเคารพตี้จวินอย่างชัดเจน เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่า ตี้จวินคือผู้ที่ร้ายกาจที่สุดในสามคนนี้
ตี้จวินสะบัดมือเบาๆ ช่วยประคองทุกคนให้ลุกขึ้น แล้วยิ้มบางๆ "ไม่ต้องมากพิธี อย่าถือสาที่ข้ามาบกรุกพวกเจ้าก็พอแล้ว"
ทันใดนั้น ชาวเผ่าทิงเฟิงทุกคนต่างรู้สึกอบอุ่นราวกับถูกสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน
"ท่านผู้สูงศักดิ์มาเยือน ถือเป็นเกียรติของชนเผ่าทิงเฟิง จะกล้ากล่าวว่าบุกรุกได้อย่างไรขอรับ"
ทิงเฟิงรีบตอบกลับอย่างนอบน้อม
ตี้จวินพยักหน้า จากนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ จุดสูงสุดกลางชนเผ่า
"นั่นคือหนี่วา?"
คำพูดของตี้จวินทำให้ชาวเผ่าทิงเฟิงหน้าเปลี่ยนสีกันถ้วนหน้า
ในยามนี้เผ่ามนุษย์เพิ่งถือกำเนิดได้ไม่ถึงหนึ่งหยวนฮุ่ย เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาเทิดทูนบูชาหนี่วามากที่สุด การที่ตี้จวินเรียกชื่อ "หนี่วา" ห้วนๆ โดยไม่มีคำยกย่อง ย่อมทำให้ชาวเผ่าทิงเฟิงโกรธเคืองเป็นธรรมดา
"แม้ท่านผู้สูงศักดิ์จะมีฐานะสูงส่ง แต่เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเป็นถึงนักบุญแห่งเทียนเต๋า โปรดระวังวาจาด้วยขอรับ"
ตี้จวินกวาดตามองทิงเฟิงแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้า "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะเรียกหนี่วามาพบข้าเดี๋ยวนี้!"
กล่าวจบ ตี้จวินก็สะบัดมือ กฎแห่งฟ้าดินหมุนวน พลังเวทย์พลุ่งพล่าน
ณ วังวาหวงอันไกลโพ้น หนี่วาสัมผัสได้ทันที เมื่อใช้นิ้วคำนวณ นางก็หน้าซีดเผือด
"พระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์!"
โดยไม่ลังเล หนี่วารีบใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ปรากฏกายขึ้นที่ชนเผ่าทิงเฟิงในทันที
เมื่อหนี่วาปรากฏตัว ชาวเผ่าทิงเฟิงทุกคนต่างตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
"เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์! เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์เสด็จมา!"
"คนผู้นี้เป็นใครกัน ถึงกับสามารถสั่งการเจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้!"
"แย่แล้ว แย่แล้ว เป็นเพราะพวกเราพูดจาล่วงเกิน ทำให้คนผู้นี้พาลไปลงที่เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า พวกเราทำบาปมหันต์แล้ว!"
"อย่าเพิ่งตื่นตูม ข้าสังเกตดูท่าทีของคนผู้นี้ตอนมาถึงก็ดูเป็นมิตรดี ไม่น่าจะมาหาเรื่องนะ"
"แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็เป็นพวกเราที่นำความเดือดร้อนมาสู่เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์!"
แม้ชาวเผ่ามนุษย์จะกระซิบกระซาบกันเสียงเบา แต่ระดับตี้จวิน หนี่วา ซีเหอ และฉางซี ซึ่งเป็นยอดฝีมือสูงสุดแห่งหงฮวง มีหรือที่จะไม่ได้ยิน
ตี้จวินถอนหายใจ ไม่ได้ตำหนิหนี่วาโดยตรง
"หนี่วา ได้ยินคำพูดของมนุษย์เหล่านี้ไหม ในใจของเจ้า มีความรู้สึกไหวหวั่นบ้างหรือไม่?"
หนี่วามองตี้จวินด้วยความงุนงงเล็กน้อย
สาเหตุที่นางรีบแจ้นมา ก็เพราะรู้ว่าตี้จวินมาที่ชนเผ่าทิงเฟิง และเพราะคำพูดของทิงเฟิง ตี้จวินจึงเรียกนางมา
แม้หนี่วาจะไม่ค่อยพอใจ แต่ใครใช้ให้ตี้จวินแข็งแกร่งกว่านางเล่า นางจะกล้าขัดขืนได้อย่างไร
ตี้จวินมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งถึงความคิดของหนี่วา เขาได้แต่ส่ายหน้า "เจ้านี่นะ ไม่เข้าใจหน้าที่ของคนเป็นแม่เลยสักนิด"
จากนั้น ตี้จวินก็อยากจะเขกหัวตัวเองสักที
เขาลืมไปว่า หนี่วาเป็นเทพอสูรโดยกำเนิดระดับสูงสุด นางเกิดมาพร้อมสติปัญญา และมีตบะระดับจินเซียนทันที เกิดปุ๊บก็บรรลุต้าหลัวจินเซียน สำหรับตัวตนระดับนี้ ความคิดฝังหัวของนางคือ สิ่งมีชีวิตเมื่อกำเนิดมาแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองได้ เพราะตัวนางเองตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ ก็ดูแลตัวเองมาโดยตลอด
แน่นอนว่าหนี่วามีพี่ชาย แต่เผ่ามนุษย์ก็ไม่ได้มีแค่คนเดียวนี่นา
มนุษย์โดยกำเนิดหนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันหกร้อยคน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่างไรก็น่าจะดีกว่าหนี่วาในตอนนั้น
วินาทีนี้ ตี้จวินเข้าใจแล้วว่าทำไมในตำนานเทพนิยายหงฮวง หนี่วาถึงถูกเหล่าจื๊อแย่งชิงอำนาจการเป็นตัวแทนกึ่งหนึ่งของวิถีมนุษย์ไปได้ เพราะหนี่วา "ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู" ในขณะที่เหล่าจื๊อเข้ามาในช่วงเวลาสำคัญ สั่งสอนมนุษย์และถ่ายทอดวิถีจินตาน
แม้มนุษย์โดยกำเนิดจะถูกเผ่าเยาสังหารจนเหลือรอดไม่ถึงหนึ่งในหมื่น แต่รากฐานเคล็ดวิชาของเผ่ามนุษย์ก็ได้ถูกวางไว้อย่างมั่นคง
เมื่อถึงยุคสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์ เผ่ามนุษย์ก็เริ่มมีต้าหลัวจินเซียนเกิดขึ้นจำนวนมาก และหลังมหากลียุคสถาปนาเทพ จำนวนต้าหลัวจินเซียนของเผ่ามนุษย์ก็พุ่งสูงขึ้นราวกับดอกเห็ด
แม้วิถีจินตานจะมีขีดจำกัดสูงสุดแค่ระดับต้าหลัวจินเซียน แต่เผ่ามนุษย์ก็ยังมีสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์ แม้พวกเขาจะออกจากถ้ำเมฆอัคคีไม่ได้ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะสถาปนาสถานะเจ้าผู้ครองพิภพหงฮวงให้แก่เผ่ามนุษย์ได้แล้ว
เมื่อเข้าใจความคิดของหนี่วา ตี้จวินก็ไม่อยากจะพูดอะไรกับนางมากความอีก
ในโลกนี้ สิ่งที่เปลี่ยนยากที่สุด อาจเป็น "ทัศนคติ" (ความรู้ความเข้าใจ) ของคน
ยิ่งผู้บำเพ็ญเพียรตบะสูงส่ง ทัศนคติก็ยิ่งเปลี่ยนยาก เพราะจิตใจแห่งเต๋านั้นมั่นคงดั่งหินผา
ลองคิดดูสิ หากไม่ยึดมั่นในเป้าหมายบางอย่างจนเกือบจะเข้าขั้นดื้อรั้น จะประสบความสำเร็จสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไร
ดูประวัติศาสตร์ก็รู้ ผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างวีรกรรมสะเทือนโลก ล้วนแต่มีความดื้อรั้นแบบสุดโต่งกันทั้งนั้น
จิ๋นซีฮ่องเต้ พระเจ้าฮั่นอู่ตี้ จูหยวนจาง ก็ล้วนเป็นเช่นนี้ อืม... ใช่ไหมล่ะ
ดังนั้นตี้จวินจึงเข้าใจว่า ในใจของหนี่วา แม้นางจะสร้างมนุษย์ขึ้นมา แต่อนาคตของเผ่ามนุษย์จะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่มนุษย์ต้องดิ้นรนกันเอง เหมือนกับที่นางเคยติดตามฝูซี ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ และเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ตี้จวินคิดว่าเขาควรให้โอกาสหนี่วาสักครั้ง "ข้าคิดว่าระหว่างเจ้ากับเผ่ามนุษย์มีปัญหาบางอย่าง ข้าตั้งใจจะพักอยู่ที่ชนเผ่าทิงเฟิงสักระยะ เจ้าก็อยู่ด้วยกันเถอะ ลองไตร่ตรองดูให้ดี"
หนี่วาไม่รู้ว่าตี้จวินต้องการจะทำอะไร แต่นางรู้ว่าคำสั่งของตี้จวิน นางปฏิเสธไม่ได้
"แต่เดิมทีเต้าจู่มีคำสั่งห้ามไม่ให้นักบุญปรากฏตัวในหงฮวงโดยพลการ นี่..." หนี่วาแย้งถึงอุปสรรค
ตี้จวินยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงส่งกระแสจิตของหงจวินก็ดังแทรกเข้ามา "ราชโองการแห่งพระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ คือบัญชาแห่งเต๋าของข้า นับจากนี้ไป ราชโองการแห่งพระอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นบัญชาสูงสุดแห่งหงฮวง เจ้าจงปฏิบัติตามเสียเถิด"